หลังการประกวด #MissUniverse2023 จบลง หลายคนรู้จักชื่อของ มาลาลา ยูซาฟไซ กันมากขึ้น เพราะเธอคือผู้หญิงที่แอนโทเนีย โพซิ้ว นางงามไทยผู้คว้ารองอันดับ1 หยิบมาเป็นตัวละครเอกในการตอบคำถามรอบ 3 คนสุดท้าย
โดยคำถาม ถามว่า “ถ้าสามารถใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงอีกคนได้เป็นเวลาหนึ่งปี เธอเลือกจะเป็นใครและทำไม” แอนโทเนีย เลือก มาลาลา เพราะเธอเป็นบุคคลที่ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงในปากีสถาน
มาลาลา ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี2014 ซึ่งในตอนนั้นเธออายุเพียง 17 ปี เธอเคยเป็นเหยื่อของกลุ่มตาลีบัน จากการถูกยิงเข้าที่ศีรษะขณะกำลังทำกิจกรรมเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้ผู้หญิงในประเทศ
หลังจากฟื้นตัว มาลาลา ก็ยังอุทิศตนอย่างหนัก ทั้งการต่อสู้เพื่อให้ผู้หญิงในปากีสถานได้รับการศึกษา และ สามารถเลือกใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ
ทุกคนรู้จักมาลาลา ในบทบาทของนักสิทธิมนุษยชน แต่ก็มีอีกด้านของชีวิต ที่หลายคนยังไม่รู้
ในวัยเด็ก มาลาลา เป็นคริกเก็ตเลิฟเวอร์ เธอชอบเล่นคริกเก็ตกับพี่ชายและเพื่อนแถวบ้านและชอบดูการแข่งขันคริกเก็ตมากที่สุด
มาลาลา เคยเขียนข้อความลงในอินสตาแกรมของเธอว่า
“ตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก ฉันชอบเล่นคริกเก็ตกับเพื่อนและพี่ชาย แต่ฉันสังเกตเห็นว่าเด็กผู้ชายจะขว้างลูกบอลให้ฉันช้าลง พวกเขาคิดไปเองว่าเด็กผู้หญิงจะกลัวการรับลูกบอลที่ถูกขว้างมาด้วยความแรงและเร็ว ซึ่งฉันมักจะตะโกนบอกพวกเขาว่า ให้ทำอย่างที่เล่นกับเด็กผู้ชายคนอื่นๆ
การเล่นกีฬาช่วยให้ฉันมีความกล้าที่จะแข่งขันและรู้จักรับมือในการต่อสู้เพื่อการศึกษาและความเท่าเทียมกันของเด็กผู้หญิง นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันร่วมมือกับ @always_brand เพื่อช่วยให้เด็กผู้หญิงเล่นกีฬามากขึ้น”
นอกจากการเล่นคริกเก็ตในวัยเด็กแล้ว ปัจจุบันมาลาลาและสามีก็ตระเวนไปดูการแข่งขันกีฬาคริกเก็ตแทบจะทุกลีก แม้วันที่ไม่มีการแข่งขัน ขอแค่เธอได้เข้าไปในสนามแข่งและศึกษาประวัติความเป็นมาของแต่ละสนามก็มีความสุข
ไม่เพียงเท่านั้น เธอกับสามียังเป็นบัดดี้ที่ชื่นชอบการดูฟุตบอล และ บาสเกตบอล รวมถึงยังช่วยกันสนับสนุนนักกีฬาและเด็กผู้หญิงที่ลี้ภัยออกจากบ้านเกิดไปอยู่ออสเตรเลีย ให้พวกเธอได้เล่นกีฬาและได้รับการศึกษาที่ดีไปพร้อมๆกันด้วย