
แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างตกอยู่ในสภาวะสิ้นยินดี ยิ่งกว่า โคม่า หลังจากโดน โคโม่ ถล่มในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4-1 รักษาฟอร์มรูดอย่างต่อเนื่อง
ไมเคิล คาร์ริค อยู่ในสภาพ "Dead man walking" หรือ "คนตายที่หายใจ" แบบรอวันโดนปลดแล้วหรือยัง หลังทำทีมตกมาอยู่ในสภาพนี้ ?
ลองย้อนกลับไปดูหน่อยว่า กุนซือผีแดงตั้งแต่ เดวิด มอยส์ จนถึง รูเบน อโมริม แต่ละคนมีสภาพเป็นแบบไหนก่อนโดนเด้ง คล้าย ๆ กับที่ คาร์ริค เป็นตอนนี้หรือเปล่า ?
ทั้งนี้ เราจะพูดถึงกุนซือที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถาวรด้วยสัญญาหลายปีเท่านั้น กุนซือขัดตาทัพอย่าง ไรอัน กิ๊กส์, ราล์ฟ รังนิก, ดาร์เรน เฟลทเชอร์, รุด ฟาน นิสเตลรอย หรือแม้แต่ภาคแรกของ ไมเคิล คาร์ริค ไม่รวมในกลุ่มนี้
เดวิด มอยส์
"The Chosen One" ถือเป็นกุนซือที่โดนแฟนบอลตัดสินเร็วมาก เพราะสภาพความสำเร็จเก่า ๆ ยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ยังสดใหม่ มันชัดมากจนเปรียบเทียบกันแล้ว ทุกคนต่างพูดกันตั้งแต่ช่วงกลางซีซั่น 2013-14 ว่า เขาไม่รอดแน่ ๆ

ตอนนั้นห้องแต่งตัวมีปัญหาชัดเจน นักเตะซีเนียร์อย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เนมานยา วิดิช หมดศรัทธาในตัวของเขา จากวิธีการซ้อมที่เน้นแต่ตั้งรับและซ้อมโยนบอลเหมือนกับทีมเล็ก ๆ ทำกัน พาให้ทีมทำลายสถิติแย่ ๆ ในรอบหลายสิบปี ตั้งแต่การแพ้คาบ้านให้กับ เวสต์บรอมวิช, นิวคาสเซิล, เอฟเวอร์ตัน และพ่ายให้คู่รักคู่แค้นอย่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ คาบ้านแบบหมดทางสู้
และท้ายที่สุด การแพ้ เอฟเวอร์ตัน ทีมเก่าของ มอยส์ 0-2 แบบโดนพับสนามบุก คือฟางเส้นสุดท้าย พอตะวันบ่ายคล้อยลงมา เขาก็ถูกนายสั่งลงมือฆ่า กระเด็นออกจากตำแหน่งกุนซือในช่วงเดือนเมษายน 2014
หลุยส์ ฟาน กัล
ฟาน กัล ถูกสื่อแฉว่าเป็นคนที่ "นักเตะเบื่อ" เพราะปรัชญาการครองบอลที่เคร่งครัด อึดอัด จนว่ากันว่ามีนักเตะบางคนส่งอีเมลไปร้องเรียนกับบอร์ดบริหาร เพราะใช้เวลาไปหลายชั่วโมงในช่วงการเปิดวีดิโอวิเคราะห์แบบไร้จินตนาการ
ฟุตบอลของ ฟาน กัล ถูกเรียกว่า "Boring United" สะท้อนผ่านการยิงประตูได้น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรยุค พรีเมียร์ลีก แม้ซีซั่นแรกจะพาทีมกลับไปเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีกครั้ง แต่ซีซั่นต่อมา ก็ทำทีมตกรอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนตกรอบ ยูโรปาลีก ด้วยการแพ้ ลิเวอร์พูล

