
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตัดสินใจประกาศเลิกเล่นทีมชาติเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเจ้าตัวได้สร้างความทรงจำให้กับแฟน ๆ มากมายตลอดระยะเวลา 23 ปี ที่สวมเสื้อโปรตุเกส และนี่คือ 7 โมเมนต์ ที่หลายคนจดจำได้ไม่ลืม
เดบิวต์ทีมชาติ
หลังย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมลงประเดิมสนามเกมแรกให้ปีศาจแดงเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2003 อีก 4 วันถัดมา โรนัลโด้ ในวัย 18 ปี ก็ได้โอกาสลงเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกส ชุดใหญ่ เป็นครั้งแรก ในฐานะตัวสำรอง ลงสนามแทนตำนานอย่าง รุย คอสต้า ในครึ่งหลัง เกมอุ่นเครื่องที่ทีมเปิดบ้านชนะ คาซัคสถาน 1-0 ซึ่งโรนัลโด้ก็ได้โชว์ทักษะ และลีลาการกระชากลากเลื้อยอันน่าตื่นตาให้แฟน ๆ ได้ยล ก่อนติดทีมตั้งแต่นั้นเรื่อยมา

ขยิบตาบันลือโลก
แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 20 ปี แต่หนึ่งในโมเมนต์ที่หลายคนจำได้ดีก็คือการปะทะกัน ระหว่าง โรนัลโด้ กับ เวย์น รูนี่ย์ เพื่อนร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมที่ โปรตุเกส พบ อังกฤษ ศึกฟุตบอลโลก 2006 รอบ 8 ทีมสุดท้าย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ รูนี่ย์ เข้าไปย่ำใส่ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ทำให้ โรนัลโด้ปรี่เข้าไปโวยกับผู้ตัดสินทันที จนรูนี่ย์ถึงกับหัวเสียและมีการผลักอกกันเกิดขึ้น สุดท้ายผู้ตัดสินชูใบแดงไล่ศูนย์หน้าสิงโตคำรามออกจากสนาม พร้อมกับภาพของโรนัลโด้ที่หันไปขยิบตาให้กับเพื่อน ๆ บนม้านั่งสำรอง จนเป็นชนวนให้แฟนบอลอังกฤษโกรธแค้นเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จับทั้งคู่เคลียร์ใจอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะช่วยกันนำทีมปีศาจแดงประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา

แฮตทริกพาทีมไปบอลโลก
ตลอดระยะเวลาการลงเล่นให้โปรตุเกส 234 นัด โรนัลโด้ทำแฮตทริกได้ทั้งหมด 10 ครั้ง ซึ่งอีกหนึ่งแฮตทริกอันเป็นที่น่าจดจำก็คือการซัลโว 3 ประตูใส่ สวีเดน ในเกมเพลย์ออฟ นัดสอง ชิงตั๋วฟุตบอลโลก 2014
เกมนั้นโรนัลโด้ลากบอลเข้าไปยิงประตูเบิกร่องให้กับทีมตั้งแต่นาที 50 ก่อนมาโดนสวีเดนยิงแซง 2-1 แต่สุดท้ายกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ก็สร้างปาฏิหาริย์อีกครั้ง ด้วยการยิง 2 ประตู ในนาที 77 และ 79 พาทีมพลิกแซงชนะ 3-2 พร้อมคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ได้สำเร็จ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-2

เถลิงโทรฟี่ ยูโร 2016
โมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโรนัลโด้คงหนีไม่พ้นการพาทีมชาติโปรตุเกส คว้าแชมป์ยูโร 2016 ด้วยการเฉือนชนะ ฝรั่งเศส 1-0 ซึ่งถือเป็นแชมป์ระดับเมเจอร์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ
ทัวร์นาเมนต์นี้โรนัลโด้โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ทำไป 3 ประตู 3 แอสซิสต์ ก่อนที่รอบชิงชนะเลิศ จะมาได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าตั้งแต่นาที 25 ต้องถูกหามออกจากสนามทั้งน้ำตา แต่ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าตัวยังคอยส่งเสียงเชียร์ และกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมอยู่บริเวณข้างสนามอย่างไม่หยุดหย่อน จนกลายเป็นภาพจำของผู้คนมากมาย

3 ประตูสุดสวยใส่สเปน
นัดเปิดสนามฟุตบอลโลก 2018 โปรตุเกส เผชิญหน้า สเปน เป็นอีกเกมที่เจ้าของฉายา CR7 ระเบิดฟอร์มระดับมาสเตอร์พีซต่อหน้าปวงประชา หลังทำแฮตทริกใส่ทัพกระทิงดุ พาทีมแบ่งแต้มได้สำเร็จ 3-3
เริ่มจากการลากตะลุยจนเรียกจุดโทษ พร้อมลุกขึ้นมาสังหารเองให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ต่อด้วยลูกยิงด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษให้ทีมนำอีกครั้ง 2-1 ก่อนจะปิดท้ายด้วยลูกฟรีคิกสุดสวย ที่ปั่นอ้อมกำแพงเสียบตาข่ายอย่างงดงาม ในนาที 88 ช่วยทีมรอดพ้นจากความปราชัย

แชมป์เนชั่นส์ลีก 2 สมัย
หลังจากปลดล็อกโทรฟี่แรกในสีเสื้อทีมชาติโปรตุเกสในยุคของโรนัลโด้ก็เดินหน้าคว้าความสำเร็จต่อเนื่อง โดยเฉพาะการคว้าแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ได้ 2 สมัย ในฤดูกาล 2018/19 และ 2024/25
ครั้งแรก ฤดูกาล 2018/19 โรนัลโด้มีบทบาทกับทีมอย่างมาก ด้วยการทำแฮตทริกในรอบรองชนะเลิศกับสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนนัดชิงชนะเลิศจะเฉือนเนเธอร์แลนด์ 1-0 ชูถ้วยแชมป์ต่อหน้าแฟน ๆ ในบ้านเกิดอย่างมีความสุข
ขณะที่ฤดูกาล 2024/25 นอกจากตำแหน่งแชมป์แล้ว เจ้าของฉายา CR7 ยังระเบิดฟอร์มยิงรวมทั้งหมด 8 ประตู คว้ารางวัลดาวซัลโวด้วยเช่นกัน ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นลูกยิงตีเสมอสเปน 2-2 ในนัดชิงชนะเลิศ ช่วยทีมยื้อไปจนเฉือนชนะจุดโทษได้สำเร็จ

ฉากสุดท้าย ปิดตำนาน
โรนัลโด้ เปิดเผยว่าตนเคยคิดที่จะเลิกเล่นทีมชาติหลังจบฟุตบอลโลก 2026 ทว่าทางสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส และเฮดโค้ช จอร์จ เชซุส ขอให้เจ้าตัวรับใช้ชาติต่อ ซึ่งสุดท้ายได้กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญของความขัดแย้งกันในเวลาต่อมา
ต้นเหตุมาจากเกมเจอนอร์เวย์ (28 กันยายน 2026) โรนัลโด้รับไม่ได้กับการกระทำของเชซุส ที่บอกว่าจะส่งตนลงเล่น 30 นาทีสุดท้าย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ส่งลง ทั้งที่สั่งให้เขาไปวอร์มรอแล้ว พาลมาถึงการแถลงข่าวที่ไม่ตรงกับที่พูดคุยกันไว้ จนเจ้าตัวถูกแบนจากทีมชาติเป็นเวลา 30 วัน ก่อนจะประกาศรีไทร์จากทีมชาติในที่สุด
เกมสุดท้ายของโรนัลโด้ในสีเสื้อโปรตุเกส คือแมตช์ที่เจ้าตัวลงสนามในเกมชนะ เวลส์ 1-0 (ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาที 66) เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 พร้อมยุติเส้นทางในวัย 41 ปี ไว้ที่ 234 นัด 146 ประตู พ่วงสถิติลงเล่น และยิงประตูให้กับทัพฝอยทองมากที่สุดตลอดกาล
อย่างไรก็ตาม เรายังต้องรอดูว่า สหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส จะจัดงานอำลาให้โรนัลโด้แบบใด ซึ่งอาจได้เห็นโรนัลโด้ลงสนามในสีเสื้อทีมฝอยทองเป็นเกมสุดท้ายอย่างสง่างามก็เป็นได้
