Feature

เคสริบแชมป์แอฟริกัน : เชือดไก่ให้โลกดูหรือผู้มีอำนาจแค่โกงกันหน้าซื่อ ? | Main Stand

หลังจากเซเนกัล ชูถ้วยแชมป์ แอฟริกัน คัพ ออพ เนชั่นส์ 2025 ที่แสนวุ่นวายได้แค่ 57 วัน สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา หรือ CAF ก็ริบแชมป์นั้นและมอบมันให้กับ โมร็อกโก แบบที่งงกันทั้งโลก 

 


ในวันที่วุ่นวายเกิดอะไรขึ้นบ้าง และนี่คือการเชือดไก่ให้ลิงดู หรือการพยายามโกงกันของผู้มีอำนาจ ?  ติดตามกับ Main Stand 

 

รวบตึงเหตุการณ์ริบแชมป์

เรื่องนี้เกิดขึ้นในนัดชิงแชมป์เลิศฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปแอฟริกาที่เพิ่งจบไปเมื่อต้นปี เป็นเกมระหว่าง เซเนกัล กับ โมร็อกโก 

ในเกมนั้นมีจังหวะสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้ตัดสิน ฌอง-ฌาคส์ เอ็นดาล่า เป่าให้จุดโทษกับ โมร็อกโก ในช่วงท้ายเกม ซึ่งทำให้นักเตะของ เซเนกัล ไม่พอใจอย่างมากเพราะก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่ากรรมการเป่าเข้าข้างโมร็อกโก โดยไม่กี่นาทีก่อนจะเป่าจุดโทษ เซเนกัล ก็โดนริบประตูไปจากการยิงของ อิสไมล่า ซาร์ ที่กรรมการเป่านกหวีดก่อนจะยิงเข้า จนทำให้ลูกนี้ไม่สามารถใช้ VAR ย้อนตัดสินได้ และยังมีอีกหลายจังหวะที่ เซเนกัล บอกว่ามีการตัดสินไม่เป็นธรรมสำหรับพวกเขา

นั่นทำให้นักเตะ เซเนกัล เลือกจะ "วอล์ก  เอาต์" หรือการออกนอกสนามก่อนจบเกมทันทีที่ โมร็อกโก ได้จุดโทษ  จนทำให้เกมล่าช้าไป 16 นาที กว่าที่นักเตะเซเนกัล จะกลับเข้ามาในสนามและเตะกันต่อ 

ทว่าเมื่อกลับมาเล่น บราฮิม ดิอาซ ผู้เล่นของ โมร็อกโก ก็ยิงจุดโทษไม่เข้า จนต้องต่อเวลาพิเศษออกไปจากการเสมอกัน 0-0 และปลายทางคือท้ายที่สุด เซเนกัล ได้ประตูชัยจาก ปาเป้ เกย์ กองกลางจาก บียาร์เรอัล ส่งพวกเขาเป็นแชมป์แอฟริกันไปครองได้สำเร็จ 

แต่เกมจบ อารมณ์ไม่จบ วาลิด เรกรากี กุนซือของโมร็อกโก มีปากกับ ป๊าป เจา กุนซือของ เซเนกัล ซึ่งมีการเปิดเผยหลังเกมว่าฝั่ง โมร็อกโก ได้พยายามชี้ให้เห็นว่าการวอล์กเอาต์ของ เซเนกัล คือการทำผิดกฎของฟีฟ่า อย่างจัง นอกจากจะเป็นเรื่องน่าละอายที่เจาสั่งให้ลูกทีมของเขาเดินออกจากสนามแล้ว ยังจี้ให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ และหาบทลงโทษกับการกระทำของฝั่งเซเนกัลด้วย ... นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด 

 

ว่าด้วยการวอล์กเอาต์

57 วันผ่านไปแถลงการณ์ของ CAF ระบุว่า เซเนกัล จะต้องถูกริบแชมป์ เนื่องจากทำผิดกฎข้อบังคับของทาง AFCON ในมาตรา 82 ว่าด้วยการโดน "ปรับแพ้" หากออกจากสนามก่อนหมดเวลาการแข่งขันโดยไม่ได้อนุญาตจากผู้ตัดสิน 

กรณีนี้ถูกอธิบายเพิ่มเติมผ่านมาตรา 84 ว่า ทีมที่ "วอล์กเอาต์" จะถูกตัดสินว่าแพ้การแข่งขันด้วยคะแนน 3-0 เว้นแต่ฝ่ายตรงข้ามจะนำอยู่ด้วยคะแนนที่ได้เปรียบกว่า ... นั่นคือสาเหตุที่ตอนนี้จากแชมป์ เซเนกัล ถูกปรับให้เป็นผู้แพ้ให้ โมร็อกโก ด้วยสกอร์ 0-3 

คำตัดสินนี้ทำให้สหพันธ์ฟุตบอลเซเนกัลได้โพสต์วิดีโอลงในช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง โดยเป็นวิดีโอที่นักเตะของพวกเขานั่งรถบัสฉลองแชมป์กับแฟน ๆ ในประเทศ ขณะที่นักเตะชุดนั้นของ เซเนกัล หลายคนก็ออกมาโพสต์ข้อความหรือวิดีโอในเชิงที่บอกว่าโมร็อกโกเป็นพวกขี้แพ้ ... อย่างไรก็ตาม หากว่ากันตามกฎ งานนี้ก็ต้องยอมรับว่าการวอล์กเอาต์ของ เซเนกัล คือตัวแปรทั้งหมดของเรื่องนี้อย่างแท้จริง เพราะมันผิดกฎ และมีบทลงโทษลงไว้ชัดเจนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ฝั่ง เซเนกัล ยืนยันว่าเรื่องนี้พวกเขาจะอุทธรณ์และฟ้องร้องไปยัง CAS (ศาลอนุญาโตตุลาการการกีฬา) เพื่อขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะทางฝั่ง เซเนกัล ก็เชื่อว่าที่สุดแล้วพวกเขาถูกปฏิบัติแบบไม่ชอบธรรม ในเกมนั้นมีการเป่าเข้าข้างฝั่งโมร็อกโกอย่างชัดเจน และพวกเขาเชื่อว่ามีการทุจริตอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ 

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ของฟุตบอลแอฟริกันเลย ในทวีปแห่งนี้มีประวัติเรื่องการตัดสินแปลก ๆ ที่ค้านสายตาชาวโลกมากมาย บางเหตุการณ์ตัดสินแปลกจนมองจากดวงจันทร์ก็ยังรู้ว่ามันต้องมีเรื่องไม่ปกติเกิดขึ้นแน่ ๆ ... ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็คือการทุจริตในฟุตบอลแอฟริกันยังปรากฏอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตในสมาคมของแต่ละประเทศ หรือในภาพรวมที่ใหญ่ในระดับทวีป  

สิ่งที่ยืนยันได้คือ เมื่อคุณย้อนเหตุการณ์กลับไป ก็เคยเกิดเหตุการวอล์กเอาต์ในหลายทัวร์นาเมนต์ไม่ว่าจะในระดับทวีป หรือการแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศ เหตุการณ์วอล์กเอาต์ดูจะเกิดขึ้นง่ายในทวีปนี้จริง ๆ  

อย่างไรก็ตาม แก่นสำคัญของเรื่องก็คือว่า เรื่องการทุจริตมันจับมือใครดมไม่ได้ ไม่มีหลักฐานชัดเจนในการยัดเงินกรรมการ หรือจ่ายเงินฝ่ายจัด ดังนั้นการวอล์กเอาต์ จึงถูกตีความเป็นการทำผิดกฎอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นักเตะต้องเคารพการตัดสิน และลงเล่นจนจบเกม ไม่ใช่การทำเรื่องให้วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม ซึ่งนี่คือคำพูดของ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานใหญ่ของ FIFA ที่เคยออกมาโพสต์ความรู้สึกหลังเกมนี้ผ่านข้อความว่า

“เราต้องเคารพการตัดสินใจของผู้ตัดสินทั้งในและนอกสนามเสมอ ทีมต้องแข่งขันในสนาม และอยู่ภายใต้กฎกติกา เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น จะทำให้แก่นแท้ของฟุตบอลผิดเพี้ยนไปหมด”

“เหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นสิ่งที่ควรถูกประณามและไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำอีก ผมย้ำอีกครั้งว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่มีที่ยืนในวงการฟุตบอล และผมคาดหวังว่า หน่วยงานด้านวินัยที่เกี่ยวข้องของ CAF จะดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสม” 

และเพื่อให้ทุกทีมเข้าใจว่า เมื่อคุณไม่พอใจกรรมการ คุณสามารถวอล์กเอาต์ได้ การลงโทษ เซเนกัล ถึงขั้นริบแชมป์ จึงเป็นเหมือนการเชือดไก่ให้โลกดู... เพียงแต่ว่ามันน่าปวดใจที่ตัดสินช้าไปถึง 57 วัน และปล่อยให้เรื่องยาวนานขนาดนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่มันน่าจะจบได้เร็ว และชัดเจนยิ่งกว่านี้ 

 

ใสแต่แรกก็จบเรื่อง

การริบแชมป์หลังฉลองชัยได้ 57 วัน ถือเป็นการตัดสินที่พลิกผันแบบไม่น่าเชื่อว่า CAF จะใช้ยาแรงแบบนี้ อย่างไรก็ตามก็ยังมีอีกหลายแง่มุมให้พิจารณา 

แกนหลักของเรื่องนี้คือเซเนกัล ผิดกฎ CAF ชัดเจนจากการวอล์กเอาต์ แต่บริบทในเกม หรือในทัวร์นาเมนต์นั้นก็พูดกันว่า บางทีถ้าทำให้ดีหรือทำให้ใสสะอาดตั้งแต่แรก เรื่องนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ 

เจย์ แฮร์ริส ผู้เชี่ยวชาญของ The Athletic บอกว่าในเกม ๆ นั้น จากสายตาของผู้สังเกตการณ์หลายคนบอกว่าเจ้าภาพอย่าง โมร็อกโก ได้ประโยชน์จากการตัดสินของกรรมการอยู่บ่อยครั้ง 

