Feature

ดูนายให้ดูพ่อ : เหตุผลที่แฟนผีไม่ควรรีบถอดใจกับคู่แฝดตระกูลเฟล็ทเชอร์ | Main Stand

เสียงวิจารณ์กระหน่ำถึง ไทเลอร์ และ แจ็ค เฟล็ทเชอร์ 2 แข้งดาวรุ่งฝาแฝดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ได้โอกาสลงเล่นตลอดในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา แต่ผลงานกลับไม่น่าไว้ใจและสร้างความผิดพลาดให้เห็นเป็นระยะ ๆ 

 


ตอนนี้ถึงกับมีการบอกว่าทั้งคู่เป็น "เด็กฝาก เด็กเส้น" กันเลยทีเดียว ... แต่ถึงกระนั้นคุณอาจจะต้องใจเย็นลงหน่อย เพราะตระกูล "เฟล็ทเชอร์" อาจเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เหมือนกับที่พ่อของเขา ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ เคยสร้างไว้ในอดีต 

สิ่งที่ลูกฝาแฝดกำลังเจอไม่ต่างกับที่พ่อของเขาเคยผ่านมานัก และนี่คือเหตุผลที่แฟนผีอาจจะเบาใจและให้โอกาสทั้งคู่ได้พิสูจน์ตัวเอง   ติดตามกับ MAIN STAND 

 

เด็กเส้น...มาตั้งแต่รุ่นพ่อ 

ก่อนที่ แจ็ค และ ไทเลอร์ จะถูกเรียกว่า "เด็กเส้น" ในยุค ไมเคิล คาร์ริค เมื่อหลายปีก่อน พ่อของเขา ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ก็เคยถูกแฟน ๆ ปีศาจแดงเรียกด้วยคำ ๆ นี้เหมือนกันในยุคที่เจ้าตัวขึ้นรุ่นมาใหม่ ๆ และมีกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เป็นคนตัดสินใจดึงเขาขึ้นมาจากชุดเยาวชน 

ในรายของคนพ่อนั้น ได้ก้าวขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่เต็ม ๆ ช่วงฤดูกาล 2003-04 และต้องแบกรับภาระใหญ่มาก ๆ เพราะในซีซั่นนั้น เดวิด เบ็คแฮม ย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ขณะที่ เฟอร์กี้ ก็เหมือนจะเริ่มผ่าตัดทีมใหม่ และทำให้ทีมในช่วงนั้นเดินทางสู่ช่วงขาลงอยู่สัก 3 ปี ที่ไม่ได้แชมป์ลีกเลยตั้งแต่ซีซั่น 2003-04, 2004-05 และ 2005-06

บังเอิญว่าตอนนั้น เฟล็ทเชอร์ ถูกจับเล่นตำแหน่งปีกขวาที่ เบ็คแฮม ทิ้งช่องว่างเอาไว้ และด้วยช่วงวัย ประสบการณ์ ร่างกาย และแมตช์ฟิตเนส เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ทำได้ใกล้เคียงเลย แต่ เฟอร์กี้ ก็ยังจับเขาเล่นตลอดจนมีการแซวว่า เขาเป็นเด็กเส้นของ เฟอร์กี้ เพราะเป็นชาวสกอตติชเหมือนกัน แถมยังมีชื่อว่า ดาร์เรน เหมือนกับชื่อลูกชายของ เฟอร์กี้ อีกต่างหาก 

ไม่ต่างกันเลยกับรุ่นลูกในตอนนี้ ไม่ว่าจะสถานการณ์ที่ทีมกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวจากขาลง และการจากไปของเจ้าของตำแหน่งเดิมอย่าง กาเซมีโร่ ยิ่งทำให้แฝดเฟล็ทเชอร์ ต้องพิสูจน์ตัวเองกันยกใหญ่ 

ตอนนี้พ่อของเขาเป็นกุนซือทีมชุดยู 18 ของสโมสร และยังสนิทกับเฮดโค้ชชุดใหญ่อย่าง คาร์ริค ยิ่งทำให้ภาพของเด็กเส้นเริ่มถูกจดจำมากขึ้น และสิ่งที่โกหกกันไม่ได้คือฟอร์มการเล่นหลังจากได้โอกาสลงเล่นชุดใหญ่มาตั้งแต่ช่วงปลายซีซั่นที่แล้ว คู่แฝดเฟล็ทเชอร์ยังหาจุดเด่นชัด ๆ ไม่เจอ จนถึงขั้นแฟน ๆ บางคนยังแยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร 

 

อย่าเพิ่งลืมว่าพวกเขาแค่เริ่มต้น 

ไม่มีอะไรเสียหายสำหรับการให้โอกาสดาวรุ่งในเกมที่ไม่ได้มีตำแหน่งแชมป์หรือ 3 คะแนนเป็นเดิมพัน ปกติแล้วก็เป็นเช่นนี้มาตลอดทุกยุค นักเตะดาวรุ่งจะได้โชว์ของในช่วงปรีซีซั่น แต่คำถามคือแฝดเฟล็ทเชอร์ ทำไมได้โอกาสบ่อยกว่าดาวรุ่งคนอื่น ๆ ในทีม ? 

ความจริงคือทั้งคู่เป็นดาวเด่นในทีมรุ่นเยาวชนของปีศาจแดงมาตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาจากอคาเดมี่ของ แมนฯ ซิตี้ ในปี 2023 ด้วยราคารวมกันที่ 1.25 ล้านปอนด์ หลังอยู่กับฝั่งเรือใบสีฟ้ามาถึง 9 ปี  โดย แจ็ค เป็นตัวหลักที่ทีมอยากจะได้ เพราะเป็นเด็กที่เก่งกว่า คล่องตัวกว่า และเล่นเกมรุกได้ดีกว่า ขณะที่ ไทเลอร์ นั้นยังไม่โดดเด่นอะไรนักในตำแหน่งเบอร์ 6 

โค้ชเยาวชนรายหนึ่งของทีมเปิดใจกับทีมงานของ The Athletic และพูดถึงเรื่องของแฝดเฟล็ทเชอร์ว่า ในตอนแรก แจ็ค เป็นดาวรุ่งระดับแถวหน้าที่โดดเด่นกว่า ส่วน ไทเลอร์ เป็นกลุ่มดาวรุ่งระดับกลาง ๆ ที่ไม่ได้โดดเด่นนัก เพราะได้รับบาดเจ็บตั้งแต่อายุ 16 ปี จนมีผลต่อพัฒนาการไปช่วงหนึ่ง 

แต่หลังจากมาอยู่กับ ยูไนเต็ด ทั้งคู่ก็พัฒนาขึ้นมาก และเหตุผลที่พวกเขาถูกดันขึ้นชุดใหญ่ไว เพราะร่างกายของพวกเขาพัฒนาไวกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากการพยายามอัพเกรดกล้ามเนื้อที่ทั้งคู่ทุ่มเทมาตลอด 18 เดือนหลัง

"ร่างกายทั้ง 2 คนแข็งแกร่งขึ้นมาก ทั้งความสูงและความหนาแน่นของกล้ามเนื้อ ตลอด 2 ปีที่อยู่กับเรา แจ็ค และ ไทเลอร์ เคลื่อนไหวได้ดีมากขึ้นหลังได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง เขาสูงและขายาว มีศักยภาพด้านร่างกายในระยะยาวที่ดีมาก ๆ ไว้รอตอนที่เขาอายุ 20 กว่า ๆ คุณจะเห็นได้ชัดถึงความแข็งแกร่งของทั้งคู่"

"ส่วนตัว ไทเลอร์ พัฒนาเรื่องการสกัดคู่แข่งและตัดบอลได้ดีขึ้น คล่องตัวขึ้นเมื่อได้บอล นั่นเป็นเหตุผลที่เขาคว้ารางวัลนักเตะ ยู 21 ยอดเยี่ยมของสโมสร มีชื่อบนม้านั่งสำรองของทีมชุดใหญ่ 13 ครั้ง และได้โอกาสลงสนาม" แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อยืนยันพร้อมทิ้งท้ายเกี่ยวกับเรื่องการที่ 2 คู่แฝดถูกดันขึ้นมามีบทบาทในชุดใหญ่ว่า

