
เข้มข้นขึ้นไปทุกขณะสำหรับการช่วงชิงโทรฟี่แชมป์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ โดยมีสามทีมที่เปิดศึกแย่งชิงกันอยู่ อาทิ ลิเวอร์พูล จ่าฝูง, อาร์เซน่อล รองจ่าฝูง และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าที่อยู่อันดับ 3 ของตาราง
สัปดาห์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล กลับขึ้นจ่าฝูงด้วยชัยชนะเหนือ ไบรท์ตัน 2-1 ขณะที่บิ๊กแมตช์สู้กันเองของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ อาร์เซน่อล จบลงที่ผลเสมอ 0-0 ส่งผลดีต่อทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ไม่น้อยเลย
ทั้งสามทีมเต็งแชมป์ยังเหลือเกมให้ลงสนามอีก 9 นัด และสถานการณ์ยังพลิกแพลงได้ทุกเมื่อ แต่ถึงอย่างนั้น อลัน เชียร์เรอร์ ตำนานดาวยิงของอังกฤษ และ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ลงความเห็นกับ BBC ว่า "เรือใบสีฟ้า" คือทีมที่จะก้าวขึ้นไปหยิบแชมป์ในฤดูกาลนี้
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เชียร์เรอร์ ให้เหตุผลทำนองว่าถึง แมนฯ ซิตี้ ทำได้แค่เสมอ อาร์เซน่อล แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายเพราะพวกเขายังคงไร้พ่ายและเก็บแต้มอย่างต่อเนื่อง ผลเสมอแบ่งแต้มยังไม่ใช่หายนะ แต่สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือพิชิต แอสตัน วิลล่า ในบ้านตัวเอง วันที่ 4 เมษายน นี้ ให้ได้
แอสตัน วิลล่า คือทีมล่าสุดที่เปิดบ้านยัดเยียดความปราชัย 1-0 ให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในเกมลีกฤดูกาลนี้ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ปีที่แล้ว แต่เมื่อดูสถิติการเจอกันที่ เอติฮัด สเตเดียม ตั้งแต่ปี 2014 "เรือใบสีฟ้า" คว้าชัยได้ตลอด ดังนั้น เชียร์เรอร์ เชื่อว่าพวกเขาจะกลับมาเอาคืนได้ในเกมนี้ และช่วยให้ลูกทีมมีความมั่นใจสำหรับการต่อสู้จนถึงนัดสุดท้าย
อาร์เซน่อล
ผลเสมอที่ เอติฮัด สเตเดียม ทำให้ "ฮ็อตช็อต" มองว่าทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เติบโตและแข็งแกร่งขึ้นมาก ปกติเมื่อพลิกปฏิทินเข้าปีใหม่ "ปืนใหญ่" มักสูญเสียความแข็งแกร่งและหมดลุ้นแชมป์อย่างรวดเร็ว มาไม่ถึงช่วงปลายฤดูกาล แต่เวลานี้ อาร์เซน่อล มีจุดแข็งอยู่ที่เกมบุกและเกมรับที่สมดุล ปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นได้
ถึง อาร์เซน่อล จะโดนวิจารณ์หนักในเกมล่าสุดกับ แมนฯ ซิตี้ ว่าเอาแต่ตั้งรับ ไม่ได้ยิงถล่มทลายเหมือนช่วงต้นปี แถมดูแล้วไม่สนุก แต่ เชียร์เรอร์ ก็คิดว่าเป็นแผนการเล่นที่ถูกต้องแล้วสำหรับการเจอกับ แมนฯ ซิตี้ และหากยังรักษาโมเมนตั้มแบบนี้ได้ต่อเนื่อง วางแผนการเล่นได้อย่างเฉียบแหลม อาร์เซน่อล จะยืนหยัดต่อสู้กับสองคู่แข่งได้จนถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล
ลิเวอร์พูล
ถึงจะเป็นจ่าฝูง แต่ด้วยศักยภาพของคู่แข่งทั้งสองที่ไม่เป็นรอง ตำแหน่งอาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ แต่ถึงอย่างนั้น "หงส์แดง" ก็ยังมีเกมบุกที่แสนอันตราย โดยเฉพาะ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จุดเด่นของเขาคือถึงจะใช้โอกาสเปลืองไปหน่อย แต่พอยิงพลาด เขาก็ไม่ย่อท้อ สู้ไปจนกว่ายิงประตูได้สำเร็จ รวมถึงกองกลางอย่าง อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ที่เชื่อมเกมบุกได้ดีขึ้นเรื่อยๆ และหากมาตรฐานไม่ตกลงไป นั่นจะเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะช่วยให้ทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์ ได้พบกับฉากจบที่สวยงาม
ทั้งนี้ เชียร์เรอร์ มองว่าทีมคู่ควรกับตำแหน่งถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้มากที่สุด คือทีมที่มีผลงานดีที่สุดในช่วง 9 เกมสุดท้าย โดยมีข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด ดังนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้หากมีทีมใดทีมหนึ่ง พลาด หรือ ประมาท ขึ้นมาระหว่างทาง