
รามอน เวก้า อดีตกองหลังดีกรีทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยว่า เขาเตรียมลงสมัครชิงตำแหน่ง ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ที่มีกำหนดจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี 2027
อดีตนักเตะของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, กลาสโกว์ เซลติก และ วัตฟอร์ด แขวนสตั๊ดเมื่อปี 2003 ก่อนผันตัวมาทำงานด้านการเงินจนประสบความสำเร็จ แสดงเจตจำนงว่าพร้อมลงชิงตำแหน่งจาก จานนี่ อินฟานติโน่ เพื่อนร่วมชาติ ประธานคนปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญมรสุมจากนโยบายของตัวเอง
ในการเปิดเผยนโยบายความยาว 11 หน้า เวก้ากล่าวว่า "ฟุตบอลไม่ได้เป็นของประธาน สมาพันธ์ หรือผู้บริหาร ฟุตบอลยิ่งใหญ่กว่าตำแหน่งใด ๆ บุคคลใด ๆ หรือสถาบันใด ๆ"
"มันคือกีฬาของประชาชนและเป็นของทุกคน ทั้งนักกีฬา โค้ช กรรมการ แฟนบอล อาสาสมัคร สโมสร ลีก สมาคม และชุมชนต่างๆ ที่ช่วยเติมเต็มชีวิตชีวาให้กับฟุตบอล"
"ฟุตบอลเป็นของเด็กทุกคนที่ได้ค้นพบเกมนี้ ของนักฟุตบอลอาชีพทุกคนที่แบกรับความหวังของชาติ และของแฟนบอลหลายพันล้านคนที่หลงใหลในฟุตบอลจนทำให้ฟุตบอลเป็นกีฬาของโลก"
"ฟุตบอลต้องมาก่อนเสมอ แต่ความแตกแยกได้ทำให้ครอบครัวฟุตบอลของเราแตกแยกมานานเกินไปแล้ว"
"ผู้นำปัจจุบันได้บั่นทอนกำลังใจของเกม การบริหารจัดการที่อ่อนแอได้ทำลายความน่าเชื่อถือของฟีฟ่าและกัดกร่อนความไว้วางใจในครอบครัวฟุตบอลทั่วโลก เราต้องหยุดยั้งความขัดแย้งนี้ไม่ให้บานปลาย"
"ผมลงสมัครเพื่อรวมครอบครัวฟุตบอลทั่วโลกให้เป็นหนึ่งเดียว สร้างการปฏิรูปที่แท้จริงและยั่งยืน ปรับปรุงฟีฟ่าให้ทันสมัยสำหรับศตวรรษที่ 21 ฟื้นฟูเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือ รวมถึงสร้างความไว้วางใจกลับคืนมา ซึ่งเป็นสิ่งที่วงการฟุตบอลของเราต้องการอย่างเร่งด่วน"
เวก้าสรุปว่า "ฟุตบอลอยู่ในห้องฉุกเฉิน กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต เราไม่สามารถรอได้อีกต่อไป ฟีฟ่าต้องการทิศทางใหม่และการปฏิรูปขั้นพื้นฐาน"
"เราต้องรวมครอบครัวฟุตบอลให้เป็นหนึ่งเดียว ฟื้นฟูความไว้วางใจ สร้างเสถียรภาพ และปรับปรุงการบริหารจัดการของฟีฟ่าให้ทันสมัย นี่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงที่เด็ดขาด ไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนเพียงผิวเผิน"
หลังข่าวการลงสมัครได้รับการเปิดเผยผ่านสื่อ เซปป์ แบล็ตเตอร์ อดีตประธาน ฟีฟ่า ระหว่างปี 1998-2015 ซึ่งเป็นชาวสวิสอีกเช่นกัน แสดงทรรศนะถึงเรื่องดังกล่าวว่า "เป็นผู้สมัครที่น่าสนใจและมีภูมิหลังที่หลากหลาย ขอให้โชคดีนะ รามอน"
เวก้าเคยพิจารณาลงสมัครชิงตำแหน่งสูงสุดของ ฟีฟ่า มาแล้วในปี 2015 หลังจากที่ แบล็ตเตอร์ ถูกสั่งพักงาน
4 ปีต่อมา เขาประกาศลงสมัครแข่งกับ อินฟานติโน่ แต่ไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้เพียงพอเพื่อลงเลือกตั้ง เนื่องจากกฎระเบียบกำหนดให้ต้องได้รับการรับรองจากชาติสมาชิกอย่างน้อย 5 ชาติจากทั้งหมด 211 ชาติ
นอกจากนี้ ผู้สมัครจะต้องได้รับการเสนอชื่อจากชาติสมาชิก และต้องมีบทบาทในวงการฟุตบอลมาแล้วเป็นเวลา 2 ปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากคณะกรรมการพิจารณาด้วย
ที่มา :
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c607397pjv37o