
"ฉันมีความสุขที่สุดตอนที่ได้โลดแล่นอยู่บนพื้นน้ำแข็ง มันไม่มีอะไรที่จะทำให้ฉันมีความสุขไปมากกว่านี้แล้ว ฉันได้แสดงผลงานศิลปะที่งดงามของฉันบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ทำไมฉันถึงจะไม่มีความสุขล่ะ" อลีซ่า หลิว กล่าว
ในโลกของกีฬาที่ตัดสินทุกอย่างด้วยชัยชนะและผลการแข่งขัน ความคาดหวัง, ความกดดันจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาเป็นปกติ และนักกีฬาไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ จากปัจจัยความสำเร็จที่ต้องมีให้เห็นเป็นชิ้นเป็นอันอยู่เสมอ
ขณะที่ "ความสำเร็จ" ถูกวัดด้วยผลงานในสนาม "อลีซ่า หลิว" (Alysa Liu) นักฟิกเกอร์สเก็ตสาวทีมชาติสหรัฐอเมริกา เจ้าของเหรียญทองฟิกเกอร์สเก็ตหญิง ในศึกโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 เธอกลับเลือกที่จะนิยามคำ ๆ นั้น ในมุมที่ต่างออกไป และพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเธอ แท้จริงแล้วคืออะไร ?
ติดตามเรื่องราวของเธอ ไปกับ Main Stand
เด็กหญิงอัจฉริยะ
"อลีซ่า หลิว" (Alysa Liu) เกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2005 เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ เติบโตอยู่ในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐอเมริกา เรียนรู้และฝึกฝนการเล่นกีฬาฟิกเกอร์สเก็ตอยู่บนลานสเก็ตน้ำแข็งแถวบ้านตัวเองต้ังแต่อายุ 5 ขวบ และเริ่มฉายแววจากการที่เธอสามารถลงแข่งขันในรายการได้อย่างจริงจังตอนอายุ 7 ขวบ
คุณพ่อของเธอ อาเธอร์ หลิว เป็นชาวจีนที่ลี้ภัยจากประเทศบ้านเกิด มาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เขาเป็นส่วนหนึ่งของนักศึกษาแกนนำผู้เข้าร่วมกลุ่มต่อต้านรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์ ในเหตุการณ์ประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เมื่อปี 1989 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นจบลงด้วยการที่รัฐบาลประกาศกฎอัยการศึก สั่งให้ทหาร นำอาวุธปืน กระสุนจริง และรถถัง เข้าสลายการชุมนุมของประชาชน กลายเป็นเหตุนองเลือด มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 700 คน
หลังเหตุการณ์ที่เทียนอันเหมินจบลง รัฐบาลได้มีการไล่จับกลุ่มผู้ชุมนุมเพิ่มเติม ซึ่งหนึ่งในนั้นมี อาเธอร์ หลิว อยู่ในลิสต์รายชื่อที่รัฐบาลจีนในขณะนั้น ต้องการตัว

การปล่อยให้ตัวเองโดนรัฐบาลจับกุมตัว ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในหัวของ อาเธอร์ เขาเลือกที่จะหลบซ่อนตัวเองไม่ให้ทางการหาตัวเจอ และแอบเดินทางออกจากจีน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายของประเทศในเวลานั้น ที่ห้ามประชาชนเดินทางออกนอกประเทศ และคาดว่า อาเธอร์ เองน่าจะถูกรัฐบาลจีนขึ้นบัญชีดำไว้แล้ว ซึ่งทำให้เขาถูกจำกัดสิทธิ์การเดินทางออกนอกประเทศ และถูกยึดหนังสือเดินทาง เพื่อป้องกันการอ้างว่าจะไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ แต่แท้จริงคือต้องการลี้ภัยทางการเมือง