ในบรรดานักเตะเยาวชนทั้งหมดในแคร์ริงตัน ไทเลอร์ เฟล็ทเชอร์ และ เช เลซีย์ คือคนที่ได้ถูก คาร์ริค เรียกขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่มากที่สุด โดยเฉพาะฝั่งเฟล็ทเชอร์นั้นได้ขึ้นมาซ้อมร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส, กาเซมีโร่, มานูเอล อูการ์เต้ และ ค็อบบี้ เมนู มากกว่าซ้อมกับกองกลางระดับยู 21 ด้วยซ้ำ 

เหตุผลที่ คาร์ริค ดันแฝดเฟล็ทเชอร์ไม่ได้ต่างอะไรกับที่ เฟอร์กี้ ผลักดัน ดาร์เรน พ่อของพวกเขาเลย เฟอร์กี้ เคยบอกว่าในช่วงวัยทีนเอจ นักเตะสามารถทำผิดพลาดในสนามได้มากที่พวกเขาต้องการ พวกเขาจะต้องเรียนรู้จากการถูกตำหนิจากโค้ช รุ่นพี่ และอาจรวมถึงแฟนบอลด้วย แต่สิ่งสำคัญคือพวกเขาจะพัฒนาตัวเอง และก้าวผ่านเรื่องลบ ๆ พวกนี้ที่เป็นเรื่องปกติในโลกฟุตบอลได้หรือไม่ ... ซึ่งพ่อของเขาทำสำเร็จมาแแล้วในอดีต 

 

ตระกูลนี้ต้องดูกันยาว ๆ 

การเล่นในตำแหน่งกองกลางห้องเครื่องนั้นเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับดาวรุ่งในวัยทีนเอจ ตำแหน่งนี้มีแค่ร่างกายและความขยันมุ่งมั่นอย่างเดียวไม่พอ เพราะประสบการณ์ ทักษะการเอาตัวรอด และทักษะการอ่านจังหวะเกมคือเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มพูนขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาได้โอกาสในเกมการแข่งขันจริงเท่านั้น 

การยัดกองกลางอย่างเฟล็ทเชอร์ตั้งแต่รุ่นพ่อลงเล่น และเรียนรู้ความผิดพลาด จนกระทั่งกลายเป็นตัวหลักในทีมชุดที่ดีที่สุดในฤดูกาล 2007-08 ถือเป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ สำหรับเรื่องนี้ 

จริงอยู่ที่โลกนี้มีกองกลางอัจฉริยะที่เก่งกาจตั้งแต่อายุยังน้อยมากมาย อาทิ เชส ฟาเบรกาส, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ หรือคนอื่น ๆ ที่คุณจะนึกชื่อออก... แต่เท่าที่ทุกคนเห็น เชื่อว่าทุกคนก็คงรู้ว่าตระกูลเฟล็ทเชอร์ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่อัจฉริยะ แต่พวกเขาคือลูกหาบ มดงาน หรือใด ๆ ก็ช่างแล้วแต่คุณจะเรียก 

เพราะฉะนั้นสำหรับแฟนแมนฯ ยูไนเต็ด ณ ตอนนี้คือคุณไม่ควรต้องไปคาดหวังว่า ไทเลอร์ และ แจ็ค จะสามารถแสดงความโดดเด่นตั้งแต่อายุเท่านี้ เพราะมันชัดเจนว่าศักยภาพของพวกเขายังคงต้องพัฒนาอีกเยอะ 

ตอนนี้สิ่งที่คนภายในของสโมสรพูดถึงทั้งคู่ คือการมีพร้อมทั้งร่างกาย ความมุ่งมั่น และความกระหายที่จะพัฒนาตัวเอง แต่สิ่งที่พวกเขาขาดคือประสบการณ์ในเกมจริง ที่มีความกดดันจริง ๆ เกมที่ความผิดพลาดจะฆ่าพวกเขาทั้งเป็นจากการโดนแฟน ๆ รุมทึ้ง ... ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ก็รับมือกับมันอยู่ และมันดีกว่าเยอะที่จะให้พวกเขาผิดพลาดตั้งแต่เกมปรีซีซั่น เพราะมันจะทำให้พวกเขาระแวดระวัง และเข้าใจว่าในเกมระดับที่มีความเข้มข้นสูง สิ่งใดบ้างที่พวกเขาต้องพัฒนาขึ้น 

