Feature

ไม่มีแสง แต่ซ้อมเป็นแสน : เพราะธรรมดาเกินไป จึงถือกำเนิดลูกเตะยัดไส้สไตล์ แฮร์รี่ เคน | Main Stand

2 ประตูจาก แฮร์รี่ เคน ทำให้อังกฤษผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 อย่างเฉียดฉิว 

 


ลูกยิงที่นำมาซึ่งประตูชัยคือจังหวะจบสกอร์ที่เฟอร์เฟกต์ สิบคะแนนเต็ม! ทั้งการจัดระเบียบร่างกาย ทิศทาง และน้ำหนักเท้า ... ซึ่งเราจะหามาจุดเริ่มต้นของลูกยิงแบบนี้ ลูกยิงในสไตล์ที่เห็นแต่ไกลก็รู้ว่าใครเป็นคนยิง 

ท่าไม้ตายยิงยัดไส้ในเวลาเสี้ยววินาทีแบบนี้ คือสิ่งที่เคนซ้อมมาหนักแค่ไหนจึงถือกำเนิดขึ้นมาได้ ? ติดตามกับ MAIN STAND 

 

ค้นพบเคล็ดวิชา 

แฮร์รี่ เคน แตกต่างกับนักเตะระดับโลกหลายคน ที่ดังกระฉูดตั้งแต่วัยทีนด้วยพรสวรรค์ที่เหนือกว่านักเตะรุ่นราวคราวเดียวกันหลายเท่า 

อย่างที่หลายคนรู้กัน เคนเคยอยู่ในอะคาเดมี่ของ อาร์เซน่อล ก่อนโดนยกเลิกสัญญาเพราะพัฒนาการและน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ... จะบอกว่าโชคดีที่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ให้โอกาสเขาก็ไม่ได้ เพราะทัศนคติต่างหากที่ทำให้เขาได้รับโอกาสนั้น และคนที่จะบอกเล่าได้ดีที่สุดคือเพื่อนรุ่นพี่ของเขาที่ชื่อว่า คาเมรอน แลนคาสเตอร์ 

แลนคาสเตอร์ ไม่ใช่ชื่อที่พวกคุณคุ้นหูแน่ แต่เขาคนนี้คือกองหน้าจากทีมเยาวชนสเปอร์สในรุ่นราวคราวเดียวกับเคน แลนคาสเตอร์เป็นรุ่นพี่เคนอยู่ 1 ปี และย้อนกลับไปในช่วงปี 2010 พวกเขาทั้งคู่ต้องแย่งกันเพื่อตำแหน่งที่ว่าง 1 ที่บนทีมชุดใหญ่ในฐานะกองหน้าคนที่ 3 ที่คอยสแตนด์บายในวันที่เหล่าตัวหลักบาดเจ็บ หรือลงเล่นเกมเล็ก ๆ ในฟุตบอลถ้วยในประเทศ

"ผมอยู่ในรุ่นเดียวกับแฮร์รี่ที่สเปอร์ส และเล่นในตำแหน่งเดียวกันด้วย เราลงเล่นเป็นกองหน้าคู่กันและเราต่างยิงประตูกันเป็นว่าเล่น ... แต่จะพูดแบบนั้นก็ไม่เชิงหรอก บางครั้งแฮร์รี่ก็เป็นกองกลาง แถมยังมีการลือกันว่า จริง ๆ แล้วเขาอาจจะเล่นเซ็นเตอร์แบ็กได้ด้วยซ้ำ" แลนคาสเตอร์เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่เขาได้เล่นร่วมกับเคน ในฐานะกองหน้าทีมเยาวชนสเปอร์สในระบบ 4-4-2 

แลนคาสเตอร์เล่าต่อว่า ในช่วงที่อยู่ในรุ่นเยาวชน ตัวของเขาเหนือกว่าเคน ทั้งเรื่องรูปร่าง ความเร็ว ความแข็งแกร่ง และพละกำลัง ขณะที่เคนในตอนนั้นมีปัญหาเรื่องร่างกาย และเขายอมรับว่า แทบมองไม่ออกเลยว่าเคนจะมาถึงจุดที่สามารถแบกความหวังการยิงประตูของทีมชาติอังกฤษได้ 

