Feature

ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ : เมื่อ โจวซิงฉือ กับลูกหนังกลม ๆ เปลี่ยนนักแสดงสาวให้เป็น "คนบ้าบอล" | Main Stand

ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ คือนักแสดงหญิงรุ่นใหม่ที่ฝากผลงานการแสดง และบทบาทอันน่าประทับใจไว้มากมายบนหน้าจอ เช่น เดดไลน์, เด็กใหม่, เคว้ง, แสงกระสือ 2 ... ความมุ่งมั่น ทุ่มเท และใส่เต็ม 100 ในทุกบทบาท ทำให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากต่างประเทศ การันตีคุณภาพมาแล้ว

 


จนกระทั่งโชคชะตาได้นำพาให้ "นิ้ง" ชัญญา ได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ "กังฟู ซอคเกอร์" ภาพยนตร์ฟุตบอล-คอมเมดี้ ภาคต่อในตำนานของ "เส้าหลิน ซอคเกอร์" กำกับโดย โจวซิงฉือ นักแสดงระดับดาวค้างฟ้าแห่งวงการบันเทิงเอเชีย ที่กวาดรายได้ถล่มทลาย ประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน

ไม่เพียงแค่ต้องยื่นโปรไฟล์ นำเสนอตัวเองเพื่อให้ได้รับเลือกมาเล่นหนัง แต่ตัวของ "นิ้ง" ชัญญา ยังทุ่มเทถึงขนาดหาเวลาไปฝึกซ้อมเตะบอลกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความสมจริงและเข้าถึงบทบาท ทว่าเหนืออื่นใด สิ่งที่เธอได้นอกจากการอัปโปรไฟล์งานแสดง ยังแปรเปลี่ยนให้เธอกลายเป็น "คนบ้าบอล" แบบ 100% ผ่านสีหน้า แววตา และน้ำเสียงที่เธอมาถ่ายทอดอย่างน่าตื่นเต้นให้ทาง MAIN STAND ได้รับรู้ตลอดการสนทนา

กังฟู ซอคเกอร์ และ ฟุตบอล เปลี่ยนชีวิตของ "ชัญญา แม็คคลอรี่ย์" คนนี้ไปอย่างไรบ้าง ติดตามเรื่องราวนี้ได้กับ MAIN STAND

 

หญิงแกร่งผู้ไม่ยอมแพ้ต่อเนื้องอกในสมอง

ในประวัติผลงานของนักแสดงหญิงไทย ลูกเสี้ยวอังกฤษ ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ ได้ฝากฝีมือการแสดงของเธอไว้มากมาย หลายเรื่องเป็นที่รู้จักและโด่งดังทั้งในไทยและต่างประเทศ อาทิ เดดไลน์, น้องใหม่, เคว้ง, Bad Guys ล่าล้างเมือง หรือผลงานบนจอเงินอย่าง แสงกระสือ 2

แต่ผลงานที่โดดเด่นที่สุด ก็คือผลงานการแสดงเรื่องแรกอย่าง "เดดไลน์" ที่แจ้งเกิด ชัญญา ให้เป็นที่รู้จัก เธอสวมบทบาทเป็นผู้ป่วยที่ต่อสู้กับโรคมะเร็ง ยอมโกนผมตัวเองจริง ๆ เพื่อเข้าถึงบทบาทผู้ป่วยโรคมะเร็ง และถ่ายทอดเรื่องราวของซีรีส์ให้สมจริง ซึ่งความทุ่มเทและใส่เต็ม 100 จากเรื่องนี้ ก็ทำให้เธอได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวที Asian Television Awards ที่ฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2020

ชัญญา บอกว่าเธอรู้สึกดีใจที่ซีรีส์ เดดไลน์ ที่เธอแสดงนำ ประสบความสำเร็จและสร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อพลังให้แก่ผู้คนที่กำลังท้อแท้ หรือกำลังต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ จากคอมเมนต์ของคนดูที่ได้รับ ขณะเดียวกันก็ยังทำให้เธอได้รู้ว่าตัวเองว่าหลงรักงานแสดง พร้อมกับมองหาบทบาทงานแสดงที่หลากหลาย เพิ่มความท้าทายให้ตัวเอง รวมถึงส่งต่อแรงบันดาลใจแก่ผู้ชม ผ่านผลงานของตัวเองไปด้วย

กระนั้น เส้นทางสายนักแสดงที่กำลังไปได้สวย ก็ต้องถูกเบรกเมื่อ ชัญญา ตรวจพบว่าตัวเองมีเนื้องอกที่ก้านสมอง ...

"คือพอหนูบินไปรับรางวัลเสร็จ กลับมาหนูก็มาเจอว่าตัวเองเป็นเนื้องอกที่ก้านสมอง แบบ 1 ใน 100,000 คือเนื้องอกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในร่างกาย ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ ควบคุมทุกอย่าง แล้วหนูดันมีเนื้องอกอยู่ตรงนั้น (ที่สมอง)" ชัญญา เล่าถึงอาการความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน

อย่างไรก็ตาม เนื้องอกในสมองก็ไม่สามารถหยุดยั้งความมุ่งมั่นที่จะเป็นนักแสดงผู้สร้างแรงบันดาลใจของ ชัญญา เธอตัดสินใจถ่ายสารคดีชีวิตของตัวเอง ที่กำกับโดย "ไก่" ณฐพล บุญประกอบ (ผู้กำกับซีรีส์ สงครามส่งด่วน) ซึ่งเป็นบุคคลที่เธออยากร่วมงานด้วยมานานแล้ว จนออกมาเป็นสารคดีการต่อสู้กับเนื้องอกในก้านสมองที่ ชัญญา แสดงเป็นตัวเอง และเลื่อนคิวผ่าตัดให้เร็วขึ้น จากธันวาคม เป็นสิงหาคม เพื่อให้ทีมงานได้ถ่ายฟุตเทจของเธอในโรงพยาบาล แล้วใส่เข้าไปในตัวสารคดี

ชัญญา บอกด้วยว่าสารคดีนี้ถ่ายทำตอนจบไว้สองแบบ ซึ่งก็คือ Good Ending ที่เธอเอาชนะเนื้องอก กลับมาใช้ชีวิตได้ กับ Bad Ending ที่เธอพ่ายแพ้และจากโลกนี้ไป เธอบอกว่าหากจบแบบ Bad Ending ก็ไม่เสียใจเพราะถือว่าเธอได้ส่งมอบผลงานการแสดงที่เธอทุ่มเทเต็ม 100 และบทบาทสุดท้ายให้ทุกคนได้เห็นแล้ว ไม่มีอะไรต้องเสียใจ กระนั้น ฉากจบที่ได้ใช้จริงก็คือ Good Ending ที่ ชัญญา เอาชนะเนื้องอก และได้ดำรงชีวิตเป็นนักแสดงต่อไป

การต่อสู้ที่จบลงด้วยชัยชนะ ทำให้ชื่อของ ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ เปล่งประกายชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพราะได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงที่เอาชนะเนื้องอกในก้านสมอง แต่เป็นเพราะงานแสดงอันมากมายที่เธอได้มีโอกาสฝากฝีไม้ลายมือให้เป็นที่จดจำของคนดูในอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะซีรีส์ เด็กใหม่ ซีซั่น 2 ที่เธอแสดงเป็น "ยูริ" ตัวละครคู่ปรับของ "แนนโน๊ะ" ตัวเอกของเรื่อง และประสบความสำเร็จเป็นวงกว้าง โด่งดังทั้งในไทยและต่างประเทศ

ก่อนที่มันจะนำไปสู่เส้นทางอันน่าตื่นเต้นที่รออยู่ นั่นคือวันที่เธอได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในนักแสดงของ "กังฟู ซอคเกอร์" ภาพยนตร์กีฬา-คอมเมดี้ ภาคต่อของ "เส้าหลิน ซอคเกอร์" หรือ "นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่" ในตำนาน ...

 

ตัวแทนทีมชาติไทยใน "กังฟู ซอคเกอร์"

เมื่อไหร่ก็ตามที่มีข่าวว่ามีนักแสดงชาวไทย มีบทบาทหรือปรากฏตัวอยู่ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากต่างประเทศ ย่อมเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ตัวของ "นิ้ง" ชัญญา ที่ทำเอาคอภาพยนตร์ และวงการบันเทิงไทยตื่นเต้น เมื่อมีการประกาศว่าเธอเป็นหนึ่งในนักแสดงของ "กังฟู ซอคเกอร์" หนังกีฬา-คอมเมดี้ ของทีมฟุตบอลหญิงผู้เปี่ยมวิทยายุทธ์ และกำกับโดยนักแสดงในตำนานอย่าง โจวซิงฉือ ผู้สร้างเสียงหัวเราะและความฮาให้แก่วงการภาพยนตร์เอเชียมาหลายทศวรรษ

"นิ้ง" ชัญญา เล่าจุดเริ่มต้นว่า เธอเห็นโพสต์ประกาศรับสมัครนักแสดงเรื่อง กังฟู ซอคเกอร์ ผลงานใหม่ของ โจวซิงฉือ ผู้กำกับและนักแสดงตลกในตำนานชาวฮ่องกง ที่หยิบหนังฮาในตำนาน "นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่" ซึ่งเจ้าตัวแสดงนำ กำกับเอง เมื่อปี 2001 มาทำในเวอร์ชั่นฟุตบอลหญิง ก่อนที่เธอจะตัดสินใจทำเอกสารประวัติการแสดง รวบรวมผลงานเพื่อส่งไปให้เขาพิจารณา และศึกษาหนังเก่าของเขาไปด้วย

"วันหนึ่งหนูอยู่บ้านแล้วเลื่อนเฟซบุ๊ก ไปเจอคนแชร์ว่า โจวซิงฉือ ประกาศหานักแสดง คือเขาโพสต์ในอินสตาแกรม คนกดไลก์ประมาณ 200,000 กว่าครั้ง คอมเมนต์อีกเป็นหมื่น ซึ่งเขาบอกว่าใครก็ได้บนโลกใบนี้ ผู้หญิง นักกีฬา ใครก็ได้ให้ส่งพอร์ตฯ ไป ไม่ได้เป็นความลับอะไรเลย เราก็แบบ ทำไมเราจะไม่ลองดูล่ะ คือแค่ได้เล่นเป็นนักบอลก็น่าสนใจแล้ว ผู้หญิงเตะบอล แบบเฮ้ยเตะบอลดิวะ แต่ตอนนั้นหนูเตะบอลไม่เป็นเลยนะ" ชัญญา เล่าอย่างออกรส

นอกจากรวบรวมผลงานส่งไปให้ทีมงานของ โจวซิงฉือ พิจารณาแล้ว ชัญญา ยังถือโอกาสกลับไปดูหนัง เส้าหลิน ซอคเกอร์ ในตำนาน และค้นพบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจที่ว่า ตัวละครของ จ้าวเหว่ย ที่เล่นเป็นผู้รักษาประตูหัวล้านของทีมพระเอกตอนท้ายเรื่อง สอดคล้องกับงานแสดงเรื่องแรกของ ชัญญา เรื่อง เดดไลน์ ที่เธอโกนผมแสดงเป็นผู้ป่วยมะเร็งพอดี แถมยังมีรูปที่เธอเคยใส่เสื้อบอลสไตล์เส้าหลิน เหยียบลูกฟุตบอลเหมือน โจวซิงฉือ ในเรื่องนั้นด้วย ทำให้เธอไม่ลังเลที่จะบอกเล่าเรื่องราวและแนบรูปถ่ายใบนั้นส่งไปให้ทีมงานพิจารณาด้วย

"ตอนที่ส่งพอร์ตฯ ไปยังแบบ เขา (โจวซิงฉือ) จะโกรธเราไหมเนี่ย ? ถ่ายรูปล้อเลียนเขาอีก แต่ก็แบบเราก็ตั้งใจทำแล้วน่ะ ตั้งแต่ 4 ทุ่มถึง 7 โมงเช้า โหจนเช้า ก็เลยส่งไป แล้วประมาณ 1 อาทิตย์เขาก็ตอบกลับมาว่าให้ถ่ายเทปแคสต์ แล้วทีนี้คือในพอร์ตฯ เราก็ใส่ชื่อพี่ของคนหนึ่งที่พูดภาษาจีนได้เข้าไป เพื่อจะได้ช่วยเรื่องการติดต่อสื่อสาร ซึ่งปรากฏว่าจากนั้นผู้จัดการก็โทรมาบอกเขา มาบอกต่อเราว่าผู้กำกับเขาอยากเจอ เขาถามว่าผู้กำกับคือใคร โจวซิงฉือ หรือเปล่า แล้วเขาก็บอกว่าใช่ ผู้จัดการเขาอยากเจอหนู"

"พอหนูวางสายคือหนูร้องไห้หนักเลย โทรไปหาพ่อกับแม่ ท่านยังนึกว่าหนูโกหก คือตอนที่หนูทำงานนี้ หนูไม่ค่อยบอกใคร แล้วคนที่หนูบอกส่วนใหญ่ก็หัวเราะ คือมันไม่มีใครเชื่อเลยพี่ว่ามันจะเป็นไปได้ตอนนั้นน่ะ แม้กระทั่งวันที่ถ่ายเสร็จยังแบบ นี่ฝันไปป่ะเนี่ย ? มันเซอร์เรียลมาก รู้สึกแบบนั้นตลอดเวลา"

แน่นอนว่าสิ่งที่ ชัญญา ต้องทำก็คือตีตั๋วเครื่องบินเดินทางไปฮ่องกง เพื่อไปพบกับชายผู้เป็นตำนานอย่าง โจวซิงฉือ พร้อมกับเตรียมตัวแคสต์บทด้วยภาษาอังกฤษจำนวน 6 หน้า ต่อหน้าเจ้าตัวและทีมงาน กระนั้น ความเป็นผู้กำกับและนักแสดงในตำนานของ โจวซิงฉือ ก็ไม่ได้ทำให้ตัวของ ชัญญา ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เธอโฟกัสอยู่กับหน้าที่ของตัวเอง ก่อนจะแสดงฝีมือให้เขาและทีมงานเห็น จนได้รับคำชมว่า "ดี" กลับมา

"โอเค อย่างน้อยก็มี Good แหละ" ชัญญา กล่าวแบบติดตลก ก่อนที่ โจวซิงฉือ จะถามคำถามที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญก็คือ "เตะฟุตบอลเป็นไหม ?"

ชัญญา บอกว่าสมัยเด็กเธอเล่นกีฬามาหลายชนิด แต่ไม่เคยเตะฟุตบอลมาก่อน ทว่าระหว่างที่เดินทางกลับมาที่ไทย พร้อมกับยังไม่ได้รับการการันตีว่าจะได้แสดงหนังเรื่องนี้หรือไม่ ชัญญา คิดว่าถ้าตัวเองเตะฟุตบอลได้ ก็จะเพิ่มโอกาสให้ตัวเองได้มากกว่าเดิม

นั่นจึงทำให้ ชัญญา ตัดสินใจกระโดดเข้าสู่โลกของ "ฟุตบอล" ในที่สุด

 

เมื่อนักแสดงกลายเป็นคนบ้าบอล

ในสายตาของคนดูหนังชาวไทย คงไม่มีใครสงสัยในฝีไม้ลายมือของ ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ คนนี้ จากผลงานการแสดงที่ผ่านมา กระนั้น แม้จะไปแคสต์หนัง กังฟู ซอคเกอร์ และได้รับคำชมจาก โจวซิงฉือ มาแล้ว ทว่ามันก็ยังไม่ได้การันตีว่า ชัญญา จะได้ร่วมแสดงหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้านลูกหนังอย่างเธอ

"คือถ้าหนูเตะบอลเป็นเนี่ย หนูก็อาจจะมีโอกาสมากกว่าคนอื่น คือเรื่องการแสดงหนูไม่ห่วงเลย แต่การเตะบอลเนี่ยมันเป็นสกิล มันหลอกกันไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง การวิ่ง การเคลื่อนไหว เอาแบบมองข้ามเรื่องอินเนอร์ไปก่อนเลย คือต่อให้หนูเป็นนักแสดง เราก็แสดงเป็นนักฟุตบอลไม่ได้ ถ้าหนูเตะบอลไม่ได้"

มันเลยกลายเป็นจุดที่ทำให้ ชัญญา ตัดสินใจเรียนเตะฟุตบอล เธอไปลงคอร์สฝึกฝนกับครูสอนฟุตบอลตัวต่อตัว สัปดาห์ละ 3-4 วัน วันละ 2 ชั่วโมง เพื่อเรียนรู้วิชา เริ่มต้นจากศูนย์ ฝึกจับบอล ส่งบอล ครองบอล ก่อนจะขยับไปเรียนแบบรวมกลุ่มกับเด็ก ๆ ทำซ้ำแบบนั้นอยู่ 3 เดือน พร้อมกับถ่ายคลิปวิดีโอ ส่งไปให้ โจวซิงฉือ กับทีมงาน ได้ดูพัฒนาการ และความตั้งใจของเธอ แสดงให้เห็นว่าเธอพร้อมสำหรับการเล่นหนังฟุตบอลให้พวกเขา

แม้จะทุ่มเทฝึกฝนฟุตบอลจนบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าฉีกขาดทั้งสองข้าง และหมอนรองเข่าฉีกตามลำดับ แถมยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมาจากทีมงานของ โจวซิงฉือ ในช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งที่ ชัญญา ฝึกฝนมา ทำให้เธอรู้ตัวแล้วว่า เธอหลงรักกีฬาฟุตบอลอย่างเต็มหัวใจ ไม่ใช่แค่เพราะเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่องานแสดงอีกต่อไป

ชัญญา ยังบอกอีกว่าในช่วงเวลาที่รักษาอาการบาดเจ็บ เธออ่านหนังสือเกี่ยวกับฟุตบอล และดูภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับฟุตบอลหลายเรื่อง เพื่อซึมซับความรู้ด้านฟุตบอล สร้างแรงบันดาลใจ และหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของตัวเองเอาไว้ แถมยังกระตุ้นให้เธออยากเตะฟุตบอลทุกวัน แม้ยังไม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้วจะได้รับเลือกให้แสดง กังฟู ซอคเกอร์ หรือเปล่า ?

"หนูมีความสุขมาก หมายถึงหนูลงไปในสนามแล้วมีความสุขมาก จากเด็กที่ไม่เคยอยากมีชีวิตอยู่เลย ไม่มีความสุขเลย คือแรก ๆ มันอาจจะยากและกดดันเพราะเรายังไม่เก่ง แล้วเราก็เหมือนตัวถ่วงของทีม ไม่มีประโยชน์ ยังช่วยอะไรใครไม่ได้ แต่หนูอยากเก่งขึ้นก็เลยเรียนเยอะขึ้น คือในหนังเนี่ยจะเก่งไหมไม่รู้ แต่ชีวิตจริงคืออยากเก่งแล้ว เราอยากเป็นคนยิงประตูให้ทีมได้ อยากแอสซิสต์ อยากพาทีมคว้าชัยชนะได้ ตอนหลังมันเลยกลายเป็นเรื่องฟุตบอลเสียส่วนใหญ่แล้ว เหมือนหนูเอาหนังมาเป็นข้ออ้างในการทุ่มเทเพื่อมัน" ชัญญา กล่าวอย่างเป็นประกาย

สุดท้าย ความทุ่มเทพยายามเพื่อกลายร่างตัวเองเป็น "คนบ้าบอล" ก็เป็นผล เพราะในที่สุด โจวซิงฉือ และทีมงานก็เลือก ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ เป็นหนึ่งในนักแสดงของเรื่อง กังฟู ซอคเกอร์ อันเป็นโปรเจกต์ภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องแรกในชีวิตของ นิ้ง ชัญญา คนนี้ด้วย

 

ส่วนเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่

กังฟู ซอคเกอร์ ภาพยนตร์เรื่องที่ 11 ในฐานะผู้กำกับของ โจวซิงฉือ เข้าฉายที่แรกในจีน วันที่ 11 กรกฎาคม 2026 ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย กวาดรายได้ไปกว่า 2,300 ล้านหยวน (ราว 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 10,000 ล้านบาท) ก่อนจะทยอยเข้าฉายที่ฮ่องกง และประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยหลังจากนั้น

ขณะที่ ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ ก็ได้ปรากฏตัวอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ในบทบาทผู้รักษาประตูของทีมฟุตบอลหญิงทีมหนึ่ง ที่แม้ว่าจะออกมาแค่ไม่กี่ฉาก มีแอร์ไทม์บนจอไม่นาน แต่ก็เป็นที่ภาคภูมิใจของคนดูชาวไทย รวมถึงตัวเธอเอง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้ จนเป็นที่พูดถึงบนโลกออนไลน์