เรื่องนี้พ่อของพวกเขาก้าวผ่านมาแล้ว ... ความสามารถของนักเตะระดับกลาง ๆ ที่ถูกบ่มเพาะจากการเรียนรู้ในความผิดพลาด จนกระทั่งเจอจุดเด่นของตัวเองและใช้มันให้เป็นประโยชน์ต่อทีมได้ แม้จะไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด และเป็นตัวเลือกแรก ๆ ก็ตาม 

ครั้งหนึ่งในซีซั่น 2004-05 เฟล็ทเชอร์ ผู้พ่อก็เคยผิดพลาดจนทำทีมเสียประตู จนนักข่าวต้องถามเฟอร์กี้ว่าเห็นอะไรในตัวของเด็กคนนี้ จนถึงขั้นให้โอกาสลงเล่นเป็นปีกบ้าง เป็นมิดฟิลด์บ้าง แทนที่จะซื้อนักเตะที่มีคุณภาพมากกว่ามาอุดรอยรั่วนี้ เฟอร์กี้ ตอบกลับอย่างชัดเจนว่า 

"ดาร์เรนคือเด็กหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าด้วยความพยายามและการทำงานหนัก คุณสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ เขานำพาสมาธิและความทุ่มเทมาสู่ทีมเสมอในยามที่เราต้องการ"

ในทีมฟุตบอล 1 ทีม นอกจาก 11 ตัวจริงที่เก่งกาจคุณภาพเยี่ยมแล้ว คุณยังต้องการตัวหมุนเวียนโรเตชั่น ตัวสำรองที่สามารถรับคำสั่งและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด คนที่รู้จักฝีเท้าตัวเองดี และจะไม่ทำอะไร ๆ ให้เป็นเรื่องยากเกินไปจนทีมเสียขบวน เพราะ 1 ซีซั่นของทีมระดับท็อปมีเกมให้ลงเล่นกว่า 60 นัด

หน้าที่ของ แจ็ค และ ไทเลอร์ ก็เหมือนกับพ่อของเขาในที่เคยทำในอดีต นั่นคือการปล่อยให้เสียงวิจารณ์เกิดขึ้น และพยายามลบล้างมันด้วยการพัฒนาและหาตัวเองให้เจอว่าเขาจะอยู่จุดไหนของทีม ๆ นี้ พวกเขาอาจจะเป็นตัวหลักที่ทีมขาดไม่ได้ อาจจะเป็นตัวสำรองที่พร้อมลงเล่นเมื่อโอกาสมาถึง หรืออาจจะกลายเป็นแค่ของปลอมที่โดนปล่อยออกจากทีมเมื่อเวลาอันสมควรมาถึง ?

ไม่มีใครรู้คำตอบ แต่อาชีพนักฟุตบอลอาชีพนั้นเป็นทางยาวเสมอ ในวัย 19 ปีการได้เรียนรู้ความผิดพลาดและรับเสียงวิจารณ์ของจริงอาจดูเหมือนโหดร้าย แต่อีกด้านมันก็ทำให้พวกเขาได้บทเรียนที่เด็กรุ่นเดียวกันบางคนอาจไม่เคยสัมผัส ... ตอนนี้ขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้วว่าปลายทางจะสู้จนกลายเป็นคนสำคัญเหมือนที่พ่อของเขาเคยทำไว้ได้หรือไม่

 

แหล่งอ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Tyler_Fletcher#Club_career
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c62w7wdy719o
https://www.nytimes.com/athletic/7323499/2026/06/04/tyler-fletcher-scotland-world-cup/
https://www.nytimes.com/athletic/6913731/2025/12/26/the-prospects-tyler-fletcher-manchester-united/
https://en.wikipedia.org/wiki/Jack_Fletcher_(footballer,_born_2007) 
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c2027l0w550o

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