Feature

5 เรื่องน่ารู้ก่อนเปิด NFL ฤดูกาล 2026 | Main Stand

NFL ฤดูกาล 2026 กำลังจะเปิดฉากแล้ว

 


เช้าวันพฤหัสบดีนี้ตามเวลาประเทศไทย เกมเปิดม่าน ออกสตาร์ทซีซั่นใหม่จะเริ่มต้นขึ้น กับอีก 17 เกม 18 สัปดาห์ (และบางทีมอาจไปได้ไกลกว่านั้น) ที่สาวกอเมริกันฟุตบอลจะได้มีชีวิตชีวากันอีกครั้ง

มีเรื่องน่าสนใจใดบ้างที่แฟน ๆ NFL หรือคนที่อยากเริ่มนับ 1 กับอเมริกันฟุตบอลในปีนี้ควรรู้ ไปดูกันเลย

 

วันเปิดฤดูกาลและโปรแกรมในสัปดาห์แรก

สัปดาห์แรกน่าตื่นเต้นเสมอ สำหรับเกมเปิดม่าน เป็นธรรมเนียมที่แชมป์ซูเปอร์โบว์ลจากฤดูกาลก่อนจะเล่นในบ้านเป็นเกมแรก คู่แข่งจะใช้การคำนวณโดยเลือกจากคู่แข่งที่แชมป์จะได้เจอในฤดูกาลใหม่ ประกอบกับเรื่องทีวีเรตติ้ง และหลายครั้งมักเลือกจากทีมที่เคยดวลกันในรอบเพลย์ออฟฤดูกาลที่ผ่านมา

เกมเปิดฤดูกาล 2026 ลงเอยด้วยการเลือก นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ให้มาเยือน ซีแอตเทิล ซีฮอว์คส์ แชมป์เก่า เป็นการรีแมตช์ศึกซูเปอร์โบว์ลครั้งที่ 60 เลยในทันที โดยการเจอกันเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็น ซีฮอว์คส์ ชนะไป 29-13 คว้าแชมป์ไปครอง

เกมแรกจะเริ่มต้นขึ้นตามเวลาไทยคือ 07:20 น. เช้าวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายนนี้ ซึ่งถือว่าผิดวิสัยไม่น้อย เพราะปกติ เกมเปิดสนามจะมีขึ้นในคืนวันพฤหัสบดีที่สหรัฐอเมริกา หรือเช้าวันศุกร์ที่ไทย แต่ปีนี้มีสาเหตุ

และสาเหตุที่ว่าคืออีกเกมน่าสนใจ ลอสแอนเจลิส แรมส์ จะไปดวลกับ ซาน ฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส ที่นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในเช้าวันศุกร์ที่ 11 กันยายน ถือเป็นการมาจัดแข่งที่ออสเตรเลียเป็นครั้งแรกของ NFL และเกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์แรกเลย ซึ่งสลอตเกมนี้จะไปตรงกับคืนวันพฤหัสบดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ NFL วางโปรแกรมไว้ เลยต้องขยับโปรแกรมคู่เปิดฤดูกาลอีกต่อ

 

เกมนานาชาติเยอะที่สุดเป็นประวัติการณ์

ช่วงหลัง ภายใต้การบริหารของ โรเจอร์ กูเดลล์ ทางลีก NFL ได้พยายามขยายความนิยมไปยังต่างแดน ด้วยการหาโปรแกรมในฤดูกาลปกติให้ไปเล่นยังประเทศอื่น ๆ เช่น อังกฤษ, เยอรมนี, เม็กซิโก และแผนที่จะขยับขยายเพิ่มอีก

ในฤดูกาล 2026 มีเกมเล่นต่างแดนมากที่สุดแบบไม่เคยมีมาก่อนคือ 9 เกม ใน 7 ประเทศ 4 ทวีป ซึ่งจะมีการแข่งขันกันเป็นครั้งแรกที่ นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย, กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และ นครริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล 

มีถึง 16 ทีม หรือครึ่งลีก ที่จะมีโปรแกรมไปแข่งต่างแดน สำหรับโปรแกรมต่างแดนปีนี้ประกอบด้วย

สัปดาห์ 1 : ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส vs ลอสแอนเจลิส แรมส์ ที่ เมลเบิร์น คริกเกต กราวด์ นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย (เกมแรกในประวัติศาสตร์ NFL ที่ออสเตรเลีย)

สัปดาห์ 3 : บัลติมอร์ เรฟเว่นส์ vs ดัลลัส คาวบอยส์ ที่ มาราคาน่า สเตเดียม นครริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล (ครั้งแรกที่ริโอ ก่อนหน้านี้ ปี 2024 และ 2025 มีแข่งที่ เซา เปาโล)

สัปดาห์ 4 : อินเดียนาโพลิส โคลท์ส vs วอชิงตัน คอมมานเดอร์ส ที่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

สัปดาห์ 5 : ฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ลส์ vs แจ็คสันวิลล์ จากัวร์ส ที่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

สัปดาห์ 6 : ฮิวส์ตัน เท็กแซนส์ vs แจ็คสันวิลล์ จากัวร์ส ที่ เวมบลีย์ สเตเดียม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

สัปดาห์ 7 : พิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส vs นิวออร์ลีนส์ เซนต์ส ที่ สต๊าด เดอ ฟรองซ์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (ครั้งแรกที่ฝรั่งเศส)

สัปดาห์ 9 : ซินซินเนติ เบงกอลส์ vs แอตแลนตา ฟอลคอนส์ ที่ เบร์นาเบว กรุงมาดริด ประเทศสเปน

สัปดาห์ 10 : นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ vs ดีทรอยต์ ไลออนส์ ที่ อลิอันซ์ อารีนา นครมิวนิค ประเทศเยอรมนี

สัปดาห์ 11 : มินเนโซตา ไวกิ้งส์ vs ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส ที่ เม็กซิโก ซิตี้ เม็กซิโก 

 

ตัวเต็งและเรื่องราวทีมน่าสนใจ

ลอสแอนเจลิส แรมส์ เจ้าของแชมป์ ซูเปอร์โบว์ล 2 สมัยถูกยกเป็นเต็งแชมป์ในปีนี้

ทีมของเฮดโค้ช ฌอน แม็คเวย์ ปรับทัพน่ากลัว เทรดเอา ไมล์ส แกร์เร็ตต์ ไลน์แบ็กเกอร์ จอมแซ็กสถิติสูงสุดตลอดกาลใน 1 ซีซั่นเมื่อฤดูกาล 2025 และได้รางวัลผู้เล่นทีมรับยอดเยี่ยมเข้ามา แถม แอร่อน โดนัลด์ ดีเฟนซีฟแท็คเกิ้่ลตัวเก่ง ก็คัมแบ็กกลับมาจากรีไทร์ในวัย 35 ปี แค่คิดว่า 2 คนนี้เล่นด้วยกันในแผงหน้าทีมรับก็โหดแล้ว ด้านหลังยังได้ เทรนท์ แม็คดัฟฟี่ ตัวคุมปีกฝีมือดีมาจาก แคนซัสซิตี้ ชีฟส์ อีกด้วย

ขณะที่ทีมบุกนำโดย แม็ทธิว สแตฟฟอร์ด ควอเตอร์แบ็กเจ้าของรางวัล MVP ปีก่อน และปีกอย่าง ปูก้า นากัว กับ เดวานเต้ อดัมส์ ทำให้พวกเขาถูกยกเป็นเต็งแชมป์อย่างชัดเจน

ทีมขวัญใจแฟน ๆ อย่าง แคนซัสซิตี้ ชีฟส์ ก็มีเรื่องน่าติดตามเมื่อ แพทริค มาโฮมส์ จอมทัพคนเก่งที่เจ็บหนักพักยาวตั้งแต่สัปดาห์ที่ 15 ของฤดูกาลที่แล้ว เขาฟิตกลับมาและจะลงเล่นได้ในสัปดาห์แรก ที่จะไปเยือน บรองโก้ส์ อริร่วมกลุ่ม

คู่หูของมาโฮมส์ อย่าง ทราวิส เคลซี่ ปีกในตัวเก่งที่เพิ่งแต่งงานกับ เทย์เลอร์ สวิฟท์ ป๊อปสตาร์สาวคนดัง ก็ตกลงใจเซ็นสัญญาออกไป 3 ปี หลังแฟน ๆ เกรงว่าเขาจะรีไทร์ตอนจบฤดูกาลที่แล้ว

 

การเปลี่ยนแปลงกฎสำคัญสำหรับฤดูกาล 2026

NFL ขึ้นชื่อว่าเป็นลีกที่มีการเปลี่ยนกฎไปมาอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มความเข้มข้น สูสี และพยายามหาความยุติธรรม

 เตะออนไซด์คิก (Onside Kick) ได้ตลอด

หลังจากที่กฎเปลี่ยนมาให้ใช้การเตะออนไซด์คิกได้เฉพาะควอเตอร์ที่ 4 และต้องเป็นฝ่ายตามหลัง ตอนนี้ ลีกเปลี่ยนกลับมาให้แต่ละทีมสามารถแจ้งผู้ตัดสินว่าจะเตะออนไซด์คิกเมื่อไหร่ก็ได้ สกอร์จะนำหรือตามก็สามารถทำได้

การเตะจากเส้น 50 หลาหลังได้ฟาวล์

หากทีมที่ได้ฟาวล์และได้เตะจาก 50 หลา ปกติมักเลือกหวดออกข้างสนามไปเป็น Out of Bound เลยเพราะจะทำให้ทีมรับบอลจะได้เริ่มต้นจากแค่เส้น 25 หลาแดนตัวเอง (ตั้งบอล 25 หลาจากจุดเตะ) ขณะที่ถ้าเตะแรงไปถึง Endzone กลายเป็น Touchback ทีมรับบอลจะได้เริ่มที่เส้น 30 หลาแดนตัวเอง 

กฎใหม่คือ เตะ Touchback จะเริ่มที่ 20 หลา แต่ถ้าเตะออกข้าง คู่แข่งจะได้เริ่มที่เส้น 40 หลา เป็นการออกกฎเพื่อลดแรงจูงใจในการตั้งใจเตะออกข้างสนาม

การปรับ Alignment (การจัดตำแหน่งผู้เล่น) ของฝ่ายรับบอล (Receiving Team) ใน Setup Zone

Setup Zone คือพื้นที่ 5 หลาระหว่างเส้น 35-30 หลาของฝ่ายรับบอล เดิมทีต้องมี 6 คนวางเท้าอยู่บนเส้น 35 หลา ปีนี้ลดเหลือแค่ 5 คน และอนุญาตให้ผู้เล่นอยู่ใน Setup Zone ได้เป็น 4 คน จากเดิมแค่ 3 คน เพื่อทำให้ฝ่ายรับบอลปรับแผนได้ยืดหยุ่นมากขึ้น เป็นการลดโอกาสการปะทะที่เร็วและรุนแรง อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสการรับบอลแล้ววิ่งย้อนด้วย ทำให้เกมสนุก

เพิ่มอำนาจให้กับศูนย์รีวิวภาพช้า

ศูนย์รีวิวภาพช้าจะอยู่ในมหานครนิวยอร์ก เดิมทีผู้เล่นจะโดนไล่ออกก็ต่อเมื่อผู้ตัดสินในสนามเป็นคนขว้างธงเมื่อเห็นว่ามีการกระทำผิดใด ๆ เกิดขึ้น แต่สำหรับปีนี้ ทีมงานผู้ตัดสินที่อยู่ในศูนย์รีวิวภาพช้า สามารถแทรกแซงและให้คำปรึกษาได้ก่อนการเล่นในเพลย์ถัดไป

พวกเขาอาจเห็นภาพช้า หรือจากมุมที่ผู้ตัดสินในสนามไม่เห็นว่าผู้เล่นคนใดทำฟาวล์รุนแรงและชัดเจน ต่อให้ผู้ตัดสินไม่เห็นไม่โยนธง แต่ศูนย์สามารถแจ้งให้ไล่คนทำผิดออกได้ในทันที เป็นการช่วยลดการเล่นรุนแรงหรือตุกติกนอกสายตาผู้ตัดสินได้

 

ซูเปอร์โบว์ล LXI

เกมซูเปอร์โบว์ลฤดูกาล 2026 หรือ ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 61 จะแข่งขันในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2027 ของสหรัฐอเมริกาที่สนาม โซฟาย สเตเดี้ยม ในเมืองอิงเกิ้ลวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย

ก่อนหน้านี้มีอาถรรพ์ที่ว่า ทีมเจ้าของสนามที่จะใช้จัดซูเปอร์โบว์ล ไม่เคยผ่านเข้าไปเล่นในเกมซูเปอร์โบว์ล ปีนั้น ๆ ในรังเหย้าของตัวเองได้เลย

กระทั่งฤดูกาล 2020 แทมป้าเบย์ บัคคาเนียร์ส เป็นทีมแรกที่ล้างอาถรรพ์นี้ได้ ภายใต้การนำของ ทอม เบรดี้ พวกเขาเข้าไปถึงซูเปอร์โบว์ล ปี 2021 และคว้าแชมป์ได้สำเร็จด้วยการปราบ แคนซัสซิตี้ ชีฟส์ 31-9

ปีต่อมา อาถรรพ์ถูกทำลายลงสิ้นเชิง เมื่อ ลอสแอนเจลิส แรมส์ ผ่านเข้าไปถึงซูเปอร์โบว์ล ปี 2022 ที่ โซฟาย สเตเดี้ยม สนามของพวกเขาเอง และเอาชนะ ซินซินเนติ เบงกอลส์ ไป 23-20 คว้าแชมป์ในบ้านตัวเองได้สำเร็จ

สำหรับฤดูกาลนี้ ซูเปอร์โบว์ล ปี 2027 จะเล่นกันที่ โซฟาย สเตเดี้ยม ที่มี ลอสแอนเจลิส แรมส์ กับ ลอสแอนเจลิส ชาร์จเจอร์ส ใช้ร่วมกัน อีกครั้ง และ แรมส์ ก็ถูกยกเป็นเต็ง 1 ด้วย

 

Author

เจษฎา บุญประสม

EAT, SLEEP, TRAVEL, RACE, MAKE LOVE, REPEAT

Graphic

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1