อาเธอร์ แอบเดินทางออกจากจีนได้สำเร็จ เขาหนีไปยังฮ่องกง ก่อนจะทำเรื่องลี้ภัย ย้ายไปอยู่ที่เมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐอเมริกา ได้อย่างถูกกฎหมาย และเริ่มต้นใช้ชีวิตครั้งใหม่ที่นั่น ในวัย 25 ปี เขาทำงานเป็นพนักงานเก็บโต๊ะในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพื่อเก็บเงินส่งตัวเองเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย จนเรียบจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย อีสต์เบย์ และปริญญาวิชาชีพทางกฎหมาย จากวิทยาลัยกฎหมายของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก แล้วทำงานเป็นทนายความ
ก่อนหน้านี้ อาเธอร์ เคยมีภรรยา แต่หย่าร้างไปโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้มีลูกด้วยกัน ตัวเขาที่ย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่สหรัฐฯ แล้ว อยากมีลูก แต่ว่าไม่มีภรรยา จึงเลือกวิธีการ ผสมเทียม และ อุ้มบุญ ด้วยการนำเชื้ออสุจิของเขา เข้าไปอยู่ในไข่ของผู้บริจาครายหนึ่ง ที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อและตัวตน แล้วฝากไว้ในมดลูกของแม่อุ้มบุญ ซึ่ง อลีซ่า หลิว ก็คือเด็กที่เกิดขึ้นมา
อลีซ่า เริ่มหัดเล่นฟิกเกอร์สเก็ตตั้งแต่ 5 ขวบ ตามความต้องการของคุณพ่อที่ชื่นชอบในกีฬาชนิดนี้ และเป็นแฟนตัวยงของ มิเชลล์ ควาน อดีตนักกีฬาฟิกเกอร์สเก็ตหญิงทีมชาติสหรัฐฯ เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกฤดูหนาว 1998 และเหรียญทองแดง ในโอลิมปิกฤดูหนาว 2002
ในตอนแรก อลีซ่า เรียนฟิกเกอร์สเก็ตแบบกลุ่มร่วมกับเพื่อน ๆ แต่เมื่อคุณครูที่เป็นผู้สอน เห็นศักยภาพของเธอที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ ในรุ่นเดียวกัน มีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางไอซ์สเก็ต จึงตัดสินใจบอกกับคุณพ่อ อาเธอร์ หลิว ให้พาเด็กหญิงในวัย 5 ขวบครึ่ง เปลี่ยนมาเรียนแบบเดี่ยว หรือไพรเวตแทน เพื่อหมายมั่นปั้นมือให้เด็กคนนี้ไปสุดทาง
เธอเริ่มเขียนประวัติศาสตร์ให้กับตัวเอง ในวัย 10 ขวบ กับการคว้าแชมป์ในการแข่งขัน ยูเอส แชมเปี้ยนชิพ ศึกฟิกเกอร์สเก็ตชิงแชมป์สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2016 ในรุ่น Intermediate ระดับกลาง ที่จะเป็นบันไดสำคัญสู่การก้าวขึ้นไปอยู่บนเวทีระดับอาชีพและทีมชาติ อย่าง Junior และ Senior ซึ่งในวัยเพียง 10 ขวบ ถือว่าน่าเหลือเชี่อมาก

จากนั้นสร้างปรากฏการณ์ต่าง ๆ มากมายในวงการฟิกเกอร์สเก็ตสหรัฐฯ อายุ 12 ปี กลายเป็นนักฟิกเกอร์สเก็ตหญิงสหรัฐฯ ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่สามารถโชว์ท่า Triple Axel หนึ่งในท่ากระโดดที่ยากที่สุดท่าหนึ่งในฟิกเกอร์สเก็ต ขึ้นกระโดดลอยตัวไปข้างหน้า หมุนตัวกลางอากาศ 3 รอบครึ่ง ได้สำเร็จในการแข่งขันระดับนานาชาติ และเป็นนักกีฬาหญิงที่ 3 ของสหรัฐฯ ที่สามารถทำท่านี้ได้ ต่อจาก ทอนย่า ฮาร์ดิ้ง ในปี 1991 และ คิมมี่ ไมส์เนอร์ ในปี 2005
กลายเป็นนักฟิกเกอร์สเก็ตหญิงสหรัฐฯ ที่อายุน้อยที่สุด ที่คว้าแชมป์ ยูเอส แชมเปี้ยนชิพ ตอนอายุ 13 ปี เมื่อปี 2019, ทำผลงานเป็นนักฟิกเกอร์สเก็ตหญิงสหรัฐฯ คนแรก ที่สามารถโชว์ท่า Triple Axel ได้สำเร็จ 3 ครั้ง ในการแข่งขันเดียว
และในการแข่งขัน จูเนียร์ กรังด์ปรีซ์ สหรัฐฯ เมื่อปี 2019 อลีซ่า ได้กลายเป็นนักฟิกเกอร์สเก็ตหญิงสหรัฐฯ คนแรก ที่ทำท่า Quad Lutz อีกหนึ่งท่ายากในฟิกเกอร์สเก็ต เป็นการสเก็ตถอยหลัง แล้วกระโดดหมุนตัว 4 รอบ ได้สำเร็จ และขึ้นท่า Triple Axel ท่าสุดยาก ที่กลายเป็นท่าไม้ตายประจำตัวของเธอไปแล้ว ได้สำเร็จในรายการนี้อีกด้วย