สิ่งที่ ฟาน กัล เผชิญไม่ใช่แค่เรื่องฟอร์มห่วยในสนามเท่านั้น แต่ในวาระสุดท้ายของเขาค่อนข้างน่าเห็นใจ เพราะแม้จะทำทีมเข้าชิง เอฟเอ คัพ ได้ แต่ก่อนเกมเริ่มราว 1 สัปดาห์ ข่าวลือเรื่อง โชเซ่ มูรินโญ่ จะเข้ามาแทนเขาก็สะพัดขึ้น พร้อมสำทับว่าเขาจะโดนปลดแน่นอน
ทว่าด้วยความเก๋า ฟาน กัล ก็ยังไว้ลาย ด้วยการพาทีมชนะ คริสตัล พาเลซ คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ก่อนที่ข่าวการปลดจะถูกเผยแพร่ทันทีหลังชูถ้วยรางวัลแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น
โชเซ่ มูรินโญ่
ถึงช่วงเวลาของ มูรินโญ่ จะมีข่าวคาวมากมาย ทั้งการเปิดศึกสงครามกับ ปอล ป็อกบา ในการถอดตำแหน่งรองกัปตัน หรือการวิจารณ์ อองโตนี่ มาร์กซิยาล จนห้องแต่งตัวมีบรรยากาศตึงเครียด รวมไปถึงการปฏิบัติแบบแย่ ๆ กับ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ก่อนแยกทางกัน แต่เรื่องน่าเสียดายที่แฟนบอล ยูไนเต็ด ยังพูดกันจนถึงทุกวันนี้คือ "บอร์ดน่าจะสนับสนุนเขามากกว่านี้"
ส่วนเรื่องในสนามนั้นโดนวิจารณ์เรื่องความน่าเบื่อและล้าสมัย ... แต่ถึงอย่างนั้น มูรินโญ่ ก็ยังพาทีมจบอันดับ 2 ของลีกในฤดูกาล 2017-18 จนทุกวันนี้แฟนผียังคุยกันอยู่เลยว่า ถ้าบอร์ดสนับสนุนเขามากกว่านี้ มูรินโญ่ อาจจะสร้างอะไรที่แตกต่างออกไปก็ได้
มูรินโญ่ เป็นพวกยอมหักไม่ยอมงอ ช่วงวาระสุดท้ายของตำแหน่งกุนซือปีศาจแดงของเขานั้น เขาประชดประชันสโมสรที่ไม่ซื้อนักเตะเสริมทัพ ด้วยการจัดแท็กติกแปลก ๆ เช่นการเอา สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ไปเล่นในระบบ 3 เซ็นเตอร์แบ็ก และอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นสัญญาณว่า "พร้อมไฝว้" และพร้อมโดนไล่ออก

จนกระทั่งเกมสุดท้ายก็มาถึง การโดน ลิเวอร์พูล บุกถล่มยับเยิน 1-3 โดยอีกฝ่ายได้โอกาสส่องประตูไปถึง 36 ครั้ง ทำเขาหมดสิ้นความชอบธรรม และสุดท้ายก็เป็นอีกครั้งที่โค้ชต้องเป็นผู้จากไป ...
แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีแชมป์ ยูโรปาลีก กับ ลีกคัพ ติดไม้ติดมือ ที่สำคัญ เขายังเป็นกุนซือผีคนแรกที่ฉีกหน้าตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของทีมให้แฟน ๆ ได้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมยุคนี้มากขึ้น นั่นถือเป็นอีกความดีความชอบไหมนะ ?
โอเล กุนนาร์ โซลชา
ครูใหญ่ผู้ใจดีเข้ามาพร้อมกับสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ได้อยู่ในช่วงแรก (โดยเฉพาะช่วงที่ยังเป็นกุนซือชั่วคราว) ทีมเล่นฟุตบอลสนุก ได้ผลการแข่งขัน และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาพาทีมไปอยู่ในตำแหน่งลุ้นแชมป์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีม ๆ นี้ไม่ได้สัมผัสมานาน
โซลชา พยายามสร้างทีมได้ดี เริ่มต้นฤดูกาล 2021-22 ได้อย่างตื่นตาตื่นใจ จนกระทั่งสโมสรยัดเอา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาให้เขา (เจ้าตัวเล่าเอง) ซึ่งกระทบต่อระบบทีมที่เขาสร้างไว้ และจากนั้นอาการดิ่งลงเหวก็เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ เขาแพ้ ลิเวอร์พูล คาบ้าน 0-5, แพ้ แมนฯ ซิตี้ คาบ้าน 0-2 แบบโดนพับสนามบุก และนัดอัปยศสุดท้ายคือการโดน วัตฟอร์ด ถล่ม 1-4

แม้แฟนบอลจะรักและเข้าใจ แต่ผลงานแบบนี้คือตัวชี้วัดว่าไม่มีอะไรช่วยเขาได้ จากทีมที่เล่นเกมบุกได้สนุก กลายเป็นทีมที่ตั้งรับก็เละ จะบุกก็สะเปะสะปะ ท้ายที่สุดเขาก็โดนปลดออกจากตำแหน่ง
บอร์ดบริหารของ ยูไนเต็ด รัก โซลชา มาก เพราะตำนานนอร์วีเจียนผู้นี้ไม่เคยกล่าวให้ร้าย วิจารณ์หรือแดกดันผ่านสื่อเลย แต่ความกดดันจากแฟนบอลในตอนนั้นมากเกินไป จนทำให้กุนซือผู้อ่อนพรรษาอย่าง โซลชา กลายเป็นเหยื่อของบอร์ดไปในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2021
เอริก เทน ฮาก
เทน ฮาก เป็นกุนซือวินัยเข้ม เคร่งครัดเรื่องแท็กติก แต่บารมีที่เขาสร้างมาอาจจะยังน้อยไป จึงทำให้เกิดปัญหาในการปกครองนักเตะปีศาจแดง ณ เวลานั้น ทั้งกับ เจดอน ซานโช่, อเลฮานโดร การ์นาโช่ และแน่นอนที่สุดคือพี่ใหญ่อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่แตกหักแบบเห็นได้ชัด จน CR7 ต้องไปแฉเขาผ่านสื่อคนสนิทอย่าง เพียร์ส มอร์แกน
เรื่องในสนาม เทน ฮาก มีปัญหาที่การหารูปแบบการเล่นไม่เจอ จนแฟนบอลเบื่อกับสไตล์ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ เริ่มมีข่าวปลดเขาตั้งแต่ช่วงปลายซีซั่น 2023-24 แต่ เทน ฮาก ก็ยังดวงแข็ง พาทีมชนะ แมนฯ ซิตี้ ใน เอฟเอ คัพ จนทำให้กระแสเปลี่ยน และบอร์ดบริหารใช้ออปชันขยายสัญญาของเขา

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นภาพลวงตา ฤดูกาล 2024-25 เขาสร้างสถิติออกสตาร์ทฤดูกาลที่แย่ที่สุด ผลงานในบอลถ้วยยุโรปชนะยากลำบาก โดน สเปอร์ส และ ลิเวอร์พูล บุกมาถล่มคาบ้าน 0-3 นัดสุดท้ายคือการแพ้ เวสต์แฮม 1-2
แค่ 9 นัดในพรีเมียร์ลีก แฟนผีก็ลืมถ้วยแชมป์ เอฟเอ คัพ และยินดีโห่ร้องเมื่อเขาออกจากตำแหน่งแล้ว
รูเบน อโมริม
ความหวังมากมายเกิดขึ้นหลังการมาของ รูเบน อโมริม ด้วยปรัชญาฟุตบอลที่เข้มข้น และระบบการเล่นแบบ 3-4-2-1 ที่บอร์ดบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมจะเสี่ยงไปกับเขา
แต่ว่าตรง ๆ นับตั้งแต่ตอนเริ่มยันตอนจบ อโมริม ไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่า ระบบ 3-4-2-1 ของเขามันดียังไงกับทีม ๆ นี้ จนแฟนบอลยี้กับการเล่นที่หนักกว่ายุค เทน ฮาก ด้วยซ้ำไป
ข้อดีของ อโมริม ที่พอนึกออก คงจะมีแค่การเอานักเตะที่ทัศนคติไม่ได้หลายคนออกไปจากทีม แต่ต้องยอมรับว่าช่วงวาระสุดท้าย ปัญหาเกิดขึ้นมากมาย มีการงัดข้อกับบอร์ดบริหารที่อยากจะให้เขาเล่นระบบกองหลัง 4 คน ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาประชดผ่านสื่อว่า นี่เป็นปรัชญาฟุตบอลของเขา หากสโมสรไม่ชอบ ก็พร้อมให้ปลดออกจากตำแหน่ง

แบบนี้ก็เรียบร้อยสิครับ ลำพังเกมในสนามก็ดูไม่ได้อยู่แล้ว แถมยังเปิดศึกกับบอร์ดบริหารที่หน้าบางกับคำด่า แต่หน้าโคตรหนาเวลารับผลประโยชน์ที่สุดในลีกแบบนี้ ท้ายที่สุด อโมริม ก็โดนไล่ออก เพื่อเปิดรับกุนซือขัดตาทัพอย่าง ไมเคิล คาร์ริค เข้ามาทำงานแทน
และดูเหมือนว่าตอนนี้ ... คาร์ริค กำลังเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กับอดีตกุนซือผีแดงที่เรากล่าวมาทั้งหมด ทั้งเรื่องผลการแข่งขันห่วยแตก ลูกทีมเริ่มไม่มั่นใจสไตล์การทำทีมของเขา และที่ชัดเจนที่สุดคือ สีหน้า อารมณ์ และออร่าของเขาที่เคยสว่างไสวเมื่อปลายซีซั่นที่แล้ว หม่นหมองลงอย่างมาก มองจากดาวอังคารก็ยังรู้ว่าตอนนี้กำลังอมทุกข์ มีเคราะห์รอเล่นงานอยู่อย่างหนัก
เชื่อว่าเวลาของเขาเหลือน้อยลงทุกที ... เพราะตอนนี้ข่าวโค้ชใหม่ปีศาจแดง ก็ถูกสื่อเอาขึ้นมาเล่นอย่างสนุกสนาน ราวกับเป็นสัญญาณว่า ไม่ช้าก็เร็ว การเปลี่ยนแปลงจะมาถึงสโมสรแห่งนี้อีกครั้ง
แหล่งอ้างอิง
https://www.nytimes.com/athletic/6591645/2025/09/05/manchester-united-premier-league-mourinho-solskjaer-ten-hag/
https://www.thesun.co.uk/sport/40460405/manchester-united-managers-sacked-results/
https://www.espn.co.uk/football/story/_/id/47514917/manchester-united-story-firing-ruben-amorim-analysis-rob-dawson
https://www.football365.com/news/man-utd-managers-ranked-after-ferguson-amorim-mourinho
https://www.espn.co.uk/football/story/_/id/47512293/ruben-amorim-david-moyes-jose-mourinho-how-10-managers-alex-ferguson-fare-manchester-united