
เหลือบมองทำเนียบฟุตบอลโลก 2026 มีแต่ชื่อนักเตะแถวหน้าของโลกตบเท้าเข้ามากันเรียงตัว แต่มีชื่อหนึ่งที่น่าสนใจและยิงประตูทุกเกมในรอบแบ่งกลุ่ม เขาคือ อิสมาเอล ไซบารี่ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโมร็อกโก
ก่อนที่แมวมองทุกทีมจะเริ่มสนใจเขา กลายเป็นว่า บาเยิร์น มิวนิค ปิดดีลไปเรียบร้อยแล้ว อะไรที่ทำให้เสือใต้มั่นใจจนไม่อาจรอให้เขาแสดงผลงานต้องตาคนทั้งโลกได้
นี่คือเรื่องราวของไซบารี่ ก่อนที่เขาจะดังไปกว่านี้ ติดตามกับ MAIN STAND
สารพัดเรื่องก่อนแจ้งเกิด
จริง ๆ แล้วการยิงประตูทุกเกมในฟุตบอลโลก 2026 ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่ออะไรสำหรับ อิสมาเอล ไซบารี่ เนื่องจากเขาคนนี้เคยเจอสิ่งที่เป็นปาฏิหาริย์ยิ่งกว่านี้มาแล้วตั้งแต่เขาลืมตาดูโลก
ไซบารี่ เกิดในครอบครัวชาวโมร็อกโก ที่อาศัยในเมือง เตร์รัสซ่า แคว้น กาตาลุนย่า ทว่าโชคร้ายที่เขาเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติที่กระดูกบริเวณเท้า จนทำให้เขาไม่สามารถเดินได้เหมือนเด็กคนอื่น ๆ ต้องใช้เครื่องช่วยเดินตั้งแต่อายุ 2 ขวบ
"เท้าของผมบิดเข้าด้านใน คุณหมอบอกพ่อกับแม่ของผมว่า ผมอาจจะเดินไม่ได้เลยตลอดชีวิต โชคดีที่แม่ของผมไม่เคยยอมแพ้ พาผมเข้ารักษาตลอดแม้เราจะยากลำบาก และกว่าผมจะเริ่มใช้เครื่องช่วยเพื่อเคลื่อนที่ด้วยตัวเองได้ก็ต้องรอจนถึงอายุ 2 ขวบ"
"ในตอนนั้นผมแค่อยากมีชีวิตปกติ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักฟุตบอลหรอก" ไซบารี่เล่าถึงอดีต

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ทำให้เขากลับมาเดินได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยพยุงตอน 7 ขวบ จากนั้นเขาเริ่มเล่นฟุตบอลในทีมท้องถิ่น แต่ในปี 2007 ชีพจรก็ลงเท้า เพราะครอบครัวของเขาประสบปัญหาจากวิกฤตเศรษฐกิจ จนทำให้ต้องย้ายไปตั้งรกรากที่เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม
ที่นั่นตัวของเขาและ อัคราม น้องชาย ได้เริ่มเล่นฟุตบอลที่สโมสร KVC Willebroek และเรียนรู้ภาษาดัตช์อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับที่พวกเขาพูดภาษาสเปนกับดาริยา (ภาษาและสำเนียงท้องถิ่นของโมร็อกโก) ได้อยู่แล้ว ก่อนที่พี่น้องตระกูลไซบารี่ จะถูก เบียร์ช็อต หนึ่งในสโมสรประจำเมืองดึงตัวไปร่วมทีม และเริ่มหาตำแหน่งที่เหมาะสม นั่นคือตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ จนไซบารี่กลายเป็นนักเตะแถวหน้าในรุ่นอายุของเขา
ทว่าความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจาก 4 ปีที่เบียร์ช็อต ตัวของเขาเก่งขึ้นแต่สโมสรกลับแย่ลง ทีมล้มละลายและจำเป็นต้องขายเขาออกไป เขาได้รับการทาบทามจาก เซบีย่า, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น และ เกงค์ แต่สุดท้ายก็เลือก อันเดอร์เลช ทว่าอยู่ที่ อันเดอร์เลช ได้แค่ 2 ปี เขาก็ไม่ผ่านการตัดตัวเพราะอ้วนเกินไป

