
การชนะ ฟูแล่ม 3-2 ในเกมนัดเปิดสนาม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026/27 อาจไม่ใช่เกมที่ดีที่สุดของ เชลซี แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นแน่นอนถ้าได้ดูเกมนี้ คือการประสานงานของ 3 เกมรุกที่บิลด์ขึ้นใหม่โดย ชาบี อลอนโซ่
ชูเอา เปโดร สวมบทบาทเบอร์ 9 ขณะที่ โคล พาลเมอร์ และ มอร์แกน โรเจอร์ส เจ้าของค่าตัว 117 ล้านปอนด์ ทำหน้าที่เป็น "ดับเบิล 10" คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง
ความลงล็อกที่เกิดขึ้นในทันทีมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ? อะไรคือการเปลี่ยนแปลงที่ดูจะทำให้ "อาถรรพ์เบอร์ 9" ของทัพสิงโตน้ำเงินคราม กลายเป็นเรื่องเล็กไปแล้ว ?
ติดตามกับ MAIN STAND
ชูเอา เปโดร กับหมายเลขอาถรรพ์
แฟนบอลเชลซีมักจะพูดกันว่า ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยมีเบอร์ 9 เก่ง ๆ ยิงประตูได้เยอะ ๆ เลย ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเราจะหาคำตอบเรื่องอาถรรพ์สิ่งลี้ลับก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่ใช่สิ่งที่จับต้องหรือพิสูจน์ได้
ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องว่ากันด้วยความจริงที่เกิดขึ้นเท่านั้น เพราะ "อาถรรพ์" ก็แค่คำที่คนเลือกใช้เมื่อหาคำตอบหรือความจริงบางอย่างที่อยากรู้ไม่ได้เท่านั้นเอง

ความจริงที่เกิดขึ้นคือ เสื้อหมายเลข 9 ไม่ได้มีอาถรรพ์หรือต้องคำสาปอะไร แต่เป็นเพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เชลซีเลือกซื้อกองหน้าเข้ามาสู่ทีมโดยไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบหรือพิจารณาให้ถี่ถ้วน เราจึงได้เห็นปัญหาแปลก ๆ ที่ดูเหมือนจะอธิบายไม่ได้จนนึกว่าเป็นอาถรรพ์
เอร์นาน เครสโป เล่นได้น่าพอใจแต่ก็ไม่ได้อยู่กับทีมต่อ, โรเมลู ลูกากู ฟอร์มร่วงลงเหวในการร่วมทีมคำรบสอง เมื่อเจอสไตล์การเล่นที่ไม่ถนัด กับการต้องหันหลังให้ประตู ทั้งที่เพิ่งร้อนแรงกับ อินเตอร์ มิลาน หรือ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่มีการเปิดเผยภายหลังว่า ร่างกายและความเร็วของเขาถดถอยจากอาการบาดเจ็บตั้งแต่สมัยอยู่กับ ลิเวอร์พูล มาแล้ว
นอกจากนี้ยังมีเบอร์ 9 อีกหลายคนที่ย้ายมาผิดเวลา มาเตย่า เคซมัน มาตอนที่ยังเด็กเกินไป, อัลบาโร โมราต้า ก็ย้ายมาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เป็นตัวหลักของ เรอัล มาดริด ในช่วงเวลานั้น ... บ้างก็เลยจุดพีกของอาชีพไปแล้วอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา หรือ กอนซาโล่ อิกวาอิน
ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องน่าห่วงสำหรับ ชูเอา เปโดร เลยที่เปลี่ยนเบอร์เสื้อจากเบอร์เดิม หมายเลข 20 มาเป็นเบอร์ที่แมสกว่าอย่างหมายเลข 9 ซึ่งแต่ดั้งเดิมนั้นถือว่าเป็นหมายเลขของกองหน้าตัวเป้าที่เป็นตัวหลัก ตัวเก่งของทีม
และเรื่องนี้มันยิ่งไม่จำเป็นต้องกังวล เมื่อเขามีกุนซืออย่าง ชาบี อลอนโซ่ ที่มาด้วยระบบการเล่น 3-4-2-1 ซึ่งเป็นระบบที่เรียกศักยภาพของทรัพยากรนักเตะที่มีในทีมได้เป็นอย่างดี
ลื่นไหลภายใต้ 3-4-2-1
ชูเอา เปโดร เป็นกองหน้าตัวเป้าเบอร์ 9 ก็จริงในแง่ของการจัดหมวดหมู่กว้าง ๆ แต่สไตล์การเล่นของเขานั้นถือว่ามีประโยชน์หลากหลาย จนสามารถตอบโจทย์กับระบบ 3-4-2-1 ได้เป็นอย่างดี

ตัวเป้าในระบบการเล่นนี้ของ อลอนโซ่ หากว่ากันตั้งแต่ตอนที่เขาคุม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น นอกจากจะต้องทำประตูแล้ว ยังมีหน้าที่หลักคือการค้ำเป็นตัวเก็บบอลในแดนหน้า ดึงตัวประกบ และเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมสอดขึ้นมา
เมื่อคุณพิจารณาคุณสมบัติของ ชูเอา เปโดร คุณจะพบว่า แม้ไม่ใช่นักเตะตัวใหญ่ แต่คาแรกเตอร์และความห้าวในการชน การปะทะของเขาไม่แพ้ใคร สิ่งที่ทำให้เขาสู้กับกองหลังที่ตัวใหญ่กว่าได้คือเรื่องจังหวะ และเหลี่ยมในการแย่งฟุตบอล ไม่เชื่อคุณลองไปดูคลิปของเขาตอนอยู่ ไบรท์ตัน ก็ได้ ... ชูเอา เปโดร ถือเป็นจอมตุกติกคนหนึ่งที่พร้อมใช้ทุกกลเม็ดเพื่อให้ทีมได้เปรียบเสมอ
นอกจากเรื่องคาแรกเตอร์ไม่กลัวใครแล้ว หมอนี่ยังมีลูกเหลี่ยม ลูกเจ้าเล่ห์แบบที่ หลุยส์ ซัวเรซ เป็น กล่าวให้ชัดคือ เขาเป็นนักเตะที่คุณไม่สามารถจัดการได้ง่าย ๆ ถ้าเขารู้ว่าเขาได้เปรียบ เขาจะเล่นงานคุณ ถ้าเขามีเพื่อนตามมาเล่นด้วย เขาจะใช้เพื่อนให้เป็นประโยชน์รุมคุณจนหัวหมุน และถ้าถึงจังหวะจวนตัวไม่ทันจริง ๆ เขาก็มีเหลี่ยมล้มเอาฟาวล์ที่แนบเนียน ... กองหน้าแบบนี้นอกจากจะคุกคามเกมในสนามแล้ว ยังสามารถรบกวนสมาธิคู่แข่งได้เป็นอย่างดี
และที่สำคัญจริง ๆ สำหรับ ชูเอา เปโดร ก็คือเป็นกองหน้าที่เลือกจังหวะการเล่นสุดท้ายได้ดี เราจึงไม่ค่อยได้เห็นจังหวะนรก เช่น จังหวะยิงดันล็อก จังหวะจ่ายดันฝืน หรือการทำหมูหกในลูกที่ควรจะต้องยิงเข้า ... แม้จะยังไม่ใช่กองหน้าเกรดระดับโลก แต่ ชูเอา เปโดร ก็เฉียบคมพอเมื่อคุณฝากความหวังในการจบสกอร์ ที่บางเกม คุณอาจจะมีโอกาสจะ ๆ แค่ครั้งเดียว
โรเจอร์ส & พาลเมอร์ ดับเบิล 10 คู่ใจ
สิ่งที่ขับให้ ชูเอา เปโดร โดดเด่นและอันตรายกว่าเดิมมาก ๆ คือการมี "ดับเบิล 10" อยู่ด้านหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีดับเบิลเท็นที่มีคุณภาพ และคุณสมบัติตรงตามระบบการเล่นของ ชาบี อลอนโซ่ ทุกประการอย่าง พาลเมอร์ และ โรเจอร์ส
ซีซั่น 2025/26 เปโดร เล่นดีด้วยตัวเองอยู่แล้ว ยืนยันผ่านสถิติการยิงประตูหรือแม้แต่คุณได้เห็นคุณภาพในแต่ละเกมของเขา ทว่าปัญหาของ เชลซี ในซีซั่นที่แล้วคือตำแหน่งตัวริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติตอบโจทย์มากพอ ตัวหลักที่ยืน 11 ตัวจริงตลอดเมื่อฟิตคือ โคล พาลเมอร์ ที่โดยเนื้อแท้แล้วเขามีความเป็นเพลย์เมคเกอร์โดยธรรมชาติมากกว่าเป็นตัวริมเส้น
ขณะที่ปีกคนอื่น ๆ ก็ยังขาดคุณภาพและขาดความสม่ำเสมอมากพอ ไล่เรียงมาตั้งแต่ อเลฮานโดร การ์นาโช่, เจมี่ กิตเท่นส์, เปโดร เนโต้ หรือแม้กระทั่งเด็กวัยทีนเอจอย่าง เอสเตเวา ดังนั้นการมาของ อลอนโซ่ และ โรเจอร์ส พร้อมด้วยระบบ 3-4-2-1 มันทำให้ตัวนักเตะ เชลซี ลงล็อกกับแผนการเล่นพอดี

