
ดีน วินดาสส์ ไม่ใช่นักเตะดังอะไรมากมายนัก แต่หากคุณเป็นคนที่ดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ก็น่าจะเคยได้ยินชื่อของเขาผ่านหูมาบ้าง
นี่คือเรื่องราวของนักเตะประเภท "เดอะ แบก" ของทีมเล็ก ๆ ที่น่าสนใจในตอนที่เขาอายุเข้าใกล้เลข 4 กับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเก่า
ไม่ส่งลงเล่นก็ได้ ... แค่จ่ายค่าเหนื่อยให้เขาก็พอ แต่ถ้าส่งลงสนาม เขาอาจเป็นคนสร้างเงินมูลค่ากว่า 100 ล้านปอนด์ให้สโมสรของคุณก็ได้
ตัวฮาจากลีกล่าง
ดีน วินดาสส์ ลงเล่นให้กับ 12 สโมสรตลอดอาชีพค้าแข้งของเขา ส่วนใหญ่เรื่องราวที่ทำให้คนจำเขาได้คือการเป็นกองหน้าคนสำคัญของ แบรดฟอร์ด ที่ช่วยพาทีมเลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ในปี 1999 และอีกครั้งตอนอายุ 39 ปี ที่เขายิงประตูชัยในเกม แชมเปี้ยนชิพ เพลย์ออฟ รอบชิงชนะเลิศ ให้ ฮัลล์ เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ในปี 2008 นับเป็นการเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 104 ปีของสโมสรอีกด้วย
"ชีวิตนี้ผมยิงประตูมาได้ถึง 234 ลูก แต่ประตูนั้นกับ ฮัลล์ เป็นลูกเดียวที่ทุกคนพูดถึงมันตลอด ผมกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเพลย์ออฟไปแล้ว" วินดาสส์ เล่าถึงเรื่องวันนั้น
"ตอนนั้น ฟิล บราวน์ (ผู้จัดการทีมของ ฮัลล์) บอกกับผมตอนจะเปลี่ยนตัวว่า ลงไปแล้วก็ไปทำอะไรให้มันดังเปรี้ยงปร้างไป เลยเข้าใจไหม ? ผมเลยบอกว่า เออ เดี๋ยวผมจะลงไปยิงประตูชัย และจะพาคุณไป พรีเมียร์ลีก เอง"
คาแรกเตอร์ของโลกฟุตบอลอังกฤษจดจำ วินดาสส์ ในแบบนั้น เขาเป็นไอ้ห่ามตัวฮา เป็นนักเตะที่พยายามทำให้เพื่อนร่วมทีมไม่ต้องกลัวคู่แข่งแม้ว่าจะทีมใหญ่แค่ไหนก็ตาม เขาชอบความท้าทาย และมักจะทำอะไร ๆ ตามที่พูดไว้ได้ แม้จะมีหลายครั้งที่เพื่อนร่วมทีมจะเรียกเขาว่า "ไอ้ขี้โม้" ก็ตาม

นอกจากนี้เขายังเป็นเป้าด่าของแฟนบอลฝั่งตรงข้าม เพราะชอบทำตัวกวนประสาท ยั่วโมโหทุกครั้งที่มีโอกาส เขาเล่าว่าประโยคที่เขาได้ยินบ่อยที่สุดตอนลงเล่นก็คือ "ไอ้อ้วนสารเลว" ซึ่งเป็นคำด่าที่เขาได้ฟังทีไรก็ยิ่งฮึกเหิม อยากทำอะไรอุดปากแฟนบอลเหล่านั้นสักที
อย่างที่กล่าวไปในข้างต้น ประตูชัยของ วินดาสส์ ทำเงินให้ ฮัลล์ ซิตี้ เกือบ 100 ล้านปอนด์ จากการได้ขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีก ... ตอนแรก เขาในวัย 39 ปีคิดอยู่ในใจว่าจะแขวนสตั๊ดหลังจบซีซั่นนี้ เพราะเขาก็ไม่ใช่คนที่ดูแลร่างกายดีนัก เขาเป็นนักเตะยุค 1990s ที่หลงยุคมาในปี 2008 จากไลฟ์สไตล์สุดขั้ว ดื่มเบียร์ ไม่ควบคุมอาหาร และไม่ค่อยออกกำลังกายตามโปรแกรมที่ทีมวางไว้ให้

แต่ประตูนั้นทำเขาคิดหนัก เพราะ ฮัลล์ ซิตี้ อยากจะขอบคุณเขา ขณะที่ ฟิล บราวน์ ก็เชื่อว่า วินดาสส์ ในวัยเลข 4 ยังมีประโยชน์ในห้องแต่งตัว สโมสรจึงเสนอค่าเหนื่อยให้เขาราว 10,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นค่าเหนื่อยที่สูงไม่น้อย เมื่อเทียบกับผู้เล่นวัยม้าแก่ใกล้เลิกเล่นในทีมเกรดเดียวกัน
วินดาสส์ เล่าว่า เงินที่ ฮัลล์ เสนอให้ มากที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขา และน่าแปลกที่เขาได้มันมาตอนอายุ 40 ปี ... เขาตอบรับข้อเสนอที่ทำให้เขาตาวาว และแซว ฟิล บราวน์ ว่า "เขาเป็นโค้ชที่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ผมคงไม่ต้องสอนอะไรเขาหรอกนะ ส่วนเขาจะส่งผมลงสนามหรือไม่ก็แล้วแต่การตัดสินใจของเขา ขอแค่อย่างเดียว อย่าลืมจ่ายค่าเหนื่อยให้ผมก็พอ"
ชีวิตหลังเลิกเล่นที่ไม่ได้เตรียมตัว
หลังขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก วินดาสส์ ไม่ได้ลงเล่นให้ ฮัลล์ มากนักตามคำขอของเขา เขาอาจจะเทอะทะและอายุเยอะเกินไปสำหรับ พรีเมียร์ลีก ในยุคที่กำลังผลัดเปลี่ยนสู่โมเดิร์นฟุตบอล ... แต่อย่างน้อย ฮัลล์ ซิตี้ ที่ต่อสัญญาของเขา 1 ปี ก็จ่ายค่าเหนื่อยตรงตามกำหนดทุกเดือน และทำให้เขาได้เงินก้อนใหญ่ก้อนสำคัญ สำหรับชีวิตหลังแขวนสตั๊ด ที่กำลังจะตามมาถึงอีกไม่นาน
วินดาสส์ เล่นต่อไปได้อีกปีเดียวก็ประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2010 ด้วยวัย 41 ปี ... หลังจากนั้นเขาก็พบว่า ชีวิตในช่วงที่ตนเองไม่ได้เป็นนักฟุตบอลแล้ว ช่างเป็นอะไรที่ยากลำบาก หากไม่เตรียมตัวเก็บเงินเก็บทอง หรือจัดการเรื่องการเงินไว้ให้ดี
แม้เงินก้อนสุดท้ายจาก ฮัลล์ จะมากโข แต่ชีวิตหลังแขวนสตั๊ดของ วินดาสส์ ก็โซซัดโซเซ เขาเข้ารับการบำบัดเรื่องการติดเหล้า เขาถูกศาลตัดสินให้เป็นบุคคลล้มละลาย จนเขาเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง
นอกจากนี้ วินดาสส์ ที่เป็นอดีตเจ้าเวหาจอมโหม่ง ยังถูกวินิจฉัยว่าเป็นภาวะสมองเสื่อมระยะที่ 2 ซึ่งหมายถึงการเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเกิดโรคอัลไซเมอร์ภายในอนาคต

วินดาสส์ เล่าว่า "คือตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรแล้วครับ ไม่อยากจะเศร้า อยากจะสนุกกับชีวิตที่เหลือและคิดว่าจะทำประโยชน์อะไรให้คนอื่นได้บ้าง ผมพยายามทำตลกกับสิ่งที่ผมเจอ ผมชอบเล่นมุกตอนไปผับ เวลาคนถามว่า สมองของผมเป็นยังไงบ้าง ผมก็บอกว่า ครับ ๆ ไม่เป็นไรมันเยี่ยมมาก แค่วันนี้ผมลืมเอากระเป๋าสตางค์มา งั้นคุณเลี้ยงผมก็แล้วกัน ... นี่คือมุกประจำที่ผมใช้รับมือกับมันเลย"
ช่วงเวลาแย่ ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง สู่การเป็นคนที่อยากให้คนอื่นมีความสุขและทำประโยชน์ให้สังคม ... เขาเลิกจับเจ่าคุดคู้ ใช้ชีวิตให้มีความสุข โดยได้รับการสนับสนุนจากภรรยาของเขา ให้ลองใช้ชีวิตที่เต็มที่ ให้ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ
หนึ่งในนั้นคือการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ชีวิตของตัวเองนี่แหละ มันคือสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองจะตายง่าย ๆ ไม่ได้ เพราะยังมีสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถส่งต่อให้คนรุ่นหลังผ่านตลอดช่วงชีวิตที่เขาเผชิญมา
ที่สุดในชีวิตคือการใช้มันให้เต็มที่
ปัจจุบัน วินดาสส์ ในวัย 57 ปี ที่อุทิศตนเพื่อชุมชุนได้ปริญญากิตติมศักดิ์จาก มหาวิทยาลัยฮัลล์ เมื่อปี 2025
ตอนนี้จากคนที่เคยถูกเรียกว่าไอ้อ้วนขี้โม้ เขากลายเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ โดยเอาประสบการณ์ที่เจอมาตลอดชีวิตมาตีแผ่ และให้ผู้ฟังได้คิดตาม
อะไรที่ตกผลึกเขาหลังจากใช้ชีวิตมานานขนาดนี้ ? วินดาสส์ ตอบสั้น ๆ ว่า "จงใช้ชีวิตตามความฝันของคุณ"

"ผมเคยดูถูกชีวิตตัวเองนะ แต่วันหนึ่งผมกลับพบว่ามันเหลือเชื่อที่ผมผ่านมันมาได้ ... ตอนอายุ 18 ปี ผมถูก ฮัลล์ ปฏิเสธ จากนั้นผมก็ทำงานก่อสร้างและเล่นฟุตบอลระดับลีกล่างไปด้วย แม้จะเหนื่อยแต่มันทำให้ผมเห็นชัดว่า ผมต้องตั้งใจเล่นฟุตบอล เพื่อที่จะไม่ต้องกลับไปทำงานที่ใช้แรงงานเยอะแบบนั้นอีก ... คุณแค่ต้องหาแรงผลักดันในสิ่งที่คุณเจออยู่แต่ละวันให้เจอ นั่นสำคัญมากเลยนะ"
"อย่าได้คิดว่าความฝันเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะบางครั้งมันเป็นอย่างเดียวที่ทำให้คุณมีความหวัง จงใช้ชีวิตตามความฝัน พยายามเข้าใกล้มันให้ได้มากที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำได้ด้วยการผ่านการทำงานหนัก เสียสละ เรียนรู้ ความพยายาม และการให้ความเคารพผู้อื่น"
"ตลอดอาชีพนักฟุตบอลของผม ผมพยายามพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าพวกเขาคิดผิด ผมเคยทำผิดพลาดบ้างแน่นอน ทุกคนต่างก็เคยทำผิดพลาด แต่ผมยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง ... ใช่มันเป็นเส้นทางที่ยากลำบาก แต่ผมจะไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งใดเลยตลอดอาชีพที่ผมผ่านมา" ดีน วินดาสส์ กล่าวทิ้งท้าย
เสียงของบัณฑิตในห้องประชุมลุกยืนขึ้นและปรบมือให้กับสุนทรพจน์ของเขา ... และนี่คือเรื่องราวของ ดีน วินดาสส์ ที่เชื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยได้อย่างแท้จริง
แหล่งอ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Dean_Windass
https://www.theguardian.com/football/2025/may/22/dean-windass-hull-dementia-diagnosis-mental-health-help-public-interview
https://memmo.me/no/no/blog/other/exclusive-interview-with-dean-windass
https://www.bbc.com/news/articles/c4g8yjv10e9o