Feature

ภาพสะท้อนแข้งระดับโลก : 4 ปีที่ยากลำบากกับการโชว์คลาสของ กาเซมีโร่ | Main Stand

จาก "สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา" แห่ง มาดริด

 

สู่ 4 ปีที่ต้องต่อสู้กับคำสบประมาทในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องฟอร์มดี หรือฟอร์มตก แต่มันคือบทพิสูจน์ว่า "คลาส" ของ กาเซมีโร่ นั้นมีมากขนาดไหน 

ติดตามความยอดเยี่ยมของเขากับ Main Stand 

 

ปีแรกดั่งพระเจ้า 

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2018 เป็นต้นมา กาเซมีโร่ คือ 1 ในทริโอมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลกร่วมกับ ลูก้า โมดริช และ โทนี่ โครส ที่ เรอัล มาดริด 

ความยอดเยี่ยมของทริโอชุดนี้ นอกจากการกวาดทุกโทรฟี่ที่ลงแข่งขัน คือการแบ่งหน้าที่และสอดประสานกันอย่างลงตัว ซึ่งเมื่อเราจะพูดถึงเรื่องของ กาเซมีโร่ ก็ต้องยกเรื่องที่ เรอัล มาดริด มาเป็นตัวอย่างและอธิบายให้เห็นภาพ 

กาเซมีโร่ ตัดและชะลอเกม, โครส ควบคุมจังหวะให้เป็นอย่างใจ ขณะที่ โมดริช เด็ดดวงทะลวงแนวรับคู่แข่งได้ทั้งบอลสั้นและบอลยาว พวกเขาทั้ง 3 คนได้รับฉายา "สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา" จาก คาร์โล อันเชล็อตติ

"ผมเรียกพวกเขาว่า สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ด้วยเหตุผลเดียว เมื่อคุณหลงเข้ามาอยู่ท่ามกลางพวกเขา คุณไม่มีทางหาฟุตบอลเจอ ลูกฟุตบอลจะเหมือนถูกหลุมดำดูดกลืนหายไป" นี่คือความกลมกล่อมที่ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือ มาดริด ในเวลานั้นขยายความ 

จนกระทั่งในซัมเมอร์ปี 2022 ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในมือของ เอริค เทน ฮาก ต้องการมิดฟิลด์หมายเลข 6 เข้ามาเสริมทัพ เดิมทีเป้าของ เทน ฮาก คือ เฟรงกี้ เดอ ยอง จอมทัพของ บาร์เซโลน่า ทว่าสุดท้ายก็จีบไม่ติด จนกระทั่งเวลาในตลาดซื้อขายใกล้จะหมดลง บีบให้ ยูไนเต็ด ไม่สามารถรอ เดอ ยอง ได้อีกต่อไป พวกเขาต้องการเบอร์ 6 ชั้นดีในกรอบเวลาที่จำกัด และท้ายที่สุดหวยก็ไปออกที่ กาเซมีโร่ ในวัย 30 ปี 

มิดฟิลด์ตัวรับผู้พิชิตทุกแชมป์ ไม่เหลืออะไรให้ท้าทายที่ มาดริด แล้ว เขามาอยู่กับ ยูไนเต็ด ด้วยราคาราว 70 ล้านปอนด์ พร้อมค่าเหนื่อยอีกราว 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ด้วยสัญญา 4 ปี (จริง ๆ มีออปชั่นอีก 1 ปีด้วย แต่ไม่ได้ใช้) ว่ากันว่านับตั้งแต่วันที่เขาย้ายมา จนกระทั่งวันสุดท้ายของฤดูกาล 2025-26 จบลง ยูไนเต็ด จะเสียเงินกับดีล กาเซมีโร่ รวมสูงถึง 119 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ผลงานของ กาเซมีโร่ ในซีซั่นแรกกับ ยูไนเต็ด (2022-23) ต้องบอกว่าคือผลงานระดับทองล้อมเพชร เป็นกองกลางในแบบที่แฟนบอล ยูไนเต็ด ไม่เคยเห็นมานาน กล่าวคือมีความสมบูรณ์แบบทั้งการตัดเกม การเทิร์นบอลขึ้นหน้า และการเติมขึ้นมามีส่วนสำคัญในจังหวะยิงประตู เหนือสิ่งอื่นใดคือการนำมาซึ่งความ "นิ่ง" เหมือนมีพี่ใหญ่เข้ามาจัดการงานที่วุ่นวาย และทำให้คนอื่น ๆ รอบข้าง สงบขึ้นอีกหนึ่งระดับ ช่วงหกเดือนแรกของการค้าแข้งที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาถูกมองว่าเป็นผู้เล่นที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมอย่างแท้จริง

ความยอดเยี่ยมในซีซั่นแรกคือสิ่งที่แฟน ๆ น่าจะจดจำได้เป็นอย่างดีว่าเขาทำอะไรได้บ้าง เรียกได้ว่าครอบจักรวาล ไล่ตั้งแต่การตัดเกม เชื่อมเกม ไปจนถึงการยิงประตู หน้าที่ของเขาเหมือนกับมี โมดริช และ โครส อยู่ข้าง ๆ ด้วยตัวคนเดียว ... ช่วยให้ทีมของ เทน ฮาก คว้าแชมป์ คาราบาว คัพ และทำอันดับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้แบบสบาย ๆ 

แต่ในขณะที่แฟนบอลหลายคนฝันหวาน คิดว่า กาเซมีโร่ จะเล่นในฟอร์มแบบนี้ไปได้อีกอย่างน้อย 2-3 ปี สิ่งที่ต้องบอกว่า "ผิดคาด" ก็มาถึง 

หลังจบฤดูกาล 2022-23 กาเซมีโร่ ต้องสู้แบบกระเสือกกระสนมากกว่าเดิมหลายเท่า และบางครั้งหลายคนเริ่มมองว่าเขามาถึง "ขาลง" ซึ่งถ้าจะให้เทียบกับ 6 เดือนแรกที่ย้ายมา ก็ต้องบอกว่าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างแท้จริง 

 

ถูกตราหน้าว่า "ดีลยอดแย่" 

ฤดูกาลที่สอง (2023-24) ของ กาเซมีโร่ เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากกว่ามากหากเทียบกับซีซั่นแรก ถ้าจะถามว่ามากขนาดไหน เพื่อให้เห็นภาพก็คงต้องบอกว่า ฟอร์มไม่ดีจนส่งผลต่อมุมมองที่มีต่ออาชีพค้าแข้งของเขากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากคนที่เคยทำได้ทุกอย่าง กลายเป็นแทบจะถูกมองว่าเป็นกองกลางตกยุค ที่ไม่สามารถตามทันจังหวะของฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก และคู่แข่งในแดนกลางของทีมอื่น ๆ ได้อีกต่อไป 

จริงอยู่ว่าเขาไม่ใช่ตัวปัญหา 100% และไม่ใช่ปัญหาเดียวที่ ยูไนเต็ด มี เพราะในเวลานั้นก็ต้องยอมรับว่า เอริค เทน ฮาก ทำตัวเหมือนลิงแก้แห ยิ่งแก้แท็กติก หลายอย่างก็ยิ่งวุ่นวายไปหมด และมันไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยในฐานะกองกลางตัวรับที่อายุ 30 กว่าปี ... หลายคนมองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไร้วิสัยทัศน์ มองการณ์สั้นไปสำหรับดีลนี้ที่มีมูลค่ารวมหาศาลทั้งค่าตัวและค่าเหนื่อย 

เรื่องนี้เห็นได้ชัดเจนที่สุดในคืนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ให้กับ คริสตัล พาเลซ 0-4 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 เกมนั้นทุกคนแย่ทั้งทีม และ กาเซมีโร่ คือแพะตัวใหญ่ประจำวันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะเขาโดนมิดฟิลด์คนหนุ่มของ พาเลซ เล่นงานอย่างเละเทะไม่เป็นท่า

เจมี่ คาร์ราเกอร์ กูรูของ Sky Sports ถึงกับวิจารณ์เขายับ ๆ หลังเกมว่า "กาเซมีโร่ ควรบอกลาฟุตบอล ก่อนที่ฟุตบอลจะบอกลาเขา ตอนนี้ฟุตบอลระดับสูงได้ลาจากเขาไปแล้ว"

จะบอกว่า คาร์ราเกอร์ พูดผิด ณ เวลานั้นก็ไม่ได้ เพราะอีกไม่นานหลังจากนั้น ในเกมช่วงต้นฤดูกาล 2024-25 ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ถูก ลิเวอร์พูล ของ อาร์เน่อ ชล็อต บุกมายิงคาถิ่นถึง 3-0 เกมนั้น กาเซมีโร่ ก็เป็นแพะรับบาปอีกครั้งจากความ "ช้า" จนพลาด และโดน ลิเวอร์พูล ตัดบอลไปยิงจนได้ประตูถึง 2 ลูกในช่วงครึ่งแรก ซึ่งทำให้ เทน ฮาก ตัดสินใจเปลี่ยนเขาออกหลังจบ 45 นาที และส่งดาวรุ่งอ่อนพรรษาอย่าง โทบี้ คอลลีเยอร์ ลงมาแทน 

มันน่าเสียดายที่นักเตะอย่าง กาเซมีโร่ เดินทางมาถึงจุดนี้ จากพระเจ้า กลายเป็นนักเตะที่ไร้ค่าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเรื่องนี้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เธียร์รี่ อองรี วิเคราะห์ถึงเขาคล้าย ๆ กันว่า กาเซมีโร่ เป็นผู้โชคร้ายภายใต้แท็กติกของ เทน ฮาก ที่พยายามดันนักเตะขึ้นมาเล่นเกมรุกให้มากขึ้น ให้กองกลางดันขึ้นสูงเพื่อช่วยให้กองหน้าแย่งบอลคู่แข่งตั้งแต่หน้าปากประตู ทว่าจุดผิดพลาดกลับกลายเป็นการยืนตำแหน่งของกองหลังที่ไม่ได้ขยับขึ้นสูงตามตำแหน่งอื่น ๆ ด้วย 

เมื่อกองหน้าดันสูง กองกลางดันสูง แต่กองหลังไม่ไปตาม ผลก็คือพื้นที่ระหว่างกองกลาง กับ กองหลังจึงเปิดเยอะ คู่แข่งโจมตีพวกเขาที่จุดนั้น ภาพที่เราเห็นประจำ คือภาพที่ กาเซมีโร่ ต้องวิ่งไล่กวดตัวรุกคู่แข่งอย่างกระเสือกกระสน จนทำให้หลายคนเองก็คิดว่าเขาคงไม่เหลืออะไรให้พิสูจน์แล้ว 

ความดีงามเพียงอย่างเดียวในฤดูกาล 2023-24 ของ กาเซมีโร่ คือเขากลับมาฟอร์มดีถูกเวลาในช่วงท้ายซีซั่น เพราะทีมหันมาเล่นเป็นฝ่ายตั้งรับมากขึ้น และจบซีซั่นด้วยแชมป์ เอฟเอ คัพ ด้วยการชนะ แมนฯ ซิตี้ แบบสุดเซอร์ไพรส์ มันทำให้หลายคนคิดว่านี่คือฉากจบที่สวยที่สุดแล้ว กาเซมีโร่ คงดีกว่านี้ไม่ได้อีก ยิ่งในช่วงเวลานั้น กาเซมีโร่ มีข่าวกับทีมจากลีกซาอุดีอาระเบีย กระแสแฟนบอล ยูไนเต็ด แทบจะเห็นพ้องต้องกันทั้งหมดว่า ถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันเสียที ...

