
เจมส์ มิลเนอร์ นักเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษ เจ้าของสถิตินักเตะลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมากที่สุดตลอดกาล 658 นัด ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการบนโซเชียลมีเดียของเจ้าตัว
เส้นทางการค้าแข้งของมิลเนอร์อยู่ในอังกฤษทั้งหมด เริ่มจากการเป็นนักเตะเยาวชนของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่ได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมชุดใหญ่และในพรีเมียร์ลีกครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2002 ในเกมบุกชนะ 4-3 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยวัย 16 ปี 309 วัน ก่อนยิงประตูแรกได้ในเกมบุกชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-1 วันที่ 26 ธันวาคม 2002 เป็นสถิตินักเตะอายุน้อยสุดที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีก ณ ขณะนั้น ด้วยวัย 16 ปี 356 วัน
แม้เส้นทางค้าแข้งของเจ้าตัวจะพเนจรอยู่บ้าง โดยหลังจากนั้นไปค้าแข้งกับ สวินดอน ทาวน์ (ยืมตัว), แอสตัน วิลล่า (ยืมตัว 1 รอบ ก่อนย้ายถาวร), นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน แต่มิลเนอร์ลงสนามในพรีเมียร์ลีกอย่างสม่ำเสมอ ยกเว้นช่วงเล่นกับ สวินดอน ทีมเดียว
เจ้าตัวทำสถิติลงเล่นในพรีเมียร์ลีกต่อเนื่องมากที่สุดถึง 24 ฤดูกาล ตั้งแต่ฤดูกาล 2002-03 ถึง 2025-26 รวมถึงลงสนามในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด โดยทำสถิติใหม่ตอนลงสนามนัดที่ 654 ในเกมที่ ไบรท์ตัน บุกชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2026 ทำลายสถิติเดิมของ แกเร็ธ แบร์รี่ ที่ทำไว้ 653 นัด ก่อนจบที่ 658 นัด ในเกมสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 ที่เปิดบ้านแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2026 และยิงในพรีเมียร์ลีกไป 56 ประตู ประตูสุดท้ายเกิดขึ้นในเกมนัดที่เปิดบ้านชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-1 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2025
สำหรับความสำเร็จ มิลเนอร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย โดยชนะกับ แมนฯ ซิตี้ 2 สมัย กับ ลิเวอร์พูล 1 สมัย รวมถึง เอฟเอคัพ, ลีกคัพ กับ คอมมูนิตี้ ชิลด์ รายการละ 2 สมัย แบ่งเป็นกับ แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ทีมละ 1 สมัยต่อรายการ นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ กับ ลิเวอร์พูล รายการละ 1 สมัย
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้โพสต์อำลา ผ่าน อินสตาแกรม ส่วนตัว พร้อมข้อความ ว่า
" หลังจากค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกมา 24 ฤดูกาล ผมรู้สึกว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมในการยุติเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพของตัวเอง
ตั้งแต่การประเดิมสนามให้กับลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรที่ผมเชียร์มาตั้งแต่เด็ก ในวัยเพียง 16 ปี และกลายเป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก ตอนนั้นผมไม่เคยจินตนาการเลยว่า เส้นทางชีวิตของผมจะเดินทางมาได้ไกลขนาดนี้ ตั้งแต่ช่วงเวลาที่แทบยกเท้าไม่ขึ้นเมื่อปีที่แล้ว จนกลับมามีส่วนช่วยไบรท์ตันคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร ด้วยวัย 40 ปี
การได้ลงเล่นให้กับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, แอสตัน วิลล่า, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และไบรท์ตัน รวมถึงช่วงเวลาหนึ่งเดือนอันน่าจดจำกับสโต๊ค ซิตี้ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผม ทุกสโมสรมีบทบาทสำคัญในชีวิตและเส้นทางอาชีพของผม ผมอยากขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าของทีม สตาฟฟ์โค้ช เพื่อนร่วมทีม และแฟนบอล ที่ต้อนรับและช่วยเหลือผมมาตลอดเส้นทาง
ผมโชคดีมากที่ได้สัมผัสช่วงเวลาอันน่าจดจำ ทั้งการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด การคว้าแชมป์ การเล่นฟุตบอลยุโรป รวมถึงการรับใช้ทีมชาติอังกฤษ ในศึกยูโร 2 สมัย และฟุตบอลโลกอีก 2 ครั้ง แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือผู้คนและมิตรภาพที่ผมได้พบเจอในวงการฟุตบอล ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ผมจดจำไปตลอดชีวิต
ถึงแฟนบอลทุกคน ขอบคุณมาก สำหรับทุกกำลังใจที่มอบให้ผมมาตลอด มันมีความหมายมากกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ และสำหรับคนที่เคยส่งเสียงโห่หรือสร้างความลำบากใจให้ผม ผมก็ขอบคุณเช่นกัน เพราะทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เส้นทางนี้น่าจดจำ และหล่อหลอมให้ผมเติบโตทั้งในฐานะนักฟุตบอลและคนคนหนึ่ง
ถึงครอบครัวของผม ขอบคุณสำหรับทุกการเสียสละ ทุกการเดินทาง และทุกกำลังใจที่มอบให้กัน หากไม่มีพวกคุณ สิ่งเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้น
ผมอำลาฟุตบอลด้วยความภาคภูมิใจ ความซาบซึ้ง และความทรงจำที่จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต ฟุตบอลมอบอะไรมากมายให้กับผม มากกว่าที่ผมเคยจินตนาการไว้ และผมจะรู้สึกขอบคุณสำหรับทุกโอกาสที่ได้รับเสมอ
ขอบคุณทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้ "