
อีกครั้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาถือกำเนิดยอดดาวรุ่งในวงการ "ซอคเก้อร์" ระดับปรากฏการณ์ แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับ เฟร็ดดี้ อาดู เมื่อ 20 กว่าปีก่อน
ชื่อของเขาคือ คาวาน ซัลลิแวน นักเตะที่ลงเล่นในลีกอาชีพของประเทศตั้งแต่อายุ 14, ยิงประตูในระดับสโมสรตั้งแต่อายุ 15 และก้าวขึ้นมาติดทีมชาติพร้อมยิงประตูตั้งแต่อายุ 17 ปี
ชื่อของเขากำลังไฮป์สุด ๆ ... แต่เขาจะเติบโตและเก่งกาจ หรือเป็นแบบ เฟร็ดดี้ อาดู ที่เก่งแค่ตอนเด็กอีกคนกันแน่ ?
เด็กอายุ 6 ขวบนี่นะ ?
เรื่องราวของ คาวาน ซัลลิแวน เป็นเรื่องเล่าแบบปากต่อปากกันตั้งแต่เขาอายุ 6 ขวบเท่านั้น เรื่องก็คือเด็กคนหนึ่งจากฟิลาเดลเฟีย สามารถยิงลูกวอลเล่ย์ได้หนักข้อ และกระโดดตีลังกาจักรยานอากาศยิงประตูได้ จากคลิปวิดีโอที่ เบรนแดน ซัลลิแวน พ่อของเขาลงไว้ ... นั่นแหละที่ทำให้เกิดการติดตามตัวตนของเขามากขึ้น
พ่อของเขาไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปง่าย ๆ การถูกเชิญไปสัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่าง ๆ นำมาซึ่งการเปิดเผยเรื่องราวที่ค่อนข้างเหลือเชื่อเกี่ยวกับลูกชายคนที่ 4 ของครอบครัวอย่าง คาวาน มากมาย ทั้งเรื่องการที่เขาเตะฟุตบอลได้ 2 เท้าตั้งแต่อายุ 18 เดือน เล่นฟุตบอลระดับรุ่นอายุ 10 ปี ตั้งแต่ตอน 5 ขวบ และเข้าอคาเดมี่ของ ฟิลาเดลเฟีย ยูเนี่ยน ตั้งแต่ 10 ขวบ ... นี่คือเรื่องคร่าว ๆ ที่ทำให้เขาดังตั้งแต่ยังไม่เป็นนักฟุตบอลเต็มตัวเลยด้วยซ้ำ
พอเขาอายุได้ 13 ปี เขาได้ไปซ้อมกับ อาร์เซน่อล ชุดยู 15 ก่อนที่จะถูกทีมดังในยุโรปหลายทีมแย่งลายเซ็นกัน และท้ายที่สุดในวัย 14 ปี เขาเลือกเซ็นสัญญากับ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งเป็นการเซ็นสัญญาล่วงหน้าสำหรับอนาคต เขาจะย้ายไปร่วมทีม ซิตี้ เมื่ออายุครบ 18 ปีตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้
จากตรงนี้แหละเราถึงได้รู้ว่าเรื่องของเขาในวัยเด็กนั้นไม่ได้โม้ เพราะมีโค้ชในอังกฤษหลายคนพูดถึงความยอดเยี่ยมของเขา หลังเห็น ซัลลิแวน มาทดสอบฝีเท้าที่นี่
เขาบอกว่าเท้าซ้ายของ ซัลลิแวน หนักมาก และเรื่องที่น่าเหลือเชื่อที่สุดคือเซนส์ฟุตบอล เพราะเป็นนักเตะที่คิดเร็ว ทำไว อ่านเกมแม่นเกินผู้เล่นระดับเยาวชน ... แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวของเขาจะคล้าย ๆ กับ "วันเดอร์คิด" ที่ไปไม่สุดในตำนาน หรือ "เทพ YouTube" คนแรก ๆ ของโลกฟุตบอลอย่าง เฟร็ดดี้ อาดู นั่นจึงเกิดคำถามว่า แล้วจะมีอะไรมารับประกันได้ว่า ซัลลิแวน จะไม่เหมือน อาดู ?
ทัศนคติ
"สิ่งที่แยกคนเก่งออกจากคนยอดเยี่ยมคือทัศนคติ" ทอมมี่ วิลสัน อดีตผู้อำนวยการอคาเดมี่ของ ยูเนียน กล่าว หลังมีคนเทียบ ซัลลิแวน กับ อาดู
ย้อนกลับไปตอนที่ อาดู อายุเท่า ๆ กับ ซัลลิแวน อาดู ดังกระหึ่มกว่า ซัลลิแวน ด้วยซ้ำ ด้วยความที่โลกยุคนั้นไม่ได้ยึดติดกับโซเชียลมากขนาดนี้ นาน ๆ เราจะเห็นคลิปของเด็กอายุน้อย ๆ ที่เล่นเหมือนผู้ใหญ่สักคน ดังนั้นเมื่อ อาดู โผล่มาพร้อมกับความเร็ว ความคล่อง และเท้าซ้ายที่ยิงหนักแบบนั้น เขาดังเปรี้ยง และเจ้าตัวเคยบอกว่านั่นไม่ใช่เรื่องดีนักเมื่อมองย้อนกลับไป เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองแบกความกดดันมหาศาลในฐานะ "ผู้กอบกู้" วงการฟุตบอลของอเมริกา
สิ่งที่ตามมาก็คือเมื่อถูกจับจ้องตลอดเวลา ผู้ใหญ่ที่ดูแลเขาผลักดันเขาให้ไปเล่นที่ยุโรปแบบสลับสับเปลี่ยนไปมาหลายสโมสร ทำให้เขาไม่เคยมีบ้าน หรือทีมที่ทำให้เขารู้สึกว่ามั่งคงกับอาชีพเลย มันทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่าย จนสุดท้ายเขาก็ยอมรับว่าชื่อเสียงที่มาก่อนวัย ทำให้เขาขาดวินัยและความอดทนในการซ้อม ... ทีนี้คำถามคือ ทัศนคติของ ซัลลิแวน แตกต่างตรงไหน ?
"สิ่งที่แยกคนเก่งออกจากคนยอดเยี่ยมคือทัศนคติ ซัลลิแวน เป็นคนมีทัศนคติว่า 'ช่างแ*ง' ไม่สนชื่อเสียง ไม่สนความกดดัน ไม่สนรุ่นอายุ เขาอยากจะเป็นคนที่เก่ง และเป็นผู้ชนะ ซึ่งบางครั้งมันมากเกินไปจนเพื่อนร่วมทีมของเขาจะรับได้ด้วยซ้ำ"
ความอยากจะเก่งเป็นสิ่งที่นักเตะอาชีพทุกคนควรมีอยู่แล้ว เพราะนั่นหมายถึงคุณจะไม่แยแสว่าสิ่งที่คุณทำมันอาจจะเหนื่อย น่าเบื่อ หรือถูกคนอื่นมองว่าแปลก ... แต่ถ้าปลายทางมันทำให้คุณกลายเป็นนักเตะที่เก่งขึ้น ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญที่สุด
เรื่องนี้โค้ชของทีม ยูเนียน อย่าง ไรอัน ริชเตอร์ ที่เป็นคนดึงเขาขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่บอกว่า ความไม่กลัว และทำตัวเองให้พร้อม คือสิ่งที่ทำให้เขากล้าสนับสนุน ซัลลิแวน ซึ่งคาแรกเตอร์นี้ต้องบอกว่าบ้านของเขา ปลูกฝังและดูแลมาอย่างดี
พ่อของเขาเคยเป็นนักฟุตบอลในระดับมหาวิทยาลัย ขณะที่แม่ของเขาเองก็เป็นนักฟุตบอลระดับกึ่งอาชีพ เคยเล่นทั้งในสหรัฐอเมริกา, เยอรมนี และฮังการี ซึ่งบ่อยครั้งที่ครอบครัวจะหิ้ว ซัลลิแวน ไปสนามฟุตบอลตั้งแต่ยังเป็นทารก ... พวกเขาบอกว่าต่อให้เด็กยังไม่รู้เรื่อง แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่พวกเขาเชื่อว่าทำให้ คาวาน ซัลลิแวน ซึมซับสิ่งต่าง ๆ ในเกมฟุตบอลเข้ามาในตัว
เหมือนกับบ้านนี้ดูแลลูกชายเพื่อให้พร้อมสำหรับเป็นนักฟุตบอลตั้งแต่เริ่ม พวกเขามีสนามฟุตบอลในบ้าน มีอุปกรณ์ซ้อมต่าง ๆ ครบเซต ลูกบอลครบทุกขนาดสำหรับลูก ๆ ทุกคน นอกจากนี้พวกเขายังสร้างทีมเยาวชนท้องถิ่นที่เชื่อว่า Lighthouse Brigade ขึ้นมาด้วย ซึ่ง คาวาน ก็เล่นอยู่ทีม ๆ นี้และคว้าชัยชนะในแถบนั้นมาหมด
แต่ละเกมพ่อแม่ของเขาไปดูที่สนามตลอด และต่อให้พวกเขาจะเป็นนักฟุตบอลมาก่อน แต่พวกเขาก็จะไม่ตะโกนสอนแท็กติกหรือตะโกนด่าเลย มีแต่คอยส่งเสียงเชียร์ให้ สู้ ๆ และพยายามต่อไปแค่นั้น ...
พูดง่าย ๆ คือ คาวาน ซัลลิแวน ถูกเลี้ยงมาอย่างดี ใส่ทุกอย่างที่แทบจะเป็นพื้นฐานของฟุตบอลให้ตั้งแต่ยังเด็ก และที่สำคัญคือทัศนคติและความมุ่งมั่นไม่ใช่ของแปลกหรือสิ่งพิเศษอะไร เขาบอกว่ามันก็แค่เรื่องธรรมดา ๆ มันเป็นหน้าที่ ถึงเวลาก็ต้องทำ ทำให้เสร็จตามโปรแกรม ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้ไปข้างหน้าแบบไม่มีสะดุด
ส่วนเวลาว่าง ๆ เขาไม่ได้เล่นวิดีโอเกมมากนัก ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการเปิดคลิปดูการเล่นของนักเตะที่เป็นไอดอลของเขาอย่าง อเล็กซิส ซานเชซ และ ลีโอเนล เมสซี่ เพื่อพยายามเรียนรู้ และศึกษาแนวคิดของนักเตะระดับโลกให้มากขึ้น
ในขณะที่ อาดู ค่อนข้างโดดเดี่ยวและมีผู้คนเข้ามาหาผลประโยชน์ตอนที่เขามีชื่อเสียง ซัลลิแวน ทำตัวเงียบ ๆ อาศัยอยู่ในบ้านร่วมกับพ่อ-แม่ ที่สนับสนุนและปกป้องเขาจากภายนอกเสมอ สิ่งนี้ทำให้รากฐานของทั้งคู่แตกต่างกัน แม้จะวัดไม่ได้ว่าพรสวรรค์ของใครมากกว่าก็ตาม
เติบโตอย่างก้าวกระโดด
พ่อและแม่ของนักฟุตบอลหลายคนอาจโวยวายสโมสรที่ไม่ให้ลูกชายของพวกเขาลงสนามมากพอ ... แต่พ่อแม่ ซัลลิแวน ค่อนข้างแตกต่าง พวกเขาคุยกับโค้ชของ ยูเนี่ยน อยู่บ่อย ๆ ว่า ใช้งานเขาให้เหมาะสมกับอายุ จงให้โอกาสเขาในวันที่ตัวของเขาพร้อมจริง ๆ เท่านั้น
แม้จะถูกฝากฝังเอาไว้ แต่โค้ชระดับยู 17 อย่าง ปีเตอร์ แม็คคอนเนลล์ ก็เล่าว่าเขาอดใจจะใช้ ซัลลิแวน ในวัย 14 ปี ลงเล่นรุ่น ยู 17 ไม่ได้จริง ๆ "นี่คือเด็กที่เห็นสิ่งต่าง ๆ ในสนามก่อนผมอีก ผมว่าเขาน่ะโคตรจะพร้อมเลย ไม่เร็วเกินไปหรอก เพราะพรสวรรค์ในการครองบอล นิสัยการเล่นที่ดุดัน และเป็นคนที่เล่นแบบมองเห็นประโยชน์ของทีมเป็นหลัก ผมเลยคิดว่าบางทีเขาอาจจะเก่งเกินไปกว่ารุ่นอายุ ยู 17 ด้วยซ้ำ"
ซึ่งก็เป็นอย่างที่ แม็คคอนเนลล์ บอก ไม่นานนัก คาวาน ซัลลิแวน ก็ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในการแข่งขัน เมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์ ตั้งแต่อายุ 14 ปีกับ 293 วัน เป็นสถิตินักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นในลีกอาชีพของสหรัฐอเมริกา ทำลายสถิติเดิมของ อาดู ไป 13 วัน และตอนนี้เขากลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของ ฟิลาเดลเฟีย ยูเนี่ยน ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ดูเหมือนว่ากราฟชีวิตด้านอาชีพฟุตบอลของเขาจะไต่ระดับขึ้นไปแบบไม่มีวันชนเพดาน เมื่อเขาทำอะไรที่มหัศจรรย์ได้แล้ว อีกไม่นานนักเขาก็มักจะแสดงอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเดิมได้อีก
ตอนนี้เขาเป็นมิดฟิลด์ที่มีสถิติการครองบอลเหนียวแน่นที่สุดเป็นอันดับ 3 ของลีก จ่ายบอลสำเร็จถึง 90% ในระดับลีกอาชีพ ... เบ็ดเสร็จกับการเล่นให้กับ ยูเนี่ยน ในปี 2026 เขายิงไปแล้วถึง 10 ประตูและทำไปอีก 9 แอสซิสต์ .. ในฐานะกองกลางเบอร์ 8 นี่คือสถิติที่โกหกไม่ได้ว่าเขายอดเยี่ยมจริง ๆ
ในช่วงเบรกทีมชาติล่าสุด เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือของสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจเรียก คาวาน ซัลลิแวน ติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก โดยเขาได้ลงสนามในเกมที่ชนะ เปรู 4-1 เมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนจะปิดเบรกทีมชาติด้วยความเร้าใจถึงขีดสุดด้วยการยิงประตูแรกในนามทีมชาติ ในเกมที่เจอกับคู่ปรับร่วมภูมิภาคอย่าง เม็กซิโก อีกด้วย
ซัลลิแวน ยิงประตูนี้และทำลายสถิตินักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกาด้วยวัย 17 ปีกับอีก 5 วัน ... เขาบอกว่านี่คือวันที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา แต่นี่อาจเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะบนเส้นทางนี้ตราบใดที่คุณยังไม่เลิกเล่น คุณไม่สามารถหยุดพัฒนาตัวเองได้
รุ่นพี่ในทีมชาติหลายคนชม ซัลลิแวน อย่างหนาหู โดยเฉพาะกับทีมที่เล่นเป็นพาร์ทเนอร์ในแดนกลางอย่าง ไทเลอร์ อดัมส์ บอกว่า "เยี่ยมเลย ไอ้หนูคนนี้ไม่เคยหยุดวิ่ง วิ่งเพรสซิ่งด้วยความเข้าใจ สิ่งที่ดีมากคือทุกครั้งที่เสียบอล เขาจะพยายามไปแย่งมันคืนกลับมาให้ทีมเสมอ ... ตอนนี้เท่าที่เห็นจากตัวเขา ผมคิดว่าเราควรหยุดพูดเรื่องอายุของเขาได้แล้ว หมอนี่ของจริง เขามาอยู่ในจุดนี้ได้ก็เพราะเขาสมควรได้รับมันจริง ๆ"
ส่วน โปเช็ตติโน่ พูดลึกกว่านั้น เขาไม่ได้ชมแค่เรื่องประตูที่ยิงได้ แต่พูดถึงการอยู่ร่วมกันตลอด 2 สัปดาห์ที่เข้าแคมป์ทีมชาติ เขาเล่าว่า "เขาเป็นยอดนักสู้ เป็นนักรบแบบที่เราต้องการ นี่คือความประทับใจที่ผมได้อยู่กับเขาในช่วงนี้ ... ดูเหมือนเราจะโชคดีมาก ๆ ที่มีคนหนุ่มอย่างเขาอยู่ในทีม"
นั่นแหละ เส้นทางของ ซัลลิแวน โดนปูพื้นฐานมาอย่างแน่น ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ระดับต่อ ๆ ไป ตอนนี้เขาเป็นเด็กในกระแสที่วงการฟุตบอลสหรัฐอเมริกาพูดถึงมากที่สุด แต่เขารู้ดีว่าบนเส้นทางนี้ หากไม่นับเรื่องอายุ ยังมีคนที่เก่งกว่าเขาเยอะแยะมากมาย
สิ่งสำคัญที่เขาต้องทำเพื่อหนีให้พ้นเงาจาก เฟร็ดดี้ อาดู คืออะไร ? ... ง่ายมาก คือเป็นแบบนี้ต่อไป อย่าสนเรื่องนอกสนาม ทุ่มเทกับฟุตบอล และมองไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจและตั้งใจว่าเราจะเป็นนักฟุตบอลที่เก่งขึ้น
ที่เหลือจากนี้ นอกจากการต้องพิสูจน์ว่า นอกจากเขาไม่ใช่ เฟร็ดดี้ อาดู คนต่อไปแล้ว ... เขาจะต้องแข่งกับตัวเองด้วย แข่งว่าตัวเองนั้นจะสามารถจะยิ่งใหญ่ได้อีกแค่ไหนในอนาคต ... นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ไวเกินไปสำหรับนักเตะที่อายุครบ 17 ปีได้แค่ไม่กี่วัน แต่อย่าลืมว่าในโลกของฟุตบอลอาชีพ อายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น
ไม่นานจะไม่มีใครสนใจเรื่องอายุของเขา แต่จะเหลือแค่คำถามว่าเขาเก่งแค่ไหน ... คำถามนี้คนตอบได้คือ คาวาน ซัลลิแวน คนเดียวเท่านั้น
แหล่งอ้างอิง
https://www.facebook.com/groups/2603635568/posts/10165000423885569/
https://www.nytimes.com/athletic/7622939/2026/09/24/cavan-sullivan-usmnt-philadelphia-union-family-stories/
https://www.nytimes.com/athletic/7657952/2026/10/04/cavan-sullivan-usmnt-mexico-goal-birthday-record-pochettino/
https://www.nytimes.com/athletic/7604603/2026/09/17/cavan-sullivan-usmnt-mauricio-pochettino/
https://www.reddit.com/r/ussoccer/comments/1bwq8gb/freddy_adu_vs_cavan_sullivan/