Feature

ตรงรุ่นไม่ตีเก๊ : คริสตอส โซลิส ผู้ล้มเหลวครั้ง นอริช แต่กลับคลิกที่ อาร์เซน่อล | Main Stand

ถ้าการซื้อตัวนักเตะในโลกฟุตบอลเปรียบกับการทดลองวิทยาก่อนย้ายมา เราต้องตั้งสมมติฐานก่อนว่า จะเกิดอะไรหากซื้อนักเตะคนนี้มาร่วมทีม 

 

และในดีลของ คริสตอส โซลิส ตัวรุกของ อาร์เซน่อล ที่กำลังได้รับคำชมไม่หยุดปากนั้น มิเกล อาร์เตต้า ตั้งสมมติฐานไว้อย่างไร ก่อนจะดึงนักเตะที่เคยล้มเหลวกับ นอริช รายนี้มาจากลีกสูงสุดจากประเทศระดับรองอย่าง เบลเยียม ? 

ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้กับเรื่องราวของเขา ติดตามกับ MAIN STAND 

 

โลกกว้างมันเป็นยังไงนะ ?

ย้อนกลับไป 5 ปีก่อน ราวต้นยุค 2020s คริสตอส โซลิส ถือเป็นดาวรุ่งที่ดีที่สุดในลีกกรีซ หลังแจ้งเกิดกับ PAOK ทีมระดับหัวแถว ด้วยการลงเล่นในซีซั่นแรกอย่างเต็มตัวเมื่อปี 2020-21 ก่อนที่เขาในวัย 18 ปี จะจบซีซั่นด้วยการยิงไป 16 ประตูและแอสซิสต์ไปอีก 11 ลูกจากการลงสนามทุกรายการ 

สถิตินี้มันค่อนข้างบ้าสำหรับเด็กอายุ 18 ปี ที่ ณ เวลานั้น ซึ่งผู้ที่เห็นเขามาแต่เด็กอย่าง วาซิลิส มิตตาส ผอ.อะคาเดมี่ ของ PAOK ไม่เคยแปลกใจ เพราะถ้าจะมีนักเตะเยาวชนคนไหนที่พุ่งทะยานจากชุดสำรองขึ้นมาเป็นตัวหลักในทีมชุดใหญ่ได้ ก็คงจะมีแต่ โซลิส ที่พร้อมทั้งเรื่องทักษะ และ ทัศนคติ ซึ่งเป็นสิ่งชี้วัดและเห็นได้ง่ายในช่วงวัยรุ่นที่สุด

"คริสตอส ไม่เคยสร้างปัญหานอกสนามเลย เป็นเด็กดีที่คุณสามารถจะบอกสิ่งที่คุณต้องการจากเขาได้ เพราะคุณแน่ใจได้ว่าเขาจะทำทุกทางเพื่อช่วยให้ทีมเอาชนะ"

"เทคนิคของเขาในตอนนั้นพร้อมสำหรับการเล่นในแนวรุกทั้ง 3 ตำแหน่งหลังกองหน้า และเป็นคนสร้างความแตกต่างในเกมได้ เพราะมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง และมีความปรารถนาที่จะเอาชนะอย่างไม่ลดละ" เขาว่าแบบนั้น

โค้ชทีมชุดใหญ่อย่าง ปาโบล การ์เซีย ก็พูดไม่ต่างกัน เขาชอบที่ โซลิส มีความเป็นระเบียบวินัยในเชิงแท็กติกสูงมาก และที่สำคัญคือตอนเป็นเด็กที่ดังระเบิด เจ้าตัวกลับไม่มีอาการติดแอ็ก และยังโฟกัสกับเรื่องการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด  

สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาถูกทีมจากเยอรมนี เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ พยายามคว้าตัวไปร่วมทีม เพียงแต่ดันมีข้อเสนอที่กระแทกใจเขาอย่างแรง เมื่อ นอริช ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2021-22 ภายใต้การคุมทีมของ ดาเนียล ฟาร์เก้ ติดต่อเข้ามา 

ใครบ้างจะไม่อยากไปเล่นในลีกที่ดี ที่แข็งแกร่ง และได้รับความสนใจมากที่สุดในโลก ... ในยุคที่เราถูกสอนกันว่า "โอกาสมาก็ต้องคว้าไว้ก่อน" โซลิส วาดภาพตัวเองไว้ตามแต่จินตนาการ เขาไม่ผิดหรอกเพราะมันเป็นเรื่องคลาสสิกของชีวิตมนุษย์ การคิดบวก และหวังว่านี่จะเป็นเส้นทางที่เรา "เกิดมาเพื่อสิ่งนี้" มันเป็นเรื่องแสนธรรมดา ส่วนโลกความจริงจะเป็นอย่างไร ใครจะรู้ล่ะ ? เพราะมันคืออนาคต คุณคาดเดาไม่ได้หรอก ถ้าเป็นแบบนั้นก็กระโดดเข้าไปท้าทายมันเลยสิ! 

"ผมคิดว่าตัวเองพร้อมสำหรับเกมที่สูงขึ้น ผมอยากจะแสดงความสามารถให้แฟน ๆ ได้เห็นว่าผมสามารถจะช่วยทีม ๆ นี้ให้ดีขึ้นได้แค่ไหน" โซลิส ในวัยย่าง 19 ปีกล่าวในงานเปิดตัวแข้งใหม่

นอริช ซื้อตัวไปร่วมทีมด้วยราคาราว 8 ล้านปอนด์ เป้าหมายของ ฟาร์เก้ คือการสร้างทีมที่มีดาวรุ่งฝีเท้าดีเพื่อให้สโมสรเติบโตอย่างยั่งยืน ... 

แต่ทว่าวิธีนี้เป็นการประเมินลีกที่แข็งแกร่งอย่างพรีเมียร์ลีกผิดเกินไป ในลีกที่มีแต่ของจริง คุณมีแค่ใจและฝีเท้าอย่างเดียวไม่พอ ประสบการณ์และชั้นเชิงคือสิ่งที่สำคัญมาก และสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อได้ลงสนามบ่อย ๆ เท่านั้น ซึ่ง โซลิส เพิ่งเล่นอาชีพมาเต็ม ๆ แค่ปีเดียว คิดดูแล้วกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น ? 

 

เละจนต้องถอยไปตั้งหลัก

ไม่ต้องบอกก็รู้ นักเตะอายุ 19 ปีที่ร่างกายยังไม่โตเต็มวัย กระดูกยังไม่แข็ง ทำให้เหล่านักเตะระดับปีศาจในพรีเมียร์ลีกกลืนกินเขาอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเคี้ยว ภาพของ โซลิส โดนชนกระเด็นกระดอน จับบอลแล้วเล่นต่อไม่ได้ หรือเลี้ยงบอลยังไงก็ไม่ผ่านเกิดขึ้นแทบจะตลอดซีซั่น และนั่นอาจจะไม่ใช่แค่เฉพาะ โซลิส อย่างเดียว แต่มันหมายถึงทีม นอริช ที่ยังอ่อนประสบการณ์ด้วย ไม่ว่าจะนักเตะคนอื่น ๆ หรือโค้ชอย่าง ฟาร์เก้ ที่เคยทำทีมตกชั้นมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อ 2 ปีก่อน 

"ผมเพิ่งเล่นอาชีพเมื่อ 1 ปีก่อน ผมไม่พร้อม แล้วทีมในตอนนั้นก็ไม่พร้อมสำหรับเกมระดับพรีเมียร์ลีกจริง ๆ ผมไม่สามารถปรับตัวและเล่นในแบบของตัวเองได้เพราะผมคุ้นเคยกับการเล่นเกมบุกและอยู่ในทีมที่ครองบอลเป็นหลัก" โซลิส เล่าย้อนกลับไปมองตัวเองตอนเด็กอย่างเข้าใจ 

"ผมถึงได้รู้แจ้งก็วันนั้น ในวงการฟุตบอลนั้น การก้าวหน้าไม่ได้หมายถึงการเลื่อนชั้นแบบก้าวกระโดดเสมอไป เพราะมันมีความเสี่ยงที่คุณจะไม่ได้โอกาสลงสนามมากเพียงพอ สิ่งเหล่านี้สำคัญมากถ้าคุณคิดจะพัฒนาตัวเอง มันแย่มากจนผมต้องการเปลี่ยนแปลง จิตใจผมไม่ค่อยสู้ดีนัก และผมต้องการเรียกความมั่นใจที่เคยมีกลับคืนมา" 

นอริช ตกชั้นในฤดูกาล 2021-22 แบบต้องใช้คำว่า "สบายไม่ต้องลุ้น" เพราะสาหัสขนาดที่ ฟาร์เก้ หลุดจากเก้าอี้ตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่น ส่วน โซลิส อาการหนักตามที่เขาบอก ได้ออกสตาร์ทในพรีเมียร์ลีกแค่ 3 นัดจาก 16 เกม ผลงานดีที่สุดคือการยิง 2 ประตูในเกมลีกคัพช่วงต้นซีซั่น และจากนั้นก็เหมือนต้นไม้ที่ไม่ได้น้ำ ไม่มีผลลัพธ์ให้ใครได้ยิ้มกว้างอีกเลย รวมถึงตัวของเขาเองด้วย 

โซลิส ตกชั้นไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพได้ครึ่งซีซั่น แต่ความพยายามนั้นก็ไม่เป็นผล ขณะที่โค้ชใหม่อย่าง ดีน สมิธ ก็ให้โอกาสน้อยยิ่งกว่าเดิม เขาถูกปล่อยตัวไปให้ ทเวนเต้ ยืมตัวในช่วงสั้น ๆ แต่ก็ไม่ดีขึ้น และจบซีซั่น 2022-23 ด้วยความล้มเหลวจากการให้คะแนนของตัวเขาเอง

ปัญหาชักจะมากเกินไปกว่าที่เขาจะรอได้ ... โซลิส จึงเข้าไปเคลียร์กับสโมสร โดยตรงว่าเขาต้องการย้ายออกไป หลังเอเยนต์ของเขาสามารถหาทีมที่จะยืมตัวเขาได้ แม้มันจะต้องเป็นการถอยหลังลงไปเล่นในบุนเดสลีกา 2 ของเยอรมนีกับ ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ ก็ตาม 

เมื่อคุณเข้าใจวิถีของโลกนี้ว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน และรู้จักตัวเองมากขึ้น เมื่อนั้นแหละที่จะสามารถเรียกว่าการเติบโตที่แท้จริงได้ โซลิส ไปที่เยอรมนี และลงเล่นอย่างสนุกสนาน มีชีวิตชีวา การถอยหลังจากความฝันเล่นพรีเมียร์ลีก มาเล่นในลีกา 2 มันก็ไม่เลวนัก แถมยังเป็นจุดเปลี่ยนให้อาชีพของเขาอีกด้วยซ้ำ 

การย้ายทีมครั้งนี้ต้องให้เครดิตเอเยนต์ของเขาที่ศึกษาวิธีการเล่นฟุตบอล และคุยกับกุนซือของ ดุสเซลดอร์ฟ อย่าง ดาเนียล ธิอูเน่ ตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญาว่ามีแผนการสำหรับ โซลิส อย่างไร ก่อนจะได้การการันตีว่าเขาจะมาเป็นตัวหลัก ภายใต้ปรัชญาบอลบุกแบบที่ โซลิส ต้องการ และวิธีการเล่นแบบนี้แหละที่ดึงจิตวิญญาณของเด็กผู้เคยมั่นใจอย่างเขากลับมา 

"เด็กคนนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความกระหายอย่างที่สุด บางครั้งผมเห็นว่าเขายอมตัดขาดตัวเองจากโลกภายนอกเพราะต้องการจะโฟกัสกับฟุตบอลอย่างเดียว แล้วแบบนี้คุณจะไม่อยากให้เขาอยู่กับทีมของเราต่อไปได้อย่างไร ?" ธิอูเน่ ว่าแบบนั้นหลังเห็น 

โซลิส ยิงไป 24 ประตูเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีม และแอสซิสต์ไปอีก 8 ครั้ง พร้อมพาทีมคว้าอันดับ 3 ได้สิทธิ์เพลย์ออฟ เลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกาในซีซั่นนั้น ทว่าน่าเสียดายที่ในรอบเพลย์ออฟ พวกเขาเสมอกับ โบคุ่ม ด้วยสกอร์รวม 3-3 ก่อนแพ้จุดโทษในเกมที่เล่นต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง

เป็นอีกครั้งที่ข้อเสนอดี ๆ เข้ามาหลังเล่นได้ดี หนนี้เขาเลือกที่จะเดินช้า ๆ อย่างตั้งใจ ความผิดพลาดสอนให้เขาโตขึ้น เขาเลือกทีมที่เหมาะสมกับตัวเองด้านวิธีการเล่น และการมีโค้ชที่คุยกันรู้เรื่องมีแนวทางที่คลิกกัน สุดท้ายเขาเลือกย้ายไป คลับ บรูช ในเบลเยียมด้วยราคา 6 ล้านยูโรเท่านั้น และนี่เป็นอีกครั้งที่ โซลิส รู้ได้ด้วยประสบการณ์ ว่ามันจะเป็นการถอยเพื่อก้าวกระโดดอีกครั้งแบบไม่กลัวเจ็บในอนาคต

 

ตัวรุกตรงรุ่นที่ อาร์เซน่อล รอคอย

ทุกคนรู้ดีว่า โซลิส ระเบิดฟอร์มกับ คลับ บรูช แบบทั้งยิงทั้งจ่ายมากถึง 40 ลูกในซีซั่นเดียว แต่ลึกลงไปใครจะรู้ ? ใครจะติดตามฟุตบอลลีกเบลเยียมและเล่าเป็นช่วงเป็นฉากได้ ? มันคงจะดีกว่าถ้าเราลองไปส่องความเห็นของผู้เชี่ยวชาญของลีกนั้น และโชคดีที่ โมฮาเหม็ด โมอัลลิม ของ BBC นำเสนอเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ โซลิส ตอนที่เล่นในเบลเยียมได้อย่างชัดเจน

"นี่คือนักเตะที่มีอิทธิพลในเกมรุกแบบไร้ขีดจำกัด เขาไม่ได้แค่ยิงหรือแอสซิสต์ แต่การเคลื่อนที่ของเขานั้นมหัศจรรย์ และต่อให้ไม่มีบอล เขาก็เป็นนักเตะที่สร้างโอกาสได้มากที่สุดถึง 135 ครั้ง ส่วนเรื่องเทคนิคนั้นดูเหมือนเขาจะพัฒนาขึ้นมากเมื่อได้ร่างกายที่โตเต็มวัย นี่คือนักเตะที่เลี้ยงบอลไปข้างหน้าได้มากที่สุด (359 ครั้ง) และเลี้ยงบอลสำเร็จมากที่สุด (40 ครั้ง) ด้วย"

"อาจมีหลายหนที่คุณสงสัยนักเตะดังในลีกเล็ก ๆ ว่าจะเล่นเกมระดับสูงได้ดีแค่ไหน แต่ โซลิส เป็นอย่างที่ผมบอกและยืนยันตัวเองด้วยการทำประตูและแอสซิสต์ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกได้ทั้งการเจอกับ อตาลันต้า, แอตฯ มาดริด และ บาร์เซโลน่า" กูรูของ BBC วิเคราะห์

หลังจบซีซั่นที่ดีที่สุดในชีวิต โซลิส มีข้อเสนอมากกว่า 7 ทีมเข้ามาเรียงหน้า และหนนี้เขาเลือกแบบไม่ลังเล เลือกทีมที่ใหญ่ที่สุดในลิสต์อย่าง อาร์เซน่อล แชมป์พรีเมียร์ลีกทีมล่าสุด ... เขาก้าวกระโดดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เกิดขึ้นจากการตกผลึกจนถึงแก่นแท้ ชนิดที่ว่าถึงจุดที่ตัวเขาเองกล้าพูดว่า "ผมจะไปที่นั่น และไม่อยากได้ยินข้อเสนออื่น ๆ แล้ว เพราะการตัดสินใจมาอาร์เซน่อลมันง่ายนิดเดียว" 

ก่อนดีลนี้จะเกิดขึ้นและ โซลิส จะพูดเต็มปากแบบนั้น เขาทำเหมือนกับทุกครั้ง นั่นคือคุยกับเจ้านายในอนาคต ซึ่ง มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของ อาร์เซน่อล ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะทำเช่นนั้น เพราะเขาก็อยากจะรู้จักโซลิสมากกว่าแค่ตัวเลขสถิติ แต่ลึกเข้าไปถึงตัวตนและคาแรกเตอร์ เพราะนั่นคือสิ่งที่ อาร์เซน่อล ในยุค อาร์เตต้า ให้ความสำคัญอย่างมาก

"เราคุยกันเยอะมาก เขาอยากรู้และถามผมเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวและเรื่องต่าง ๆ ในอาชีพของผม สิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากคือ เขารู้จักสไตล์การเล่นของผมดี และบอกว่าถ้าผมไปที่ อาร์เซน่อล เขาต้องการให้ผมเล่นให้เป็นตัวเอง ไม่อยากให้ผมทำอะไรแตกต่างออกไปจากตอนที่เล่นในคลับ บรูช"

"มันไม่มีความกดดันใด ๆ ตอนคุยกัน ไม่มีการสัญญิงสัญญาว่าผมจะต้องยิงได้ 10-15 ลูก เขาบอกแค่ว่า จงเล่นอย่างอิสระและแสดงคุณภาพของตัวเองออกมา แล้วที่เหลือจะตามมาเอง"

"ผมทำอะไรตอนอยู่ คลับ บรูช น่ะเหรอ ? นั่นคือการเล่นในแดนหน้าเพื่อครองบอล  มีความพร้อมและสมาธิสำหรับการจับจ้องกับโอกาสที่เข้ามา" โซลิส ว่าเช่นนั้น 

อาร์เซน่อล ต้องการอะไรแบบนี้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาขายโจ๊กเกอร์อย่าง เลอันโดร ทรอสซาร์ ออกไปจากทีม นั่นทำให้การมาของ โซลิส ตรงตามตำราเป๊ะทุกอย่าง นอกจากจะเป็นนักเตะที่มีสมาธิกับเกมรุกแล้ว เขายังเป็นจอมเล่นลูกตั้งเตะที่สามารถสร้างโอกาสและแอสซิสต์ได้มากมาย ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ทีมอย่าง อาร์เซน่อล ต้องการ 

ตอนนี้ชีวิตใหม่ของเขาเริ่มขึ้นอย่างน่าตื่นเต้น การก้าวกระโดดครั้งนี้ดูมั่นคงและมีอนาคตสดใส เขาทำแอสซิสต์ในเกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ ที่เอาชนะ แมนฯ ซิตี้ 3-0 ก่อนจะทำแอสซิสต์แรกในเกมพรีเมียร์ลีกที่เอาชนะ โคเวนทรี 3-0 ซึ่งถ้าใครได้ดูในเกมนั้นคุณจะพบว่า โซลิส เล่นได้โคตรตื่นตาตื่นใจ ทุกครั้งที่เขาจับบอลได้ จะมีเสียงฮือฮาจากแฟนบอลในสนามดังขึ้นมาทันที 

นี่แค่การเริ่มต้นเท่านั้น ตัวของ โซลิส บอกว่าตัวของเขามีต้นแบบและอยากจะตามรอยไปให้ถึงระดับนั้น ซึ่งไอดอลของเขาคือ ดาบิด บีย่า กองหน้าทีมชาติสเปนชุดแชมป์โลกปี 2010 ซึ่งเขาคิดว่าเป็นนักเตะที่มีสไตล์คล้ายกับตัวเองมากที่สุด

"ผมมองตัวเองแบบ ดาบิด บีย่า เพราะผมไม่ได้เล่นปีกแบบตัวริมเส้นทั่วไป" 

"ผมมักขยับมาเล่นตรงกลางบ่อย ๆ ซึ่ง บีย่า ก็เคยเล่นในตำแหน่งกองหน้าฝั่งซ้ายแบบนี้ แถมรูปร่างเราก็ดันคล้าย ๆ กันซะด้วย ต่างกันแค่เขาคือตัวท็อปที่สุดในรุ่น แต่ผมอาจจะยังไม่ใช่ตัวรุกที่เก่งขนาดนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องเล่นกองหน้า ... ผมไม่ได้บอกว่าผมเหมือน บีย่า นะ แต่ผมคิดว่าเรามีบางอย่างที่คล้ายกันมาก ๆ เลยล่ะ" โซลิส ว่าเช่นนั้น

ไม่นานมานี้เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับ The Athletic ซึ่งเขาถูกยิงคำถามสำคัญว่า "คุณในตอนนี้แตกต่างกับคุณเมื่อตอนเล่นให้นอริช แค่ไหน ?" ก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งท้ายสำหรับเรื่องนี้ว่า 

"ผมพร้อมสำหรับพรีเมียร์ลีกแล้ว ผมไม่ใช่ผู้เล่นคนเดิมที่เคยเล่นให้นอริชอย่างสิ้นเชิง ผมรู้สึกได้ทั้งในร่างกายและในความคิด ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ผมจะแสดงให้เห็นว่าผมพร้อมและมีความสามารถที่จะเล่นในพรีเมียร์ลีก ... และผมมั่นใจว่าคุณก็จะได้เห็น" 

ตอนนี้คือโชว์ไทม์ของเขา และชื่อของ คริสตอส โซลิส ก็กลายเป็นชื่อที่ทุกคนคุ้นหูไปเรียบร้อยแล้ว

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.theguardian.com/football/2026/aug/03/christos-tzolis-arsenal-premier-league-club-brugge
https://en.wikipedia.org/wiki/Christos_Tzolis
https://www.bbc.com/sport/football/articles/cwyee2rl9yjo.
https://www.nytimes.com/athletic/7482759/2026/08/03/christos-tzolis-interview-arsenal/
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c79gdj3151po

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