
ย้อนไปเมื่อปี 2020 ... MAIN STAND ชักชวน SHIVAM (ศิวัม) มาพูดคุยกัน วันนั้นเขายังเป็นนักมวยปล้ำหนุ่มไฟแรงที่กำลังพากเพียรสร้างชื่อให้ทุกคนรู้จัก
ตัดภาพสู่ปี 2026 ... ศิวัม ยกสถานะตัวเองเป็นนักมวยปล้ำเบอร์ 1 ของไทยไปเรียบร้อย ไม่มีแฟนมวยปล้ำไทยคนไหนไม่รู้จักเขา ด้วยลีลาการปล้ำที่ยอดเยี่ยม ครบเครื่องทั้งฝีมือและการพูดโปรโม และได้โอกาสประลองกับสุดยอดนักมวยปล้ำระดับโลกมาแล้วมากมาย
วันนี้ เราขอพา ศิวัม กลับมาพบกับคุณผู้อ่านและแฟนมวยปล้ำไทยอีกครั้ง เพื่อสำรวจดูว่าเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ทั้งการสร้างกลุ่ม Real Global Threat (RGT) เพื่อประกาศศักดาความแกร่งของพวกเขาให้วงการมวยปล้ำเอเชียรับรู้ วันที่กลายเป็นคุณพ่อเต็มตัว และตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่มีรายได้อันมั่นคง มาเดิมพันกับความฝันอันยิ่งใหญ่ นั่นคือการก้าวไปสู่เวทีระดับเอเชีย และระดับโลกในอนาคต
และนี่คือเรื่องราวภาคต่อของ "ศิวัม" ที่เราอยากพาทุกคนไปสำรวจกันว่า 5 ปีที่ผ่านมา ชีวิตของเขาเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ?
เมื่อ "ศิวัม" เป็นคุณพ่อ
MAIN STAND พบกับ "ศิวัม" (หรือชื่อเต็ม ศิวัม ทริพาธี) ครั้งแรกเมื่อปี 2020 วันนั้น ศิวัม เป็นพนักงานบริษัทรถไฟฟ้า ที่ทำงานประจำไปด้วย ทำความฝันในการเป็นนักมวยปล้ำของตัวเองไปด้วย ในฐานะนักมวยปล้ำของค่าย SETUP Thailand Pro Wrestling และด้วยฝีมือ คาริสม่า และการพูดโปรโมที่เข้มข้น ซึ่งเรียนรู้จาก CM PUNK ซูเปอร์สตาร์ในดวงใจผ่านจอทีวี เขาได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นและยอมรับ จนได้ครองแชมป์เส้นใหญ่ของ SETUP อย่างสง่างาม

อ่านบทสัมภาษณ์ของ ศิวัม กับ MAIN STAND ครั้งแรกที่นี่ : https://mainstand.co.th/th/features/3/article/1654
5 ปีถัดมา เรากลับมาเจอกับ ศิวัม อีกครั้ง สิ่งแรกที่เราพูดคุยกันก็คือ บทบาทการเป็น "คุณพ่อ" หลังจากที่เขาและภรรยา ได้ต้อนรับ "ชาร์วิน" ลูกชาย มาเป็นสมาชิกของครอบครัว เมื่อเดือนกันยายน 2025
"จริง ๆ มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ใหญ่มากในชีวิต เพราะตอนที่ผมทราบว่าจะมีลูก ผมก็ดีใจแหละว่าเราจะเป็นพ่อคน" ศิวัม เล่าถึงหนึ่งในโมเมนต์สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา "แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่า เราจะใช้ชีวิตแบบนี้เหรอวะ ? เราจะจัดสรรเวลาระหว่างทำงานประจำไปด้วย กับมวยปล้ำไปด้วย แล้วก็ไม่มีอะไรไปไหนสักอย่างเลย"
"แล้วถ้าเรามีลูก ลูกออกมาจะงงไหมวะ ว่าพ่อเป็นนักมวยปล้ำหรือเปล่า ? หรือพ่อเป็นพนักงานประจำ ? เราจะอธิบายเขายังไง ?"

ในเมื่อพิจารณาแล้วว่าการทำงานประจำ และปล้ำมวยปล้ำไปด้วย ไม่ตอบโจทย์ชีวิตของเขาอีกต่อไป ในวันที่เขากำลังจะกลายเป็นคุณพ่อ นั่นจึงทำให้นักมวยปล้ำชาวไทยเชื้อสายอินเดียคนนี้ ทำในสิ่งที่กล้าหาญที่สุด นั่นคือ ลาออกจากงานประจำที่มีรายได้หล่อเลี้ยงชีวิตอย่างมั่นคง ก่อนที่ลูกชายจะลืมตาดูโลกเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อมาโฟกัสกับการเป็นนักมวยปล้ำอาชีพแบบเต็มตัว
ออกจากงานแล้วจะเอาอะไรกิน ?
หากคุณเกิดและเติบโตที่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก หรือ ญี่ปุ่น การเป็นนักมวยปล้ำอาชีพ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เพราะมันคือกีฬา หรือ สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ที่ได้รับความนิยมในประเทศเหล่านี้ พวกเขามีฐานแฟนที่พร้อมให้การสนับสนุน มีสมาคมให้การรองรับนักมวยปล้ำจากที่ต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย มีการจัดอิเวนต์มวยปล้ำกันแทบจะทุกสัปดาห์
ต่อให้คุณไม่ได้เป็นนักมวยปล้ำของสมาคมใหญ่ ไม่ได้เซ็นสัญญาอาชีพกับสมาคมระดับบิ๊กอย่าง WWE, AEW หรือ NJPW คุณก็ยังดำรงอาชีพเป็นนักมวยปล้ำอิสระ ติดต่อและร่วมงานกับสมาคมอิสระที่ไหนก็ได้ พร้อมค่าตอบแทนที่แม้จะไม่ทำให้ร่ำรวย แต่คุณก็ยังมีรายได้เลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัวจากอาชีพนักมวยปล้ำได้อย่างมีความสุข ด้วยการเดินสายปล้ำกับสมาคมอิสระต่าง ๆ ทั่วโลกที่จัดอิเวนต์อย่างต่อเนื่อง

ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทย มวยปล้ำ ไม่ใช่กีฬายอดนิยม และถูกมองเป็นเพียง "อาชีพเสริม" มากกว่าอาชีพหลัก ซ้ำร้ายยังมีคอมเมนต์จากคนมากมายที่ดูแคลนว่า "มวยปล้ำคือการแสดง" มีบท มีสคริปต์ อยู่ทุกยุคทุกสมัย คนทั่วไปที่ไม่อินกับมวยปล้ำสายเอนเตอร์เทน ก็ไม่เคยมองสิ่งนี้ด้วยความชื่นชม ทั้งที่นักมวยปล้ำทุกคนที่ขึ้นเวที ล้วนผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก และใช้ร่างกายเข้าแลก ยอมเจ็บตัวเพื่อทำให้ตัวเองและแฟน ๆ มีความสุขมาตลอด
สำหรับ ศิวัม การลาออกจากงานประจำมาโฟกัสที่มวยปล้ำที่เมืองไทยแบบเต็มตัว แถมอิเวนต์มวยปล้ำในไทยก็มีน้อยในระดับ 2-3 เดือนจะมีสัก 1 โชว์ แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงอย่างมาก ยิ่งในวันที่เขากลายเป็นคุณพ่อ และมีครอบครัวที่ต้องดูแล ยิ่งควรต้องมีหลักประกันที่ชัดเจนว่าครอบครัวของเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ลำบาก
"เสี่ยงครับ เสี่ยงมาก" ศิวัม ยอมรับถึงการตัดสินใจของเขา "มวยปล้ำไม่ได้เป็นงานประจำ ไม่มีรายได้ที่มันสม่ำเสมอชัดเจนเหมือนงานออฟฟิศ คืองานออฟฟิศเนี่ย ทำหรือไม่ทำ สิ้นเดือนเงินก็เข้าใช่ไหมครับ แต่มวยปล้ำเนี่ย ถ้ายูแบบไม่ประสบความสำเร็จ ไม่เก่ง หรือไม่โดนบุ๊กจริง ๆ ยูก็จะไม่มีทางที่จะหาเงินได้ดี แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นความเสี่ยงที่น่าลงทุนกับความฝันตัวเอง"
"เพราะผมไม่อยากมานั่งคิดตอนอายุสัก 40-50 ปี แล้วมาคิดว่า ตอนนั้นถ้าแบบลองดูสักตั้ง จะไปถึงไหนวะ คือผมไม่อยากมานั่งคิดอะไรแบบนั้น ผมรู้สึกว่าผมไหว และผมมี Support System ที่ดี ผมก็ลงมือทำเลย"

อีกเหตุผลสำคัญก็คือ ศิวัม ต้องการเป็นตัวอย่างให้กับ ชาร์วิน ลูกชายของเขา ว่าพ่อของตัวเองยอมเสียสละเรื่องสำคัญบางอย่างในชีวิต เพื่อทำความฝันในการเป็นนักมวยปล้ำอาชีพให้เป็นจริง ซึ่งไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม เขาก็ยังบอกลูกได้อย่างเต็มปากว่าอย่างน้อยพ่อก็ลองทำตามฝันมาแล้ว
"ผมรู้สึกว่าการลาออกจากงานแล้วมุ่งมั่นกับมวยปล้ำให้มันเต็มที่ ไม่ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเวลาลูกถามว่าพ่อทำงานอะไร ผมก็สามารถบอกเขาได้เต็มปากว่าผมเป็นนักมวยปล้ำ ผมสามารถบอกเขาได้ว่า ถ้าเรามีความฝันก็ต้องทำตามความฝันนะลูก เพราะว่าผมทำให้ดูเป็นตัวอย่าง มีความฝันต้องทำตามความฝัน อย่าละทิ้งความฝัน"
Support System ที่ชื่อว่า "ครอบครัว"
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ ศิวัม ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มามุ่งมั่นกับการเป็นนักมวยปล้ำอาชีพแบบฟูลไทม์ได้ก็คือ Support System ที่คอยดูแลเขาอยู่ข้างหลัง และผลักดันให้เขาเดินหน้าทำสิ่งที่อยากทำแบบเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลอะไร ซึ่ง Support System ที่ว่านั่น ก็คือ "ครอบครัว" และ "ภรรยา"


จริงอยู่ว่าแม้ช่วงเริ่มต้นการเล่นมวยปล้ำ คุณแม่ของเขาจะไม่เห็นด้วยนักที่เห็นลูกชายเจ็บตัวเพราะโดนคู่ต่อสู้อัดบนเวที แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากคุณพ่อ ที่บอกเขาว่า เอาเลย ทำให้เต็มที่ แม้กระทั่งในวันที่เขาแต่งงานมีครอบครัวของตัวเอง ภรรยาของ ศิวัม ก็ไม่ได้ขัดขวางสามี แถมเป็นอีกคนที่ช่วยผลักดันให้เขาทำสิ่งที่รักต่อไปด้วย
"ครอบครัวผมค่อนข้างซัพพอร์ต ก็คือไม่มีใครที่จะมาแบบ (นิ่งคิด) สมมุติ ภรรยา เฮ้ย เธอลาออกจากงานแล้วเราจะเอาอะไรกิน ? เราจะไหวไหม ? ลูกกำลังจะคลอดนะ ไม่เคยมีคำถามพวกนี้ ทุกคนบอกว่า โอเค ทำเลย ลองดูสักหนึ่งตั้ง ถ้าไปได้ ดีใจด้วย ถ้าไปไม่ได้ ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรามานั่งทบทวนกันใหม่ว่าจะเอายังไงกันดี ? แต่ไม่เคยมีแบบ อย่าทำ ไม่ดีหรอก มันเสี่ยงนะ ไม่เคยมีสิ่งเหล่านี้เลย มีแต่แบบ ลุย! ลองดู ไม่เสียหาย"
นอกจากการสนับสนุนจากครอบครัวที่เป็นแบ็กอัปชั้นดี ตัวของ ศิวัม ก็มีธุรกิจที่ทำอยู่เบื้องหลังทั้งของครอบครัวและของตัวเอง ซึ่งเขาระบุว่าให้เวลากับการดูแลธุรกิจเหล่านี้ไม่กี่ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ที่เหลือนอกจากดูแลครอบครัวแล้ว เขาก็เอาเวลาไปโฟกัสที่การฟิตร่างกาย และการฝึกซ้อมมวยปล้ำ เพื่อพัฒนาทักษะของตัวเองได้อย่างไม่ต้องพะวงหน้า พะวงหลัง
การเติบโตของ "นักมวยปล้ำศิวัม"
ในวันที่เราคุยกับ ศิวัม ครั้งแรก เมื่อปี 2020 เขายังเป็นเพียงนักมวยปล้ำหนุ่มไฟแรงของสมาคมมวยปล้ำของไทย SETUP Thailand Pro Wrestling ภายใต้การบริหารของ "ปูมิ" ปรัชญ์ภูมิ บุณยทัต ผู้ก่อตั้งสมาคม เขาพัฒนาฝีมือตัวเองแบบรอบด้าน จนก้าวขึ้นมาคว้าเข็มขัดแชมป์ของ SETUP และเป็นที่ยอมรับของแฟนมวยปล้ำในเมืองไทย

5 ปีต่อมา ศิวัม เติบโตขึ้นอย่างมากในฐานะนักมวยปล้ำ เขาไม่เพียงแต่ได้ชื่อว่าเป็นนักมวยปล้ำชั้นนำของไทย แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากสมาคมมวยปล้ำต่าง ๆ ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เดินสายขึ้นปล้ำกับสมาคมต่าง ๆ ในประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นพันธมิตรกันอย่างสม่ำเสมอ สร้างชื่อเสียง และเชื่อมกับคนดูในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงมาเรื่อย ๆ
เมื่อเราถามว่า ศิวัม เมื่อ 5 ปีที่แล้ว กับปัจจุบัน เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง นักมวยปล้ำหนุ่มลูกครึ่งไทย-อินเดีย ตอบว่า เปลี่ยนไปแบบเป็นคนละคน ...
"ก็ยังเป็นคนที่รักมวยปล้ำ อินกับมวยปล้ำเหมือนเดิม แต่บริบทในการเป็นนักมวยปล้ำมันเปลี่ยนไป เพราะว่า 5 ปีที่แล้ว ผมน่าจะแบบยังเป็นเด็กน้อยที่อยากจะปล้ำมวยปล้ำ อยากจะทำอะไรก็ได้ ขอให้ได้มีแมตช์ปล้ำก็โอเคแล้ว ไม่ได้สนใจอะไร"
"แต่ตอนนี้ ศิวัม คนปัจจุบัน เรียกว่าเป็นหน้าตาของวงการมวยปล้ำไทยก็ว่าได้" ศิวัม พูดด้วยความมั่นใจ "ผมมีแมตช์กับนักมวยปล้ำระดับโลกมาแล้วหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ทาจิริ (อดีตนักมวยปล้ำ WWE ชาวญี่ปุ่น) แซ็ก เซเบอร์ จูเนียร์ (นักมวยปล้ำสายเทคนิคที่ดีที่สุดในโลกชาวอังกฤษ) คริส บรูคส์ (นักมวยปล้ำอินดี้ชื่อดังชาวอังกฤษ)"
"สิ่งที่เราได้จากการปล้ำกับพวกเขาคือ ตอนเราปล้ำกับเขาเสร็จ ตอนจบออกมา เรารู้ตัวว่า โอเค เขาอาจจะเก๋ากว่าเรา แต่เฮ้ย เราสู้กับเขาได้ว่ะ เหมือนเป็นการทำให้เรามั่นใจว่า เฮ้ย นักมวยปล้ำไทยไม่ได้ห่างชั้นนะ เราสามารถสู้กับเขาได้อย่างสนุก สู้กับเขาได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แล้วมันออกมาเป็นแมตช์ที่ดีได้ ไม่ใช่ว่าต้องมีใครแบกใคร มันไปด้วยกันได้อย่างดีเยี่ยมเลย แล้วการที่ได้ปล้ำกับนักมวยปล้ำเก่ง ๆ มันเป็นการตอกย้ำว่าแบบ เฮ้ย โอเค ที่เราฝึกมา ที่เราทำมาทั้งหมดหลายปี มันไม่ได้สูญเปล่า"
นอกเหนือจากการได้วัดฝีมือกับสุดยอดนักมวยปล้ำระดับโลก ศิวัม ก็บอกด้วยว่าเขาได้รับคอมเมนต์ และคำแนะนำดี ๆ มากมายจากยอดฝีมือเหล่านั้น ซึ่งมีประโยคหนึ่งที่เหล่ายอดนักมวยปล้ำ บอกกับ ศิวัม ซึ่งเป็นข้อคิดที่ยอดเยี่ยมแก่ตัวเขา และนักมวยปล้ำคนอื่น ๆ ที่กำลังเดินตามความฝันอยู่ได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ จงเป็นตัวของตัวเอง

"มันเป็นดีเทลที่แบบอาจจะแชร์ไม่ได้ แต่ทุกคนพูดคีย์เดียวกันก็คือ เป็นตัวของตัวเอง พยายามเป็นตัวของตัวเอง อย่าเป็นเหมือนใคร อย่าพยายามก๊อปปี้ใคร เพราะว่าสิ่งที่สำคัญในวงการมวยปล้ำคือคนดูเขารู้ว่าอะไรจริง อะไรคือก๊อปปี้ เพราะฉะนั้น ถ้าเราเป็นของแท้น่ะ เป็นตัวของเราจริง ๆ เป็นตัวของตัวเอง คนดูเขาจะรับรู้ แล้วเขาจะรู้สึกสนใจและอยากสนับสนุน"
แล้วเมื่อเราให้ ศิวัม นิยามตัวเองว่าเป็นนักมวยปล้ำแบบไหน ? อดีตแชมป์มวยปล้ำของ SETUP ตอบด้วยความภูมิใจว่า "นักมวยปล้ำศิวัม เป็นนักมวยปล้ำที่ปล้ำได้ทุกสไตล์ จะไป Brawl (อัดแหลก) ก็ได้ จะไปซัดกันนัวเนีย หรือจะปล้ำแบบเทคนิคเขาก็ปล้ำได้ บางครั้งเขา High Fly (เหินเวหา) ได้ด้วย ถ้าให้ผมเรียกก็คือ นักมวยปล้ำศิวัมคือ Total Package เขาสามารถปล้ำได้ทุกสไตล์ คัดโปรโมได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีรูปลักษณ์เป็นซูเปอร์สตาร์"
"เพราะฉะนั้น นิยามนักมวยปล้ำของ ศิวัม ก็คือ Main Eventer เป็นซูเปอร์สตาร์ เป็นตัวหลักของค่าย ไม่ว่าจะเป็นค่ายไหนก็แล้วแต่"
คำพูดที่เอ่ยจากปากเขา หากคุณติดตามมวยปล้ำไทยมาตลอด ก็คงรู้ว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เกินจริง เพราะ ศิวัม มักถูกบุ๊กให้เป็นนักมวยปล้ำตัวเอก เป็นตัวเดินเรื่องสำคัญของทุกสมาคม และถูกวางให้เป็นคู่เอก หรือคู่ปิดท้ายอิเวนต์ ที่เรียกเสียงเฮ (หรือโห่) จากคนดูอยู่เสมอ
กลุ่มมวยปล้ำที่เกิดจากความห่วยแตกของ SETUP
ในวงการมวยปล้ำระดับโลก มีการก่อตั้งกลุ่มมวยปล้ำสายอธรรมเกิดขึ้นมากมาย เอาที่แฟนมวยปล้ำรู้จักกันดีก็ต้องยกให้ "nWo" กลุ่มอธรรมในตำนานของ WCW ที่นำโดย ฮัลค์ โฮแกน, เควิน แนช, สกอตต์ ฮอลล์ ออกอาละวาดในยุค 90 หรือ "The Evolution" กลุ่มตัวโกงในตำนาน ที่มี ทริปเปิลเอช, ริค แฟลร์, บาติสต้า และ แรนดี้ ออร์ตัน ออกมาระรานนักมวยปล้ำคนอื่นไปทั่วในโชว์ของ WWE ยุคมิลเลนเนียม ทุกสัปดาห์
ตัดภาพไปที่วงการมวยปล้ำย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศิวัม ก็ทำการรวบรวมสมัครพรรคพวก ก่อตั้งกลุ่ม Real Global Threat (RGT) ขึ้นมา เพื่อไล่อัดนักมวยปล้ำทุกคนที่ขัดขวางเป้าหมายของเขาตามสมาคมต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน แม้แต่ "ปูมิ" ปรัชญ์ภูมิ บุณยทัต เจ้าของค่าย SETUP ยังเคยถูก ศิวัม กระทืบคาเวทีมาแล้ว เพราะบังอาจดูหมิ่นความเป็นซูเปอร์สตาร์ของเขา

เราสอบถาม ศิวัม ถึงเหตุผลที่ก่อตั้งกลุ่ม RGT ซึ่งคำตอบก็คือการให้ตัวเอง และพรรคพวกอย่าง คริส บรูคส์ (อังกฤษ), เอ็มมาน อัซมาน (มาเลเซีย), เจดีแอล (ฟิลิปปินส์) และ แอนดรูว์ แทง (สิงคโปร์) ได้แสดงศักยภาพของพวกเขาให้สั่นสะเทือนวงการมวยปล้ำเอเชีย ซึ่งทั้งหมดล้วนเคยเป็นอดีตคู่ต่อสู้ที่ ศิวัม ดวลมาหมดแล้ว ทุกคนยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน และมีแนวคิดแบบเดียวกัน จึงได้มารวมตัวกันในนามของ RGT
และสิ่งที่ทำให้กลุ่ม RGT กำเนิดขึ้นมา ก็เป็นเพราะพวกเขาทนกับความห่วยแตกของ SETUP และการบริหารงานอันไร้ทิศทางของ ปูมิ เจ้าของสมาคมไม่ได้
"จริง ๆ กลุ่ม Real Global Threat มันเกิดขึ้นจากความ (นิ่งคิด) ผิดหวังละกัน ในการทำงานของค่ายมวยปล้ำ SETUP Thailand Pro Wrestling" ศิวัม เล่าต่อ "คือเท้าความไปสักเมื่อปีนิด ๆ SETUP จัดโชว์ที่ใหญ่ที่สุดในตอนนั้น แต่เขาเลือกที่จะไม่บุ๊ก ศิวัม ผมก็เลยรู้สึกว่า เฮ้ย มันไม่มีเหตุผล"
"คือสิ่งที่ผมอยากทำมากที่สุดคือการปล้ำมวยปล้ำเว้ย แต่ว่าในโชว์ที่ใหญ่ที่สุดของคุณ คุณเลือกที่จะไม่ใช้งานผม ผมก็เลยเลือกที่จะออกมาอัด แล้วก็ก่อตั้งกลุ่ม Real Global Threat"
"Real Global Threat มันถูกสร้างมาอย่างรอบคอบ เราไม่ได้คิดกันหละหลวมเพราะว่า ทุกคนที่อยู่ใน Real Global Threat มีอำนาจที่จะใช้ใครก็ได้ในโชว์ของตัวเอง เพราะฉะนั้น ผมเลยไม่ต้องการ SETUP อีกต่อไป ผมสามารถไปปล้ำที่ไหนก็ได้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"
ศิวัม รู้สึกว่า SETUP บ้านที่เคยปลุกปั้นให้เขาเป็นซูเปอร์สตาร์ ที่บริหารงานโดย ปูมิ นั้นเปลี่ยนไป ดูไร้อนาคต สิ่งที่เขาเห็นก็คือประธานอย่าง ปูมิ ชักชวนวงไอดอลสาวสวยหน้าตาดีขึ้นมาเต้นบนเวที เพื่อดึงกลุ่มโอตะที่ไม่ได้เป็นแฟนมวยปล้ำมาซื้อตั๋ว หรือโฟกัสกับการทำโชว์มวยปล้ำแบบฉาบฉวย เอานักมวยปล้ำหญิงสวย ๆ มาปล้ำกัน แต่ไม่ให้โอกาสนักมวยปล้ำฝีมือดีในค่ายที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ได้ขึ้นเวทีมาแสดงฝีมือเท่าที่ควร

และแน่นอนที่สุด การกีดกัน ศิวัม ไม่ให้ปล้ำในหลายอิเวนต์ แม้กระทั่งลดระดับให้มาเป็นกรรมการพิเศษในแมตช์มวยปล้ำของผู้หญิง ซึ่งทำให้คนที่เชื่อในแนวคิด "ชายเป็นใหญ่" อย่าง ศิวัม ทนไม่ได้!
"ผมว่า SETUP ก็เป็นค่ายนึงที่ดูไม่มีอนาคต เพราะถ้าคุณคิดได้ว่าคุณจะจัดโชว์ที่ใหญ่ที่สุดโดยที่คุณจะไม่เอาซูเปอร์สตาร์ที่ดังที่สุดมาใช้อะ แค่นี้คุณก็บอกได้หมดแล้วว่าคุณไม่ได้ใช้สมงสมองอะไรในการบุ๊กโชว์" ศิวัม บ่น "คุณเอาแต่ไอดอลมาเต้น เอาน้องผู้หญิงมาปล้ำ เอานักมวยปล้ำหญิงมาดึงพวกแฟนมวยปล้ำบ้ากาม"
"คือมวยปล้ำเว้ย คุณต้องการแมตช์มวยปล้ำที่ดี คุณไม่ได้มาดูหญิงสาวสู้กัน หรือไม่ได้มาดูผู้หญิงเต้นเปิดโชว์เว้ย คุณต้องการแมตช์มวยปล้ำที่ดี"
ทั้งหมดทั้งมวลที่เอ่ยมา จึงนำมาสู่เหตุการณ์ที่ ศิวัม ลากคอ ปูมิ มากระทืบบนเวทีในอิเวนต์คู่เอก REAL GLOBAL IMPACT ของ SETUP เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2026 เพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่า ศิวัม และกลุ่ม RGT จะไม่ยอมทนอยู่กับความห่วยแตกของ SETUP อีกต่อไป!
ความขัดแย้งกับ "ปูมิ"
ถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ปูมิ ประธานของสมาคม SETUP จะเป็นผู้ส่งเสริมผลักดันให้ ศิวัม ก้าวมาถึงจุดสูงสุดของวงการมวยปล้ำไทย แต่ ศิวัม ก็เผยว่าไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ตัดสินใจลากคอ ปูมิ มากระทืบแบบนั้น เพื่อบอกให้รู้ว่าจะไม่อดทนกับเขาอีกแล้ว แถมยังรู้สึกมีความสุขอีกต่างหาก
"รู้สึกแฮปปี้ครับ (ที่ได้กระทืบ ปูมิ) ผมอธิบายอย่างนี้ ผมอะไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับ SETUP และก็นักมวยปล้ำ SETUP เพราะว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผมก็คือเส้นทางอาชีพในวงการมวยปล้ำของ ศิวัม คนเดียว โอเคตอนนี้อาจจะมี Real Global Threat ด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมคือผม แต่คุณคิดว่า ปูมิ สมควรโดนไหม ? ในสิ่งที่มันทำ มันบุ๊กโชว์อะไรของแม่งก็ไม่รู้ เอาใครมาแต่งชุดนักเรียน มาเป็นแก๊งเด็กนักเรียนงี้"
"คือทั้งค่ายนะเว้ย มีนักมวยปล้ำผู้ชาย 90% แต่คุณเลือกที่จะไฮไลต์ มัจฉา (นักมวยปล้ำหญิงของ SETUP ดีกรีแชมป์ SETUP ALL ASIA WOMEN) ถามจริง ?" ศิวัม ปลดเปลื้องความอัดอั้น ที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด "ชายเป็นใหญ่" ที่เขาชื่นชมออกมา
"เอางี้ นักมวยปล้ำที่ฝากความฝันไว้กับคุณ คุณเลือกที่จะทำอย่างนี้กับความฝันพวกเขาอะ โอเค ทุกคนไม่ใช่ ศิวัม ที่จะเลือกออกไปตั้งแก๊งของตัวเอง กว่าที่ผมจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ ผมทำมวยปล้ำมาแล้วจะเป็น 10 ปี นะเว้ย ผมถึงมี connection พวกนี้ที่ผมสามารถทำได้ แล้วเด็กใหม่ ๆ อะ ที่เขาอยากปล้ำ ที่เขาอยากเป็นนักมวยปล้ำ อยากปล้ำคู่เอก แล้วเขาถูกเอาไปใช้ในเซกเมนต์อะไรก็ไม่รู้อะ คุณคิดว่าปูมิสมควรโดนไหมล่ะ ?"
ทั้งนี้ แม้เขาจะยอมรับว่า ปูมิ เป็นหนึ่งในผู้มีบุญคุณ และชื่นชมว่าเป็นคนเก่ง แต่นั่นคือ ศิวัม มองว่าเป็นอดีตไปแล้ว และคิดว่าอีกฝ่ายควรจะใช้สติปัญญาบริหารค่ายมวยปล้ำของตัวเองให้ดีกว่านี้ หากต้องการทำให้วงการมวยปล้ำเมืองไทยประสบความสำเร็จ ในแบบที่เคยคุยโม้กับทุกคนเอาไว้
"ถึงผมไม่ชอบปูมินะ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็นคนเก่ง มันเก่งแต่ไม่อยากพัฒนาต่อ คือกูเก่งละ กูพอละ กูทำเท่านี้แหละ ฉันทำมวยปล้ำ 2 เดือนครั้งได้ มีคนดู 200-300 คน คนมาชมฉันหลังโชว์ โชวสนุกมากเลยนะปูมิ (ทำเสียงดีใจเย้ยหยัน) แค่นี้ฉันมีความสุขแล้ว แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เติบโตไปมากกว่านี้ เมื่อไหร่เราจะมีคนดูเป็น 1,000 คน 2,000 คน 3,000 คน แล้วความฝันที่ผมบอกอะ ของเด็ก ๆ อะ เขาอยากไปปล้ำในโชว์ใหญ่ ๆ อะ เมื่อไหร่จะได้ไปวะ"
และการสร้างกลุ่ม Real Global Threat ของ ศิวัม และผองเพื่อน ก็คือวิธีที่พวกเขาใช้ตบหน้า ปูมิ ให้ได้รู้ว่าเมื่อนักมวยปล้ำฝีมือดี ถูกนำมาใช้งานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เอามาสร้างแมตช์มวยปล้ำที่ยอดเยี่ยม ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นตัวตลก มันนำไปสู่ความสำเร็จที่รออยู่ข้างหน้าได้
"จริง ๆ ผมว่าการสร้าง Real Global Threat มันเหมือนเป็นการพิสูจน์อะไรบางอย่างว่าแบบ เราสามารถมีกลุ่มนักมวยปล้ำที่ Draw คนได้จริง ๆ คือคนที่ดูมวยปล้ำจะทราบว่าปีที่ผ่านมาทั้งปีของ SETUP ถ้าคุณดึง Real Global Threat ออก SETUP ไม่มีอะไรเลยนะ ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย เป็นผมก็ไม่ซื้อตั๋วไปดู"