 

คืนชีพด้วยความเป็นมืออาชีพ

ในฤดูกาล 2024-25 ยูไนเต็ด เปลี่ยนกุนซือกลางคัน จาก เทน ฮาก เป็น รูเบน อโมริม กับระบบการเล่น 3-4-2-1 ซึ่งคุณสมบัติกองกลางในตำแหน่งเบอร์ 6 ที่ อโมริม อยากจะได้ ไม่ตรงกับที่ กาเซมีโร่ เป็น เพราะต้องเป็นเบอร์ 6 ที่มีพลังเยอะ วิ่งขึ้นลงช่วยเกมรับ-รุก พาบอลได้ ออกบอลได้ ว่าง่าย ๆ ก็คือ อโมริม จะ "ซื้อใหม่" แต่ประเด็นก็คือ กาเซมีโร่ ไม่ได้ย้ายออกไป และเจ้าตัวก็เลือกที่จะแสดงให้เห็นว่าตัวเองนั้นมีประโยชน์กับทีม 

 "เขาฉลาด เข้าใจเกม และรู้ว่าลูกบอลจะไปอยู่ที่ไหน แต่เราอยู่ในลีกที่มีความเข้มข้นแตกต่างกันมาก ดังนั้นผมรู้สึกว่าทีมของเราต้องการผู้เล่นที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งตอนนี้เรายังไม่มีผู้เล่นแบบนั้น" คำพูดของ อโมริม ยืนยันได้เป็นอย่างดี

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ความยอดเยี่ยมของ กาเซมีโร่ คือทัศนคติ นักเตะระดับโลกที่พิชิตทุกอย่างแบบเขาสามารถปล่อยจอย กินค่าเหนื่อย และรอย้ายออกไปเลยก็ได้ แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น เขาทิ้งอีโก้ของตัวเอง เลือกที่จะคุยกับ อโมริม ถึงสิ่งที่โค้ชชาวโปรตุกีสอยากจะให้เขาทำ ... และเมื่อเขารู้ว่าโค้ชต้องการอะไร เขาก็เริ่มลงมือทำ พัฒนามันแบบเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

"ผมเคยบอกว่า กาเซมีโร่ ไม่ได้อยู่ในรายชื่อตัวจริง แต่ข้างหลังฉากนั้น ผมได้เห็นเขาพยายามต่อสู้ เขาอยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าดีพอที่จะแย่งตำแหน่งนั้นได้ ซึ่งในท้ายที่สุดผมว่ามันยุติธรรมมากที่เขาจะเป็นคนที่ได้ตำแหน่งนั้น เขามีทัศนคติของนักสู้ และแสดงให้เห็นว่ามีบางสิ่งที่สำคัญมาก ๆ กับทีมของเรา" อโมริม กล่าวหลังที่สุดแล้ว กาเซมีโร่ กลับมายึด 11 ตัวจริงได้แบบต่อเนื่องอีกครั้งในช่วงปลายซีซั่น

กาเซมีโร่ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่ปลายซีซั่น 2024-25 จนถึงช่วงต้นซีซั่น 2025-26 โดยเฉพาะช่วงต้นซีซั่นนี้ สถิติฟ้องว่า จาก 20 ประตูที่ทีมของอโมริมเสียไปในทุกรายการแข่งขัน มิดฟิลด์วัย 33 ปีรายนี้ไม่ได้อยู่ในสนามถึง 15 ประตู และมีหลายเกมที่ ยูไนเต็ด รักษาคลีนชีตได้จนกระทั่งเขาถูกเปลี่ยนตัวออก 

แม้ฟอร์มโดยรวมจะไม่ได้ดีถึงขั้นเทพเจ้าเหมือนในช่วง 6 เดือนแรกที่ย้ายมา แต่ทีมก็ขาดเขาไม่ได้ เขาเปิดใจให้ อโมริม ยอมรับ และสิ่งที่พิเศษยิ่งกว่านั้นคือ นักเตะในทีมแทบทุกคนพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า การมี กาเซมีโร่ อยู่ในทีม คือการทำให้พวกเขาสามารถเข้าใจว่านักเตะระดับโลกเป็นอย่างไร และคำว่า "คลาส" ที่แท้จริง ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวเองแบบไหนบ้าง

"เขาสำคัญมากสำหรับเรา เขาวิ่งเยอะมาก ต้องกดดันสูง แล้วก็ถอยลงมาช่วย ซึ่งเขาก็ทำได้ดี ผมจึงพอใจกับเขามาก และคนอื่น ๆ ก็ควรเอาแบบอย่างจาก กาเซมีโร่ ด้วย" 

"เราทุกคนเข้าใจว่าฟุตบอลยุคนี้เปลี่ยนแปลงได้เร็วมาก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้เลยคือคุณต้องทำงานหนัก ถ้าคุณคือคนที่เหมาะสมที่สุด หรือผมคิดว่าคุณคือคนที่สมควรที่สุดที่จะได้เล่น คุณจะได้ลงเล่น"

"กาเซมีโร่ คือคนที่ทำทุกอย่างได้อย่างถูกต้อง ในตอนแรกที่ผมมาเขาตามหลังกองกลางทุกคนในทีม (หมายถึงเป็นตัวเลือกสุดท้าย) แม้แต่ โทบี้ [คอลลีเยอร์] แต่เขาต่อสู้และทำงานหนัก และตอนนี้เขากลับมาติดทีมชาติแล้ว" อโมริม กล่าวประโยคนี้ได้ไม่นานนัก เขาก็โดนปลดออกจากตำแหน่งกุนซือไป ... แต่ที่แน่ ๆ คลาสและความสำคัญของ กาเซมีโร่ ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ยังคงอยู่ และเขายังเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งหมายเลข 6 ของทีม แม้จะอายุ 33 ปีแล้วก็ตาม 

ตลอดช่วงเวลาเกือบ ๆ 4 ปีที่ ยูไนเต็ด กาเซมีโร่ ผ่านช่วงเวลาทั้งดีและแย่มาไม่น้อย แม้จะไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าดีลของเขาคือดีลสุดคุ้มค่าที่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยงราคา แต่อย่างน้อย ๆ สิ่งที่พูดได้ตรงกันคือ การซื้อเขาไม่ใช่ดีลที่ผิดพลาด เพราะอย่างน้อยเขาได้แสดงทุกอย่างที่ตัวเองมี และทำทุกอย่างที่ตัวเองควรจะทำ ... ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ทำให้ทุกคนในสโมสรนี้เห็นว่า นักเตะแบบไหนที่เรียกว่า "นักเตะระดับโลก" อย่างเต็มภาคภูมิ

แม้จะเป็น 4 ปีที่เหนื่อยกว่าตอนที่เล่นให้กับ เรอัล มาดริด เยอะ แต่ช่วงเวลาที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นช่วงเวลาที่ กาเซมีโร่ สร้างความภูมิใจให้กับตัวเองได้อย่างแท้จริง 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.nytimes.com/athletic/6992145/2026/01/22/casemiro-man-united-exit-contract/
https://www.nytimes.com/athletic/6986127/2026/01/21/manchester-united-derby-win-carrick/
https://www.espn.co.uk/football/story/_/id/46944453/how-casemiro-revived-sputtering-man-united-career-premier-league
https://www.goal.com/en-in/lists/casemiro-surprisingly-claims-2024-25-one-of-most-successful-seasons-of-my-career-real-madrid-legend-delighted-turned-things-around-man-utd/blteb1c45e6b2ef7925

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Photo

วัชพงษ์ ดวงแปง

Main Stand's Backroom staff

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