และไม่ใช่แค่เกมนี้ แต่เป็นตั้งแต่เกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่ โมร็อกโก เอาชนะ แคเมอรูน , เกมรอบ 4 ทีมสุดท้ายที่ โมร็อกโก เอาชนะ ไนจีเรีย 

กลุ่มผู้สังเกตการณ์ เกิดความคิดที่ว่าการตัดสินใจของ CAF จะสร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่าย เพราะหลายคนมองว่ากรรมการมีส่วนช่วย จนทำให้ โมร็อกโก ได้ก่อเรื่องวุ่นวายและได้สิ่งที่ต้องการไปครอง มีการลากไปถึงว่า โมร็อกโก เป็นชาติที่มีอิทธิพลทางการเมืองมากที่สุดใน CAF ณ ตอนนี้ จึงทำให้เกิดคำตัดสินริบแชมป์จาก เซเนกัล ดังที่กล่าวมาทั้งหมด 

CAF อาจจะเชือดไก่ให้ลิงดู และอยากจะสร้างมาตรฐานให้ฟุตบอลแอฟริกันเป็นแบบยุโรปที่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจากการตัดสินของกรรมการ เกมต้องดำเนินไปให้จบ เพียงแต่พวกเขาอาจจะลืมไปว่ามาตรฐานของกรรมการในแอฟริกาก็ต่ำมาก จนชนิดที่ชวนให้หลายคนคิดว่า "มันไม่ใช่การตัดสินผิดหรือเปล่า แต่เป็นพวกเขานี่แหละ ที่ตั้งใจเป่าแบบนั้น" ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของอะไรก็ตาม 

เมื่อเกิดการตัดสินที่เอนเอียงแต่แรก โอกาสที่นักเตะยอมรับไม่ได้ก็มีสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมฟุตบอลที่ทุกคนต่างใส่อารมณ์ร่วมไปเกิน 100% แบบนี้   ดังนั้นทางแก้ก็คือ การตัดสินในสนามควรมีคุณภาพ และพยายามค้านสายตาให้น้อยที่สุด หรือถ้าจะตัดสินผิดก็ขอให้มันเป็นความผิดพลาดของมนุษย์จริง ๆ ไม่ใช่เกิดจากเจตนา "ตั้งธง" ที่จะทำลายเกมนี้ด้วยความไม่ชอบธรรม

น่าเสียดายที่มีนักเตะของ เซเนกัล คนเดียวที่ตระหนักรู้ถึงเรื่องนี้ นั่นคือ ซาดิโอ มาเน่ ที่ตัดสินใจไม่เดินวอล์กเอาต์ไปกับเพื่อน และเป็นคนที่ชวนให้เพื่อนร่วมทีมกลับมาลงสนามเล่นต่อ ... ถ้าทุกคนมีสติและพิจารณาว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าวอล์กเอาต์ออกไป เรื่องก็คงไม่จบลงด้วยการริบแชมป์แบบนี้ เพียงแต่ตอนจบอาจจะแตกต่างออกไปแบบที่ไม่มีใครคาดเดาได้ 

ดิอาซ จะยิงจุดโทษลูกนั้นเข้าและส่ง โมร็อกโก เป็นแชมป์ไหม ? หรือถ้าไม่เข้าแล้วต่อเวลาในสภาพที่นักเตะทุกคนยังโฟกัสอยู่กับเกมนัดชิงที่อารมณ์พลุ่งพล่านเช่นนี้จะเกิดอะไรขึ้น ? ตรงนี้แหละคือเสน่ห์ของฟุตบอลจริง ๆ 

หน้าที่ตัดสินเป็นของกรรมการ หน้าที่ลงเล่นเป็นของนักเตะ มันก็ง่าย ๆ แค่นั้นเอง ... ถ้าทุกคนทำตามกฎได้ และทำหน้าที่ของตัวเองแบบเต็มที่ควบคู่ไปด้วย ความวุ่นวายก็ยากที่จะเกิด แต่ถ้ามีฝ่ายไหนแตกแถว เลือกในสิ่งที่ผิดตั้งแต่แรก มันก็จะกลายเป็นการล้มของโดมิโน่ ที่สร้างความโกลาหลไม่รู้จบต่อกันไปเรื่อย ๆ ดังเช่นเรื่องที่เราได้เห็นกันตั้งแต่วันที่ เซเนกัล ชนะ โมร็อกโก 1-0 ... จนกระทั่งถึงวันนี้ 

 

แหล่งอ้างอิง :  

https://www.nytimes.com/athletic/7126755/2026/03/17/afcon-morocco-senegal-final-overturned/
https://www.nytimes.com/athletic/6981824/2026/01/19/afcon-final-senegal-morocco-panenka-towel-inside/
https://en.hespress.com/129792-why-senegals-walkout-crossed-multiple-lines-in-the-afcon-final.html
https://theconversation.com/afcon-drama-what-went-wrong-and-what-went-right-at-the-continents-biggest-football-cup-in-morocco-273819

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