Feature

ISU-1GP : ศึก "ไถเก้าอี้ออฟฟิศ" ที่เปลี่ยนพนักงานบริษัทญี่ปุ่น ให้เป็นนักซิ่งสุดเดือด | Main Stand

ในประเทศที่คำว่า "ทุ่มเทสุดตัวให้องค์กร" ฝังรากลึกอยู่ในสังคมการทำงานอย่าง ญี่ปุ่น ชีวิตของพนักงานบริษัทจำนวนไม่น้อย ถูกผูกติดกับเก้าอี้ออฟฟิศที่โต๊ะทำงาน อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ในแต่ละวัน พร้อมเดดไลน์โปรเจกต์ต่าง ๆ และความกดดันที่สัมผัสได้อยู่ตลอด 

 


"เก้าอี้ออฟฟิศ" จึงไม่ได้เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในที่ทำงาน แต่เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของเหล่า "ซาลารี่แมน" ผู้อุทิศตนให้กับงาน นั่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อน แสดงความทุ่มเท ความขยันขันแข็งให้กับองค์กร

แต่ใครจะไปคิดว่า เก้าอี้ออฟฟิศที่มีไว้นั่งทำโอทีเงียบ ๆ ที่โต๊ะทำงาน วันหนึ่งกลับถูกนำไปใช้เป็น "ยานพาหนะ" ในสนามแข่งที่ต้องใช้ทั้งกลยุทธ์ ความอึด และทีมเวิร์ค โดยมีเหล่าพนักงานบริษัทที่ก้มหน้าทำงานวันแล้ววันเล่าเป็นนักแข่ง

Main Stand ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ISU-1GP การแข่งขันสุดปั่นในญี่ปุ่น ที่เปลี่ยน "เก้าอี้ออฟฟิศ" ให้เป็นรถแข่งที่พร้อมลุยสนาม และ "พนักงานเงินเดือน" ให้เป็นสิงห์ความไวที่ต้องใช้ทักษะ ความเร็ว และพลังใจในการคว้าชัยชนะ

 

จุดเริ่มต้นจากย่านการค้า

การแข่งขัน ISU-1GP คือการแข่งขัน "ไถเก้าอี้ออฟฟิศ" ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2010 ที่ย่านการค้าคิราระ ในเมืองเคียวทานาเบะ จังหวัดเกียวโตะ โดยคำว่า ISU (椅子) ที่อ่านว่า อิ-สุ นั้นมาจากภาษาญี่ปุ่น ที่แปลว่า "เก้าอี้" ส่วนตัวเลข "1" มีที่มาจากการล้อเลียนการแข่งขัน Formula 1 การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชื่อดังของโลก และคำว่า GP นั้นย่อมาจาก Grand Prix (กรังด์ปรีซ์) ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า "รางวัลสูงสุด" รวมถึงยังสามารถล้อไปถึงการแข่งขัน MotoGP การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อีกด้วย

สึโยชิ ทาฮาระ คนที่ริเริ่มการแข่งขันนี้ขึ้นมา ได้เห็นปัญหาที่เกิดกับย่านการค้าคิราระในเวลานั้น จากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ที่ส่งผลให้ตลาดซบเซา ร้านค้าเริ่มทยอยปิดตัวลง บวกกับเจ้าของร้านบางคนในย่านการค้าที่อายุมาก ยังปิดกั้นความคิดหรือไอเดียใหม่ ๆ จากคนภายนอก หากไม่ทำอะไรเลย ย่านการค้าแห่งนี้ได้ถึงจุดจบแน่

ตัวเขาที่คลุกคลีมีประสบการณ์กับการทำงานตามชุมชนต่าง ๆ และมีเงินทุนอยู่บ้าง จึงอยากที่จะฟื้นฟูย่านการค้าคิราระ ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเขาให้กลับมามีชีวิตชีวา ทำให้ย่านการค้าแห่งนี้เป็นความภาคภูมิใจของผู้คนในพื้นที่ โดยเริ่มแผนการต่าง ๆ เพื่อทำให้ผู้คนที่นั่นเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ทั้งการลงมือจัดเทศกาลประจำปีของย่านการค้า, จัดนิทรรศการรวมรูปถ่ายตามจุดต่าง ๆ ในย่านการค้า รวมถึงให้กำเนิดตัวละครมาสคอตประจำย่านการค้า ที่ชื่อ "คิราระจัง"

