
ฮาจิเมะ โมริยาสุ กุนซือทีมชาติญี่ปุ่น ให้สัมภาษณ์ที่โต๊ะแถลงข่าว หลังเกมเสมอ เนเธอร์แลนด์ 2-2 ประเดิมนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2026 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา
ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ ขณะที่ผู้ดำเนินรายการในห้อง กำลังจะปิดการแถลงข่าว โมริยาสุ ได้เปิดไมโครโฟน และพูดบางอย่างขึ้นมา ขอบคุณวงการฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ บุคลากรลูกหนังของเนเธอร์แลนด์ ที่มีส่วนช่วยในการยกระดับฟุตบอลญี่ปุ่น จนสามารถก้าวขึ้นมาสู้บทเวทีระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ
เขาได้พูดถึง ฮันส์ อูฟต์ โค้ชชาวดัตช์ในยุค 90s ซึ่งเป็นโค้ชต่างชาติคนแรกที่เข้ามาคุมทีมชาติญี่ปุ่น ในปี 1992 ก่อนที่ฟุตบอลลีกอาชีพของญี่ปุ่น หรือ เจลีก จะเปิดฉากการแข่งขันครั้งแรก ในปี 1993
โมริยาสุ ยกย่อง ฮันส์ อูฟต์ ให้เป็นหนึ่งในบุคลากรคนสำคัญ ที่ช่วยวางรากฐานในเรื่องแท็กติกและยกระดับทีมชาติญี่ปุ่น ให้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมแถวหน้าของเอเชีย ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 พาทัพ "ซามูไรบลู" คว้าแชมป์ เอเชียน คัพ ได้ในปี 1992
นอกจากนี้ ปรัชญาฟุตบอลของ ฮันส์ อูฟต์ ยังมีส่วนสำคัญในการเปิดประตูให้นักเตะญี่ปุ่นหลายคน ได้ออกเดินทางไปค้าแข้งในลีกดัตช์ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ลูกหนังในลีกยุโรป พัฒนาฝีเท้าให้แกร่งขึ้น เพื่อนำมาใช้กับทีมชาติ
"ผมเชื่อว่ามีนักข่าวดัตช์หลายคนอยู่ในห้องนี้ ดังนั้นผมจึงอยากแสดงความขอบคุณต่อวงการฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ ผมขอขอบคุณโค้ชชาวดัตช์ทุกคน ที่ได้มีส่วนช่วยยกระดับฟุตบอลญี่ปุ่น" ฮาจิเมะ โมริยาสุ กล่าว
"การก่อตั้งลีกอาชีพ เจลีก การพัฒนานักเตะในญี่ปุ่น ซึ่งช่วยยกระดับโค้ชและพัฒนาทักษะพื้นฐานของนักเตะญี่ปุ่น ต้องขอขอบคุณวงการฟุตบอลเนเธอร์แลนด์"
"ตอนที่ผมเล่นให้กับทีมชาติญี่ปุ่น ตอนนั้นญี่ปุ่นยังไม่มีลีกอาชีพจริง ๆ แต่ผมได้รับการฝึกฝนจากโค้ชชาวดัตช์ชื่อ ฮันส์ อูฟต์ และไม่ใช่แค่ผมเท่านั้นที่ได้รับการฝึกฝนจากเขา โค้ชชาวญี่ปุ่นหลายคนได้รับอิทธิพลจากเขา ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาของฟุตบอลญีปุ่น"
"ยังมีโค้ชชาวดัตช์อีกหลายคน ที่ได้มีส่วนช่วยยกระดับวงการฟุตบอลญี่ปุ่น ผมจึงอยากขอบคุณพวกเขา ขอบคุณมากครับ"
เกมต่อไปของ ทีมชาติญีปุ่น ใน ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม เจอกับ ตูนิเซีย วันที่ 21 มิถุนายน เวลา 11.00 น. ของไทย และปิดท้ายรอบนี้ เจอกับ สวีเดน วันที่ 26 มิถุนายน เวลา 06.00 น.