Feature

เรื่องเขาเล่าว่า : เลฟ ยาชิน เป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์จริงหรือ ? | Main Stand

20 มีนาคม คือ การครบรอบวันจากไปของ เลฟ ยาชิน ผู้รักษาประตูชาวโซเวียตผู้ที่ทุกวันนี้ก็ยังได้รับการยกย่องให้เป็นนายทวารที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์โลกฟุตบอล 

 

แน่นอนว่า ณ ตอนนี้แทบไม่มีใครเกิดทันได้เห็นเขาเล่น แต่จากเสียงลือเสียงเล่าอ้างมันชวนคิดว่า แม้โลกฟุตบอลจะพัฒนาไปมากแค่ไหน ทำไม "ไอ้แมงมุมดำ" จึงได้รับการเรียกขานว่า "เบอร์ 1 ตลอดกาล" ?

หาคำตอบของเรื่องนี้ไปกับ Main Stand 

 

ฟุตบอลยุค เลฟ ยาชิน 

เลฟ ยาชิน เป็นผู้รักษาประตูสมัยที่ฟุตบอลเริ่มกลายเป็นกีฬายอดนิยมของโลก ครั้งแรกที่เขาเล่นฟุตบอลอาชีพ คือ ปี 1950 ซึ่งถือเป็นยุคต้นกำเนิดตำนานลูกหนังยุคแรก ๆ  ก่อนที่จะเฝ้าเสาไปยาวจนกระทั่งแขวนถุงมือในปี 1970 

จากช่วงเวลา 20 ปีในห้วงที่ ยาชิน ยังเล่นอยู่ ถ้าใครได้เคยดูคลิปการเล่นของฟุตบอลสมัยนั้น คุณน่าจะพอเห็นภาพว่าวิทยาการและศาสตร์ต่าง ๆ ยังมีไม่มากเท่าทุกวันนี้ นักฟุตบอลเอาต์ฟิลด์คนไหนที่เก่งกาจมีพรวรรค์จะได้รับการมองเห็นได้โดยง่ายจากความห่างชั้นกับนักเตะคนอื่น ๆ อาทิ เปเล่ ตำนานที่ได้รับการกล่าวขานจนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตู การจะถูกมองว่าเก่งก็คงหนีไม่พ้นการโชว์ลีลาเซฟประตูคู่แข่ง ซึ่งมีเรื่องหนึ่งที่แปลก นั่นก็คือในห้วงเวลาดังกล่าว มีผู้รักษาประตูมือดีที่ไปถึงแชมป์โลกหลายคน อาทิ กอร์ดอน แบงส์ นายทวารทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์โลกปี 1966 ดิโน่ ซอฟฟ์ จากอิตาลี ที่สร้างชื่อตั้งแต่ยุค 1960s ก่อนจะคว้าแชมป์โลกสมัยแรกในวัย 40 ปี ในบอลโลก 1982 และเซ็ปป์ ไมเออร์ จาก เยอรมนี เจ้าของแชมป์โลกปี 1974 

ทั้ง 3 คน สุดยอดแค่ไหน การันตีจากความสำเร็จตลอดอาชีพได้ แต่ที่แปลกอย่างที่ว่า ก็คือท่ามกลางผู้ยิ่งใหญ่เหล่านี้ ทำไม เลฟ ยาชิน ที่เล่นให้โซเวียต และยังไม่เคยออกมาค้าแข้งในลีกอื่นเลย จึงถูกยกให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของโลกฟุตบอลกันล่ะ เขาต้องเหนียวขนาดไหนกันนะ ?  

จะมีใครบอกเรื่องนี้ได้ดีไปกว่าคนที่เคยดวลกับ ยาชิน มาแล้ว พร้อมทั้งคนนั้น ๆ ยังพ่วงฉายา "นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก" อย่าง เปเล่ ได้อีก ?

"มีคนเคยบอกว่า ทีมที่มีเปเล่จะได้เปรียบก่อน 1-0 แต่ทีมที่มียาชิน จะเริ่มเกมด้วยการนำอยู่ 2-0" เปเล่ กล่าวในเกมที่เขา ในวัย 17 ปี พา บราซิล ชนะ โซเวียต 2-0 ในฟุตบอลโลกปี 1958 ที่ สวีเดน 

นอกจาก เปเล่ ยังมีอีก 1 คำพูดจาก ยูเซบิโอ ตำนานเสือดำแห่งโมซัมบิก กองหน้าทีมชาติโปรตุเกสในยุคนั้นก็ยกย่องว่า การยิงประตูในยุคนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ถ้าจะยิงประตูใส่ เลฟ ยาชิน เขาจะต้องซ้อมยิงประตูอย่างหนัก พัฒนาการยิงให้ดีขึ้น ทั้งความแรง จังหวะ และทิศทางด้วย 

"เขาทำให้ผมกลายเป็นนักฟุตบอลที่ดีขึ้น เพราะเมื่อคุณทำประตูผ่านผู้รักษาประตูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ได้ คุณจะจำมันไปตลอดชีวิต และรู้ว่าคุณสามารถยิงใครก็ได้ในโลก" ยูเซบิโอมองว่าการยิงผ่านยาชินคือ "เกียรติยศ" อย่างหนึ่ง    

ส่วนผู้รักษาประตูในยุคเดียวกันอย่าง กอร์ดอน แบงส์ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ ก็ยังเคยบอกว่า "ยาชินคือต้นแบบ... แม้ผมจะเล่นในลีกสูงสุดแล้ว แต่ผมยังต้องนั่งดูและเรียนรู้จากเขา เขาทำให้ผมเห็นว่าผู้รักษาประตูควรจะทำอะไรบ้าง"

แค่การยืนยันจาก 3 คนที่ถือเป็น "ที่สุดของยุค" ก็น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดของ แบงส์ ที่ทำให้เราอยากรู้ว่าอะไรบ้างที่ ยาชิน ทำได้นอกจากการเซฟประตู และสิ่งนั้นมันทำให้เขายิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลได้อย่างไรกันแน่ ? 

 

ยาชิน ทำอะไรบ้าง ? 

เรื่องเซฟและความเหนียวหนึบคงไม่ต้องพูดถึงเพราะตำนานของโลกฟุตบอลทั้งหลายก็เอ่ยปากออกมาเองทั้งสิ้น และตัวของ ยาชิน ก็ได้ฉายาว่า "แมงมุมดำ" ที่มาจากการเซฟพัลวันเหมือนมีหลายแขนคล้ายแมงมุม และการใส่ชุดดำทั้งชุดของเขา 

เมื่อเราค้นไปให้ลึกกว่าการเซฟ เราพบว่า ยาชิน คือ The Sweeper Keeper หรือผู้รักษาประตูที่มีสกิลการคุมเกมแบบต้นตำรับ เรียกว่าเป็นคนแรกของโลกเลยก็ว่าได้ 

BBC เขียนบทความถึงเขาและเรียกเขาว่า "ผู้ปฏิวัติ" และอธิบายว่า ยาชิน คือคนแรก ๆ ของโลกที่กล้าออกมาาตัดบอลนอกกรอบเขตโทษาและตะโกนสั่งแผงกองหลังตลอดทั้งเกมอย่างดุเดือด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ในเวลานั้น 

นอกจากนี้เขายังมีการจ่ายบอลสั้นที่แม่นยำ และการขว้างบอลที่สามารถทำให้ทีมเล่นเกมสวนกลับได้ในจังหวะพอเหมาะ ในยุคที่ผู้รักษาประตูส่วนใหญ่เตะยาวขึ้นหน้า ความยิ่งใหญ่ของยาชินไม่ได้วัดกันแค่ที่การเซฟ แต่วัดที่การเปลี่ยนบทบาทของตำแหน่งนี้ไปตลอดกาล เขาทำให้ผู้รักษาประตูไม่ได้เป็นแค่ด่านสุดท้าย แต่เป็นฟันเฟืองแรกของเกมรุกอีกด้วย 

อีกอย่างหนึ่งก็คือ "ลูกเบสิก" ของผู้รักษาประตูหลายอย่างก็เกิดขึ้นจากเขา ทั้งการใช้ฟุตเวิร์กระหว่างที่บอลยังมาไม่ถึงเ พื่อสปริงข้อเท้าให้ได้เร็วและไกลกว่าการยืนขาตาย การพุ่งออกมาชกบอลในจังหวะตัดลูกกลางอากาศ ซึ่งทุกวันนี้ทักษะเหล่านี้ก็ถูกใช้กันจนเป็นเรื่องปกติ และมันบอกเราได้ว่าถ้าสิ่งที่เขาทำ มันไม่ดี ไม่มีคุณภาพ มันคงไม่ถูกสานต่อมาจนถึงยุคนี้แน่ 

สิ่งที่ ยาชิน ทำมันกลายเป็นสิ่งเล็ก ๆ ในเวลานั้น แต่เป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของโลกฟุตบอลจนปัจจุบัน ยืนยันจากคำพูดของ อิเกร์ กาซิยาส นายทวารแชมป์โลกของทีมชาติสเปนในปี 2010 ยังเคยสดุดีถึง ยาชิน ด้วยคำพูดว่า "ผู้รักษาประตูทุกคนเป็นหนี้เขา" 

สถิติแต่ละอย่างที่เขาได้สร้างไว้ก็ต้องบอกว่าหาคนล้มยากจริง ๆ ตลอดการค้าแข้งของเขาทั้งหมด 432 เกม เขาสามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 270 นัด และที่น่าเหลือเชื่อกว่าคือการเซฟลูกจุดโทษได้มากถึง 150 ครั้ง ที่สำหรับผู้รักษาประตูยุคปัจจุบัน แค่เซฟจุดโทษให้ถึง 30 ครั้งตลอดอาชีพ ยังเป็นเรื่องยากสุด ๆ 

และแน่นอนที่สุดที่จะลืมไม่ได้คือการเป็นผู้รักษาประตูคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่คว้ารางวัล บัลลงดอร์ มาครรองได้สำเร็จในปี 1963 ... ซึ่งในยุคนั้นมีนักเตะอย่าง เปเล่, เฟเรนซ์ ปุสกัส และ การ์รินช่า นั่นแหละคือความเจ๋งของ ยาชิน ที่ยังไม่มีผู้รักษาประตูคนไหนทำได้ 

 

มรดกและอิทธิพล

ในองก์สุดท้ายนี้ เราต้องพิจารณาถึง "อิทธิพล" ที่เขาทิ้งไว้ ยาชินไม่ใช่แค่ผู้รักษาประตูที่เก่ง แต่เขาคือ สัญลักษณ์ของผู้รักษาประตูชั้นดี คนที่ทำอะไรได้มากมาย และกลายเป็นภาพจำที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก

สัญลักษณ์ความไร้เทียมทานด้วยยูนิฟอร์มสีดำล้วน รูปร่างที่สูงใหญ่ก่อให้เกิดออร่าที่กองหน้าคู่แข่งต้องคิดหนักเมื่อเผชิญหน้า แม้กระทั่งรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของโลกทุกวันนี้ก็ยังตั้งชื่อรางวัลเพื่อให้เกียรติกับเขาว่า "ยาชิน โทรฟี่" 

สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ว่าเขายิ่งใหญ่จริง ๆ คือเขาไม่ได้มีอิทธิพลแค่ในโลกของกีฬาหรือคนดูฟุตบอลเท่านั้น ยาชิน แบกความหวังของคนโซเวียตทั้งประเทศ เป็นเบอร์ 1 ที่เมื่อทีมชนะ เขาจะได้คำชมเป็นคนแรก และถ้าทีมแพ้เขาจะกลายเป็นคนที่ต้องรับเสียงด่าเป็นคนแรกเช่นกัน แถมยังมากที่สุดอีกด้วย 

ยกตัวอย่างเช่น การตกรอบในฟุตบอลโลกปี 1962 ที่ โซเวียต แพ้ ชิลี 1-2  ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ยาชิน กลายเป็นแพะรับบาป เมื่อเขาเดินทางกลับโซเวียต เขาโดนต้อนรับด้วยป้ายที่เขียนว่า "ยาชินแขวนถุงมือได้แล้ว" หรือ "ได้เวลาแล้วที่แกจะต้องอยู่เฉย ๆ แล้วนอนรอรับเงินบำนาญ" 

หน้าต่างบ้านของเขาถูกขว้างจนแตกแทบทุกวัน จดหมายข่มขู่ถูกส่งมาทางไปรษณีย์เป็นเดือน ๆ แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ เขารับกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเข้มแข็ง เดินหน้าต่อไป และเล่นต่อจนกระทั่งในเวลาต่อมา เขาพาทีมโซเวียตคว้ารองแชมป์ ยูโร 1964 พร้อมคว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ได้อีกด้วย

คุณจะเห็นได้ว่าเลฟ ยาชิน ไม่ใช่แค่เก่ง แต่เขาเติบโตขึ้นมาพร้อมกับภาระอันยิ่งใหญ่ที่เหมือนแบกทั้งประเทศโซเวียตเอาไว้ นั่นคือความยิ่งใหญ่ทั้งในและนอกสนามของเขาที่ดำเนินไปพร้อมกันจนกระทั่งวันที่เขาลาโลกไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ปี 1990 

ในวันฝังศพของเขาถือเป็นงานใหญ่ที่รวมพลนักเตะระดับโลกหลายคนพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น เปเล่, ยูเซบิโอ และ ฟร้านซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ ที่เดินทางไปเป็นเกียรติแก่ยาชิน พร้อมแฟนบอลอีกกว่า 1 แสนคน พร้อมคำกล่าวของ เปเล่ ที่บอกว่า 

"การมาที่นี่ไม่ใช่แค่ความยิ่งใหญ่ด้านฟุตบอลเท่านั้น แต่เป็นการมาให้ความเคารพกับชายที่ผมให้เกียรติเสมอ เลฟ ยาชิน พี่ชายที่ผมเคารพรัก" 

และนี่คือเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เขาได้รับการเรียกว่าดีที่สุดตลอดกาล

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.reddit.com/r/futbol/comments/1jo3bmu/lev_yashin_es_realmente_el_mejor_portero_de_la/?tl=en
https://www.youtube.com/watch?v=o2NhAK2_Mmg&t=335s
https://en.wikipedia.org/wiki/Lev_Yashin
https://www.bbc.com/sport/football/44411465
https://www.gw2ru.com/history/1334-lev-yashin-won-ballon-dor
https://www.bbc.com/sport/football/17680769

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