
วงการลูกหนังโลกตั้งแต่เข้าปี 2026 มีข่าวใหญ่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่บรรดาทีมยักษ์อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และ เรอัล มาดริด ตัดสินใจปลดกุนซือของพวกเขาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน
เริ่มที่ เชลซี แยกทางกับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ต่อด้วย แมนฯ ยูไนเต็ด ทำการปลด รูเบน อโมริม และล่าสุดคือ เรอัล มาดริด ปลด ชาบี อลอนโซ่ โดยสองคนแรกเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างตัวกุนซือกับทีมบริหาร ขณะที่กรณีของ มาดริด ที่สื่อคาดว่ามาจากฝั่งนักเตะไม่ให้การสนับสนุนคนเป็นกุนซือเท่าที่ควร และถูกประเมินจากทีมบริหารว่ายังทำผลงานได้ไม่ดีพอ
ด้านของ เซาธ์เกต อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ แสดงความเห็นว่าวงการฟุตบอลยุคนี้ คนที่เป็นกุนซือทีมฟุตบอลเริ่มถูกกดให้มีบทบาทลดลง จนเหลือเป็นแค่ "เฮดโค้ช" เนื่องจากการที่ผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอล หรือฝ่ายเทคนิค ที่พยายามเข้ามามีอำนาจ สั่งการ รวมถึงแทรกแซงการทำงานของกุนซือประจำทีม ให้ทำตามแผนบริหารทีมที่พวกเขาวางไว้
เซาธ์เกต แสดงความเห็นถึงเรื่องนี้ผ่านบัญชี LinkedIn ของตัวเองว่า "มันมีการแย่งชิงอำนาจ ไม่ว่าจะกับผู้บริหารสโมสร (อโมริม), บุคลากรภายในสโมสร (มาเรสก้า) หรือกับนักเตะ (อลอนโซ่) มันคือรากเหง้าของการสิ้นสุดการทำงานของแต่ละคน"
"การลดทอนอำนาจของผู้จัดการทีมมันเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปมาหลายปีแล้ว และตัวเร่งก็คือการเข้ามาของพวก ผอ.ฝ่ายฟุตบอล ฝ่ายเทคนิค หรือฝ่ายกีฬา ซึ่งเป็นคนวางกลยุทธ์ฟุตบอลของทีมในระยะยาว แล้วไปรายงานโดยตรงกับซีอีโอ หรือเจ้าของทีม (หรือทั้งสองฝ่าย) และมีโครงสร้างที่อยู่เหนือเฮดโค้ชไปอีก"
อดีตนายใหญ่ "ทรีไลออนส์" ยังบอกด้วยว่าการที่ ผอ.ฟุตบอลแต่ละทีม หรือนักเตะบางส่วนพยายามสร้างอำนาจเหนือกุนซือ ทำให้กลายเป็นว่าทุกวันนี้ กุนซือมีหน้าที่เพียงแค่นำลูกทีมลงซ้อม วางแท็กติกแต่ละเกม โดยไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ และถูกลดความสำคัญลงไปเรื่อย ๆ
"ตรงข้ามกับความเชื่อของแฟนบอลบางส่วนที่คิดว่าบทบาทกุนซือตอนนี้มันง่ายขึ้น (แค่เป็นโค้ชก็พอ) แต่ความจริงคือมันซับซ้อนมากกว่าเดิม เมื่อรวมเข้ากับความซับซ้อนในการบริหารนักเตะยุคใหม่ (ซึ่งหลายคนแทบจะกลายเป็นแบรนด์ส่วนตัว) บวกกับการเดิมพันทางการเงินมหาศาลของสโมสร และการจับตามองอย่างไม่หยุดยั้งจากทั้งสื่อกระแสหลัก และ โซเชียล มีเดีย ก็ยิ่งกลายเป็นหม้อหลอมของปัญหา และแรงกดดันจำนวนมาก สิ่งนี้ยังซ้ำเติมด้วยการเปลี่ยนแปลงอำนาจและสถานะอย่างมีนัยยะ บางครั้งก็โดยไม่ตั้งใจ ด้วยการเปลี่ยนจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ไปเป็น เฮดโค้ช"
ทั้งนี้ กุนซือที่พาอังกฤษ ซิวรองแชมป์ยุโรป 2 สมัย (2020, 2024) บอกอีกสาเหตุที่ทำให้บรรดา ผอ.ฟุตบอล มีอำนาจในการทำทีมเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลทุกอย่างอยู่ในมือ จากการส่งแมวมองไปสอดแนมดูนักเตะทั่วโลก บวกกับมีความรู้เรื่องการจัดการสัญญาของนักเตะในทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่กุนซือยุคปัจจุบันขาดความเชี่ยวชาญ และไม่มีเวลาศึกษามากพอเหมือนสมัยอดีต