"เจ้าของร้านบางคนในย่านการค้ามีความคิดที่ล้าหลังว่า 'คนหนุ่มสาวทําอะไรไม่ได้' บางครั้งนักศึกษามหาวิทยาลัยพยายามจะจัดกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยไอเดียที่แปลกใหม่ของพวกเขา เพื่อช่วยย่านการค้า แต่ก็ถูกเจ้าของร้านเหล่านั้นคัดค้าน ผมอยากจะเข้ามาเปลี่ยนความคิดของเจ้าของร้านเหล่านั้น นั่นก็เพื่อช่วยเหล่านักศึกษาที่มีใจมุ่งมั่น" สึโยชิ ทาฮาระ กล่าวกับเว็บไซต์ kankou-redesign.jp

และการแข่งขัน ISU-1GP เองก็คือหนึ่งในกิจกรรมที่ ทาฮาระ จัดขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์นั้น โดยเขาได้นำประสบการณ์ที่ตัวเองเคยเจอมาในตอนเด็ก มาเป็นต้นแบบในการสร้างการแข่งขันนี้ขึ้น

"ตอนเด็ก ๆ ผมและเพื่อนเคยถูกคุณครูที่โรงเรียนดุ เพราะเอาเก้าอี้ห้องธุรการมาไถเล่นตามชั้นเรียน มันเป็นอะไรที่สนุกมาก ผมคิดว่ามันน่าสนใจนะ ถ้าเราจะเอาเก้าอี้สำนักงานมาไถเล่นกันบนถนน และถ้าเราสามารถขออนุญาตให้มีการใช้ถนนเพื่อสิ่งนั่นได้ ยังไงก็ไม่มีทางโดนดุใช่ไหมล่ะ" สึโยชิ ทาฮาระ เปิดเผยกับ Kansai TV

ครั้งแรกที่ ISU-1GP ถูกจัดขึ้น ทาฮาระ ตั้งใจให้มันเป็นกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนในย่านการค้าคิราระเข้าไว้ด้วยกัน แต่กลับกลายเป็นว่าการแข่งขันได้รับคำชมและเป็นที่พูดถึงอย่างมาก จนนำไปสู่การขยายการแข่งขันให้มีขึ้นในพื้นที่อื่น ๆ นอกจากย่านการค้าคิราระ ในปีต่อ ๆ มา

จากความนิยมที่เกิดขึ้น ทำให้ในปี 2015 ทาฮาระ ได้ก่อตั้งสมาคมการแข่งขันเก้าอี้ออฟฟิศแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Office Chair Racing Association หรือ JORA) ขึ้นมาเพื่อให้สมาคมนี้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบจัดการแข่งขัน ISU-1GP ในทุกปีอย่างจริงจัง โดยปัจจุบันการแข่งขัน ISU-1GP จัดขึ้นในกว่า 20 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น และได้รับความสนใจจากภายนอก จนได้โอกาสไปจัดการแข่งขันที่ต่างประเทศมาแล้ว

แม้จะต้องหยุดการแข่งขันไปราว 3 ปี ในช่วงปี 2020-2023 ด้วยวิกฤตโควิด-19 แต่เมื่อกลับมาจัดได้อีกครั้งในเดือน มีนาคม 2023 ที่ย่านการค้าคิราระ ในเมืองเคียวทานาเบะ จังหวัดเกียวโตะ สนามแข่งขันอันเป็นต้นกำเนิดการแข่งขันนี้ ผู้คนที่หลงใหลในความเร็วจากเก้าอี้ออฟฟิศ ก็ต่างตบเท้าเข้ามาร่วมชิงชัยกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

ISU-1GP ไม่ได้เป็นการแข่งขันที่มีความทางการอะไรมากนัก อารมณ์ประมาณกีฬาสีหมู่บ้าน ที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้คน บรรยากาศผ่อนคลาย สนุกสนานและเป็นกันเอง แต่ก็มีการวางกฎกติกาและระบบการแข่งขันต่าง ๆ ขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจน จากผู้ควบคุมการแข่งขันอย่าง สมาคมการแข่งขันเก้าอี้ออฟฟิศแห่งประเทศญี่ปุ่น (JORA)

 

3 คน กับ 1 ตัว (เก้าอี้)

ศึกไถเก้าอี้ออฟฟิศ ISU-1GP หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ Japan Office Chair Grand Prix มีรูปแบบการแข่งขันเป็นแบบเอนดูรานซ์ (Endurance) ที่เน้นความอึด ความทนทาน โดยต้องแข่งกันเป็นทีม ต่อเนื่องนาน 2 ชั่วโมง วนรอบสนามแข่งความยาวประมาณ 180-200 เมตร ที่ดัดแปลงชั่วคราวมาจากถนนสาธารณะหรือย่านการค้า ซึ่งทาง JORA ได้ขออนุญาตปิดถนนเหล่านั้น เพื่อจัดการแข่งขันไว้แล้ว ทีมที่ทำรอบได้มากที่สุด ทำระยะทางภายในเวลาที่กำหนดได้มากที่สุด จะเป็นผู้ชนะ 

แต่ละทีมสามารถส่งนักแข่งลงสนามไปพร้อมกับเก้าอี้ออฟฟิศได้ทีมละ 1 คน มีระบบการสลับตัวนักแข่งในทีม (3 คนต่อทีม) ระหว่างแข่งขัน คล้ายกับการแข่งรถรายการ Le Mans 24 Hours การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบมาราธอนที่เก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดในโลก จัดขึ้นทุกปีที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นการทดสอบความทนทานของเครื่องยนต์และสมรรถนะคนขับ โดยใช้เวลาแข่งขัน 24 ชั่วโมงต่อเนื่องบนสนาม

สำหรับกติกาเกี่ยวกับเก้าอี้ที่ใช้แข่งขัน จะต้องเป็นเก้าอี้ออฟฟิศทั่วไป มาตรฐาน 4-5 ล้อ ที่สามารถหาซื้อได้ในร้านค้า ห้ามดัดแปลง ห้ามโมดิฟายให้ผิดแปลกไปจากเดิม เพื่อไม่ให้มีทีมไหนได้เปรียบเสียเปรียบในเรื่องเก้าอี้ และเพื่อคงคอนเซปต์ของการแข่งขันนี้ ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการผสมผสานระหว่างชีวิตการทำงานออฟฟิศ กับความสนุกสนานของการแข่งขันประชันความเร็ว ส่วนเรื่องปรับความสูง-ต่ำ หรือปรับเอนพนักพิงตามกลไกเดิมของเก้าอี้ สามารถทำได้ตามปกติ อนุญาตให้หยอดน้ำมันหล่อลื่นลงบนล้อเก้าอี้ได้ เพื่อไม่ให้ล้อฝืดจนเกิดอาการ "ล้อล็อก" ขณะแข่งขัน

ก่อนการแข่งขันจะเริ่มในทุกครั้งทุกรายการ ทาง JORA จะส่งทีมงานมาตรวจสอบสภาพเก้าอี้แข่งของแต่ละทีมที่สนาม ว่าตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ หากเช็กแล้วไม่มีปัญหาอะไร ทีมงานก็จะแปะสติกเกอร์ยืนยันว่าตัวเก้าอี้สามารถใช้ลงสนามได้ เช่นเดียวกับการตรวจสภาพรถก่อนแข่งขันรายการต่าง ๆ (Scrutineering) ซึ่งก็จะมีภาพที่ทีมแข่งมากประสบการณ์ ผ่านสนามต่าง ๆ มาอย่างโชกโชน นำเก้าอี้ที่เต็มไปด้วยสติ๊กเกอร์ยืนยันจากการแข่งขันรายการก่อน ๆ มาให้ทีมงานตรวจสอบก่อนจะได้รับการแปะสติ๊กเกอร์อันใหม่ลงไปเพิ่ม

นักแข่งทุกคนต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน ทั้งหมวกนิรภัย, สนับเข่า, สนับศอก เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่เกิดจากการล้มจากเก้าอี้ ซึ่งมีอุบัติเหตุจากการล้มให้เห็นเป็นปกติในการแข่งขัน เพราะเดิมทีเก้าอี้ออฟฟิศทั่วไปก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับแข่งขันแบบนี้อยู่แล้ว

และหากทีมไหนแข่ง ๆ อยู่ แล้วเก้าอี้เกิดชำรุด ล้อหลุด ฐานพัง ข้างสนามจะมี Pit Zone ที่เป็นเหมือนอู่ซ่อมเก้าอี้ คอยให้บริการ ปลุกชีพเก้าอี้ของทุกทีมให้กลับมาซิ่งบนพื้นสนามได้ต่อ รวมถึงทีมแพทย์ที่รอสแตนด์บาย หากเกิดเหตุที่นักแข่งได้รับบาดเจ็บ

ส่วนรางวัลของผู้ชนะการแข่งขัน ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวสารในพื้นที่ท้องถิ่นของสนามนั้น ๆ (ผู้ชนะอันดับ 1 มักจะได้รางวัลเป็นข้าวสารหนักถึง 90 กิโลกรัม) หรืออาจจะเป็นแกงกะหรี่สำเร็จรูป ของที่ระลึกหรือของกินประจำท้องถิ่น

ในปัจจุบัน ISU-1GP มีการแข่งขันเป็นฤดูกาล แข่งกันหลายสนาม วิ่งเวียนไปตามที่ต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่น (ไม่มีระบบเก็บคะแนน) ซึ่งจุดนี้ทางผู้จัดได้แรงบันดาลใจมาจาก Formula 1 และ MotoGP ที่แข่งกันเป็นฤดูกาล ตามสนามแข่งหลายแห่งทั่วโลก แต่ละสนามของ ISU-1GP จะมีเอกลักษณ์และความท้าทายที่แตกต่างกัน บางสนามมีทางตรงยาวสำหรับทำความเร็ว บางสนามมีโค้งแบบหักศอก (Hairpin Curve) ที่ต้องเลี้ยวกลับไปในทิศทางตรงกันข้ามเกือบ 180 องศา ทำให้ทีมแข่งแต่ละทีมต้องวางกลยุทธ์กันให้ดี และต้องมีเทคนิคการไถเก้าอี้ที่หลากหลาย

ISU-1GP ยังมีการแข่งขันรายการอื่น ๆ แยกย่อยออกไปอีก 4 รายการ ได้แก่ ZERO3, ISU-2GP, ISU-3GP และ ISU-1GPex 

ZERO3 จะเป็นการแข่งขันระยะสั้นเพียง 30 เมตร โดยการแข่งขันนี้จะจัดขึ้นในบางสนาม เพื่อใช้เป็นรอบจัดอันดับว่าทีมไหนทำเวลาได้เร็วที่สุดในระยะทาง 30 เมตร แต่ละทีมจะได้ไถเก้าอี้ในระยะทาง 30 เมตร เพื่อจับเวลา ทีมที่ทำเวลาได้ดีที่สุด ก็จะได้ตำแหน่งโพล (Pole Position) ได้ออกสตาร์ทตรงแถวหน้าสุดของจุดออกตัวเริ่มการแข่งขัน

หากให้เทียบก็จะเหมือนกับการแข่งขันรอบควอลิฟายของ Formula 1 จับเวลาหาผู้ที่ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุด เพื่อจัดอันดับการออกสตาร์ทในรอบเมนเรซ

ISU-2GP คือการแข่งขันที่ทุกอย่างเหมือนกับ ISU-1GP แต่จะลดเวลาการแข่งขันจากเดิม 2 ชั่วโมง ให้เหลือเพียง 1 ชั่วโมง

ISU-3GP เหมือนกับ ISU-1GP ทุกอย่าง แต่จะเป็นการแข่งขันสำหรับคนที่อายุไม่เกิน 15 ปี

และ ISU-1GPex จะเป็นการแข่งขันสำหรับทีมที่เลือกลงแข่งด้วยเก้าอี้ที่ผ่านการดัดแปลง เป็นการแข่งขันที่ไม่ได้วัดแค่ฝีมือนักแข่ง แต่ดวลกันที่เก้าอี้ว่าของทีมไหนแรงกว่า ซิ่งกว่า ทนกว่า

ผู้เข้าแข่งขันใน ISU-1GP ส่วนใหญ่ก็มีทั้งพนักงานบริษัททั่วไป กลุ่มชาวบ้านตามท้องที่ อาสาสมัครท้องถิ่น นักเรียนจากชมรมต่าง ๆ ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ต่างลงแข่งขันด้วยความรู้สึกสนุกที่ได้เข้าร่วม อาจจะไม่ได้หวังคว้าชัยชนะ คว้าแชมป์อย่างจริงจัง

แต่ในการแข่งขันแบบนี้เอง ก็มีกลุ่มคนที่ฟอร์มทีมขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราว เพื่ออยากจะก้าวสู่ความเป็นเลิศในวงการไถเก้าอี้ออฟฟิศด้วยเหมือนกัน

 

เอาจริงกับเรื่องเล่น

ในการแข่งขันหลาย ๆ สนามของศึก ISU-1GP มักจะมีทีมที่เป็นดาวเด่น โชว์ฟอร์มดุดันอยู่แถวหน้าของเรซ ก่อนจะคว้าแชมป์สนามและหิ้วถุงข้าวสารหนัก 90 กิโลกรัม กลับที่พัก

อย่างเช่นทีม "Kitsugawa Unyu (木津川運輸)" ทีมจากจังหวัดเกียวโตที่ได้ฉายาว่า "เจ้าแห่งความเร็ว" ของศึก ISU-1GP เคยคว้าแชมป์ติดต่อกันหลายสนาม รวมถึงเคยสร้างสถิติไถเก้าอี้ทำระยะทางได้มากที่สุดภายในหนึ่งสนาม ISU-1GP ที่ตัวเลข 27 กิโลเมตร พอจะเทียบได้กับการเดินทางจากใจกลางเมืองในกรุงเทพฯ เช่น สยาม ไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นักแข่งทั้ง 3 คนในทีม Kitsugawa Unyu นั้น ทำงานอยู่กับบริษัทขนส่งท้องถิ่นในจังหวัดเกียวโตะ พวกเขาลงแข่งเพราะชื่นชอบในการแข่งไถเก้าอี้ออฟฟิศ และเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับองค์กร โดยในแต่ละวัน นอกจากจะทำงานตามหน้าที่ปกติแล้ว พวกเขาต้องสละเวลาส่วนตัวมาฝึกซ้อมไถเก้าอี้ออฟฟิศในรูปแบบต่าง ๆ เช่น สปรินท์ทางตรง เลี้ยวซิกแซก เข้าโค้ง ฝึกไถเก้าอี้ออฟฟิศขึ้นจากทางชัน เพื่อสร้างกำลังขาให้อึดถึกทน สำหรับใช้งานอย่างเต็บสูบในสนามแข่งจริง

"เราฝึกซ้อมกับสิ่งเหล่านี้จนชิน และเมื่อคุณแข่งครบ 2 ชั่วโมงไปแล้ว คุณจะพบกับความรู้สึกที่สุดยอดแบบไม่คาดคิดมาก่อน" หนึ่งในนักแข่งของทีม Kitsugawa Unyu ให้สัมภาษณ์กับ Kansai TV

นักแข่งทีม Kitsugawa Unyu ยังเคยออกมาเปิดเผยทริคการไถเก้าอี้ออฟฟิศให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดในสนามแข่ง โดยเริ่มจากการใช้วิธี นั่งหันหลังให้กับเส้นทางแล้วใช้เท้าถีบถอยหลัง แทนการไถเก้าอี้ไปข้างหน้า เพราะกล้ามเนื้อขาจะถูกรีดศักยภาพได้อย่างเต็มที่ และช่วยให้ควบคุมทิศทางได้แม่นยำกว่า

การศึกษาพื้นที่สนามแข่งก่อนลุยศึกจริง เป็นเรื่องที่พวกเขาทำอยู่บ่อย ๆ เพราะด้วยสนามแข่งที่ถูกดัดแปลงมาจากถนนสาธารณะทั่วไป ดังนั้นมันจึงมีบางจุดของพื้นถนนที่มีความขุรขระ มีรอยร้าวเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งล้อเก้าอี้อาจจะไปสะดุดกับจุดเหล่านี้ สร้างอุบัติเหตุให้กับนักแข่งได้ เวลาแข่งพวกเขาจะได้จำไว้ว่าบริเวณไหนของสนาม ไม่ควรพาเก้าอี้เข้าไปผ่าน

