Sertraline เป็นยาโรคซึมเศร้าในกลุ่ม Selective Serotonin Reuptake Inhibitors (SSRIs) ที่แพทย์มักใช้รักษาโรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) โรควิตกกังวล (Generalized Anxiety Disorder) โรคแพนิค (Panic Disorder) และโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder: OCD) อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีอาการแพ้ยา Sertraline หรือมีผลข้างเคียงรุนแรงจนต้องหยุดใช้ยา ทำให้ต้องมองหายาโรคซึมเศร้าทางเลือกที่สามารถใช้ทดแทนได้
อาการแพ้ Sertraline เป็นอย่างไร ?
อาการแพ้ยา Sertraline อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่โดยทั่วไปอาจพบอาการต่อไปนี้:
- ผื่นลมพิษ (Hives) หรือ ผื่นแดงที่ผิวหนัง
- อาการบวมที่ใบหน้า ลิ้น หรือคอ (Angioedema)
- หายใจลำบาก หรือ แน่นหน้าอก
- เวียนศีรษะรุนแรง หรือเป็นลม
- ไข้ ปวดข้อ หรืออาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง
หากมีอาการดังกล่าว ควรหยุดใช้ยาและรีบพบแพทย์ทันที
มียาโรคซึมเศร้าตัวอื่นที่แทน Sertraline ได้หรือไม่ ?
หากผู้ป่วยแพ้ Sertraline หรือมีผลข้างเคียงที่รุนแรงจนต้องหยุดใช้ยา แพทย์อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนไปใช้ยาโรคซึมเศร้าตัวอื่นที่มีโครงสร้างทางเคมีและกลไกการออกฤทธิ์ที่คล้ายกันหรือแตกต่างกันตามลักษณะของอาการ
- ยากลุ่ม SSRIs อื่น ๆ (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors)
หากอาการแพ้ไม่ได้เกิดจากกลุ่ม SSRI ทั้งหมด แพทย์อาจลองเปลี่ยนไปใช้ยา SSRI ตัวอื่น เช่น:
- Fluoxetine (Prozac) – มีฤทธิ์กระตุ้นมากกว่า Sertraline เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าร่วมกับอาการเซื่องซึมหรือขาดพลังงาน
- Escitalopram (Lexapro) – เป็น SSRI ที่มักให้ผลข้างเคียงน้อยกว่า Sertraline
- Paroxetine (Paxil) – มีฤทธิ์กดระบบประสาทมากกว่า อาจช่วยลดความวิตกกังวลและเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วย
หากแพ้ Sertraline แพทย์อาจทดสอบว่าสามารถใช้ยาเหล่านี้ได้หรือไม่ เพราะบางคนแพ้ยาเฉพาะตัวแต่สามารถใช้ยาในกลุ่มเดียวกันตัวอื่นได้
- ยากลุ่ม SNRIs (Serotonin-Norepinephrine Reuptake Inhibitors)
หากแพ้กลุ่ม SSRI หรือมีผลข้างเคียงที่ไม่สามารถทนได้ แพทย์อาจแนะนำยาโรคซึมเศร้าในกลุ่ม SNRIs ซึ่งมีการออกฤทธิ์ทั้งกับ เซโรโทนิน (Serotonin) และ นอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) เช่น:
- Venlafaxine (Effexor XR) – มีประสิทธิภาพดีในการรักษาโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล
- Duloxetine (Cymbalta) – นอกจากรักษาภาวะซึมเศร้า ยังช่วยบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง เช่น Fibromyalgia หรือโรคปวดเส้นประสาท
ยากลุ่มนี้มักเหมาะกับผู้ที่มีอาการซึมเศร้าร่วมกับอาการปวดเรื้อรัง หรือผู้ที่ใช้ SSRI แล้วไม่ได้ผล
- ยากลุ่ม NaSSAs (Noradrenergic and Specific Serotonergic Antidepressants)
ยาโรคซึมเศร้ากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารและปัญหาทางเพศน้อยกว่ากลุ่ม SSRI เช่น:
- Mirtazapine (Remeron) – มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและทำให้นอนหลับดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าร่วมกับอาการเบื่ออาหารหรือนอนไม่หลับ
- ยากลุ่ม NDRIs (Norepinephrine-Dopamine Reuptake Inhibitors)
ยาโรคซึมเศร้ากลุ่มนี้มีผลต่อ นอร์อิพิเนฟรินและโดปามีน แทนที่จะเป็นเซโรโทนิน เช่น:
- Bupropion (Wellbutrin, Zyban) – ไม่ส่งผลต่อระดับเซโรโทนินโดยตรง จึงมีผลข้างเคียงเกี่ยวกับอารมณ์ทางเพศน้อยกว่า เหมาะกับผู้ที่ใช้ SSRI แล้วมีปัญหาด้านสมรรถภาพทางเพศ
อย่างไรก็ตาม Bupropion อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีประวัติชัก เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการชักได้
ปัจจัยที่แพทย์ใช้พิจารณาเลือกยาโรคซึมเศร้า
การเลือกยาต้านซึมเศร้าแทน Sertraline ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่อาการแพ้เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น:
- ระดับความรุนแรงของภาวะซึมเศร้าและอาการร่วม (เช่น วิตกกังวล นอนไม่หลับ)
- ประวัติการใช้ยาและผลข้างเคียงจากยาตัวก่อน ๆ
- ภาวะสุขภาพอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคลมชัก
- การตอบสนองของร่างกายต่อตัวยาต่าง ๆ
หากแพ้ Sertraline หรือมีผลข้างเคียงที่รุนแรงจนต้องหยุดใช้ยา แพทย์สามารถสั่งยาโรคซึมเศร้าตัวอื่นทดแทนได้ ไม่ว่าจะเป็นยากลุ่ม SSRIs อื่น ๆ (Fluoxetine, Escitalopram, Paroxetine) หรือยากลุ่มที่ออกฤทธิ์แตกต่างกัน เช่น SNRIs (Venlafaxine, Duloxetine), NaSSAs (Mirtazapine), หรือ NDRIs (Bupropion)
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนยาโรคซึมเศร้าไม่ควรทำด้วยตัวเอง ควรปรึกษาจิตแพทย์ก่อนเสมอเพื่อให้ได้รับยาที่เหมาะสมกับร่างกายและอาการของตนเองมากที่สุด หากพบอาการแพ้รุนแรงจาก Sertraline ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด