Feature

โฆเซ่ ปินโต : อดีตประตูสำรองบาร์ซ่า ที่ผันตัวมาเป็นศิลปินดีกรีรางวัล | Main Stand

ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา เหล่าแฟนบอลของ บาร์เซโลน่า อาจจะคุ้นหูกับชื่อ "โฆเซ่ ปินโต" (Jose Pinto) เพราะเขาคือผู้รักษาประตูสำรองชาวสเปนที่มีภาพจำอย่างการไว้ทรงผมที่เป็นเอกลักษณ์

 


แต่หลังจากวางมือในเส้นทางนักฟุตบอล เขากลับหันหน้าเข้าสู่เส้นทางของเสียงดนตรี จนสร้างชื่อเสียงโด่งดัง ผลงานเพลงของเขามียอดผู้ชมถึงหลักล้านวิว และมีรางวัลประดับบารมี

MAIN STAND จะพาไปทำความรู้จักกับนายด่านผมเดรดล็อก ที่สลัดภาพจำมาเป็นนักประพันธ์เพลงสุดเท่ พร้อมกับผลงานที่เต็มไปด้วยคุณภาพ

 

กำเนิดประตูนาม "ปินโต"

โฆเซ่ มานูเอล ปินโต โกโลราโด (José Manuel Pinto Colorado) เกิดวันที่ 8 พฤศจิกายน 1975 เกิดที่ เอล ปูเอร์โต เด ซานตามาเรีย (El Puerto de Santa María) จังหวัดกาดิซ แคว้นอันดาลูเซีย ในประเทศสเปน

ปินโต เริ่มต้นในเส้นทางนักฟุตบอลจากการเป็นเด็กในอะคาเดมีของ ซาฟา ซาน หลุยส์ (SAFA San Luis) ซึ่งเป็นทีมในบ้านเกิด ก่อนจะมาอยู่กับ เรอัล เบติส ในปี 1994 และได้ประเดิมลงเฝ้าเสากับทีมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการในฤดูกาล 1997-98 โดยเป็นเกมนัดรองสุดท้ายของฤดูกาลที่ เรอัล เบติส เจอกับ ราซิ่ง ซานตานเดร์

นัดนั้นประตูตัวจริงอย่าง โตนี่ ปราตส์ โดนใบแดงไล่ออกตั้งแต่นาทีที่ 28 ทำให้ โฆเซ่ ปินโต ถูกส่งไปเฝ้าเสาแทน แต่สุดท้ายผลจบลงที่ เรอัล เบติส เปิดบ้านแพ้ ราซิ่ง ซานตานเดร์  0-2 ซึ่งนั่นคือ นัดแรกและนัดเดียวของ ปินโต กับ เรอัล เบติส เนื่องจากเขาไม่สามารถเบียดแย่งมือ 1 มาจาก โตนี่ ปราตส์ ได้เลย

สุดท้ายช่วงซัมเมอร์ปี 1998 โฆเซ่ ปินโต ก็ย้ายไปอยู่กับ เซลต้า บีโก้ ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 1.2 ล้านยูโรเท่านั้น ก่อนกลายเป็นผู้รักษาประตูระดับตำนานของทาง เซลต้า บีโก้ เพราะเขาลงเฝ้าเสากับทีมรวมทุกรายการกว่า 202 นัด เสีย 231 ประตู และเก็บได้ 51 คลีนชีต

นอกจากนี้ โฆเซ่ ปินโต ยังช่วยให้ เซลต้า บีโก้ คว้าแชมป์ยูฟ่า อินเตอร์โตโต้ คัพ ในฤดูกาล 2000-01 รวมถึงมีส่วนในการพาทีมไปเล่นถ้วยยูฟ่า คัพ หรือ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในปัจจุบัน และเคยมีโอกาสไปโชว์ฝีไม้ลายมือในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้วด้วย 

อีกทั้ง ปินโต ยังเคยคว้ารางวัล "ซาโมร่า โทรฟี่" (ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล) หลังเขาลงเฝ้าเสาในลีกให้ เซลต้า บีโก้ 37 นัด เสียเพียง 29 ประตู และเก็บไป 14 คลีนชีต พร้อมกับมีค่าเฉลี่ยการเสียประตูต่อเกมที่ 0.78 ประตู ซึ่งน้อยกว่าผู้รักษาประตูทุกคนในลาลีกา ฤดูกาล 2005-06

หลังโลดแล่นกับทีมมานานเกือบ 10 ฤดูกาลถึงขั้นเคยรับหน้าที่กัปตันทีมให้ เซลต้า บีโก้ มาแล้ว แต่เหตุการณ์บางอย่างทำให้ โฆเซ่ ปินโต ต้องย้ายออกจากถิ่น เอสตาดิโอ เด บาไลโดส เพื่อไปหาความท้าทายครั้งใหม่กับยอดทีมในลีกแดนกระทิงดุ 

 

สำรองครึ่งทศวรรษที่บาร์ซ่า

ฤดูกาล 2007-08 บาร์เซโลน่า ที่กำลังขับเคี่ยวแย่งแชมป์ลีกกับ เรอัล มาดริด ต้องเจอกับปัญหาใหญ่ เมื่อประตูมือ 2 อย่าง อัลเบิร์ต จอร์เกร่า เกิดบาดเจ็บหนักต้องพักยาวหลายสัปดาห์ ส่งผลให้ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด กุนซือของ บาร์เซโลน่า ณ เวลานั้นต้องมองหาผู้รักษาประตูคนใหม่เข้ามาทดแทน

และเมื่อตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคม 2008 เปิดทำการ บาร์เซโลน่า ก็รีบปิดดีล โฆเซ่ ปินโต ในวัย 32 ปีให้มาร่วมทีมเป็นการฉุกเฉินด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล จากประตูตัวหลักที่ เซลต้า บีโก้ กลับกลายเป็นนายด่านสำรองที่ บาร์เซโลน่า รอโอกาสเฝ้าเสาต่อจากมือกาวอายุน้อยที่กำลังมั่นใจอย่าง บิคตอร์ บัลเดส

อย่างไรก็ตาม แม้จะได้โอกาสลงเล่นเพียงแค่หยิบมือ แต่ทุกครั้งที่ ปินโต ลงเฝ้าเสาก็มักจะโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าพอใจ ประกอบกับในช่วงซัมเมอร์ปี 2008 โฆเซ่ ปินโต หมดสัญญากับ เซลต้า บีโก้ อย่างเป็นทางการ ทำให้ บาร์เซโลน่า จัดการเซ็นเขามาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวทันที

นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา บาร์เซโลน่า เข้าสู่ช่วงเรืองรองภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดยมี 2 ผู้รักษาประตูอย่าง บิคตอร์ บัลเดส และ โฆเซ่ ปินโต ที่ยืนระยะช่วยทีมได้อย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่าการมาอยู่กับยอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนย่า โฆเซ่ ปินโต ต้องมารับหน้าที่เป็นผู้รักษาประตูสำรองถาวร แต่เขากลับมีทัศนคติที่ดี มีความเป็นมืออาชีพสูง พร้อมทั้งใช้ประสบการณ์ที่มีในการช่วยให้ บาร์เซโลน่า ประสบความสำเร็จได้แบบขั้นสุด

ตลอด 6 ฤดูกาลในถิ่นคัมป์นู ปินโต ลงเฝ้าเสารวมทุกรายการให้ บาร์เซโลน่า 89 นัด เสีย 74 ประตู และเก็บได้ 37 คลีนชีต ทว่าเขาก็สามารถคว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้ถึง 4 สมัย, โกปา เดล เรย์  2 สมัย, ซูเปร์ โกปา เด เอสปันญ่า 4 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย และแชมป์สโมสรโลก รูปแบบเก่า หรือปัจจุบัน คือ ฟีฟ่า อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ อีก 2 สมัย รวมแล้ว ปินโต คว้าแชมป์ร่วมกับทีมได้มากถึง 15 ใบ

สุดท้ายหลังจบฤดูกาล 2013-14 โฆเซ่ ปินโต ตัดสินใจแขวนถุงมือเลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการในวัย 39 ปี ก่อนจะยกเวลาทั้งหมดไปโฟกัสให้กับอีกหนึ่งเส้นทางที่เขาก็ชื่นชอบไม่แพ้กับเรื่องของฟุตบอล  

 

ลูกหนังพร้อมเสียงดนตรี

ชีวิตส่วนใหญ่ของ โฆเซ่ ปินโต นอกเหนือจากเรื่องของ "ฟุตบอล" แล้ว เขายังเป็นคนที่ชื่นชอบในเรื่องของ "เสียงเพลง" เป็นอย่างมาก เริ่มตั้งแต่เคยเข้าร่วมการประกวดเต้นเบรกแดนซ์และชนะรางวัลมาได้ จากนั้น ปินโต ก็เคยพยายามแต่งเพลงและฝึกเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุยังน้อย

จนกระทั่งในปี 2000 สมัยที่ยังค้าแข้งอยู่กับ เซลต้า บีโก้ ตัวของ ปินโต ได้ก่อตั้งสตูดิโอทำเพลงขึ้นมาที่มีชื่อว่า "วาอิน มาคินาซิโอเนส" (Wahin Makinaciones) หรือแปลเป็นไทย คือ แผนอันชาญฉลาดของวาอิน ก่อนที่ในปี 2006 ปินโต จะปล่อยผลงานเพลงชุดแรกออกมาอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อเดียวกัน

ซึ่งคำว่า "วาอิน" (Wahin) คือ นามแฝงใหม่ของ โฆเซ่ ปินโต เพราะเขาต้องการจะสร้างเอกลักษณ์และตัวตนใหม่เพื่อให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นในวงการเสียงเพลง

ขณะที่แนวเพลงของ โฆเซ่ ปินโต จะเป็นสไตล์ป๊อป และเร็กเก้แบบละตินยุค ปี 2000 ผสมผสานกับดนตรีในจังหวะฮิปฮอป โดยที่ ปินโต ต้องการให้เพลงของเขามีความครึกครื้น สดใส และสนุกสนาน เพื่อให้คนที่ชื่นชอบแนวเพลงนี้ได้ออกมาขยับร่างกายเต้นตามเสียงดนตรี

ช่วงแรกที่เริ่มปล่อยผลงานเพลง หลาย ๆ คนอาจจะยังมีภาพจำกับการที่เขาเป็นผู้รักษาประตูลงเล่นฟุตบอลอยู่ในลีกสูงสุดของสเปน แต่ระหว่างนั้นในช่วงท้ายของอาชีพนักฟุตบอล เขาก็ได้พัฒนาฝีมือในด้านดนตรีควบคู่ไปด้วย ก่อนที่ โฆเซ่ ปินโต จะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวตนและหันหน้าเข้าสู่วงการเพลงอย่างเต็มรูปแบบ  

 

มุ่งมั่นในตัวตนใหม่

หลังอำลาเส้นทางค้าแข้ง โฆเซ่ ปินโต เปลี่ยนจากสวมถุงมืออยู่หน้าประตู มาเป็นสวมหูฟัง และบรรเลงเครื่องดนตรีแทน พร้อมตั้งชื่อในวงการเพลงให้กับตัวเองว่า ปินโต "วาอิน" (Pinto "Wahin") ก่อนใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ปีในการไต่เต้า สร้างชื่อเสียงจนประสบความสำเร็จ

ปี 2016 ปินโต "วาอิน" รับหน้าที่ตั้งแต่แต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และขับร้องร่วมกับ เอล ไทเกอร์ (El Taiger) ศิลปินเร็กเก้ชาวคิวบา สร้างผลงานเพลงที่มีชื่อว่า "ลา อาบาน่า" (La Habana) ซึ่งใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Fast and Furious 8 และโด่งดังถึงขั้นติด Top 10 ในชาร์ตบิลบอร์ดของสื่อหลายสำนักมาแล้ว อีกทั้ง ปินโต "วาอิน" ยังได้ปล่อยเพลง "ปาปี้ ปาปี้" (Papi Papi) ซึ่งก็เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์แนวแอกชันคอมเมดี้เรื่อง Ride Along 2 ด้วยเช่นกัน 

นอกจากนี้ ปินโต "วาอิน" ได้สร้างผลงานเพลงในอัลบั้ม "อามาเม่ โกโม โซย" (Ámame Como Soy) ให้กับศิลปินสาวอย่าง "นินญ่า ปาสตอรี่" (Niña Pastori) และผลงานครั้งนี้ทำให้ ปินโต "วาอิน" ได้รับรางวัล Latin Grammy ในปี 2016 พร้อมกับส่งให้เขากลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงการเพลง

ต่อมา ปินโต "วาอิน" ในฐานะของศิลปินและโปรดิวเซอร์ก็ได้ร่วมงานกับศิลปินที่ทำเพลงแนวละตินอีกมากหน้าหลายตา ซึ่งมันก็ยิ่งเป็นการสร้างผลงานและเพิ่มความนิยมให้กับตัวเขามากขึ้นเรื่อย ๆ 

และเมื่อโซเชียลมีเดีย เริ่มทำให้ผู้คนทั่วโลกเข้าถึงกันได้มากขึ้น ปินโต "วาอิน" ก็ได้สร้างช่องทางโซเชียลส่วนตัว เพื่อที่จะปล่อยผลงานเพลงออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาเพลงยอดฮิตของเขาก็จะมี "ลา ปาร์ติดา" (La Partida), นีเอบลา (Niebla), โซนริซ่า เด ปาเปล (Sonrisa de Papel) และ กานีย่า (Canalla) เป็นต้น ซึ่งทุก ๆ เพลงต่างมียอดคนฟังแตะหลักล้านวิว

ส่วนผลงานล่าสุดของ ปินโต "วาอิน" อย่าง ดาเล่! (Dale!) ที่แปลว่า ลุยเลย! เขาก็ทำออกมาเพื่อต้อนรับศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยเพลงนี้ยังคงความสนุกสนาน เร้าใจ ตามสไตล์ของ ปินโต "วาอิน" แถมเพลงนี้เมื่อฟังแล้วยังชวนให้นึกถึงการผสมผสานกันระหว่างเพลง The Cup of Life ของ Ricky Martin กับ เพลง Magic in the air ของวง MAGIC SYSTEM feat. Chawki เพียงแต่ใส่ความเป็นเร็กเก้แบบละตินเข้าไปเพิ่มเติม ทำให้มีแฟน ๆ ที่เป็นชาวละตินเข้ามาติดตามผลงานและรู้จักตัวตนใหม่ของ ปินโต มากขึ้น

"หลายคนรู้จักผมในฐานะนักฟุตบอล แต่ผมเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่อายุ 14 ปี ผมชอบดนตรีและชอบกีฬามาโดยตลอด ดนตรีช่วยให้ผมเป็นนักกีฬาที่ดีขึ้นเสมอ แม้แต่ตอนที่เล่นในลีกสูงสุด คุณก็ยังมีวันที่แย่ ๆ ซึ่งดนตรีจะเหมือนเป็นที่ระบายอารมณ์สำหรับผมเสมอ" ปินโต ให้สัมภาษณ์กับทาง Billboard

แม้ว่าในเส้นทางทั้งการเป็นนักฟุตบอลและนักประพันธ์เพลง ตัวของ โฆเซ่ ปินโต จะไม่ได้เป็นที่รู้จักกว้างขวางไปทั่วโลก แต่อย่างน้อยเขาก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว และมีรางวัลเป็นเครื่องการันตีในทุกวงการ 

ณ ปัจจุบัน ในวัยหลักห้า ปินโต จัดการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ ตัดผมโกนเครา จนแทบจำไม่ได้ เพราะเขาต้องการที่จะสลัดภาพจำนายด่านผมยาวถักเดรดล็อกให้กลายมาเป็นนักประพันธ์เพลงมืออาชีพในนาม ปินโต "วาอิน" ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาใฝ่ฝันมาโดยตลอดจนถึงจุดที่เขาทำมันได้สำเร็จแล้ว      

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.transfermarkt.com/jose-manuel-pinto/profil/spieler/7537
https://www.transfermarkt.com/jose-manuel-pinto/leistungsdaten/spieler/7537
https://en.wikipedia.org/wiki/Jos%C3%A9_Manuel_Pinto#
https://www.youtube.com/@13pinto
https://open.spotify.com/artist/3h3AWIF6JCWTRB5cr5wp55
https://www.thesun.co.uk/sport/football/5786626/barcelona-jose-manuel-pinto-wahin-billboard-top-10-fate-of-the-furious-where-are-they-now/
https://www.billboard.com/music/latin/jose-manuel-pinto-wahin-fc-barcelona-charts-7781113/

Author

พงศทร​ อริ​ย​ภู​ชัย

เด็กสิงห์บลู​ส์เมืองคอน​ คลั่งฟุตบอล​ ชอบมวยปล้ำ

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand