Feature

งูใหญ่ใส่ไม่ยั้ง : ดับเบิลแชมป์ของ อินเตอร์ ที่ทำให้รู้ว่า คริสเตียน คิวู เก่งจริง | Main Stand

อินเตอร์ มิลาน จบฤดูกาล 2025-26 ด้วยความสำเร็จ เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา และ โคปปา อิตาเลีย 

 


ดับเบิลแชมป์ของทัพงูใหญ่อาจจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรสำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามฟุตบอลอิตาลีเลย เพราะอินเตอร์ก็ถือเป็นเรือธงของลีกมาหลายปีแล้ว

ทว่าความจริงไม่เคยมีสิ่งใดง่าย ทีม ๆ นี้เพิ่งถูกปรามาสว่าจะ "ทีมแตก" ในช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว ทั้งการจากไปของกุนซือคนเก่าที่อยู่กับทีมมานานอย่าง ซิโมเน่ อินซากี้ การทะเลาะกันของ 2 ซีเนียร์อย่าง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ และ ฮาคาน ชาลาโนกลู รวมถึงเรื่องงบประมาณเสริมทัพอันน้อยนิด

จากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ คริสเตียน คิวู ทำอย่างไรจึงกอบกู้ทีมนี้กลับมาเป็นดับเบิลแชมป์ได้ ? ติดตามกับ MAIN STAND

 

อินเตอร์ ก่อนถึง คิวู

4 ปีในมือของ ซิโมเน่ อินซากี้ ตั้งแต่ฤดูกาล 2021-22 ถึง 2024-25 อินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์เซเรีย อา ได้ 1 สมัย, โคปปา อิตาเลีย 2 สมัย และเหนือสิ่งอื่นใดคือการเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ถึง 2 สมัย ... แม้จะจบแค่รองแชมป์ แต่ถ้าเทียบกับทีมจาก อิตาลี ทีมอื่น ๆ ในระยะหลัง ไม่มีทีมไหนมีผลงานรวมที่ดีกว่าทัพงูใหญ่อีกแล้ว 

หลังจากจบฤดูกาล 2024-25 ด้วยการคว้ารองแชมป์ลีกและ UCL อินซากี้ ก็ลาทีมไปรับงานกับ อัล ฮิลาล ในลีกซาอุดีอาระเบีย มรดกที่เขาทิ้งไว้ให้กับอินเตอร์ คือกลุ่มนักเตะที่อยู่ด้วยกันมานาน กลายเป็นแข้งเขี้ยวลากดินที่พร้อมจะเจอกับทุกทีมในอิตาลี ... นั่นคือสิ่งที่ทุกคนเข้าใจ

อย่างไรก็ตาม หากมองไปให้ลึกแล้ว การจะสร้างทีมชุดใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกจากเรื่องกุนซือที่เหมาะสมแล้ว ยังมีเรื่องของกลุ่มนักเตะชุดหลักหลายคนที่มีอายุมากขึ้นจนเกิดคำถาม 

แนวรับมีตัวอาวุโสอย่าง สเตฟาน เดอ ฟราย (33 ปี), ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้ (37 ปี) มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน (35 ปี) ขณะที่แดนกลาง ตัวหลักอย่าง เฮนริก มคิตาร์ยาน ก็อายุ 36 ปี และห้องเครื่องอย่าง ปิโอตอร์ ซิลินส์กี้ และ ฮาคาน ชาลาโนกลู ก็อายุ 32 ปี กันทั้งคู่ 

จากสิ่งที่กล่าวจะเห็นได้ว่า การจะหาคนมาแทน อินซากี้ นั้นจะต้องเป็นโค้ชที่ไม่ได้เข้ามาและรื้อโครงสร้างใหม่ทีมทั้งหมด เพราะสโมสรยังไม่ได้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่ใช้งบประมาณเยอะขณะนั้น โดยนับตั้งแต่ที่ โอ๊คทรี กลุ่มทุนสัญชาติอเมริกัน ยึดกิจการสโมสรมาจาก ซูหนิง กลุ่มทุนสัญชาติจีน เจ้าของเก่าที่ผิดนัดชำระหนี้เมื่อปี 2024 โอ๊คทรี ก็ไม่ลงทุนกับทีมมากนัก เพราะพวกเขาตั้งใจที่จะปล่อยขายทีมอยู่แล้ว แต่ต้องรอจังหวะให้มูลค่าของทีมพุ่งสูงที่สุด

โชคดีที่พวกเขามีพ่อมดอย่าง จูเซปเป้ "เปปเป้" มาร็อตต้า ผู้อำนวยการกีฬาควบประธานสโมสร ที่มักทำหน้าที่เป็นคนชี้ขาดเรื่องสำคัญ ๆ ได้ดี มาร็อตต้า เป็นหัวเรือใหญ่ในการเลือกโค้ชอย่าง คริสเตียน คิวู อดีตนักเตะของ อินเตอร์ ชุด 3 แชมป์ ปี 2010 ที่ตอนนั้นคุม ปาร์ม่า เข้ามาคุมทีม แม้เจ้าตัวจะเพิ่งมีโอกาสคุมทีมในระดับอาชีพไม่นานนักก็ตาม

เหตุผลหลักคือนอกจากจะรู้วัฒนธรรมทีมเป็นอย่างดีแล้ว คิวู ก็ยังคุ้นเคยกับการทำงานร่วมกับกลุ่มผู้บริหารของ อินเตอร์ ชุดนี้ และยังเป็นคนที่เชี่ยวชาญการเล่นระบบกองหลัง 3 คน แบบที่เป็นโครงหลักของ อินเตอร์ ในยุค อินซากี้ อยู่แล้ว เนื่องจาก คิวู ใช้เวลาหลายปีในการคุมทีมเยาวชนของอินเตอร์ เขาจึงมีประสบการณ์มากมายกับแท็กติก 3-5-2 ... เรียกได้ว่าเหมือนการได้คนในกลับบ้านมาช่วยงาน โดยที่คน ๆ นี้เข้าใจอะไรต่าง ๆ เกี่ยวกับทีมมาพอสมควร ไม่ต้องเริ่มนับ 1 กันใหม่ทั้งหมด 

อย่างไรก็ตาม หลังรับงานได้ไม่กี่วัน คิวู ก็เจอบททดสอบสำคัญ เพราะในช่วงที่ทีมไปแข่งรายการฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์โลกที่สหรัฐอเมริกา ระเบิดลูกใหญ่ก็ลงใส่ทีม เมื่อ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กัปตันทีม ตำหนิเพื่อนร่วมทีมรุ่นพี่อย่าง ชาลาโนกลู ว่าขาดความมุ่งมั่น เนื่องจาก "บังคาน" บินกลับบ้านที่ตุรกีเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บระหว่างทัวร์นาเมนต์ที่ อินเตอร์ ถูก ฟลูมิเนนเซ่ เขี่ยตกรอบ 16 ทีมแบบพลิกล็อก โดยที่จอมทัพเลือดเติร์กไม่ได้ลงสนามรายการนี้แม้แต่เกมเดียว

ข่าวลือเกี่ยวกับการย้ายไป กาลาตาซาราย ของ ชาลาโนกลู เริ่มแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย และเริ่มมีการลือว่านักเตะในทีมได้แบ่งกันเป็น 2 ฝั่ง ... ดูเหมือนว่าแกนหลักของทีมกำลังเริ่มพังทลายลงตั้งแต่ คิวู ยังไม่ทันได้เริ่มปรีซีซั่นเลยด้วยซ้ำ ... และคิวูเริ่มแก้เรื่องนี้ด้วยสิ่งที่เขาเคยเรียนรู้มาเมื่อสมัยเป็นนักเตะ นั่นคือ "ความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ" หรือ Empathy

 

Empathy

คิวู เคยเล่าว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นคนที่ไม่สนใจใคร ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ ที่เหลือก็ปล่อยผ่าน ไม่จำเป็นก็จะไม่ไปยุ่งด้วย ทว่าการเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นหลังจากที่เขาเจออุบัติเหตุในสนามแข่ง จนทำให้ตัวเองหัวแตกจนเกือบเสียชีวิตในปี 2010 ทำให้เขากลับมามองตัวเองใหม่อีกครั้ง และเริ่มคิดถึงหัวอกหัวใจของคนรอบข้าง ทั้งในวงการฟุตบอลและในชีวิต 

"ผมพยายามจะเป็นคนที่ดีขึ้น อย่างน้อยก็พยายามที่จะเห็นอกเห็นใจ และพยายามเข้าใจคนรอบตัวมากขึ้น" เขาว่าแบบนั้น 

สิ่งนี้ติดตัวเขามาตลอดตั้งแต่วันนั้น และมันกลายเป็นสิ่งที่นักเตะ อินเตอร์ ในชุดนี้ต้องการจริง ๆ ยกตัวอย่างเช่นเรื่องของ เลาตาโร่ กับ ชาลาโนกลู นั้น คิวู ไม่ได้ใช้ไม้แข็งในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง แต่เขาใช้ "ความเข้าใจในตัวตน" ของอินเตอร์ มิลาน เขาปลูกฝังวัฒนธรรมที่เรียกว่า "ความรับผิดชอบต่อทีมเหนือตัวเอง" 

คิวู แยก เลาตาโร่ และ ชาลาโนกลู มาคุยแบบเปิดอกเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เขาบอกทุกคนว่าไม่มีใครใหญ่กว่าตราสโมสร ซึ่งเมื่อนักเตะได้คุยกันได้ลึกและไปได้ไกลกว่าอัตตาที่เคยบังเอาไว้ก่อนหน้านี้ ไม่นานนักทั้ง 2 คนก็เข้าใจกัน เพราะต่างคน ต่างก็มีเหตุผลที่จะทำให้สโมสร กลายเป็นทีมฟุตบอลที่แข็งแกร่งขึ้นเหมือนกัน แค่วิธีทำอาจจะแตกต่างกันออกไปเท่านั้นเอง 

การจับคู่นี้ดีกันได้ก็เหมือนการรวมทีมเป็นแผ่นเดียวกันได้อีกครั้ง ... นิโกโล่ บาเรลล่า ห้องเครื่องคนสำคัญของทีมเคยออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า "เราทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน และทีม ๆ นี้ไม่เคยสูญเสียความสามัคคี"

ไม่ใช่แค่คู่นี้เท่านั้นที่ คิวู ฮีลใจและซื้อใจให้กลับมาสู้ตายถวายหัวร่วมกับทีมอีกครั้ง ยังมี เฟเดริโก ดิมาร์โก้ ที่โดนวิจาณ์ยับหลังเกมแพ้ เปแอสเช 0-5 ในนัดชิง UCL 2025 ที่ คิวู พยายามปกป้อง ให้กำลังใจและดูแลเป็นพิเศษตลอดในช่วงที่เจ้าตัวมีปัญหา 

ไหนจะ 2 นักเตะทีมชาติอิตาลี ที่ได้รับผลกระทบสุด ๆ หลังทัพอัซซูรี่อดไปฟุตบอลโลกสมัยที่ 3 ติดต่อกัน หลังการแพ้จุดโทษให้กับ บอสเนียฯ อย่าง อเลสซานโดร บาสโตนี่ ที่เล่นผิดพลาด และ ฟรานเชสโก ปิโอ เอสโปซิโต หนึ่งในคนที่พลาดจุดโทษ จนถูกสื่อในประเทศเล่นงานอย่างหนัก

คิวู ตอบรับเรื่องนี้ด้วยการเดินทางไปรับลูกทีมตัวเองถึงที่ ก่อนจะมีการพูดคุย ปลอบประโลมจนสภาพจิตใจของนักเตะหนุ่มได้กลับมาฟื้นคืนความมั่นใจอีกครั้ง 

เอสโปซิโต เผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า "การกระทำครั้งนี้ของเขา (คิวู) เป็นเรื่องสำคัญมาก" นอกจากนี้ยังมีการยืนยันด้วยฝีเท้า ที่เจ้าตัวช่วยยิงประตูจนจบซีซั่นได้ถึง 12 ลูก ทำให้ อินเตอร์ มีฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ทันทีเมื่อมีนายใหญ่วัย 45 ปีคนนี่เข้ามา

 

ปลุกไฟให้ร้อนแรง

เรื่องการเข้าอกเข้าใจ และปกครองห้องแต่งตัวก็เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ควบคู่กันไปด้วย นั่นคือเรื่องแท็กติกการเล่น ที่บ่งบอกถึงตัวตนการเป็นนักบู๊ของเขาด้วย

ดังที่กล่าวมาในข้างต้น อินเตอร์ เล่นในระบบ 3-5-2 มานาน ตั้งแต่ยุค คอนเต้ ต่อมาจนถึง อินซากี้ … คิวู จึงไม่ได้รื้อใหม่หมด แต่อัปเกรดปรับเป็น 3-4-3 ด้วยเกมบุกที่ดุดัน และการเพรสซิ่งที่สูงขึ้น 

ส่วนแนวคิดการเล่นก็เปลี่ยนไปพอสมควร จากเดิมที่เน้นปลอดภัย ขึ้นนำแล้วตั้งรับ เซตบอลเน้นความแน่นอน กลายเป็นเมื่อแย่งบอลได้ เป้าหมายคือไปถึงพื้นที่สุดท้ายเร็วขึ้น ใช้บอลไดเรกต์ และเปลี่ยนรับเป็นรุกเร็วขึ้นด้วย

ระบบนี้ทำให้เกมรุกของทีมดุดันมากขึ้น ความกล้าได้กล้าเสียดันแบ็กขึ้นสูงทำให้ เฟเดริโก้ ดิมาร์โก้ จ่อคว้ารางวัล MVP ของลีกในซีซั่นนี้ และแนวรุกของทีมสามารถฝากผีฝากไข้ในการทำประตูได้มากขึ้นด้วย

เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ยิงไป 22 ประตูและจ่อเป็นดาวซัลโวของเซเรีย อา, มาร์คุส ตูราม 18 ประตู , เอสโปซิโต้ 9 ลูก และ แอนจ์-โยอัน บอนนี่ อีก 7 ลูก ทั้ง 4 คนนี้โรเตชั่นกันอย่างลงตัว จับใครลงสนามก็มักจะยิงได้ดั่งใจแทบทั้งสิ้น

ไม่ใช่แค่ส่วนของเกมรุก สิ่งที่ต้องชมคือ อินเตอร์ ชุดนี้หมุนเวียนนักเตะได้สมดุลแทบทุกตำแหน่ง ตัวเก๋าอย่าง เดอ ฟราย และ อแชร์บี้ เจ็บบ่อย ๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา 

แถมยังมีช่วงหนึ่งที่ ชาลาโนกลู, เดนเซล ดุมฟรีส์ หรือ มาร์ติเนซ เจ็บ แต่ขุมกำลังเชิงลึกที่พร้อมสับเปลี่ยนก็ทำให้ทีมได้ผลลัพธ์ในเกมยาก ๆ อยู่เสมอ

เปปเป้ มาร็อตต้า เพิ่งออกมาพูดถึงความสำเร็จในซีซั่นนี้ และเขายกให้การเลือก คิวู เข้ามาทำงานมีส่วนอย่างมากต่อดับเบิลแชมป์ครั้งนี้

"นักเตะของเราทุกคนทำผลงานออกมาได้ดีมาก … คุณต้องยอมรับว่ามันต้องใช้ความกล้าอย่างมากในการเลือก คริสเตียน เข้ามาทำงานนี้"

"สุดท้ายเรากล้าเสี่ยงมากพอ และ เขากลายเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องของเราอย่างไม่ต้องสงสัย" มาร็อตต้า ผู้ยิ่งใหญ่กล่าวทิ้งท้าย

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.nytimes.com/athletic/7251883/2026/05/05/cristian-chivu-empathy-inter/
https://www.reddit.com/r/FCInterMilan/comments/1o2ndsd/gds_how_cristian_chivu_is_changing_inter_milan/
https://en.wikipedia.org/wiki/Cristian_Chivu
https://sempreinter.com/2026/04/23/inter-milan-coach-cristian-chivu-substitution-genius/
https://onefootball.com/en/news/revealed-how-cristian-chivu-has-revolutionized-inter-milan-41936302
https://totalfootballanalysis.com/head-coach-analysis/cristian-chivu-tactics-inter-milan-2025-2026-tactical-analysis

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