ในส่วนของเก้าอี้ พวกเขาแนะนำให้ใช้เป็นเก้าอี้ฐาน 5 ล้อ 5 แฉก เพราะมีความมั่นคงและแข็งแรงกว่าแบบฐาน 4 ล้อ เรื่องการเลือกใช้ล้อเก้าอี้ ควรเลือกเป็นล้อไนลอน เพราะเป็นล้อที่ยึดติดกับพื้นยางมะตอยได้ดีกว่าล้อพลาสติก ตัวเก้าอี้ควรมีน้ำหนักที่เบาที่สุด เพื่อช่วยประหยัดแรงขาของนักแข่ง

และหัวใจหลักสำคัญที่จะทำให้สามารถก้าวขึ้นไปสู้กับทีมหัวแถวได้ พวกเขาบอกว่า คือการจัดระเบียบร่างกายให้นั่งหันหลังให้กับเส้นทางอยู่ตลอด เพื่อให้แรงถีบส่งเก้าอี้ให้ไปข้างหน้านั้นไม่ตก อย่างเช่นในจุดที่เป็นทางโค้งแบบหักศอก นักแข่งชั้นนำที่ควบคุมเก้าอี้ได้ดีเยี่ยม จะเลี้ยวเก้าอี้เข้าเพียงครึ่งโค้ง แล้วหมุนตัวเองกับเบาะเก้าอี้ให้หันหลังใส่เส้นทาง เพื่อถีบถอยหลัง ทำความเร็วต่อทันที

นอกจากทีม Kitsugawa Unyu แล้ว ยังมีทีมอื่น ๆ ที่ได้การยอมรับในวงการแข่งไถเก้าอี้ออฟฟิศญี่ปุ่น ให้เป็นหนึ่งในทีมตัวตึงของการแข่งขัน เช่น ทีม "Kiyotaki (きよたき)" เป็นทีมระดับแชมป์ที่สร้างชื่อเสียงจากการคว้าชัยชนะในรายการใหญ่ที่ย่านการค้าคิราระ ในเมืองเคียวทานาเบะ จังหวัดเกียวโตะ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของรายการแข่งขันนี้ พวกเขาเป็นที่รู้จักในฐานะทีมที่โดดเด่นในเรื่องการวางกลยุทธ์การแข่ง และเทคนิคการไถเก้าอี้ให้มีความเร็วสม่ำเสมอ

หรือทีม "Kokuyo (コクヨ)" ทีมที่นักแข่งทั้ง 3 คน ทำงานเป็นพนักงานบริษัท Kokuyo แบรนด์ผลิตเครื่องเขียนและเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน รายใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งด้วยความที่พวกเขาทำงานเกี่ยวกับการผลิตเก้าอี้ออฟฟิศ ทำให้มีความเชี่ยวชาญในทุกอนูของเก้าอี้สำนักงาน เคยเอาชนะทีม Kitsugawa Unyu ที่ว่าโหดสุด ๆ มาแล้วด้วย เรียกได้ว่า ทีมผู้ผลิต ลงสนามแข่งด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ISU-1GP ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนและจิตวิญญาณในแบบของคนญี่ปุ่นไว้อย่างเข้มข้น

 

มากกว่าความสนุก

ISU-1GP หรือการแข่งไถเก้าอี้สำนักงาน ด้วยเวลาต่อเนื่อง 2 ชั่วโมง มันไม่ได้เป็นแค่การละเล่นที่ดูตลกขบขันเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกิจกรรมที่แฝงไปด้วยแนวคิดต่าง ๆ ที่คนญี่ปุ่นยึดถือ และใช้ในการดำเนินชีวิต

ที่ญี่ปุ่น มีปรัชญาหรือแนวคิดอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน แนวคิดดังกล่าวมีชื่อว่า "Monodzukuri (ものづくり)" แปลตรงตัวว่า "การสร้างสิ่งของ" เป็นแนวคิดที่เน้นในเรื่องการให้ความใส่ใจและสร้างสรรค์ไปยังชิ้นงานต่าง ๆ หาทางพัฒนาปรับปรุงของที่มีอยู่ให้มีคุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม

การที่นักแข่งแต่ละคน ลงลึกในรายละเอียดทั้งเรื่องสนามแข่ง ประเภทของเก้าอี้และตัวล้อ ลักษณะการนั่งเก้าอี้ที่ถูกต้องในตอนแข่ง หรือการที่ฝ่ายจัดการแข่งขันอย่าง สมาคมการแข่งขันเก้าอี้ออฟฟิศแห่งประเทศญี่ปุ่น (JORA) พยายามวางกฎกติกาต่าง ๆ ก็สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด Monodzukuri ที่ใส่ความจริงจังลงไปในแม้แต่เรื่องเล่น ๆ แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไร ก็ต้องทำให้สุดพลัง ทำให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด

หรือแนวคิด "Gaman (我慢)" (อ่านว่า กา-มัง) หรือ "ความอดทนอดกลั้น" ก็เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่ฝังอยู่ในใจของคนญี่ปุ่น การต้องไถเก้าอี้ออฟฟิศต่อเนื่อง 2 ชั่วโมง ท่ามกลางแสงแดดและความเหนื่อยล้า แต่พวกเขาก็พยายามไถเก้าอี้ทำระยะทางให้ได้มากที่สุด จนวินาทีสุดท้าย

ปัจจุบัน ISU-1GP ไม่ได้จัดการแข่งขันอยู่แค่ในญี่ปุ่นอย่างเดียว แต่ขยายสาขาไปในบางประเทศในทวีปเอเชีย อย่างในไต้หวัน เคยจัดการแข่งไถเก้าอี้ออฟฟิศ ในชื่อของ ISU-1GP เมื่อปี 2016 ส่วนที่ สิงคโปร์ รายนี้เล่นใหญ่ด้วยการจัดแข่ง ISU-1GP เมื่อปี 2017 ที่บริเวณ Pit Lane ของ มารีน่า เบย์ สตรีท เซอร์กิต สนามจัดการแข่งขัน สิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์ ในศึก Formula 1 ยังไม่รวมถึง มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ที่ก็เคยจัดแข่งไถเก้าอี้ออฟฟิศด้วยเช่นกัน

"เก้าอี้สํานักงานและถนนมีอยู่ทุกที่ในโลก ผมคิดว่าความปรารถนาของผู้คนที่จะทําให้เมืองที่ตัวเองรัก มีชีวิตชีวา เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วโลก ผมคิดว่านั่นเป็นเหตุผลที่ ISU-1GP ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ" สึโยชิ ทาฮาระ ผู้ริเริ่มการแข่งขัน ISU-1GP กล่าว

ISU-1GP เป็นการแข่งขันที่สร้างสรรค์และไม่เหมือนใครในโลกความเร็ว ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้นจากการควบคุมเก้าอี้ออฟฟิศ ไถไปตามสนามแข่ง หรือการสร้างความสนุกสนานให้กับพนักงานบริษัท ที่ต้องเผชิญกับความเครียดในชีวิตการทำงานแต่ละวัน

การแข่งขันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า การผสมผสานระหว่างกิจกรรมที่ทำอยู่ทุกวันจนกลายเป็นของน่าเบื่อ รวมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ มันสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้นและไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน

 

แหล่งอ้างอิง :

https://isu1gp.com/
https://kankou-redesign.jp/pov/6940/
https://www.youtube.com/watch?v=ZsdGncytTg4
https://www.youtube.com/watch?v=JoQqbLIk67E
https://www.reuters.com/article/sports/blood-sweat-but-no-tears-in-japans-office-chair-grand-prix-idUSKCN1TA0EL/
https://www.zaobao.com.sg/zlifestyle/trending/story20171108-809259

Author

อิสรา อิ่มเจริญ

ชายผู้สนใจญี่ปุ่นเพียงเพราะได้ดูฟุตบอลเจลีก โปรดปรานข้าวไข่เจียวเป็นที่สุด

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