“พวกเขาบอกว่าผมอ้วนเกินไป มันเจ็บปวดมาก ผมเล่นได้ดีและรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในฟอร์มที่ดี การได้เล่นที่นั่นเป็นเกียรติอย่างยิ่ง แต่ก่อนวันเริ่มฤดูกาลใหม่เพียงวันเดียว ผมก็ได้รับข่าวร้าย” ไซบารี่เล่า
เขาเดินทางต่อไปยังสโมสรอื่นๆ ในเบลเยียม ได้แก่ เมเชเลน จากนั้นก็ เกงค์ ซึ่งเป็นที่ที่เขาเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพครั้งแรกและได้เล่นในลีกเยาวชน จนกระทั่งความไม่แน่นอนในอาชีพของเขาเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดลงเมื่อ โรเจอร์ ชมิดท์ กุนซือชาวเยอรมันของพีเอสวี เห็นผลงานของเขาจากข้อมูลของทีมสเกาต์ และคว้าตัวเขามาร่วมทัพด้วยราคาแค่ 200,000 ยูโรเท่านั้น
ไซบารี่เล่าว่า การย้ายทีมครั้งนี้จุดไฟครั้งใหญ่ในอาชีพ มันทำให้เขาคิดว่าอนาคตของเขากำลังเป็นรูปเป็นร่าง และเมื่อคุณกำลังพอใจกับชีวิตที่มี คุณจึงสามารถโฟกัสที่ตัวเองเต็มที่ เพื่อสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ใคร ๆ ประเมินคุณไว้
ก้าวกระโดดจนติดทีมชาติ
ชมิดท์ให้โอกาสไซบารี่ลงเล่นในเอเรดิวิซีตั้งแต่อายุ 19 ปี แต่ไม่นานนัก ชมิดท์ก็ออกจากตำแหน่ง และเป็น รุด ฟาน นิสเตลรอย เข้ามาคุมทีมแทน ซึ่งต้องบอกว่าเข้าทางเพราะ ฟาน นิสเตลรอย คือคนที่ทำงานกับเขามาตลอดในช่วงที่เขาเล่นให้กับพีเอสวีชุดเยาวชน และการกำเนิดยอดมิดฟิลด์ตัวรุกของทีมก็เริ่มขึ้น
เขาค่อยพัฒนาการเล่นขึ้นมาต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2022 จนถึงฤดูกาลล่าสุด โดยสถิติการยิงประตูยืนยันแบบนั้น เพราะนับตั้งแต่ซีซั่น 2022-23 จนถึง 2025-26 เขายิงเพิ่มจาก 0 ประตูเป็น 8 ลูก, 15 ลูก และ 19 ลูกพร้อมรางวัล MVP ดัตช์ลีกตามลำดับ
ตลอดช่วงเวลาที่พัฒนาตัวเอง โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ กุนซือทีมชาติเบลเยียมในเวลานั้นติดต่อเข้ามาหลายครั้ง แต่สุดท้ายไซบารี่ก็เลือกเชื้อชาติของเขาเป็นอย่างแรก เขาปฏิเสธเบลเยียม และเลือกโมร็อกโก ซึ่งอย่างที่เห็นกัน ตอนนี้เขากลายเป็นนักเตะที่อันตรายที่สุดในบริเวณพื้นที่สุดท้ายของทัพโมร็อกโก ในฟุตบอลโลก 2026 ไปแล้ว
โมฮาเหม็ด อูอาห์บี กุนซือทีมชาติโมร็อกโกยอมรับว่า ตอนแรกเขาคิดหนักว่าจะใช้ไซบารี่ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ตัวรุกริมเส้น หรือกองหน้าตัวต่ำดี ? แต่คำตอบที่ดีที่สุดก็เกิดขึ้นไม่ยาก เพราะทักษะการคอนโทรลฟุตบอลและการรักษาสมดุลร่างกายที่ไม่เหมือนใคร

"ไอเดียที่จะใช้ไซบารี่ในบทบาทนี้เกิดขึ้นเมื่อผมเข้ามารับตำแหน่งคุมทีม ผมต้องการนำหลักการเล่นของผมมาใช้และประยุกต์ใช้กับผู้เล่นที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่" กุนซือทัพโมร็อกโกคนปัจจุบันกล่าว
"ความเร็วในการออกตัวของเขานั้นอยู่ในระดับสูงสุด นั่นทำให้เขาดูเหมือนจะเป็นนักเตะที่เน้นพลังในการวิ่งทางตรงเหมือนกับตัวริมเส้นมากกว่า แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่หรอก"
"ความพิเศษยิ่งกว่าความเร็วของเขาคือ เขาสามารถจัดการกับจังหวะหยุดแล้วไปต่อ หรือเปลี่ยนทิศทางได้ดีมาก แถมยังเป็นคนที่มีสายตาเฉียบคมเมื่อมีโอกาสได้ทำประตูเสมอ เขาคือตัวอันตรายที่จะทะลวงเกมรับคู่แข่งในพื้นที่สุดท้ายได้แน่นอน" เขาว่าแบบนั้นก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่ม
"เพลย์เมกเกอร์สายทะลวง" ผู้ฉีกทุกตำรากองกลาง
ในอดีต ภาพจำของเพลย์เมกเกอร์หรือตัวทำเกม มักจะเป็นมิดฟิลด์ร่างบาง สายตาเฉียบคม คอยยืนจ่ายบอลนิ่ม ๆ อยู่หลังกองหน้า แต่ ไซบารี่ คือสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกเรียกว่า "เพลย์เมกเกอร์สายทะลวง"
ด้วยสรีระที่หนา แข็งแกร่ง ราวกับกองหลัง แต่มีความเร็วและการครอบครองบอลที่เหนียวแน่นราวกับปีก ไซบารี่ขยี้แนวรับของคู่แข่งด้วยการลากตะลุยจากแดนกลาง การส่งบอลแบบคิลเลอร์พาสไม่ใช่จุดแข็งของเขานัก แต่ทีเด็ดของเขาคือการฝ่าประตูเกมรับของคู่แข่งเข้าไปด้วยตัวเอง ด้วยการเลี้ยงผ่านหรือไม่ก็เป็นการวิ่งตัวเปล่าสอดทะลุเข้าไปในจังหวะที่แนวรับคู่แข่งคาดไม่ถึง

ในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2026 ไซบารี่สร้างสถิติอันน่าทึ่งด้วยการ ยิงประตูได้ทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม และทุกประตูบ่งบอกความเป็นสายทะลวงที่น่าจับตามองของเขา
นัดแรกกับบราซิล เขาใช้ความสามารถเฉพาะตัวแหวกกองหลังสองคนเข้าไปซัดเหน่ง ๆ ก่อนจะยกบอลข้าม อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูที่ดวล 1-1 ยากเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลกเข้าไปอย่างเหนือชั้น
นัดที่สองกับสกอตแลนด์ เขาวิ่งสอดทะลุช่องเข้าไปเยื้องด้านขวาในเขตโทษ ก่อนจะยิงมุมแคบเต็มข้อแบบที่ผู้รักษาประตูยืนอยู่ตรงนั้นก็ปัดไม่ออก ... และนัดสุดท้ายกับเฮติ เขาวิ่งตัวเปล่าเข้ามาในพื้นที่ที่ไม่มีใครระวัง บริเวณเส้นกรอบเขตโทษกลางประตู ก่อนจะยิงเข้าไปในมุมที่เปิดกว้าง

ในขณะที่แฟนบอลโมร็อกโกกำลังเฉลิมฉลองกับการผ่านเข้ารอบ และฟอร์มอันร้อนแรงของพ่อมดคนใหม่ แฟนบอล บาเยิร์น มิวนิค เองก็คงกำลังยิ้มกริ่มกับดีลที่เกิดขึ้นล่วงหน้า จากการพลาดการคว้าตัว แอนโธนี่ กอร์ดอน ให้กับ บาร์เซโลน่า
เพราะฟุตบอลสมัยใหม่ต้องการนักเตะที่มีความยืดหยุ่นสูง ร่างกายต้องปะทะได้ในเกมระดับสูง และต้องมีสัญชาตญาณในการทำประตู ซึ่งไซบารี่ตอบโจทย์นั้นได้ครบทุกข้อ
ทว่าฟุตบอลโลก 2026 ที่เขากำลังเข้าฝักสุด ๆ ยังไมจบ โมร็อกโก ตบเท้าเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ เรายังมีโอกาสได้เห็นความยอดเยี่ยมของเขาเพิ่มเติมยิ่งกว่านี้
จากเด็กหนุ่มผู้ที่เคยต้องการเพียงแค่ "มีชีวิตปกติ" ตอนนี้เขากำลังเป็นชายหนุ่มผู้เขียนเรื่องราวไม่ธรรมดาให้โลกฟุตบอลได้จดจำ และอยากให้ทุกคนจับตาดูพัฒนาการของนักเตะคนนี้ไว้ให้ดีในฟุตบอลโลกหนนี้
แหล่งอ้างอิง
https://dribblestack.com/ismael-saibari-to-bayern-munich-everything-we-know-about-the-deal
https://www.thestar.com.my/sport/football/2026/06/20/soccer-play-with-your-heart-saibaris-rise-fuels-morocco-dream
https://www.flashscore.com/news/ismael-saibari-the-extraordinary-journey-of-morocco-s-world-cup-top-goalscorer/rZQrnid3/
https://www.straitstimes.com/sport/football/5-things-to-know-about-moroccos-red-hot-striker-ismael-saibari
https://en.wikipedia.org/wiki/Morocco_national_football_team