
เมื่อวานนี้ (5 มีนาคม 2569) ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่ห้องประชุม 1 คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (บ้านอัมพวัน)
การประชุมมีประเด็นเรื่องสมาคมกีฬาต่าง ๆ ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติลดลง
ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า "ปกติแล้ว เงินที่ฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับในแต่ละปี จะอยู่ที่ราว 2,000 กว่าล้านบาท แต่ปีนี้ถูกตัดเหลือเพียงแค่ 1,000 กว่าล้านบาท แต่ละสมาคมจึงมีปัญหามาก แม้จะพยายามเรียกร้องขอให้พิจารณาการจัดสรรงบใหม่ แต่ก็ได้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ทำให้สมาคมกีฬาต่าง ๆ เตรียมรวมตัวกันทำหนังสือยื่นไปถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้เข้ามาช่วยดูและจัดสรรงบกองทุนใหม่"
"หลายสมาคมเดือดร้อนมาก เพราะทางกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติได้จัดสรรงบให้ไม่พอ ซึ่งปัญหาคือทุกวันนี้ กองทุนกีฬา ไม่ใช่ กกท. โครงสร้างกองทุนได้บิดเบี้ยวไปพอสมควร คือกองทุนตัดสินใจจัดงบประมาณให้ กกท. เป็นจำนวนเท่าไหร่ ในงานอะไร ทำให้เกิดปัญหามากมาย"
"ที่เราพูดถึงก็คือ ฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ ซึ่งคุยกับ รองปรีชา ลาลุน (รองผู้ว่าฯ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา) ได้เรื่องว่า แต่เดิมต้องใช้งบประมาณ 2,000 กว่าล้าน เพื่อให้ทุกสมาคม ไม่ว่าจะเป็นการจัดแข่ง ส่งแข่ง เก็บคะแนน เงินรางวัล เก็บตัว จัดชิงแชมป์ประเทศไทย เหล่านี้ เป็นเงิน 2,000 กว่าล้าน จาก 4,000 กว่าล้าน ที่กองทุนมีในแต่ละปี แต่ปรากฏว่ากองทุนก็จัดสรรให้แค่ 1,000 กว่าล้าน ซึ่งมันไม่พอ ทำให้ทำงานไม่ได้ เมื่อ 1-2 สัปดาห์ที่แล้ว ผมรับทราบมาว่าการจัดชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งทุกสมาคมต้องจัดเพื่อหานักกีฬาทีมชาติ ปรากฏว่ามีงบอยู่ 10 กว่าล้านบาท สำหรับ 90 สมาคม"
"แน่นอนว่าเราต้องทักท้วงไปที่กองทุนฯ ซึ่งเรามี ‘เสธ.ยอด’ พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย (นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ) เป็นตัวแทนของคณะกรรมการโอลิมปิคฯ อยู่ในกองทุน เขาก็พยายามไปแก้ไข ลดตรงโน้น เพิ่มตรงนี้ แต่ทั้งหมดทั้งปวงสุดท้ายเรื่องยังไม่จบ แม้ได้เพิ่มขึ้นมา แต่ก็ยังไม่ถึงจำนวนที่ควรจะได้ ที่จะทำงานได้ หลายสมาคมจึงรวมตัวกันแล้วดำเนินการเซ็นจดหมายในนามสมาคม เพราะเขาเดือดร้อน มาลงชื่อเกือบครบ 90 สมาคม เพื่อส่งไปถึงกระทรวงว่าพวกเขาเดือดร้อน หวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง"