
เจมส์ มิลเนอร์ กลายเป็นนักเตะที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมากที่สุดตลอดกาล ด้วยจำนวนถึง 654 เกม
นี่ไม่ใช่เรื่องที่ใครก็ทำได้ และเราจะย้อนเรื่องราว 3 ช่วงวัยของเขา นับตั้งแต่ที่เขาเล่นพรีเมียร์ลีกครั้งแรกตอนอายุ 16 ปี, ตอนที่เขามาถึงจุดพีกของอาชีพ และวันที่เขากลายเป็นพี่ใหญ่อาวุโสมากที่สุดในทีม
ทำไม มิลเนอร์ จึงเป็นนักเตะที่เพื่อนร่วมทีมเคารพ โค้ชเชื่อมั่น และแฟนบอลรัก ? ติดตามเรื่องราวของเขาใน Main Stand
ช่วงวัยรุ่น ต้องทุ่มให้สุดตัว
เจมส์ มิลเนอร์ เป็นนักเตะที่ไม่เหมือนใคร และเป็นนักเตะที่โค้ชทุกคนอยากมีคนแบบเขาอยู่ในทีม สิ่งนั้นคือ "ความอเนกประสงค์" หรือสามารถใช้งานได้หลายรูปแบบ และเป็นคนที่พร้อมจะอุดทุกรูรั่วในทีมของคุณ เพียงแค่คุณเชื่อมั่น และลองให้โอกาสกับเขา... ลองทำดู
อย่างที่หลายคนรู้กัน มิลเนอร์ เล่นพรีเมียร์ลีกครั้งแรกตอนอายุ 16 ปี เท่านั้น ... การที่เด็กวัยขนาดนี้จะได้รับการจับขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ มันแสดงว่าเขาต้องแสดงคาแรกเตอร์อะไรบางอย่างออกมาให้ทุก ๆ คนได้เห็น
ในช่วงที่เด็กวัยนี้ส่วนใหญ่ยังเรียนหนังสือ แต่เขาต้องรับมือกับกองหลังระดับผู้ใหญ่ทุกสัปดาห์ สิ่งที่ทำให้โค้ชเชื่อใจเขา ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่คือความเป็นมืออาชีพ เทอร์รี่ เวนาเบิลส์ ดึงเขาขึ้นมาจากชุด U18 และจากนั้น มิลเนอร์ ก็แสดงให้เห็นว่าทำไมเขาจึงควรได้โอกาสนั้น

"ผมคุยกับทีมงานสตาฟ เราต้องการดาวรุ่งสักคน สำหรับใช้ขึ้นมาเติมทีมในช่วงบ็อกซิ่งเดย์ สิ่งที่ผมอยากจะได้ คือ เด็กที่มีคุณสมบัติกล้าเล่นกับผู้ใหญ่ และเป็นเด็กที่วิ่งได้ทั้งวันเหมือนกับม้า... มีโค้ชแนะนำให้ลองให้โอกาสกับเด็กคนนี้ดู จากนั้นผมถึงรู้ว่า ไม่แน่หมอนี่มันอาจจะพร้อมสำหรับเกมชุดใหญ่จริง ๆ แล้วก็ได้" เทอร์รี่ เวนาเบิลส์ กุนซือฉายา "เอล เทล" กล่าวย้อนความหลังเมื่อครั้งปี 2002
"นี่คือเด็กที่มีขาสองข้างที่แข็งแรงมาก เล่นบอลได้ดีทั้ง 2 เท้า กล้าหาญ และเป็นน้องเล็กที่ทุกคนในทีมชื่นชอบมาก ๆ เจมส์ เป็นเด็กดี มีมารยาท รู้ว่าตอนไหนควรพูด ตอนไหนควรลงมือทำ เขาเป็นส่วนผสมระหว่างคนที่สร้างบรรยากาศดี ๆ ในห้องแต่งตัว กับคนที่พร้อมโฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเมื่อถึงเวลาสำคัญ"
"ผมโคตรจะพอใจกับสิ่งที่เขาแสดงออกมาตอนอายุขนาดนั้นเลย เขาเข้ามา และพัฒนาขึ้นพร้อมกับกลุ่มนักเตะรุ่นพี่ เขาใช้ประโยชน์จากการฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกวัน และไม่นานนักทุกคนยอมรับเขาจากความสามารถที่เขาแสดงออกมานั่นแหละ"

คำชมของ เอล เทล สอดคล้องกับสิ่งที่ มิลเนอร์ อธิบายตัวตนของเขาในช่วงวัยทีนเอจ เขาย้อนความว่าตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องวิเศษอะไร และตัวเขาเองอาจจะงง ๆ อยู่บ้าง เพราะเขาเป็นนักเตะที่ถือว่าไม่ได้เก่งที่สุดในทีมเยาวชนด้วยซ้ำ เพียงแต่เขาก็ไม่พยายามหาคำตอบว่าทำไมเขาจึงเป็นผู้โชคดีที่ได้รับเลือก เพราะสิ่งที่เขาทำหลังจากนั้น คือ การเก็บเกี่ยวทุกสิ่งที่โค้ชบอก และทุกวินาทีในสนามจากนักเตะรุ่นพี่
มิลเนอร์ เล่าต่อว่า คำสั่งที่โค้ชมีต่อเขาในเวลานั้นไม่ได้มีอะไรมาก นั่นคือเมื่อได้ลงสนามเขามีหน้าที่กดดันนักเตะในตำแหน่งริมเส้นของคู่แข่ง โดยอาศัยสติ ความกล้า และความบ้าพลังเป็นตัวเข้าช่วย กล่าวคือ เขาจะต้องวิ่งขึ้นตลอดทั้งเกมเมื่อทีมได้บุก และต้องวิ่งลงมาซ้อนแบ็กของทีมตลอดทั้งเกม เมื่อทีมเป็นฝ่ายเสียบอล ... ฟังดูเป็นคำสั่งง่าย ๆ แต่เชื่อว่ามีนักเตะจำนวนไม่มากที่จะรับผิดชอบในตำแหน่งที่ต้องใช้วินัย และความฟิตมากขนาดนี้
ความห้าวแบบนี้นี่แหละที่ทำให้ มิลเนอร์ ได้ย้ายไปอยู่กับ นิวคาสเซิ่ล ในเวลาต่อมา หลายคนอาจไม่รู้แต่นี่คือนักเตะที่ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน กุนซือของสาลิกาดงในเวลานั้นต้องตบเข่าฉาดเมื่อคว้าตัวมาได้ สิ่งที่ร็อบสันเห็น ตรงกับสิ่งที่ มิลเนอร์ บรรยายถึงตัวเองในวัยหนุ่มทุกประการ ความกล้าบ้าบิ่น และความมีวินัยนี่แหละ ที่จะทำให้เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมขับเคลื่อนไปได้

"ผมชอบดู เจมส์ มิลเนอร์ เล่นมาก นี่คือนักเตะที่ทำให้คุณเห็นว่าเมื่อเขาล็อกเป้าจะทำอะไรสักอย่างแล้ว เขาจะทำมันอย่างสุดความสามารถ ผมชอบดูการบุกไปข้างหน้าของเขา สายตาของเขาเหมือนจะขยี้แบ็กซ้ายฝั่งตรงข้ามให้แหลก สายตาแบบนั้นแหละที่โดนใจผมจริง ๆ" บรมกุนซือผู้ล่วงลับกล่าว
ในวันที่ไม่มีใครรู้จักคุณ และคุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความสามารถที่แท้จริงของตัวเองคืออะไร ? สิ่งที่คุณทำได้ คือ การคว้าทุกโอกาสที่เข้ามา และทำตามหน้าที่ไม่ให้ขาดตกบกพร่องด้วยความตั้งใจในทุก ๆ วัน ... เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะเก่งขึ้น ผู้คนจะรู้จักคุณมากขึ้น ซึ่งช่วงเวลาต่อจากนี้ คือ หัวเลี้ยวหัวต่อว่าคุณจะเป็นคนเดิม หรือหลงระเริงไปกับชื่อเสียง และเงินทองที่เข้ามา
นักเตะดาวรุ่งหลายคนที่เก่งกว่า มิลเนอร์ มีเยอะในตอนนั้น แต่เจอกับดักของความดังชั่วข้ามคืน แต่สำหรับ เจมส์ มิลเนอร์ ... ความสม่ำเสมอเท่านั้น คือ เส้นทางสู่การเปิดบันทึกการเดินทางหน้าต่อไปของเขา... ในวันที่เขาเป็นนักเตะที่เดินไปไหนในประเทศ ก็มีแต่คนรู้จัก
พีกแค่ไหน ใจยังเหมือนเดิม
ในช่วงที่สร้างชื่อ เจมส์ มิลเนอร์ ขึ้นชื่อในฐานะตัวริมเส้นที่เล่น 2 เท้าได้ดี เป็นปีกยุคเก่าที่เน้นลากสุดเส้นแล้วเปิดเข้ากลาง ดังนั้นในช่วงเวลาวัยรุ่นกับ ลีดส์ และ นิวคาสเซิล หรือแม้กระทั่งกับ แอสตัน วิลล่า เราแทบจะเดาตำแหน่งของเขาไม่ออกเลย บางเกมเขาก็ไปยืนทางซ้าย บางวันเขาก็ไปรับบทบาทเป็นปีกขวา และเมื่อทีมลงเล่นในระบบกองหลัง 3 ตัว มิลเนอร์ ก็สามารถถอยมาเล่นวิงแบ็กได้อีก
การเล่น 2 เท้า เป็นปัจจัยหลัก และสิ่งที่เสริมขึ้นมา คือ เขาเป็นนักเตะที่ไม่ทำให้ทีมเสียประโยชน์ในเวลาที่ต้องเล่นเกมรับ มิลเนอร์ เป็นประเภทวิ่งสุดแรง ขึ้นสุดลงสุด ช่วยลงมาซ้อนผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็ก ทำให้งานในเกมรับทำได้ง่ายขึ้น ช่วยให้ทีมเสียประตูยากขึ้น ... สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายในประโยคเดียวคือ มิลเนอร์ คือนักเตะประเภท "เล่นเป็นทีมได้ดีที่สุด" และคุณสมบัตินี้แหละที่ทำให้เขาได้ก้าวขึ้นมาอยู่กับทีมใหญ่อย่าง แมนฯ ซิตี้ และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในอาชีพของเขาด้วย
ในช่วงกับ แมนฯ ซิตี้ ช่วงแรก ๆ มิลเนอร์ ก็เจอปัญหาเหมือนกัน เพราะเขาเป็นปีกที่ไม่จี๊ดจ๊าดพอ แต่ด้วยทัศนคติยามลงเล่นที่ดี มานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือของ ซิตี้ ในเวลานั้นจึงทดลองเขาปรับมาเล่นในตำแหน่งกองกลางแบบบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ บ้างในบ้างครั้ง ซึ่งการย้ายตำแหน่งนี้เหมือนกับการเกิดใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะด้วยอายุที่มากขึ้น ความเร็ว ความคล่องอาจลดลง แต่สิ่งที่ไม่เคยลด คือ ความอึด และความฟิตของร่างกาย ที่ มิลเนอร์ ถือเป็นขาประจำโรงยิมของสโมสร

หนำซ้ำเมื่อเขายิ่งผ่านเกมมากเท่าไหร่ สิ่งที่เพิ่มขึ้นก็คือประสบการณ์ การอ่านเกม และการเห็นในสิ่งที่นักเตะบางคนในสนามไม่เห็น เช่น ตำแหน่งไหนของคู่แข่งกำลังเสียขวัญ เขาจะเป็นตัวเสริมเข้าโจมตีพื้นที่นั้นทันที และเซนส์ในเกมรับของเขาก็ทำให้หลายครั้งเขาไหวตัวทัน ลงมาช่วยซ้อน ช่วยสกัดพื้นที่ที่เป็นจุดอ่อนของทีมได้อยู่บ่อย ๆ
"ผมพูดจริง ๆ มีนักเตะอีกเยอะเลยที่สามารถครองบอลได้ดีกว่า เทคนิคดีกว่า และวิ่งเร็วกว่า เจมส์ มิลเนอร์ แต่เป็นเรื่องยากมากที่จะหาผู้เล่นสักคนที่สามารถใช้คำว่าสมบูรณ์แบบได้อย่างที่ มิลเนอร์ เป็น" เปเยกรินี่ อธิบาย
"เขาพิเศษแบบไหนน่ะเหรอ ? เอาเป็นว่าผมสั่งให้เขาไปเล่นตรงไหนเขาก็เล่นได้ดีเสมอ เขาจะชอบเล่นตรงนั้นหรือไม่ชอบ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เมื่อคุณสั่ง เขาจะทำตาม"
เปเยกรินี่ บอกว่า มิลเนอร์ เป็นเหมือนแมลงสาบ เพราะเป็นสิ่งมีชีวิตไม่กี่ชนิดที่หลงเหลือมาจากยุคไดโนเสาร์ ไม่พิเศษกว่าใคร ไม่ได้อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร แต่ทุกครั้งที่สิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลง แมลงสาบปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง
คุณจะเห็นได้ว่า มิลเนอร์ นั้นผ่านฟุตบอลมาตั้งแต่ต้นยุค 2000s ยุคที่ทีมส่วนใหญ่ยังเป็นบอลโบราณเล่นไดเร็กต์ เปิดบอลให้ไปวัดกันที่ลูกกลางอากาศ เขารับผิดชอบตำแหน่งริมเส้นที่เป็นส่วนสำคัญมากในการสร้างเกมรุก, ในยุค 2010 ยุคที่เอาชนะกันด้วย "เบสิก" นั่นคือการผ่านบอลง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพ และการแย่งชิงบอลกลับมาให้ทีมเป็นฝ่ายบุก มิลเนอร์ ก็ขยับเข้ามาเป็นกองกลางที่รับตำแหน่งนั้น, ในวันที่เขาย้ายมาเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ใหม่ ๆ และมี เยอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาเป็นกุนซือ ทีมไม่มีแบ็กซ้ายที่ขึ้นเกมรุกได้ และเข้าใจแท็กติก มิลเนอร์ ก็สามารถเป็นแบ็กซ้ายที่สมบูรณ์แบบให้กับ คล็อปป์ ได้เช่นกัน
แม้กระทั่งตอนนี้ ฟุตบอลยุคใหม่ที่แพ้ชนะกันด้วยพลังในเเดนกลาง มิลเนอร์ ก็กลับมาเฉิดฉายอีกครั้งในตำแหน่งนี้ และเมื่อมันกลายเป็นงานประจำ เขาก็พัฒนาจากที่เคยเป็นตำแหน่งที่ไม่ถนัด กลายเป็นตำแหน่งที่เขาชอบที่สุด เล่นได้ดีที่สุด จนมีคำกล่าวว่าแดนกลางชุดที่ดีที่สุดในยุคสมัยของ คล็อปป์ คือการทำงานร่วมกันระหว่าง มิลเนอร์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ จีนี่ ไวจ์นัลดุม

ซึ่งในช่วงเวลากับ ลิเวอร์พูล ถือเป็นช่วงที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยการกวาดทุกแชมป์ที่ลงสนาม และสิ่งหนึ่งที่คุณควรรู้ก็คือ มิลเนอร์ ยังคงเป็นนักเตะที่ซ้อมหนักที่สุดในทีมเสมอเมื่อคุณถาม เยอร์เก้น คล็อปป์ นั่นคือเหตุผลที่ทำไม ลิเวอร์พูล ถึงต้องต่อสัญญากับ มิลเนอร์ ทุก ๆ ปี (สัญญาระยะสั้น 1 ปี ต่อสัญญาแบบปีต่อปี)
ทีมยังคงต้องการนักเตะแบบเขา คนที่ซ้อมเหมือนกับหนุ่ม ๆ, คนที่เป็นคนที่โค้ชเชื่อมั่นเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้งาน และที่สำคัญเป็นคนที่แค่อยู่ในทีมก็ช่วยสอนนักเตะรุ่นหลัง ๆ ได้ในทางอ้อม ไม่ว่าจะเรื่องใด ๆ ก็ตาม
"เมื่อพูดถึงเจมส์ หลายคนคงบอกว่าเขาเป็นมืออาชีพที่ซื่อสัตย์และเก่งกาจ... แต่ผมบอกได้เลยว่าเขาเป็นยิ่งกว่านั้น นี่คือนักฟุตบอลที่สามารถทำได้ทุกอย่าง ทุกอย่างจริง ๆ" คล็อปป์ กล่าวถึงศิษย์รักก่อนทิ้งท้ายว่า "ความสำเร็จทั้งหมดที่เราคว้ามาได้ที่ลิเวอร์พูล จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากปราศจากคนอย่างเขา"
40 อย่างมีประโยชน์
มิลเนอร์ ย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ตอนที่เขาอายุ 37 ปี นี่คือช่วงวัยที่นักเตะหลายคนเริ่มดาวน์เกรดตัวเองลง ไม่ว่าจะลงไปเล่นในลีกล่าง หรือไม่ก็ไปตามลีกตะวันออกกลาง หรืออเมริกา เพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าในช่วงบั้นปลายชีวิต ... แต่ มิลเนอร์ ยังคงเล่นในระดับพรีเมียร์ลีก กับทีมที่เล่นด้วยระบบโมเดิร์นฟุตบอลที่ต้องอาศัยความฟิต วินิย และทัศนคิตในสนามอย่าง ไบรท์ตัน
มิลเนอร์ เองเปิดเผยว่า เขาย้ายมาที่ไบรท์ตัน เพราะเขารู้จักตัวเองดี เขาคิดว่าตัวเองยังไหว ร่างกายยังพร้อมลงเล่นในะระดับสูง และเหนือสิ่งอื่นใด เขายังสามารถทำประโยชน์ให้ทีมได้อยู่ ต่อให้ไม่ได้ย้ายมาในฐานะสตาร์ แต่ก็พร้อมจะทำหน้าที่ในฐานะรุ่นพี่ หรือพี่ใหญ่ที่ทีมต้องการใครสักคนที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในห้องแต่งตัว

โค้ช และนักเตะรุ่นน้อง มักพูดถึงเขาในมุมเดียวกัน 1 สิ่งที่ต้องออกจากปากทุกคน เมื่อพูดถึงเขาคือ "วินัย และมาตรฐาน" มีรายงานว่าทีมสตาฟหลายคนชื่นชมความฟิตของเขา แม้อายุเข้าใกล้หลักสี่ และเจ้าตัวเคยพูดติดตลกว่า "ก็แค่ทำเหมือนทุก ๆ ปี ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร"
ภายใต้ความตลก และคำพูดที่คละไปด้วยอารมณ์ในเชิงบวกมันแสดงให้เห็นว่าสำหรับ มิลเนอร์ คำว่ามืออาชีพ คือ ทุก ๆ วันที่คุณอยู่ภายใต้สัญญากับสโมสร สโมสรยังจ่ายเงินเดือนให้คุณ และแฟนบอลยังคงรอที่จะดูคุณลงเล่นทุกสัปดาห์ หน้าที่ของคุณ คือ รับผิดชอบความหวังเหล่านั้น ด้วยความรู้สึกที่ภูมิใจ และเต็มใจทำแบบไม่ต้องให้ใครมาบังคับ
ถึงตอนนี้เขากลายเป็น "มิสเตอร์พรีเมียร์ลีก" ไปแล้ว แต่ไม่ใช่แค่จำนวนเกมมหาศาลที่ลงเล่น แต่มันคือคุณภาพที่สะท้อนผ่านตลอดหลายขวบปีที่ไม่เคยมีข่าวเสียหาย ไม่เคยมีดรามา ไม่เคยงอแงเรื่องบทบาท

ในยุคที่นักกีฬาหลายคนพยายามสร้างจุดขายให้ตัวเองเป็นเหมือนดารา ดูเหมือน เจมส์ มิลเนอร์ จะเลือกทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ... เขาก็แค่ทำตัวเป็นนักกีฬาเหมือนทุกวัน ทำเรื่องธรรมดา ๆ เหมือนกับที่เขาทำมาตั้งแต่อายุ 16 ปี ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ผู้คนก็สามารถจดจำเขาได้อย่างแม่นยำ
ถ้าฟุตบอลคืออาชีพ มิลเนอร์คือภาพจำของคำว่า "มืออาชีพ" ... เขาอาจไม่ใช่นักเตะที่เด็ก ๆ เอาโปสเตอร์แปะห้องมากที่สุด แต่เขาคือนักเตะที่โค้ชทุกคนอยากมี คือ เพื่อนร่วมทีมที่ใคร ๆ ก็ไว้ใจ และคือ คนที่แฟนบอลทุกสโมสรพูดถึงด้วยความเคารพ
แหล่งที่มา:
https://theathletic.com/1324485/2019/10/29/james-milner-interview-it-has-definitely-felt-at-times-like-leaving-me-out-was-the-easy-option/
https://www.espn.com.au/football/story/_/id/47985135/jurgen-klopp-james-milner-premier-league-appearance-record-liverpool-success-impossible-him
https://www.teamtalk.com/news/james-milner-names-best-position-liverpool
https://www.liverpoolfc.com/news/first-team/429841-james-milner-interview-mr-professional-career-19-years
https://www.liverpoolfc.com/news/first-team/432078-james-milner-interview-it-s-good-to-be-focused-on-football-again
https://www.liverpoolworld.uk/sport/football/liverpool/kostas-tsimikas-feels-wrath-of-james-milner-again-but-performance-in-liverpools-3-0-win-at-norwich-bodes-well-3346870
https://www.liverpoolecho.co.uk/sport/football/football-news/james-milner-stands-up-angry-21183147
https://www.manchestereveningnews.co.uk/sport/football/football-news/manuel-pellegrini-manchester-city-midfielder-8853548