เบอร์ 10 ในยุคของ อลอนโซ่ ทำหน้าที่ยืนทำเกมอยู่หลังกองหน้า คอยเคลื่อนที่หาช่องระหว่างแนวรับและกองกลางคู่แข่ง คนหนึ่งจะถ่างออกไปทางฮาล์ฟสเปซ (พื้นที่ระหว่างริมเส้นกับกลางสนาม) ด้านซ้าย อีกคนก็จะยืนไปทางฮาล์ฟสเปซด้านขวาเพื่อสร้างสรรค์โอกาสและสอดเข้าไปทำประตู ซึ่งตรงนี้และเป็นตำแหน่งที่รีดศักยภาพของ พาลเมอร์ และ โรเจอร์ส ได้จริง
ทั้งคู่อาจจะเคยเล่นปีกอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ใช่ปีกสายสปีดความเร็วหรือใช้ทักษะเอาชนะในการดวล 1-1 ทั้งคู่เก่งกาจเรื่องจังหวะบอล และการเล่นร่วมกับเพื่อนรอบตัว ที่สำคัญคือพวกเขามีวิสัยทัศน์ในเกมรุกที่ดีมาก มีการจ่ายบอลจังหวะเดียวเสี่ยง ๆ ที่หากคู่แข่งตั้งตัวไม่ทันก็อาจโดนการจ่ายครั้งนั้นฉีกแนวรับขาดวิ่นได้ ... เหมือนกับประตูแรกในวินาทีที่ 30 ของเกมเปิดฤดูกาล 2026/27 ที่พาลเมอร์แทงบอลจังหวะเดียวให้เปโดรเข้าไปซัดประตูเปิดหัวนั่นแหละ
บ่อยครั้งสำหรับพาลเมอร์ สิ่งที่เขาประเมินไว้ มักเป็นไปอย่างถูกต้องว่านี่เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด ก็มักจะกลายเป็นทางเลือกที่มีสไตล์ ดูเพลินตาที่สุดไปพร้อม ๆ กัน เช่นเดียวกับประตูของเขา ซึ่งเป็นประตูที่สามของเชลซี ในนาทีที่ 49 ของเกมเดียวกัน
เขาวิ่งเข้าหาบอลจากการจ่ายอย่างพอดิบพอดีของชูเอา เปโดร ซึ่งชะลอจังหวะการจ่ายไว้อย่างสมบูรณ์แบบ พาลเมอร์เหลือบมองไปด้านข้างเพื่อเช็กว่ามีเพื่อนร่วมทีมคนใดกำลังวิ่งเข้ามาในกรอบหกหลาเพื่อรอแท็บอินหรือไม่ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครวิ่งเข้ามาในลักษณะนั้น เขาก็เปลี่ยนการตัดสินใจอย่างลื่นไหล และยิงบอลลอดช่องแคบระหว่างขาของ แบร์นด์ เลโน ผู้รักษาประตู เข้าไปตุงตาข่าย

ยิ่งเมื่อได้เล่นกับโรเจอร์ส ที่เป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่เป็นนักเตะเยาวชนของแมนฯ ซิตี้ รวมถึงเป็นเพื่อนนอกสนามกันจริง ๆ ด้วย วิธีการสอดรับ หาช่อง และมองหาทางหนีทีไล่ของพาลเมอร์และโรเจอร์สดูเข้าขารู้ใจกันมาก ทำให้บอลในแดนบนของ เชลซี ไม่เสียเร็ว ไม่ตายเปล่า ... กลายเป็นการได้บอล และพร้อมพลิกสู่การขึ้นเกมรุกได้ในทันที
เมื่อดับเบิลเท็น เอาบอลขึ้นหน้าได้ตลอด กองหน้าที่เซนส์ดีเคลื่อนที่เก่งอย่าง ชูเอา เปโดร จึงเล่นได้อย่างมีชีวิตชีวา ... แม้จะเป็นแค่เกมแรกของฤดูกาล คุณก็สามารถรู้ได้แน่ชัดว่า เกมรุกเชลซีปีนี้อันตรายแค่ไหน และที่สำคัญอีกเรื่องคือ อาถรรพ์เบอร์ 9 ที่อยู่ยงมานานอาจจะจบกันแค่ตรงนี้ที่ ชูเอา เปโดร ก็เป็นได้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คำสาปหรือคิดไปเอง : อาถรรพ์ "เบอร์ 9" ของ เชลซี มีจริงหรือ ?
ชาบี อลอนโซ่ : คุณชายลูกหนัง กับการคืนชีพ “ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน” ในชั่วพริบตา
แหล่งอ้างอิง
https://www.nytimes.com/athletic/7536794/2026/08/25/cole-palmer-chelsea-xabi-alonso/