"เพราะฉะนั้น การสร้าง Real Global Threat เป็นการพิสูจน์ว่าการที่คุณเอาจริงเอาจังกับอะไรสักอย่างอะ การที่คุณรู้สึกว่าอันนี้มันไม่เวิร์กอะ กูจะทำให้มันเวิร์ก แล้วคุณลงมือทำจริง ๆ มันเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วเว้ยว่าแบบถ้าคุณเอาจริงเอาจังกับอะไรสักอย่าง มันสามารถเป็น Movement ที่ดี เป็นกระแสที่ดี แล้วคนมันอินได้"
และหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีคนที่เห็นด้วยกับการกระทำของ ศิวัม และกลุ่ม Real Global Threat ที่ออกอาละวาดกระทืบทุกคนที่ขวางหน้าไปทั่วภูมิภาคนี้ก็คือ ยอดขายเสื้อของ RGT ที่มีคนซื้อไปแล้วกว่า 300 ตัวด้วยกัน และเขาเชื่อว่ายอดขายมันจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ในอิเวนต์ต่อ ๆ ไปด้วย
"จริง ๆ ผมว่าปูมิ ควรจะดู (อ่าน) บทสัมภาษณ์นี้เลยนะ แล้วก็ไปนั่งคิด คิดให้ดีเลยว่า มึงกำลังทำอะไรอยู่ ? กับความฝันของคนที่เขาฝากไว้กับคุณทั้ง Rosters โอเค ผมถือว่าตัวเองอาจจะลอยลำไปแล้วก็ได้ เพราะผมมีเพื่อน มีคอนเนคชั่นที่ดี แต่คนที่เขาไม่มีล่ะ คุณควรจะมีความรับผิดชอบกับความฝันของคนพวกนั้นหน่อยนะเว้ย" ศิวัม ทิ้งระเบิดถึง ปูมิ เป็นการส่งท้าย
ถึงเวลา RGT ประกาศศักดา
เมื่อการสัมภาษณ์มาถึงช่วงท้าย เราถามถึงแผนการที่ ศิวัม และ Real Global Threat กำลังจะทำต่อไปนี้ว่าคืออะไร นักมวยปล้ำร่างใหญ่ก็ถือโอกาสนี้ ส่ง "สาร" บางอย่างถึงคนดูว่า ให้เตรียมรับแรงกระแทกจากกลุ่ม RGT และจับตาดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวงการมวยปล้ำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือกระทั่งวงการมวยปล้ำระดับเอเชียตลอดปี 2026 เอาไว้

"ผมอยากให้ทุกคนจับตาดูวงการมวยปล้ำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ดีครับ เพราะว่าตอนนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้น ทั้งความตื่นเต้นและความยิ่งใหญ่ ปี 2025 เราสร้างรากฐาน ปี 2026 เราจะพัฒนาให้มันไปไกลกว่านี้ ให้มันก้าวกระโดดกว่านี้ ไม่รู้คุณอาจเห็นพวกเราไปบุกญี่ปุ่น หรือเห็นพวกเราไปบุกตลาดอเมริกา ไม่มีอะไรการันตีครับ ติดตามมวยปล้ำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอาไว้ครับ"
สำหรับอิเวนต์ต่อไป ศิวัม มีคิวขึ้นเวทีป้องกันเข็มขัดแชมป์ IWA JAPAN SETUP WORLD HEAVYWEIGHT CHAMPIONSHIP กับ Ares ผู้ท้าชิงจาก VPW สมาคมมวยปล้ำของเวียดนาม ในศึก SETUP EP.27 : ABSOLUTE MAYHEM วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2026 ที่ The Circus Studio, Bangkok
แมตช์นี้ ปูมิ ได้กำหนดกติกาให้ทั้งคู่ปล้ำกันแบบไม่จำกัดเวลา สู้กันไปจนกว่าจะมีคนแพ้ คนชนะกันไปข้าง ซึ่งตัวของปูมิ ยืนยันว่าเป็นกติกาที่อ้างอิงจากความต้องการของผู้ชมเป็นหลัก ไม่มีการเอาเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวมากลั่นแกล้ง ศิวัม แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ศิวัม แย้มกับเราว่าในค่ำคืนนั้น สมาชิกของ Real Global Threat ทั้งหมดอีก 4 คน อาจมาปรากฏตัวกันพร้อมหน้า และทำลายล้าง SETUP ให้สิ้นซากก็เป็นได้ หากทุกสิ่งทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่พวกเขาคิดเอาไว้ ...
ขอบคุณภาพประกอบบทความ
- SETUP Thailand Pro Wrestling
- Shivam