Feature

Made in Thailand : จากฮาร์ดดิสก์ที่เก็บไว้ 2 ปี สู่คลิป อาร์เซน่อล ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่โลกฟุตบอลได้เห็น | Main Stand

หลังจาก อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26 นับเป็นการกลับมาครองบัลลังก์แชมป์ได้สำเร็จในรอบ 22 ปี สโมสรได้ปล่อยคลิปฉลองแชมป์ที่เปิดฉากด้วยภาพ อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตกุนซือระดับตำนาน กำลังนั่งชมภาพการแข่งขันของอาร์เซน่อล เมื่อปี 2004 ซึ่งเป็นชุดที่เขาเองเป็นคนพาทีมคว้าแชมป์ครั้งนั้น แบบไร้พ่าย พร้อมจิบไวน์แดง ก่อนจะกล่าวว่า

 


"พวกคุณทำได้แล้วนะ แชมเปี้ยนคือผู้ที่สู้ต่อ ในขณะที่ผู้อื่นต่างยอมแพ้ นี่คือช่วงเวลาของพวกคุณแล้ว เอาล่ะ ออกไปเอ็นจอยโมเมนต์นี้กัน"

แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าคลิปนี้ถ่ายทำเมื่อ 2 ปีก่อน ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศไทย ช่วงที่ เวนเกอร์ เดินทางมาร่วมประชุม FIFA Congress 2024 ที่ประเทศไทย และต้นฉบับของคลิปนี้เป็นฝีมือของทีมโปรดักชั่นไทย ซึ่งเป็นทีมงานชาวไทยทั้งหมด 

คลิปนี้ เดิมทีเตรียมไว้ใช้ในฤดูกาล 2023/24 ที่อาร์เซน่อลกำลังขับเคี่ยวลุ้นแชมป์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่สุดท้ายเป็น "เรือใบสีฟ้า" คว้าแชมป์ไปครอง ฟุตเทจที่บันทึกไว้ จึงถูกเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์นานถึง 2 ปี กว่าจะได้ใช้งานจริง

ทีมข่าว MAIN STAND ได้พูดคุยกับ "ตี๋" ธีรภัทร รัญตะเสวี ฟรีแลนเซอร์ผู้ประสานงานสโมสร ณ ขณะนั้น และ "เฮง" คณิน ชีวะเสรีชล โปรดิวเซอร์ที่ได้รับการชักชวน ถึงเบื้องหลังการทำคลิปนี้ 

และช่างเป็นดั่งพรหมลิขิต เมื่อคุณตี๋เป็นแฟนพันธุ์แท้อาร์เซนอลอีกด้วย

 

ทำไมต้องเป็นทีมงานคนไทย

คุณตี๋ เล่าว่า "ช่วงเวลานั้น อาร์เซน่อล กำลังลุ้นแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พอดี คล้ายกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และคาดว่าสโมสรน่าจะต้องการเตรียมคลิปฉลองแชมป์เอาไว้ เพื่อใช้ในกรณีที่ทีมคว้าแชมป์ได้ และช่วงเวลานั้น เวนเกอร์ เดินทางมาประชุมที่ประเทศไทยพอดี ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการถ่ายทำคลิป"

"อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นความโชคดีของพวกเรา คือ ‘บาส’ สุดารัตน์ คำดี หนึ่งในทีมงาน ที่มี connection กับทีมโปรดักชั่นในอังกฤษ ผมคิดว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะมีการพูดคุยกัน ก่อนที่คุณบาส จะติดต่อมาหาผมและเพื่อน ๆ ทีมงานในไทย จนกลายมาเป็นที่มาของคลิปนี้"

 

ความรู้สึกแรกตอนได้รับการติดต่อ

"จริง ๆ ตอนแรกผมยังไม่รู้เลยว่าต้องถ่ายใครในอีเมลที่คุยกับเพื่อน แต่พอมารู้ตอนหลัง พูดไม่ออกเลย มันตื้นตันมาก เพราะเราเองเป็นแฟนอาร์เซน่อลอยู่แล้ว และเชียร์ทีมมาตั้งแต่ยุคที่ เวนเกอร์ คุมทีม แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือ เรามีเวลาน้อยมากในการรวบรวมทีมงานและเตรียมโปรดักชั่นให้ได้ตามที่สโมสรรีเควสต์ไว้" คุณตี๋ เปิดใจ

Photos credit : Pradasak Phoomkrajang

 

เบื้องหลังการถ่ายทำ

คุณเฮง โปรดิวเซอร์ เปิดเผยว่า "เรามีเวลาเตรียมตัวกันแค่ 2 วัน และทางสโมสรระบุรายละเอียดทุกอย่างมาอย่างชัดเจน ตั้งแต่ประเภทกล้อง เลนส์ ฟิลเตอร์ ซึ่งมันละเอียดมากเพื่อให้มันเป็นมาตรฐานตามที่สโมสรเขาใช้ เพราะเขาต้องเอาไปประกอบฟุตเทจกับเนื้อหาของส่วนอื่น ๆ"

"เมื่อเวลาเราน้อยในการหาของ ในการเตรียมทีมงาน มันยากมากตรงนี้ แต่สุดท้ายเราก็หามาจนได้ และมีทีมงานครบทุกฝ่ายประมาณ 30 กว่าคน ส่วนเรื่องสตอรี่บอร์ด และคอนเซปต์ต่าง ๆ ทางสโมสรเขากำหนดมาอยู่แล้ว รวมถึงคำพูดของ เวนเกอร์ ก็เป็นทางสโมสรไกด์มาให้ แต่เขา (เวนเกอร์) ก็มาเรียบเรียงเอง จนเกิดเป็นคำพูดที่ Impact (สร้างอิทธิพล) ขนาดนี้"

Photos credit : Pradasak Phoomkrajang

"วันถ่ายทำจริงเราใช้เวลาเซตอัปทั้งกองประมาณครึ่งวัน แต่ เวนเกอร์ มีเวลาให้เราเพียง 15-20 นาที ซึ่งการถ่ายทำทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบ เพราะว่า เวนเกอร์ เขาใจดีมากกับพวกเรามาก ๆ เขาเอ็นจอยกับพวกเรา ทุกอย่างมันเลยดูราบรื่น จนไม่คิดเลยว่านี่เรากำลังถ่ายกับคนระดับโลกอยู่"

"อีกคนหนึ่งที่ต้องให้เครดิตคือคุณตั้ม ROKKHOUND ผู้เป็นผู้กำกับภาพ (DOP) ของงานนี้ ที่ทั้งดูทิศทาง วางองค์ประกอบเฟรม และกำกับแสงจนได้มาตรฐานของสโมสรระดับโลก เราโชคดีที่ได้คนเก่ง ๆ มาในเวลาอันจำกัด"

"และอีกหลายต่อหลายคนที่อาจจะเอ่ยชื่อตรงนี้ไม่หมด ทุกฝ่าย ที่มาร่วมงานนี้กันอย่างเข้มข้นในสถานการณ์ที่ต้องแข่งกับเวลา แต่เราก็ทำกันได้อย่างลงตัว" คุณเฮงเสริม

 

โมเมนต์ประทับใจในกองถ่าย

คุณตี๋ เล่าว่า "เวนเกอร์ เป็นผู้ใหญ่ที่ไนซ์มาก ๆ ตั้งแต่เดินเข้ามา เขาก็ดูสุขุม และเป็นกันเอง ไม่มีท่าทีอึดอัดเลย พร้อมให้ความร่วมมือกับทีมงานเต็มที่ ซึ่งอาจเป็นเพราะระหว่างการถ่ายทำ เราก็ทำงานร่วมกับทีมของสโมสรผ่านทางออนไลน์มาตลอดด้วย"

"พอถ่ายเสร็จ เขายังถามอีกว่าต้องการถ่ายซ่อม หรือถ่ายเพิ่มอะไรไหม แต่สิ่งที่ประทับใจสุด ๆ คือ ภาพหมู่ที่ทุกคนได้ถ่ายร่วมกัน มันคงไม่เกิดขึ้นเลย ถ้า เวนเกอร์  ไม่เป็นฝ่ายเรียกทุกคนเข้ามาถ่ายร่วมกัน"

Photos credit : Pradasak Phoomkrajang

 

แต่สุดท้ายฟุตเทจไม่ได้ใช้ในปีนั้น และต้องรอจนถึง 2 ปี

คุณตี๋ พูดถึงเรื่องนี้ว่า "ในปีนั้นอาร์เซน่อลแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 2 คะแนน (แมนฯ ซิตี้ 91 คะแนน, อาร์เซน่อล 89 คะแนน) แต่ผมก็คิดแล้วล่ะ ว่ามันจะต้องถูกเก็บเอาไว้ ส่วนตัวผมคิดว่าวันใดวันหนึ่งมันจะต้องถูกเอาออกมาใช้ คิดในฐานะแฟนบอล นอกจากคิดในแง่ร้าย คือ เขาจะเปลี่ยนวิธีการนำเสนอ แต่ถ้ามันไม่เปลี่ยน ผมว่าวันใดวันหนึ่งมันจะถูกนำมาใช้ และมันก็คือวันนี้ครับ"

"ผมไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะปล่อยคลิปเมื่อเช้านี้ มีเพียงคิดไว้ถ้าอาร์เซน่อลได้แชมป์ วันนั้นเราคงจะได้เห็น ตอนผมเห็นครั้งแรกผมขนลุกเลย และอยากให้ทีมงานทุกคนได้เห็น ซึ่งวันนี้เราก็มารวมตัวดูกัน รู้สึกดีใจมาก ๆ ครับ ร้องไห้ออกมาเลย เพราะซีนนั้นที่เราทำกัน มันมาจากประเทศไทย" 

 

คนไทยกับหนึ่งในโมเมนต์ประวัติศาสตร์ของอาร์เซน่อล

"ผมคิดว่าโมเมนต์แชมป์มันก็เรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่ผมอยากให้แฟนอาร์เซน่อลในไทย ภูมิใจด้วยกัน มันคือว่าหนึ่งในคลิปที่อาจจะเป็นคลิปสั้น ๆ คลิปเดียว ที่ฉายในสโมสร มันถูกผลิตที่บ้านเรา การได้มีโอกาสร่วมงานกับคนระดับตำนานอย่าง เวนเกอร์ ผมว่ามันเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งของคนไทย"

"ผมอยากจะฝากบอกอีกว่าโปรดักชั่นไทยไม่แพ้ชาติใดครับ แล้วผมอยากให้ทุกคนรู้เลยว่าขนาดอังกฤษเขายังเชื่อใจ และเขายังใช้ฟุตเทจที่เราถ่ายทำ เราเทียบเคียงกันได้ ผมคิดว่านี่แหละคือศักยภาพของสื่อ และคนทำงานหลังเลนส์ ที่อยากให้ภูมิใจ" คุณตี๋ ระบุ

 

อยากฝากอะไรถึง เวนเกอร์, อาร์เตต้า, นักฟุตบอล และแฟนบอลอาร์เซน่อล

คุณตี๋ กล่าวว่า "ขอบคุณที่ทำให้ความฝันพวกเราเป็นจริง และทำให้คลิปนี้มันได้ออนแอร์ด้วย 22 ปี ที่รอคอยมา มันก็... ผมพูดไม่ออกเลยครับ (ร้องไห้) วันนี้มันมาถึงแล้วครับ ดีใจกับแฟน ๆ อาร์เซน่อลทุกคนด้วยครับ"

Photos credit : Pradasak Phoomkrajang

 

รายชื่อทีมงานไทย 

ประสานงานสโมสร Club Coordination : Bas Sudarat Khamdee, Teera Run
Producer : Khanin Cheevasarechol Me Heng House
DOP : Chanipol Kusolcharttum Rockkhound
1st AC : วรวุธ ทองบุตร (ฟร้อง)
Art Director : Samcrew Art Production (พี่แซม)
Camera : VS Service
Lighting : Lighthouse Film Service
Gaffer : ธนพล ศรีลารักษ์ (พล)
Grip : Big Eye Co.,Ltd.
Key Grip : เสกสันต์ บุญสินชัย (เสก)
Live Stream : อุดมศักดิ์ ยอดภุมรินทร์
ประสานงาน : JaMe Piyatad
สวัสดิการกองถ่าย : Supawadee Won Subpinyoying

Author

ดิถดนัย สิริประทีปสุข

อดีตนักบอล ปัจจุบันนักข่าว

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