ด้วยผลงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่องในวัยเพียง 13 ปี ทำให้ อลีซ่า หลิว ได้รับการจับตามองว่าจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของเหรียญทองฟิกเกอร์สเก็ตหญิงเดี่ยว ในศึกโอลิมปิกฤดูหนาว ได้ในอนาคต
แต่ทว่าการเติบโตจากช่วงเด็กสู่วัยรุ่น มันได้ทำให้เธอต้องเจอกับอุปสรรคครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลงานบนลานน้ำแข็ง และเส้นทางที่จะเลือกเดิน
ความสงสัย
เมื่อ อลีซ่า เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ราว ๆ อายุ 14-16 ปี เธอต้องเจอกับภาวะที่ร่างกายเติบโตเร็วขึ้นกว่าปกติ หรือ Growth Spurt ซึ่งเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่จะเข้าสู่ช่วงที่ร่างกายเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตอนอายุ 8-13 ปี และเข้าสู่ช่วงพีกเต็มที่ตอนอายุ 14-16 ปี ความสูงจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณ 7-9 เซนติเมตรต่อปี
ในเวลาเพียง 3 ปี อลีซ่า สูงขึ้นถึง 18 เซนติเมตร นับตั้งแต่ที่เธอคว้าแชมป์ ยูเอส แชมเปี้ยนชิพ ตอนอายุ 13 ปี เมื่อปี 2019 จาก 140 เซนติเมตร ขยับขึ้นมาเป็น 158 เซนติเมตร ตอนอายุ 16 ปี ในปี 2022

แน่นอนว่าการที่ร่างกายเติบโตขึ้นแบบพรวดพราดในเวลาไม่กี่ปี ส่งผลกระทบต่อการเล่นไอซ์สเก็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากความสูงที่เพิ่มขึ้นแล้ว สรีระร่างกายทั้งความยาวแขน, ขา, ลำตัวก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย ทำให้ อลีซ่า กระโดดหมุนตัวกลางอากาศยากขึ้น โดยเฉพาะท่าไม้ตายอย่าง Triple Axel และ Quad Lutz ที่เธอเคยทำได้ราวกับเป็นเรื่องง่ายในตอนเด็ก ตอนนี้มันไม่ง่ายเหมือนเดิม
เธอต้องใช้เวลาในการปรับตัวปรับจังหวะการเล่นให้เข้ากับร่างกายที่เติบโตขึ้นสักระยะ แก้ปัญหาเรื่องการกระโดดหมุนตัวได้ไม่ครบรอบที่ตัวเองต้องการ เนื่องจากต้องปรับสมดุลร่างกายใหม่ทั้งหมด แถมช่วงการเติบโตนี้เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่งทำให้การฝึกซ้อมในลานสเก็ตน้ำแข็งถูกจำกัด ส่งผลให้การปรับตัวกับร่างกายใหม่ทำได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลงานของเธอในช่วง Growth Spurt ก็ไม่ได้เข้าขั้นว่าแย่อะไร อย่างการจบอันดับ 7 ในศึกโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 ที่ปักกิ่ง ประเทศจีน ถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดของนักกีฬาสหรัฐฯ ในรายการนี้ ต่อด้วยการคว้าอันดับ 3 ในศึกชิงแชมป์โลก ที่ฝรั่งเศส ในปีเดียวกัน

หลังผ่านศึกชิงแชมป์โลกในปี 2022 อลีซ่า ยังคงฝึกซ้อมฟิกเกอร์สเก็ตอย่างเป็นประจำทุกวัน จนถึงจุดหนึ่งที่เธอมีความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมีความรู้สึกแบบนี้
ย้อนกลับในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 เมื่อช่วงปี 2020 ผู้คนต้องกักตัวอยู่ในบ้าน สถานที่ต่าง ๆ ต้องหยุดพักกิจการชั่วคราว ลานสเก็ตน้ำแข็งในแคลิฟอร์เนียก็เช่นกัน และนั่นทำให้ตารางการฝึกซ้อมของ อลีซ่า หลิว มีช่วงที่หยุดชะงัก จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
เดิมทีเธอใช้เวลาในทุกวันไปกันการฝึกซ้อมฟิกเกอร์สเก็ต ทั้งเช้าและบ่าย ซ้อมเสร็จเดินทางกลับหอพัก ฟื้นฟูร่างกาย นอนหลับพักผ่อน ตื่นเช้ามาก็ไปฝึกซ้อม เป็นแบบนี้วนเวียนไป 7 วันต่อสัปดาห์ เรียกได้ว่าหายใจเข้าออกก็เจอแต่สเก็ตน้ำแข็ง มาตั้งแต่ 5 ขวบ
พอมาเห็นตารางการฝึกซ้อมของตัวเองที่มีช่วงเว้นว่างแล้ว เธอกลับรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"นั่นเป็นการหยุดพักครั้งแรกในชีวิตของฉันเลยนะ" อลีซ่า หลิว ที่เล่นสเก็ตน้ำแข็งทั้งเช้าและบ่าย 7 วันต่อสัปดาห์ มานานหลายปี กล่าวกับ The Guardian
"ในช่วงที่ต้องกักตัว ฉันรู้สึกว่า 'ว้าว ! นี่สินะคือที่การไม่ได้เล่นสเก็ตน้ำแข็ง' และฉันก็ชอบมันมาก"
เธอยังคงฝึกซ้อมต่อไป ท่ามกลางภาวะการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วที่ต้องเจอ และการแพร่ระบาดของโควิด 19 อลีซ่า ในวัย 15 ปี เผชิญบทเรียนการฝึกสอนแบบตัวต่อตัวอย่างเข้มข้น จนวันหนึ่งเธอได้ลองนอนลงบนพื้นน้ำแข็ง เปิดเพลงฟังแล้วถามกับตัวเองว่า
"ฉันกำลังทำอะไรอยู่ ? ฉันต้องการอะไรจากกีฬานี้ ? ฉันไม่เคยมีเวลาได้หยุดคิดสักนิดเลย ฉันอยู่คนเดียวบนลานสเก็ตมาเป็นเวลานาน ฉันยังไม่เคยได้คุยกับตัวเองแบบจริงจังสักที"
"ฉันยังไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งที่อยากจะลองทำ ฉันโตขึ้นมาก แต่ก็ยังเด็กมาก ฉันรู้ว่าถ้าฉันยังเล่นสเก็ตต่อไป ฉันคงจะไม่มีโอกาสนั้น"

ในศึกโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 ที่ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากข้อจำกัดของโควิด 19 ทำให้แฟนกีฬาจากต่างประเทศ ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาชมการแข่งขัน นักกีฬาส่วนใหญ่จะถูกจำกัดให้อยู่ในหมู่บ้านนักกีฬา อลีซ่า ได้ใช้เวลาที่อยู่ในหมู่บ้านนักกีฬา เปิดรับประสบการณ์ใหม่ เพลิดเพลินกับช่วงเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มีคุณค่าสำหรับเธอเป็นอย่างมาก เช่น เรียนภาษาจีนกลาง นั่งกินติ่มซำตอนอาหารเช้า ซึ่งเธอจบอันดับที่ 7 ในรายการนี้
จากนั้น หลังเธอคว้าอันดับ 3 ในศึกชิงแชมป์โลก ที่ฝรั่งเศส เมื่อปี 2022 อลีซ่า ในวัย 16 ปี ได้แจ้งข่าวช็อกต่อวงการฟิกเกอร์สเก็ตสหรัฐฯ ด้วยการประกาศ "รีไทร์" จากอาชีพนักกีฬาสเก็ตน้ำแข็ง ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เธอบอกว่าได้ตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้นานหลายเดือนแล้ว พร้อมเหตุผลว่า
"เบื่อแล้ว"
"ฉันอยากจะจบช่วงเวลาของการเล่นสเก็ต ไว้ที่ตรงนี้"
จากนั้นเธอก็ปิดใช้งานโซเชียลมีเดียของตัวเอง และหายตัวไปจากวงการและหน้าสื่อ
ฟังเสียงหัวใจตัวเอง
หลังใช้ชีวิตอยู่กับการฝึกซ้อมสเก็ต วนเวียนไปกลับระหว่างหอพัก และลานน้ำแข็งมานานกว่า 11 ปี ในปี 2023 อลีซ่า หลิว วัย 17 ปี ได้ออกมาใช้ชีวิตวัยรุ่นตามความต้องการของเธอ ที่อยากจะเห็นตัวเองในแง่มุมอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สเก็ตน้ำแข็งบ้าง
เธอเปิดเผยในภายหลังว่าช่วงเวลาที่ต้องอยู่กับสเก็ตน้ำแข็ง มีบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกกดดันและอึดอัด เช่น การดื่มน้ำ ที่เธอถูกโค้ชกำชับบ่อย ๆ ว่าให้ดื่มน้ำในปริมาณที่จำกัดมาก เพื่อไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มจากน้ำ ต้องใช้วิธีการกลั้วคอเพื่อดับความกระหาย น้ำหนักจะได้ไม่เพิ่ม
หรือการถูกเคี่ยวเข็ญให้ฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ตลอดเส้นทางสเก็ตน้ำแข็ง เธอต้องสามารถทำทุกท่าในสนามให้ได้อย่างต่อเนื่อง ท่าละ 5 ครั้งติดต่อกัน และนั่นจึงไม่แปลกหากเธอสามารถขึ้นท่า Triple Axel หนึ่งในท่ากระโดดที่ยากที่สุดท่าหนึ่งในฟิกเกอร์สเก็ต ได้อย่างง่ายดาย จนกลายเป็นท่าไม้ตายประจำตัว

"ทุกอย่างถูกตรวจสอบ ทุกอย่างถูกควบคุม มันบ้ามาก ฉันถูกสั่งไม่ให้ดื่มน้ำ เพราะน้ำหนักตัวจะเพิ่มจากน้ำในร่างกาย ห้ามดื่มน้ำ ให้กลั้วคอแทน มันบ้ามาก มันบ้าจริง ๆ" อลีซ่า หลิว ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Rolling Stone
"ฉันอยู่กับการฝึกซ้อมด้วยกฎ 'ทำทุกอย่างให้ได้ 5 ครั้ง' เช่น ทำท่า Double Axel หมายความว่า ฉันต้องทำท่า Double Axel ให้ได้ 5 ครั้ง ติดต่อกัน หากล้มแม้แต่ครั้งเดียว ต้องกลับไปเริ่มใหม่ทั้งหมด"
ช่วงที่เธอหยุดเล่นสเก็ตไป อาเธอร์ หลิว พ่อของเธอ ให้สัมภาษณ์กับ USA Today ว่าลูกสาวของเขามีความรู้สึกที่แย่กับสเก็ตน้ำแข็ง และพยายามจะไม่เอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่ง ๆ นั้นอีก
"เธอ (อลีซ่า) ไม่มีความสุขเลย เธอหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านลานสเก็ตน้ำแข็งอยู่ตลอด เธอทรมาน และเธอไม่ยอมเข้าใกล้ลานสเก็ตน้ำแข็งอีก" อาเธอร์ หลิว กล่าว
ชีวิตหลังรีไทร์ อลีซ่า ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย UCLA ภาควิชาจิตวิทยา ใช้ชีวิตวัยเรียนแบบเต็มที่ และนอกเวลาเรียน เธอได้ไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวครั้งแรกที่ เม็กซิโก ออกไปเดินป่าปืนเขากับเพื่อน ๆ ลองใช้ชีวิตแแบบไม่มีอินเทอร์เน็ต ลองเล่นกีฬาอื่น ๆ เช่น เทนนิส วอลเลย์บอล และบาสเกตบอล ค้นหาความสุขจากสิ่งตาง ๆ ที่เธอไม่เคยได้สัมผัส
ใช้เวลาไปกับการดูภาพยนตร์หลายเรื่อง อย่างภาพยนตร์ที่เธอชื่นชอบนั้นเป็นผลงานอนิเมะญี่ปุ่น ชื่อเรื่องว่า Spirited Away (มิติวิญญาณมหัศจรรย์) และ Children of the Sea ซึ่งอนิเมะสองเรื่องนี้ได้กลายเป็นจุดที่ทำให้เธอมีความสนใจในโลกอนิเมะ และนำไปสู่การพาตัวเองมาดื่มด่ำกับผลงานอนิเมะในรูปแบบทีวีซีรีส์เรื่องต่าง ๆ ในเวลาต่อมา
เธอยังคงออกกำลังกายเพื่อรักษาสภาพร่างกายให้คล่องตัวและยืดหยุ่นอยู่เสมอ หนึ่งในเป้าหมายชีวิตของเธอ คือการที่สามารถตีลังกาได้แม้จะอายุมากแล้วก็ตาม

กระทั่งมีวันหนึ่งที่เธอได้มีโอกาสไปเล่นสกีกับเพื่อน ๆ มันได้กลายเป็นตัวจุดประกายบางอย่างให้เธอกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ของตัวเองกับการเล่นไอซ์สเก็ต ขณะที่ไถสกีลงเนินด้วยความเร็วเต็มที่ อลีซ่า ก็สัมผัสได้ว่า "จริง ๆ แล้ว ฉันอยากกลับไปเล่นไอซ์สเก็ตอีกครั้ง"
แต่ด้วยการที่เธอเคยประกาศหันหลังให้กับกีฬานี้ไปแล้ว อลีซ่า รู้ได้ทันทีว่าเธอจะถูกมองว่าเป็นพวกเอาแต่ใจ ชอบทำอะไรตามอารมณ์ อย่างแน่นอน หากจะกลับหวนสู่เส้นทางนักกีฬาฟิกเกอร์สเก็ตอีกครั้ง
"ฉันรักกีฬา ฉันรักการเคลื่อนไหวที่พลิ้วไหว ฉันรักเสียงดนตรี และการเต้นรำ นั่นมันคือการเล่นสเก็ตใช่หรือเปล่า ?" อลีซ่า หลิว กล่าวพร้อมหัวเราะ
เพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจว่านี่คือความรู้สึกที่แท้จริง ในช่วงปิดเทอม อลีซ่า จึงตัดสินใจกลับมาฝึกซ้อมสเก็ตน้ำแข็งอีกครั้ง ลงสนามขัดสนิมสัปดาห์ละครั้งที่ลานน้ำแข็งแถวบ้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ใจของเธอปิดกั้นจากกีฬาชนิดนี้มานานเป็นปี ผ่านคำบอกเล่าของคุณพ่อ
และเธอค้นพบได้อย่างทันทีว่า เธอยังคงสามารถกระโดดทำท่าที่ยาก และซับซ้อน ได้เหมือนกับเมื่อตอนที่เธอเป็นเด็ก แม้จะพยายามละทิ้งการเล่นไอซ์สเก็ตไป สุดท้ายเธอก็ถูกดึงกลับมาอยู่ที่ลานน้ำแข็งอีกครั้งอยู่ดี
"การแค่อยากอยู่บนลานน้ำแข็งเพื่อความสนุก ไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะตารางฝึกซ้อม นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกแล้วว่า ฉันยังชอบมัน (ไอซ์สเก็ต) อยู่" อลีซ่า หลิว กล่าว
การกลับมาเล่นสเก็ตน้ำแข็งในคราวนี้ มันไม่เหมือนกับตอนก่อนเลิกเล่น ความรู้สึกของเธอมันแตกต่างไปจากเดิม
บนโลกใบใหม่
อลีซ่า เล่าว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อของเธอเป็นคนที่ดูแล และตัดสินใจทุกอย่างเกี่ยวกับการเล่นไอซ์สเก็ตให้กับเธอ ทั้งการจ้างโค้ชและให้เธอฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เธอรู้สึกเหมือนถูกทุกคนบีบให้ต้องเล่นฟิกเกอร์สเก็ต ถูกคาดหวังว่าจะต้องเป็นนักกีฬาที่เก่ง
จำกัดความง่าย ๆ ก็คือ ที่ผ่านมา เธอเล่นสเก็ตน้ำแข็งด้วยความรู้สึกที่ว่า "ฉันต้องเล่น"
แต่ครั้งนี้เธอกลับมาเล่นสเก็ตน้ำแข็งอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป นั่นคือ "ฉันอยากเล่น"
"และฉันก็ไม่ได้มาเล่นเอาสนุก ๆ ด้วย ฉันอยากเล่นจริง ๆ"

ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปในครั้งนี้ ส่งไปถึง ฟิลลิป ดีกูเยลโม โค้ชที่เธอติดต่อหาทันที หลังตัดสินใจได้แล้วว่าจะกลับมาแข่งฟิกเกอร์สเก็ตอีกครั้ง ซึ่งเธอได้โค้ชคนนี้เป็นผู้ฝีกสอนให้ตั้งแต่ที่เธออายุ 5 ขวบ ทั้งคู่จึงมีความเข้าขารู้ใจกันเป็นอย่างดี ผ่านการพูดคุยกัน 2 ชั่วโมง ทั้งคู่ก็ตกลงที่จะกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งในปี 2024
เธอกลับมาซ้อมอย่างเต็มรูปแบบในวัย 18 ปี ที่เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เน้นฝึกไปที่ความอึด และเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เป็นแผนการฝึกที่เธอคิดขึ้นมาด้วยการได้คำแนะนำจากโค้ชมาช่วยเสริมเพิ่มเติม เธอตั้งใจว่ากลับมาครั้งนี้ จะขอเป็นคนตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง
"ฉันเล่นสเก็ตด้วยเหตุผลที่แตกต่างออกไป ตอนนี้ฉันเล่นสเก็ตเพราะอยากเล่นจริง ๆ และอยากแสดงตัวตนออกมา ฉันมีทีมที่ฉันเลือกเอง เป็นคนที่ฉันไว้ใจ ฉันรู้ว่าฉันเป็นใคร และไม่ต้องการให้ใครมาเป็นคนกำหนดฉัน" อลีซ่า หลิว พูดถึงการกลับมาเล่นสเก็ตน้ำแข็งอีกครั้ง
ตลอดกว่า 1 ปี ที่ อลีซ่า คัมแบ็กสู่การแข่งขันฟิกเกอร์สเก็ต ในช่วงปี 2024-2025 เธอคว้าแชมป์ไป 6 รายการ จากการลงแข่งไป 13 รายการ ถือเป็นผลงานที่เกินคาดมาก สำหรับคนที่ห่างหายจากการเล่นสเก็ตไปนาน 2 ปี
เข้าสู่ปี 2026 กับรายการใหญ่อย่าง โอลิมปิกฤดูหนาว ปีนี้จัดขึ้นที่อิตาลี แม้ อลีซ่า จะกลับเข้าสู่วงการได้ไม่ถึง 2 ปี แต่ด้วยผลงาน พรสวรรค์ และความสามารถที่แสดงออกมา เธอได้กลายเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่หลาย ๆ คนจับตามองในการแข่งขันฟิกเกอร์สเก็ต หญิงเดี่ยว ของศึกโอลิมปิกครั้งนี้
อลีซ่า หลิว ลงแข่งโอลิมปิกครั้งนี้ เป็นหนที่สอง สีหน้าแววตาของเธอดูไร้ความกดดัน มีแต่รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข โค้ชของเธอ ฟิลลิป ดีกูเยลโม ได้กล่าวก่อนแข่งว่า "อลีซ่า ดูผ่อนคลายและแตกต่างจากทุกคน เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อคว้าเหรียญรางวัล เธอมาที่นี่เพื่อเล่นสเก็ต และสนุกกับมัน เธอกำลังมีความสุข"
ฟิกเกอร์สเก็ต หญิงเดี่ยว รูปแบบการแข่งขันโดยทั่วไป เช่น โอลิมปิก จะแบ่งการแข่งขันเก็บคะแนน 2 รอบ รอบละ 1 วัน ใครทำคะแนนรวมกันได้มากที่สุด ก็จะเป็นผู้ชนะ ซึ่งวันแรกเป็นการแข่งขัน Short Program มีเวลา 2 นาที 40 วินาที ให้นักกีฬาแต่ละคนขึ้นแสดง ด้วยท่าบังคับที่กำหนดไว้ให้ เน้นความแม่นยำของการขึ้นท่า
วันที่สองเป็นการแข่งขัน Free Skating นักกีฬาขึ้นแสดงด้วยเพลงที่แต่ละคนต้องการ ภายในเวลา 4 นาที เลือกใช้ท่าต่าง ๆ ทำการแสดงได้อย่างเต็มที่ เน้นเทคนิคและความอลังการ สร้างความประทับใจให้ผู้ชม
ในวันแรก รอบ Short Program อลีซ่า เลือกที่ประคองตัวเองให้อยู่ในหัวแถวของตารางคะแนน ไม่เลือกเสี่ยงใช้ท่ายากเกินไปจนมีโอกาสพลาดเสียคะแนนสูงในการแข่งขันรอบนี้ เน้นโชว์การแสดงให้ครบรอบ เพื่อเก็บคะแนนที่ควรเก็บให้ได้เอาไว้ก่อน ซึ่งขณะที่ขึ้นแสดง เธอโลดแล่นอยู่บนพื้นน้ำแข็งด้วยรอยยิ้ม ดูมีความสุขอยู่ตลอด

จบรอบนี้ เธออยู่อันดับที่ 3 บนตารางคะแนนรวม ทำได้ 76.59 คะแนน เป็นรองเพียง คาโอริ ซาคาโมโตะ นักกีฬาจากญี่ปุ่น เจ้าของเหรียญทองแดงใน โอลิมปิกฤดูหนาว 2022 อันดับ 2 ที่ทำได้ 77.23 คะแนน และ อามิ นาคาอิ สาวน้อยพลังงานล้นเหลือ วัย 17 ปี จากญี่ปุ่น อันดับ 1 ของรอบนี้ ที่กดไป 78.71 คะแนน
คะแนนของ อลีซ่า ตามหลังผู้นำจากญี่ปุ่นไม่มากนัก เพียงแค่ 2.12 คะแนน มีโอกาสที่เธอจะทำคะแนนแซงได้ในรอบ Free Skating แต่ในเวลานั้น ดูเธอไม่สนใจเรื่องนี้แล้ว ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ความเครียด, ความกดดัน ปรากฏอยู่บนตัวเธอเลยแม้แต่น้อย
ในวันที่สอง รอบ Free Skating การแข่งขันจะเริ่มจากคนที่ได้คะแนนน้อยที่สุดในรอบ Short Program ขึ้นทำการแสดงเป็นคนแรก ไล่ไปเรื่อย ๆ จนปิดท้ายที่คนที่ได้คะแนนมากที่สุด ก็คือ อามิ นาคาอิ
นั่นเท่ากับ ในบรรดา 3 อันดับแรกจากรอบ Short Program อลีซ่า หลิว จะได้ขึ้นแสดงก่อน กลายเป็นโอกาสที่เธอจะได้ทำคะแนนจากรอบ Free Skating แซงขึ้นไปอันดับ 1 เพื่อสร้างแรงกดดันให้กับอีก 2 คนที่เหลือ
อลีซ่า ขึ้นแสดงรอบ Free Skating เลือกใช้เพลง MacArthur Park Suite ของ ดอนน่า ซัมเมอร์ ซึ่งใน 4 นาทีของการแสดง เธอเลือกหยิบเอาท่าในระดับปานกลางมาใช้แสดงเป็นชุด ๆ เป็นคอมโบในช่วงแรก เพื่อเก็บคะแนนที่ควรจะเก็บให้ได้เป็นอย่างน้อย
ก่อนจะเริ่มขึ้นท่ายาก ๆ บ้างในช่วง 2 นาทีสุดท้ายของเพลง ที่จะมีการให้คะแนนโบนัสพิเศษ 10% ของท่านั้น ๆ จำนวน 3 ครั้ง เพื่อหวังโกยแต้มเป็นการปิดฉาก ซึ่งเธอทำได้สำเร็จทั้งหมด
แต่ที่น่าสนใจกว่าการใช้ท่าต่าง ๆ คืออารมณ์ร่วมของ อลีซ่า หลิว เธอทำการแสดงออกมาด้วย Passion ที่เต็มเปี่ยม ผ่านสีหน้าแววตา รอยยิ้มแห่งความสุข ท่าทาง ท่วงทำนอง ท่าเต้นที่มีแต่ความสนุกสนาน ราวกับว่าเธอไม่ได้มาเพื่อแข่งขัน แต่มาเพื่อจะแสดงศิลปะที่สวยงามของไอซ์สเก็ต
การแสดงของเธอทำให้ผู้ชมดูแล้วมีความสุขตาม ดูแล้วไม่รู้สึกเครียดหรือกดดัน เหมือนได้ดูคนที่กำลังทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และมีความสุขกับมัน
เป็น 4 นาที ที่แม้แต่คนที่ไม่รู้กฎกติกาของฟิกเกอร์สเก็ต ก็ดูแล้วรู้สึกสนุกและเพลิดเพลิน
อลีซ่า ได้คะแนนจากรอบ Free Skating ไป 150.20 คะแนน รวมกับของเดิม 76.59 คะแนน กลายเป็น 226.79 คะแนน ขึ้นแท่นอันดับที่ 1 ของการแข่งขัน สร้างแรงกดดันให้กับ 2 นักกีฬาจากญี่ปุ่น ที่จะต้องขึ้นแสดงต่อทันที
ในรอบของ คาโอริ ซาคาโมโตะ เธอต้องทำผลงานในรอบ Free Skating ให้ได้ 149.57 คะแนน ถึงจะแซง อลีซ่า หลิว ขึ้นเป็นอันดับที่ 1 แต่ปรากฏว่า เธอมีจุดที่พลาดเล็กน้อยระหว่างการแสดง ทำให้ได้ไป 147.67 คะแนน รวมเป็น 224.90 คะแนน รั้งอันดับ 2 ไม่เพียงพอที่แซงนำเป็นจ่าฝูง
และปิดท้ายด้วย อามิ ทาคาอิ ผู้นำจากรอบ Short Program เธอต้องทำให้ได้ 148.09 คะแนน เพื่อเหรียญทอง แต่ก็ไม่สำเร็จเช่นกัน เก็บไปได้ 140.45 คะแนน รวมเป็น 219.16 คะแนน จบอันดับ 3
นั่นจึงทำให้บทสรุปออกมาเป็น อลีซ่า หลิว คว้าเหรียญทองในกีฬาฟิกเกอร์สเก็ต หญิงเดี่ยว ในศึก โอลิมปิกฤดูหนาว 2026 กลายเป็นเหรียญทองแรก ในรอบ 24 ปี ของสหรัฐอเมริกา ในกีฬาฟิกเกอร์สเก็ต หญิงเดี่ยว ของรายการนี้ ต่อจาก ซาร่าห์ ฮิวจ์ เมื่อปี 2002

แม้จะหายไปจากวงการนาน 2 ปี แต่ อลีซ่า หลิว ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ถอยออกไปเยียวยาหัวใจสักช่วงเวลาหนึ่ง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขที่แท้จริง และมั่นคงกว่าเดิม ทำให้เธอกลับมาผงาดบนลานน้ำแข็งอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มที่เกิดจากการเลือกที่จะมีความสุขในแบบของตัวเอง
"ฉันมีความสุขที่สุดตอนที่ได้โลดแล่นอยู่บนพื้นน้ำแข็ง มันไม่มีอะไรที่จะทำให้ฉันมีความสุขไปมากกว่านี้แล้ว ฉันได้แสดงผลงานศิลปะที่งดงามของฉันบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ทำไมฉันถึงจะไม่มีความสุขล่ะ" อลีซ่า หลิว กล่าวหลังคว้าเหรียญทองโอลิมปิก
รอยยิ้มและการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานและความสุข บนลานน้ำแข็งโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ของ อลีซ่า หลิว ไม่ได้มาจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการปรับมุมมองของเธอใหม่ ว่าความสุขคือสิ่งที่สำคัญพอ ๆ กับผลการแข่งขัน หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ในบางครั้ง
"มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉัน กับการที่ฉันได้ทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ทําตามเงื่อนไขของตัวเอง และไม่มีใครมาบอกฉันว่าต้องทําอย่างไร ฉันโอเคไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญ คือ ฉันมีความสุขมากกับชีวิตที่เป็นอยู่ในตอนนี้"
แหล่งอ้างอิง :
https://usfigureskating.org/sports/figure-skating/roster/alysa-liu/1175
https://www.espn.com/olympics/story/_/id/47941438/2026-winter-olympics-alysa-liu-women-figure-skating
https://www.theguardian.com/sport/2025/mar/26/alysa-liu-figure-skating-world-championships-preview
https://web.archive.org/web/20191209234800/https://www.si.com/olympics/2019/05/16/alysa-liu-us-figure-skating-future-quads
https://www.aol.com/articles/olympic-hero-alysa-liu-reveals-123833253.html
https://www.olympics.com/en/milano-cortina-2026/news/winter-olympics-2026-alysa-liu-exclusive-i-was-peak-happiness-out-there-on-the-ice
https://www.nbcolympics.com/news/alysa-liu-champion-who-cant-stop-smiling