"เขามีปัญหาเรื่องน้ำหนักและพัฒนาการที่ช้ากว่าคนอื่น ๆ เขาแทบไม่ใช่ตัวเด่นในรุ่นด้วยซ้ำ แต่อยากรู้ไหม อะไรที่ทำให้เขามาได้ขนาดนี้ ถ้าให้พูดได้คำเดียวผมต้องบอกว่า 'ทัศนคติ' ไงล่ะ หมอนี่เหนือกว่าทุกคนอย่างชัดเจนเลย" แลนคาสเตอร์ว่าต่อ 

ตัดภาพมาที่ แฮร์รี่ เคน ในตอนนั้น เขายอมรับว่าตัวเองเป็นแบบที่แลนคาสเตอร์บอก มีสิ่งเดียวที่จะทำให้ "คนธรรมดา" อย่างเขาโดดเด่นขึ้นมาได้ นั่นคือการสร้างจุดแข็งของตัวเองขึ้นมาหนึ่งอย่าง โดยมีข้อแม้ว่าต้องเป็นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องนั้นจริง ๆ ไม่ใช่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบที่ใครก็ทำแบบนี้ได้ 

กองหน้าที่ดีไม่จำเป็นต้องเก่งมันเสียทุกเรื่อง น้อยคนมากที่จะสมบูรณ์แบบทุกด้าน ครบเครื่องรสต้มยำ ทำอะไรก็แซ่บไปหมด เคนรู้แน่ว่าถ้าเขาจะเอาดีในการเป็นกองหน้า สิ่งที่เขาทำได้คือการเลือกจุดแข็งของตัวเองขึ้นมาสักอย่างและพยายามฝึกฝนมันจนชำนาญ ... และนั่นคือการหาจังหวะยิงประตู และการควบคุมบอลให้ได้ดั่งใจจากการสับเท้าทุกระยะ

"ช่วงระยะหนึ่ง แฮร์รี่ก็กลายเป็นคนที่หายใจเป็นฟุตบอล ไม่ว่าจะการกินและการนอน โดยไม่สนเลยว่าใคร ๆ จะซุบซิบถึงเขากันว่า 'ไอ้นี่มันจะขยันอะไรเบอร์นั้นวะ'" 

"เขาเริ่มหมกมุ่นกับการดูแลสัดส่วนร่างกาย สร้างความฟิต และอีกหนึ่งสิ่งที่เขาอุทิศเวลาให้มาก ๆ คือการจบสกอร์นี่แหละ" แลนคาสเตอร์ว่าต่อ 

เคนเข้ารับการฝึกเซสชั่นหนึ่งกับ จอห์น แม็คเดอร์ม็อต ที่ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการเทคนิคของ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) การฝึกจบสกอร์วันนั้น เคนเลือกยิงด้วยการใส่ความแรงเต็มเหนี่ยว ก่อนที่จอห์นจะเป่านกหวีดหยุดการซ้อมแล้วบอกว่า "ไม่ต้องเค้นสุดแรงเหมือนจะฆ่ากันให้ตาย เตะด้วยข้างเท้าด้านในเน้น ๆ เหมือนกับการจ่ายบอลนั่นแหละ" 

เหมือนกับมีเอฟเฟกต์หลอดไฟและเสียงปิ๊ง! ดังขึ้นมาในหัวของ แฮร์รี่ เคน เขารับเทคนิคการยิงแบบนั้นเข้ามา และเริ่มซ้อมแบบเอาเป็นเอาตาย เพื่อสร้างเส้นทางของคนธรรมดาอย่างเขา 

 

ขัดเกลาจนกลายเป็นท่าไม้ตาย 

จากจุดเริ่มต้นในครั้งนั้น เคนเริ่มศึกษาการยิงประตูด้วยข้างเท้าด้านในมาตลอด ถัดจาก จอห์น แม็คเดอร์ม็อต ก็เป็นอดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษและสเปอร์สอย่าง เลส เฟอร์ดินานด์ ที่ช่วยชี้วิธีการยิงแบบที่ประตูจะหมดสิทธิ์เซฟให้กับเขาเพิ่มเติม 

เฟอร์ดินานด์เคยเป็นโค้ชของสเปอร์ส และมีโอกาสได้สอนการยิงประตู โดยวิธีการยิงของเขาคือการเลือกยิงบอลด้วยข้างเท้าด้านในกึ่งหลังเท้า พยายามควบคุมบอลให้ต่ำ ไม่สูงไปกว่าระดับเอว 

เคนจะซ้อมยิงประตูแบบนี้ทุกวันหลังจากซ้อมเสร็จ เป็นการซ้อมแบบพิเศษที่เขาอยากจะพัฒนาการเล่นของตัวเองแบบก้าวกระโดด เรื่องนี้มันคล้าย ๆ กับสิ่งที่เกิดกับ ฮานามิจิ ซากุระงิ ในเรื่อง Slam Dunk เนื่องจากซากุระงิมีความสามารถเฉพาะตัวน้อยกว่าคนอื่น ๆ เทคนิคขั้นสูงจึงเป็นสิ่งที่เขาเลียนแบบคนอื่นได้ยาก ดังนั้นการที่เขาจะชู้ตทำแต้มได้ เขาต้องซ้อมชู้ตลูกยิงธรรมดา ๆ ที่เขาเรียกว่า "ลูกชู้ตสามัญชน" เป็นพันครั้ง เพื่อให้เอามาใช้จริงในสนามได้ 

เคนเริ่มฝึกซ้อมแบบนี้ด้วยตัวเองไปพร้อม ๆ กับการออกตระเวนไปเล่นให้กับทีมอื่นในการยืมตัวทั้ง เลย์ตัน โอเรียนท์, มิลวอลล์, นอริช ซิตี้ และ เลสเตอร์ ซึ่งจะว่าถึงช่วงเวลานั้น (ราวปี 2009-2013) เคนเองก็ยังไม่ได้เก่งแบบที่เราเห็นในทุกวันนี้ 

แต่สิ่งที่ทุกคนในทีมสังเกตได้หลังจากเคนกลับมาจากการยืมตัว และได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัวคือ ลูกยิงเขาพัฒนาขึ้น คมในแบบที่ใช้คำว่า "จับวาง" ได้แล้ว 

เขามักจะฝึกการยิงเลียดไปที่มุมกรอบประตู เพราะเขามองว่าผู้รักษาประตูส่วนใหญ่จะล้มตัวลงพื้นได้ช้ากว่าการปัดบอลระดับสูง การยิงเลียดพื้นจึงเป็นวิธีการที่ลดความผิดพลาดและเพิ่มโอกาสเป็นประตูได้มากที่สุด

นอกจากนี้ การฝึกทุก ๆ วันเขาก็จับทางบางอย่างได้เพิ่มเติม มันคือเรื่องของการศึกษามุมและตำแหน่งการวางเท้า เขามักพูดถึงการสังเกตตำแหน่งยืนและจังหวะการก้าวของผู้รักษาประตู หากผู้รักษาประตูขยับตัวแม้แต่นิดเดียว เขาจะใช้ช่องว่างนั้นในการยิงทันที 

เคนเคยกล่าวถึงการฝึกซ้อมว่า "ต้องทำให้น่าเบื่อเพื่อให้มันกลายเป็นธรรมชาติ" เขาไม่ได้เน้นการยิงโชว์เหนือ ซุกสามเหลี่ยมบนให้คนร้องว้าวตลอด แต่เป็นการซ้อมรูปแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ จนเมื่อถึงเวลาลงสนามจริง เขาจะไม่ต้องเสียเวลาคิด เรียกว่าซ้อมจนเกิดความแม่นยำของระดับกล้ามเนื้อ หรือที่เราได้ยินคำว่า "ความจำของกล้ามเนื้อ" (Muscle memory) กันอยู่บ่อย ๆ

 

เคนก้าวขึ้นมาจากจุดนั้น เขาขึ้นมาเป็นตัวหลักของสเปอร์ส จนกระทั่งได้เป็นกัปตันทีม จากนั้นหลายสิ่งอย่างก็พัฒนาขึ้นด้วยทัศนคติแบบที่เขาเป็น ... การซ้อมลูกยิงสามัญชนนี้น่าจะทะลุหลักแสนครั้งไปแล้วตลอดอาชีพของเขา ซึ่งมันยืนยันด้วยสถิติยิงประตูถล่มทลาย นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ไม่มีซีซั่นไหนเลยที่เคนยิงประตูต่ำกว่า 20 ลูกใน 1 ซีซั่น 

และปัจจุบันในวัย 32 ปี เขายิ่งเก่งกาจขึ้นแบบครบเครื่อง ตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการยิงประตูอีกแล้ว ไม่ว่าคุณต้องการอะไรจากเขาในฐานะกองหน้า เขาสามารถจัดสรรให้คุณพร้อมสรรพโดยที่คุณเถียงไม่ออกเลยว่าคุณสามารถเรียกร้องอะไรได้มากกว่านี้อีก โดยเฉพาะในซีซั่น 2025-26 กับ บาเยิร์น มิวนิค ที่เขายิงได้ถึง 61 ประตูในซีซั่นเดียว และถ้าคุณย้อนกลับไปดูไฮไลต์ คุณจะเห็นท่ายิงประจำตัวของเขา ที่นับวันยิ่งคมขึ้น แม่นยำขึ้น และมาในเวลาที่สำคัญเสมอ 

 

ตอกย้ำอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2026 

เคนในร่างใหม่หลังวัย 30 ปี แข็งแกร่งขึ้นอย่างที่บอก และวิธีการยิงประตูของเขาก็อัปเกรดขึ้นอีกระดับ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่การวางเท้าแล้วยิงให้เข้า แต่มันคือการวิเคราะห์ขั้นลึกไปกว่านั้นแล้ว 

เคนเล่าว่า ตัวของเขาพยายามเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งเรื่องการยิงในจังหวะที่การทรงตัวไม่ดี การปรับท่าง้างเท้าด้วยองศาที่แตกต่างกัน หรือแม้แต่การบริหารพลังขา เพื่อให้ยังสามารถทำมันได้ในช่วงท้ายเกม 10 นาทีสุดท้ายด้วย ... ซึ่งก็อย่างที่คุณเห็น ถ้าจะวัดกันที่การง้างเท้าแล้วยิงประตูคู่แข่งนั้น แฮร์รี่ เคน ไม่เคยเป็นรองใครแน่ ๆ 

ไม่จำเป็นต้องใช้เท้ายิงอย่างเดียว การขยับเคลื่อนที่ในกรอบเขตโทษเพื่อหาตำแหน่งการเข้าชาร์จลูกเปิดจากด้านข้างของเพื่อนร่วมทีม หรือแม้แต่การถอยต่ำเพื่อเก็บบอลและเชื่อมเกม ก็เป็นวิธีการเดียวกันกับการซ้อมยิงของเขา ที่เกิดขึ้นจากการจดจำความผิดพลาด และขัดเกลามันให้ดีขึ้นในแต่ละวันของการซ้อม หรือพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ในการแข่งขันระดับสูงที่บีบให้โอกาสยิงเขามีไม่มากนัก 

คุณได้เห็นแล้วในลูกแรกที่เขาโหม่งตีเสมอ ดีอาร์ คองโก ลูกเปิดของ แอนโธนี่ กอร์ดอน เปิดเข้ามาท่ามกลางผู้เล่นของ ดีอาร์ คองโก อย่างน้อย 6 คน แต่ เคน ก็ขยับหาบอลเจอก่อนใครและส่งมันไปกองที่ก้นตาข่าย 

และเหนือสิ่งอื่นใดคือลูกยิงพลิกคว้าชัย 2-1 ลูกนี้สวยสดงดงามจริง ๆ เพราะนอกจากการวางเท้าแน่น ๆ แบบของถนัดแล้ว สิ่งที่ทุกคนได้เห็นคือการทรงตัวรักษาบาลานซ์ของเขา จังหวะที่เขาง้างเท้ายิงหน้าของเขายังหันไปที่ข้างสนามด้วยซ้ำ แต่การเหวี่ยงตัวซัดคืออีกหนึ่งระดับ ที่แม้แต่ เธียร์รี่ อองรี ก็ยังอดว้าวกับเรื่องนี้ไม่ได้ จนเขาต้องวิเคราะห์หลังการถ่ายทอดสดจบลงเลยทีเดียว 

"ประตูนี้ของเคนโคตรสุดยอดเลย นี่แหละคือพละกำลังที่เหลือล้น แรงโน้มถ่วงกำลังจะดึงเขาล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว แต่เขาฝืนตัวเองเอาไว้แต่งให้บอลตั้งทิศทางมุมฉากกับประตู เขาวางเท้าหลักอย่างมั่นคง และเหวี่ยงตัวซัดโดยที่น้ำหนักตัวทั้งหมดหมุนไปรอบขาซ้ายเท้าหลักที่เหยียดตรง ในขณะที่แรงส่งดึงตัวของเขาไปอีกทาง" อองรีเริ่มวิเคราะห์

"การยิงด้วยข้างเท้าด้านในแบบนี้มีโอกาสมากที่ร่างกายของคุณจะเสียสมดุล คุณต้องแข็งแกร่งพอที่จะถ่วงมันเอาไว้ในจังหวะยิงที่ต้องการความเป๊ะขนาดนี้"

"มันยากแค่ไหนน่ะเหรอในการยิงประตูแบบที่เขาทำ ? การยิงแบบเปลี่ยนทิศทางบอลขนาดนี้ ถ้าให้ผมลองยิงแบบเขาตอนนี้ รับรองว่าผมหลังหักแน่นอน" อองรีกล่าวในสตูดิโอของ FOX 

การฝึกอย่างบ้าคลั่งไปพร้อมกับทัศนคติเต็มร้อยเพื่อหักล้างด้านพรสวรรค์ที่เขาอาจจะเป็นรองคนอื่น ๆ ในตอนต้น ตอนนี้ แฮร์รี่ เคน คือนักเตะที่มีผลงานสม่ำเสมอ สร้างความแตกต่างได้ และมีความเป็นผู้นำ 

เรียกได้ว่าจากการฝึกยิงประตูเพื่อหาจุดเด่นให้ตัวเอง ตอนนี้มันพาเขามาไกลจนทำให้มีนักเตะไม่กี่คน ณ ตอนนี้ที่ครบเครื่องได้อย่างเขา ... และถ้าคุณคิดว่าคุณไม่เก่ง หรือด้อยกว่าคนอื่น ๆ หวังว่าเรื่องนี้จะช่วยทำให้คุณเห็นความจริงว่า ความพยายามที่จะเก่งขึ้นสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตของคุณได้จริง ๆ 

แบบที่ แฮร์รี่ เคน นักเตะธรรมดา ๆ ที่น้ำหนักตัวเกินกำหนด กลายเป็นชายผู้แบกทีมชาติอังกฤษครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่แค่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.nytimes.com/athletic/7257510/2026/06/17/harry-kane-tottenham-england-mentality-cameron-lancaster/
https://en.wikipedia.org/wiki/Harry_Kane
https://www.nytimes.com/athletic/7414161/2026/07/01/harry-kane-world-cup-goal-dr-congo-thierry-henry/
https://www.youtube.com/watch?v=Tbxa3J9UfnE
https://learning.coachesvoice.com/cv/harry-kane-tottenham-manchester-city-nuno/

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