News

ออสติน ริเวอร์ส ท้า เดรย์มอนด์ กรีน ดวลบาส 1v1

ออสติน ริเวอร์ส อดีตการ์ดหลายทีมใน NBA ออกมาท้าดวลบาสเกตบอลแบบตัวต่อตัวกับ เดรย์มอนด์ กรีน ฟอร์เวิร์ดของ โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส หลังปะทะคารมผ่านโซเชียลมีเดียมาหลายยก

 

ประเด็นนี้ลากยาวมาเป็นสัปดาห์ นับตั้งแต่ที่ กรีน พูดในพอดแคสต์ว่า สตีฟ เคอร์ มีส่วนฉุดรั้งอาชีพของเขาในฐานะนักบาสเกตบอล แม้จะรู้สึกขอบคุณกับความสำเร็จในฐานะแชมป์และทีม แต่สถิติและการเล่นส่วนบุคคลของเขาโดนจำกัดไปมาตลอด 10 ปี

ออสติน ริเวอร์ส ซึ่งเป็นอดีตการ์ดที่ถูกดราฟต์รอบแรก อันดับ 10 เมื่อปี 2012 โดย นิวออร์ลีนส์ ฮอร์เน็ตส์ (นิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์ ปัจจุบัน) ได้แสดงความเห็นว่า กรีนทำหน้าที่ของเขากับจุดแข็งของเขาได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ แต่ในทีมวอร์ริเออร์ส มีผู้เล่นเกมรุกระดับเทพเต็มไปหมด เป็นธรรมดาที่โค้ชเคอร์ จะไม่มีแผนบุกไว้สำหรับกรีน

นั่นทำให้ เดรย์มอนด์ กรีน ที่ปกติก็พร้อมโจมตีใครต่อใครผ่านสื่อออนไลน์มาตลอดด้วยความดุดันอยู่แล้ว ก็ตอบโต้ทันทีว่า ริเวอร์สนั้นได้ดีเพราะพ่อ ได้สัญญางาม ๆ ก็เพราะพ่อเป็นโค้ช ซึ่งก็คือยอดโค้ชอย่าง ด็อค ริเวอร์ส นั่นเอง

หลังจากปะทะฝีปากผ่านสื่อออนไลน์กันมาตลอด ล่าสุด ออสติน ริเวอร์ส ก็ของขึ้น บอกว่า กรีนเหมาะสมกับการเข้าสู่ ฮอลล์ ออฟ เฟม หรือหอเกียรติยศ เพราะทุ่มเททำงานหนักในบทบาทของตัวเอง แต่มันมีความต่างระหว่างเป็นตัวเด่นในบทบาทนั้น กับเป็นดาวเด่นอย่างแท้จริง

ริเวอร์สยังบอกอีกด้วยว่า ก็เพราะเคอร์นั่นแหละ ที่ช่วยให้กรีนเล่นกับยอดทีมรวมดาวที่ดีที่สุดที่เคยมีมาอย่างวอร์ริเออร์ส นั่นคือเหตุผลที่เขาเหมาะสมกับหอเกียรติยศ และสมควรได้รับมัน

อย่างไรก็ดี การที่กรีนพูดถึงเขา บอกว่าให้ไปเล่น 1v1 กับ นาส (ในที่นี้คือ นาซีร์ "นาส" คอร์ นักบาสเกตบอลสาย 1v1 ไม่ใช่ นาซ รีด บิ๊กแมนของ มินเนโซต้า ทิมเบอร์วูล์ฟส์ แต่อย่างใด) เอาเป็นว่าเรามาดวลกัน 1v1 เลยดีกว่าไหม

"เขาเริ่มดูแคลนความสามารถผม และผู้เล่นคนอื่น ๆ โว้ว ๆๆๆ เดรย์ นายพูดเรื่องฉันต้องเล่นกับนาส 1v1 โถ่ไอเวร ทำไมนายไม่มาเจอกับฉัน 1v1 เลยล่ะเดรย์มอนด์ นายเล่นแฮนด์ออฟไม่ได้นะดวล 1v1 อ่ะ นายเซตเล่น พิคแอนด์โรลล์ ไม่ได้นะ 1v1"

 

ที่มา :

https://bleacherreport.com/articles/25425904-austin-rivers-challenges-draymond-green-1-1-game-new-video-amid-viral-beef-nba-star

Author

เจษฎา บุญประสม

EAT, SLEEP, TRAVEL, RACE, MAKE LOVE, REPEAT