"คือตอนแรกเนี่ย หนูอ่ะคิดว่าอย่างน้อยแค่ได้ออก 5 วินาทีก็โอเคแล้ว ตอนไปคือหนูยังไม่เห็นบทเลย แต่คือจะให้เล่นเป็นอะไรก็ได้ แต่พอเห็นโปสเตอร์ออกมา มีชื่อเราอยู่ในโปสเตอร์ คือแบบ อะไรวะเนี่ย แล้วในหนังตัวอย่างก็มีหนูด้วย แบบว่ามันเกินไปเยอะจริง ๆ" ชัญญา เล่าถึงเรื่องราวอันเป็นความภูมิใจของเธอ

ถึงจะใช้เวลารอคอยกว่า 1 ปีครึ่ง เพื่อจะได้ถ่ายทำซีนของตัวเองในเรื่องนี้ ที่ได้ออกจอเพียงไม่กี่วินาที และออกฉายสู่สายตาคนทั่วโลก แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับ ชัญญา แถมยังปลูกฝังความรักในกีฬาฟุตบอลจนถอนตัวไม่ขึ้นไปแล้วเรียบร้อย ชนิดที่ว่าเมื่อมีเวลาก็จะต้องหิ้วสตั๊ดลงไปเตะบอลกับเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ในสนามให้ได้

"Football is My Life" คือคำพูดของ ชัญญา ที่บอกกับทาง MAIN STAND อย่างมีความสุข "ฟุตบอลมันมีผลกับชีวิตหนูแบบนั้นเลย หนูเลยรู้สึกขอบคุณโจวซิงฉือมาก เพราะว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องบทหรือหนังเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็นเป้าหมายชีวิตไปแล้วในช่วงนั้น"

ชัญญา ยังบอกด้วยว่าฟุตบอลทำให้เธอมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น ได้ดูฟุตบอลกับครอบครัว และเลือกที่จะเชียร์ ลิเวอร์พูล เป็นทีมโปรดตามคุณแม่ที่เชียร์อยู่

"อีกเหตุผลที่หนูเลือกเชียร์ ลิเวอร์พูล ก็เพราะ I Don't Wanna Walk Alone หนูต้องเปิดตัวเองกับคนใกล้ตัวมากขึ้น กับแม่ กับเพื่อน หนูไม่อยากโดดเดี่ยวอีกแล้ว เวลาไปข้างนอกแล้วเจอคนใส่เสื้อเหมือนกัน ดูสายตาก็แบบใช่เลยพวกเดียวกัน มันไม่โดดเดี่ยว เราไม่ต้องรู้จักกันก็ได้ แต่เราหัวใจเดียวกันน่ะ ฟุตบอลพาหนูไปเจออะไรเยอะมาก รวมถึงความรู้สึกที่ได้เตะบอลด้วย มันสุดยอดมาก"

แม้โปรเจกต์ กังฟู ซอคเกอร์ จะจบลง และ ชัญญา ก็ได้ทำหน้าที่ของตัวเองในหนังเรื่องนี้สิ้นสุดไปด้วยดีแล้ว แต่เธอก็ยืนยันว่าจะไม่ลืมประสบการณ์ครั้งสำคัญจากการทำงานหนังเรื่องนี้ รวมถึงช่วงเวลาที่เธออุทิศ ทุ่มเทให้กับกีฬาฟุตบอลแบบสุดตัวด้วยความสนุกทั้งกายและใจ

"มันจะเป็นประสบการณ์ที่มีค่า ความทรงจำที่มีค่ากับหนู เพราะหนูรู้ว่าต่อจากนี้หนูก็จะต้องไปทำอย่างอื่น คือเส้นทางนักแสดงทำให้หนูต้องเป็นแบบนั้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเวลาว่าง ถ้าไม่มีกองถ่าย ไม่มีทีมงานหลายร้อยชีวิตรออยู่ หนูก็จะไปเตะบอลค่ะ" ชัญญา ทิ้งท้าย

Author

วัลลภ สวัสดี

ฟังไปเรื่อย ดูไปเรื่อย เขียนไปเรื่อย

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand