Feature

แฟนบอลไทยอาจต้องปรับตัว หากฟุตบอลโลกไม่ได้ดูฟรี | Main Stand

แฟนบอลชาวไทย ยังต้องลุ้นรายวันว่าจะได้ดูการถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลโลก 2026 หรือไม่ หลังจากที่ปัจจุบันยังไม่มีเจ้าไหนทุ่มทุนซื้อลิขสิทธิ์ รวมถึงรัฐบาลก็มีแนวโน้มชัดเจนแล้วว่าจะไม่ใช้งบประมาณแผ่นดินสนับสนุน

 


อย่างไรก็ตาม หากมีภาคเอกชนรายใดที่ยอมทุ่มเงินกว่า 1,300 ล้านบาท คว้าลิขสิทธิ์มาครองจริง ก็มีความเป็นไปได้ที่แฟนบอลอาจจะต้องจ่ายเงินเพื่อรับชมตามกลไกของตลาด … และอาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้กับคนไทยที่ดูฟรีมาโดยตลอด ต้องปรับตัวตามในอนาคต 

 

ดูฟรีจนชิน

แม้จะไม่เคยผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย แต่ประเทศไทยถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลโลกให้แฟน ๆ รับชมมาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญยังรับชมฟรีอีกด้วย

เริ่มตั้งแต่ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 9 ในปี 1970 ที่เม็กซิโก ยิงสดนัดชิงชนะเลิศที่ บราซิล ชนะ อิตาลี 4-1 คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 ไปครอง

หลังจากนั้นแฟนบอลชาวไทยก็ได้ดูฟุตบอลโลกมาโดยตลอด พร้อมยังเพิ่มการถ่ายทอดสดคู่ที่น่าสนใจให้มากขึ้นและมีเทปการแข่งขันคู่ที่ไม่ได้ยิงสดตามมาจนครบทุกคู่ 

ไล่ตั้งแต่ ปี 1974 ที่เยอรมนี และปี 1978 ที่อาร์เจนตินา ถ่ายนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศ, ปี 1982 ที่สเปน ถ่ายนัดเปิดสนาม รอบรองชนะเลิศ และนัดชิงชนะเลิศ, ปี 1986 ที่เม็กซิโก ถ่ายนัดเปิดสนาม และถ่ายตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย … ก่อนที่ในปี 1990 ที่อิตาลี จะถ่ายทอดสดครบทุกแมตช์ เป็นต้นมา 

การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกยุคแรกในเมืองไทยช่วงปี 1970-1998 มีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) หรือ "ทีวีพูล" เป็นผู้ดำเนินการถ่ายทอดสด และมีการออกอากาศเทปการแข่งขันผ่านทางทีวีขาวดำระบบอนาล็อก ช่อง 4, ช่อง 7 และทีวีสี ช่อง 3, 5 และ 9 สลับกันไป

เมื่อกระแสตอบรับดี ภาคเอกชนรายอื่นก็เริ่มสนใจที่จะเข้ามาแจม ซึ่งเป็น "ทศภาค" หรือ บริษัท ทศภาค จำกัด ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจในเครือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเบียร์และน้ำดื่มตราช้าง ที่ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในปี 2002 ที่ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพร่วม และ 2006 ที่เยอรมนี แต่ก็ยังเปิดให้ดูฟรีทุกแมตช์เช่นเดิม 
 
หรือแม้แต่ในช่วงที่ RS หรือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ทุ่มทุนคว้าลิขสิทธิ์ต่อจากทศภาคในปี 2010 ที่แอฟริกาใต้ และ 2014 ที่บราซิล ซึ่งแม้จะหวังฟันรายได้จากการขายกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ติดกฎ Must Have จนต้องถ่ายฟรีทั้ง 64 แมตช์

กฎ Must Have ที่บังคับให้ต้องถ่ายฟรีทุกแมตช์ ทำให้เกิดข้อจำกัดแก่ภาคเอกชนที่จะเข้ามาซื้อลิขสิทธิ์เพื่อหวังทำกำไร และส่งให้ไม่มีเจ้าไหนยอมทุ่มทุน จนต้องเป็นฝั่งรัฐบาลที่ออกหน้ายื่นมือเข้ามา ด้วยการรวมภาคเอกชน 9 แห่ง ลงขันซื้อลิขสิทธิ์ในปี 2018 ที่รัสเซีย 

รวมถึงปี 2022 ที่กาตาร์ ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เงินสนับสนุนจาก กสทช. มารวมกับภาคเอกชน เพื่อซื้อลิขสิทธิ์มาถ่ายทอดสดให้ได้ชมฟรีครบทุกแมตช์

เรียกได้ว่าตลอดระยะเวลาเกินครึ่งศตวรรษ คนไทยได้ดูฟุตบอลโลกฟรีมาโดยตลอด จนเกิดเป็นความคุ้นชิน เพราะไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคใด ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็คลี่คลายดูฟรีได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม … นับจากนี้อาจไม่เป็นเช่นนั้น

 

ถึงเวลาต้องปรับตัว ?

ศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่มีสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และ เม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม ะหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม จะเป็นครั้งแรกที่การถ่ายทอดสดในเมืองไทยไม่ถูกจำกัดโดยกฎ Must Have นับตั้งแต่ถูกบรรจุอยู่ในกฎนี้ตั้งแต่ปี 2012

แท้จริงแล้วทุกอย่างควรกลับสู่สภาวะปกติเหมือนที่หลายชาติกระทำ นั่นคือมีเอกชนซื้อลิขสิทธิ์แล้วมาทำการตลาด ไม่ว่าจะเปิดให้ชมฟรีครบทุกคู่แลกกับการขายโฆษณาหรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ เหมือนอย่างทศภาค หรือจะเรียกเก็บค่าสมาชิก Pay-Per-View หรือขายกล่องอย่าง RS ก็สุดแล้วแต่

ทว่าด้วยข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งมูลค่าลิขสิทธิ์ที่สูงขึ้นจากเดิมสมัยทศภาคและ RS ที่ประมาณ 300-400 ล้านบาท พุ่งเป็นหลัก 1,300-1,500 ล้านบาท ทำให้เอกชนหลายเจ้าต้องคิดหนัก ประกอบกับช่วงเวลาถ่ายทอดสดที่ตรงกับช่วงดึกไปจนถึงช่วงสายอีกวัน ทำให้การทำการตลาด และโปรโมตเรียกคนเข้ามาดู ทำได้ยากมากขึ้น

เมื่อยังไม่มีเจ้าใดลงทุน กลับเป็น อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ออกโรงประกาศสร้างความหวังว่า “ต้องทำให้มี เพราะทุกรัฐบาลทำให้คนไทยได้ดูบอลโลก แล้วรัฐบาลผมจะมีข้อยกเว้นได้หรือ”

จนเกิดกระแสข่าวตามมาว่ารัฐบาลจะอนุมัติงบประมาณหลักพันล้านบาทในการซื้อลิขสิทธิ์ พร้อมตามมาด้วยเสียงวิจารณ์จากฝั่งที่เห็นด้วยและคัดค้าน 

ก่อนจะออกมายืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ใช้งบประมาณแผ่นดินสนับสนุน เพราะค่าลิขสิทธิ์มีราคาสูง และอาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน โดยจะเป็นผู้ประสานงานให้แก่ภาคเอกชนที่สนใจแทน

ถึงเวลานี้อาจจะชัดเจนแล้วว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้รัฐบาลจะไม่เข้ามาสนับสนุนด้านเม็ดเงิน โดยแฟนบอลต้องลุ้นกันว่าจะมีเอกชนรายใดกล้าที่จะลงทุนซื้อลิขสิทธิ์มาหรือไม่ … ที่สำคัญหากมีเจ้าที่ลงทุนซื้อมาจริง ก็มีแนวโน้มสูงที่แฟนบอลจะต้องเสียเงินเพื่อรับชม

 

หลายชาติเสียเงินดู 

การจ่ายเงินเพื่อรับชมการถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลโลกไม่ใช่เรื่องแปลกในระดับนานาชาติ เพราะหลายชาติล้วนต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์หากต้องการดูครบทุกแมตช์ โดยบางชาติอาจจะได้รับชมฟรีบางคู่ลดหลั่นกันไป

อาร์เจนตินา แชมป์เก่า ถ่ายฟรีทีวีเพียง 32 นัด ขณะที่ เยอรมนี แชมป์โลก 4 สมัย ให้ดูฟรีแค่ 48-60 นัด นับรวมทุกเกมที่อินทรีเหล็กลงสนาม นัดเปิดสนาม รอบรองฯ รอบชิงฯ และคู่สำคัญบางคู่ในรอบน็อกเอาต์ เช่นเดียวกับ ฝรั่งเศส ที่ถ่ายฟรี 54 นัด นับรวมทุกเกมของเลส์ เบลอส์ รอบรองฯ และรอบชิงชนะเลิศ

อย่างไรก็ตาม มีบางชาติที่สามารถรับชมฟรีครบทั้ง 104 แมตช์ เช่น สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย  หรือบราซิล ที่เคยจำกัดเพียงบางคู่ก็มาถ่ายฟรีหมดผ่าน Youtube

เช่นเดียวกับในอาเซียน ที่หลายชาติได้รับการสนับสนุนผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติหรือสื่อที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล ทำให้ถ่ายทอดสดฟรีทุกแมตช์ อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม แต่ก็มีสิงคโปร์ ที่ถ่ายฟรี 28 แมตช์ ส่วนที่เหลือต้องเสียเงินดู

ถึงตรงนี้ ทุกชาติล้วนแต่มีโมเดลเป็นของตัวเอง ซึ่งต้องจับตาดูว่าอนาคตการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในเมืองไทยจะเป็นอย่างไร รัฐบาลอาจจะกลับมาสนับสนุนอีกครั้ง หรือมีเอกชนเข้ามาซื้อให้ชมฟรี หรืออาจจะต้องปรับตัวหากต้องจ่ายเงินดูเป็นครั้งแรกก็ตาม 

 

Author

ชมณัฐ รัตตะสุข

Chommanat

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand