News

กัปตันแว่นดำ : ความมืดบอดที่มีแสงสว่างในหัวใจ

จำได้ว่าตอนผมเริ่มเป็นช่างภาพฟุตบอลใหม่ๆ เมื่อ 12 ปีก่อน ตอนนั้นก็ได้ยินชื่อของ ประครอง บัวใหญ่ นักฟุตบอลคนตาบอด ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลคนตาบอด ชิงแชมป์ประเทศไทย ปี พ.ศ.2554

 


แม้เขาจะไม่เคยเห็นผม แต่ผมเห็นเขามาตลอด พวกเขาสร้างผลงานการเป็นรองแชมป์เอเชีย ปี 2022 รวมถึงการคว้าตั๋วไปบอลโลกครั้งที่สอง ได้สำเร็จ นับว่าเป็นผลงานที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาของประเทศไทยได้สำเร็จ

ล่าสุดมีโอกาสมาถ่ายฟุตบอลคนตาบอด 2023 Asia & Pacific Invitational Blind Football Tournament ก่อนทีมชาติไทยจะคว้าแชมป์ได้ไปครอง

ภาพที่ทุกคนยกตัว ประครอง บัวใหญ่ ขึ้นมาดีใจกันอย่างสนุกสนาน นั่นแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะรายการไหน มันสำคัญกับพวกเขาเสมอ

ประครอง บัวใหญ่ กัปตันฟุตบอลคนตาบอดทีมชาติไทย นักเตะอีกคนที่เป็นหัวใจสำคัญของทีม ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ รุ่นใหม่ๆ หันมาอยากเป็นนักฟุตบอล หรือแม้แต่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนปกติจากชีวิตการเตะฟุตบอลของเขา

“การไปเรียนร่วมกับคนปกติ ใช้ชีวิตกับคนปกติ ทำให้ผมมีโอกาสมากขึ้น ผมรู้จักฟุตบอลเพราะ ตอนเด็กๆได้ยินเสียงเพื่อนๆ เขาวิ่งเล่นกันแล้วสนุกดี ก็เลยไปขอเล่นบ้าง เราวิ่งไปตามเสียงเพื่อน แค่วิ่งตามเฉยๆ ไม่ถูกบอลเลย ก็ทำให้ผมสนุกแล้ว”

จุดเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลครั้งแรกของชีวิตในวันที่ดวงตามืดบอด แต่ความหวัง และความฝันครั้งนั้น กลายเป็นแสงสว่างในหัวใจให้เขาคิดว่า สักวันหนึ่งอยากจะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย แม้ขณะนั้น จะยังไม่มีทีมฟุตบอลคนตาบอดระดับทีมชาติเกิดขึ้นก็ตาม

เขาเริ่มเตะบอลกับเพื่อนที่โรงเรียน เรียนรู้ใช้ชีวิตกับคนปกติ ฝึกฝน อดทนทลายข้อจำกัดของตัวเองมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ลองใช้ลูกตะกร้อ มาแทนลูกฟุตบอล หรือให้เพื่อนเอาถุงพลาสติกห่อลูกฟุตบอล เพื่อให้เขาได้ยินเสียง แล้ววิ่งฝึกเลี้ยงฟุตบอลให้ได้แบบคนปกติ

และแล้วความฝันก็เป็นจริง เมื่อทางหน่วยงานสมาคมที่เกี่ยวข้อง ได้ประกาศคัดเลือกนักฟุตบอลคนตาบอดทีมชาติไทยครั้งแรกจริงๆ

“ผมเคยฝันนะ ว่าอยากจะให้มีทีมฟุตบอลคนตาบอดทีมชาติไทยบ้าง เราฝันว่าจะมาเล่นให้ทีมชาติ สุดท้ายก็โชคดีมาก มันเป็นแบบในฝัน ตอนที่ได้ยินประกาศจากสมาคมประกาศคัดเลือกทีมชาติไทย เพื่อไปเล่นเอเชี่ยนพาราเกมส์ ที่ประเทศจีน”

จากวันนั้นจนวันนี้ ประครอง บัวใหญ่ อายุ 34 ปี รับใช้ชาติเป็นระยะเวลา 12-13 ปี เขามีส่วนในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ และรับโอกาสมากมายจากกีฬาที่เขารัก

“ผมเป็นคนเรียนไม่เก่ง ผมเป็นคนเรียนกลางๆ ผมคิดแล้วว่า ถ้าจะให้ผมไปสอบไปต่างประเทศ เก็บเงินไปเที่ยว หรือมีงานทำที่ดีๆ ยาก เพราะ ผมมองไม่เห็น ผมเป็นคนตาบอด ครอบครัวเราไม่ได้รวย กีฬานี่แหละ ที่จะทำให้เรามีโอกาส

ผมอยากเหมือน เทิดศักดิ์ ใจมั่น กับ ตะวัน ศรีปาน แม้ไม่เคยเห็น แต่รู้ว่า เขาสองคนเป็นหัวใจของทีม เขาตัวเล็ก และมีทักษะดี คนตัวเล็ก ต้องใจสู้”

ถามว่ารู้ได้ยังไง? เราได้ยินจากคนพากย์เขาเล่าให้เราฟังครับ ประครองเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ของเขา

ไม่ว่านักเตะฟุตบอลคนตาบอดคนไหนก็มีความฝัน ทุกคนเริ่มจากดูฟุตบอลผ่านทีวี หลายคนสงสัยว่าดูยังไง แต่ที่ใช้คำว่าดู เพราะพวกเขาบอกว่าต้องใช้คำให้เหมือนคนปกติมากที่สุด แม้ว่าจริงๆ ไปฟังเสียง แต่ใช้คำนั้นเพราะ เราต้องเหมือนคนปกติ

“ถ้าเห็นพวกผมเตะบอล อาจเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ไม่ต้องสงสาร แค่เข้าใจกันและกัน เขาแค่มองไม่เห็น แต่เขาใช้ชีวิตปกติ แค่ได้เข้าโอกาสกับสังคมก็พอแล้ว”

ปัจจุบันผลงานของฟุตบอลคนตาบอดพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากการเป็นรองแชมป์เอเชีย 2022 รวมถึงการคว้าตั๋วไปฟุตบอลคนตาบอดชิงแชมป์โลกได้เป็นครั้งที่สอง IBSA เวิลด์เกมส์ เบอร์มิ่งแฮม 2023 ประเทศอังกฤษ ในช่วงเดือน ส.ค.

แต่สิ่งที่ประครอง ได้บอกผ่านความรู้สึกที่มีอยู่ในใจมาตลอดระยะเวลาการรับใช้ชาติให้กับทีมชาติไทย คือ การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ ที่มากขึ้นกว่าเดิม เพื่ออาจจะทำให้ทีมฟุตบอลคนตาบอดทีมชาติไทย ต่อยอดไปได้อีกในอนาคต

“ผมอยากให้รัฐบาล หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันสนับสนุนพวกผมมากขึ้น ให้ความสำคัญกับนักกีฬาคนพิการมากขึ้น แม้พวกเราไปบอลโลกมาแล้วสองครั้ง แต่พวกผมก็ยังมีไปขายลอตเตอรี่อยู่ดี ทุกคนก็ยังดิ้นรนอยู่ดี

ผมเชื่อว่าถ้าเป็นคนนักกีฬาปกติ ได้ไปบอลโลก ได้ไปโอลิมปิก หรือรองแชมป์เอเชียผมว่าทุกคน ได้ดีกว่าพวกผมเยอะ พวกเราไม่ได้ขอให้เทียบเท่ามากมายขนาดนั้น แต่แค่อยากให้พวกเขามีอาชีพที่ดี มีความมั่นคงในใจชีวิต อาจจะเรื่องหน้าที่การงาน หรือการเพิ่มรายได้ เพราะ แม้จะตาบอด แต่ทุกคนก็มีภาระ มีครอบครัวที่ต้องดูแลเช่นกัน”

ชีวิต ความฝัน ปากท้อง ทุกอย่างทุกคนที่ต้องดำเนินควบคู่กันไป ไม่ว่าจะคนปกติ หรือคนตาบอด ถ้าหากพูดถึงเรื่องปัจจัย รายได้ ที่แตกต่างกันลิบลับ อย่างล่าสุดฟุตบอลคนปกติทีมชาติไทยคว้าแชมป์ ก็ได้เงินอัดฉีดกว่า 30 ล้านบาท

ถ้าหากมองอีกมุม หากมีการจัดการร่วมมือช่วยเหลือ นำเงินจากรัฐบาล หรือหน่วยงานเข้ามาเจียดสักเล็กน้อยต่อปี ก็อาจจะทำให้พวกเขารู้สึกมีความมั่นคงเพิ่มขึ้น และเต็มที่กับฟุตบอลมากขึ้น

เนื่องจากทุกวันนี้ หลายคนยังต้องพยายามหาอาชีพเสริม ขายลอตเตอรี่ ดิ้นรนเพื่อหารายได้ดูแลครอบครัว

ประครอง บัวใหญ่ วัย 34 ปี ผู้มีความฝันไว้เป็นแสงสว่างนำทางเสมอ เขาหวังว่าจะรับใช้ชาติไปจนกว่าจะร่างกายเล่นฟุตบอลไม่ได้

รวมถึงบทบาหน้าที่การเป็นหัวหน้าครอบครัว ก็ยังคงต้องสานต่อไป โดยวางแผนจะไปสอบทำงานราชการ เพื่อหาความมั่นคงของชีวิตให้ได้

“แต่ผมก็มีความฝันของผมอีกอย่างหนึ่งนะ ผมอยากไปเชียร์วอลเลย์บอลที่สนามมาก อยากไปแต่ไม่มีโอกาส เพราะ ผมไม่สามารถเดินทางไปเองได้ ผมติดตามวอลเลย์บอลตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ยุคโค้ชอ๊อด ผมชอบการทำงาน ชอบสปิริตของทีมเขาสูงมาก

หวังว่าอยากให้วอลเลย์บอลไทย ได้ไปโอลิมปิกสักครั้ง ส่วนฟุตบอลคนปกติทีมชาติไทย ผมก็เชื่อว่าจะได้ไปบอลโลกสักครั้ง นักกีฬาวันนี้ ไม่ใครอยากแพ้ การแข่งขันอาจไม่เป็นไปตามแฟนบอลต้องการ แต่เราก็ต้องเชียร์พวกเขาต่อไปครับ”

Author

Ball Thai Stand

ทุกเรื่องสำคัญฟุตบอลไทย ที่คุณต้องไม่พลาด

Photo

อำพล ทองเมืองหลวง

อุดมการณ์ รักษาไว้ได้ด้วย "เนื้องาน"

Graphic

วัชพงษ์ ดวงแปง

Main Stand's Backroom staff