
หากพูดถึงนามสกุล เบนเตเก้ เชื่อว่าแฟนฟุตบอลหลายคน น่าจะรู้จักชื่อของ คริสติย็อง เบนเตเก้ ดาวยิงร่างยักษ์ที่เคยค้าแข้งบนเวทีพรีเมียร์ลีก และยังมีประสบการณ์โชกโชนถึงขั้นติดทีมชาติเบลเยียม ชุดใหญ่มาแล้วหลายนัด
แต่ส่วนใหญ่อาจจะไม่ทราบว่า คริสติย็อง ยังมีน้องชายที่คลานตามกันมาอีกหนึ่งคนอย่าง โจนาธาน เบนเตเก้ ซึ่งน้องชายของเขาก็มีความฝันในการยึดแนวทางของพี่ชายเป็นแบบอย่าง ทว่าเส้นทางกลับต่างกันสุดขั้ว จนชีวิตหักเหกลายมาเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร้านโดนัทในปัจจุบัน
Main Stand จะขอพาไปติดตามเส้นทางของเบนเตเก้ผู้น้องกันว่า จากชีวิตบนฟลอร์หญ้ากลายมาเป็นเจ้าของร้านโดนัทได้อย่างไร ?
ชีวิตใหม่ในยุโรป
เดิมทีพื้นเพของครอบครัว เบนเตเก้ เป็นชาวซาอีร์ หรือ ดีอาร์ คองโก ณ ปัจจุบัน ซึ่ง คริสติย็อง เบนเตเก้ เกิดในปี 1990 ที่เมืองหลวงอย่าง คินชาซา (Kinshasa) ก่อนที่ในปี 1993 ครอบครัวของ เบนเตเก้ จะอพยพมาที่ยุโรป โดยเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไกลเกือบ 8,800 กิโลเมตร เพื่อย้ายมาอยู่ที่เมืองลีแอช ในประเทศเบลเยียม

หลังมาตั้งรกรากที่ประเทศเบลเยียมได้ประมาณ 2 ปี ครอบครัว เบนเตเก้ ก็ได้ให้กำเนิดลูกชายอีกหนึ่งคนมีชื่อว่า โจนาธาน เบนเตเก้ ทำให้พี่น้องตระกูลเบนเตเก้เป็นชาวเบลเยียมที่มีต้นขั้วมาจากประเทศดีอาร์ คองโก
วันเวลาผ่านไป เมื่อสองพี่น้องเบนเตเก้เติบโตขึ้น ทั้งคู่ก็หันหน้าเข้าสู่เส้นทางวงการฟุตบอล เริ่มจากตัวของ คริสติย็อง ในสมัยเยาวชน เขาได้อยู่ในอะคาเดมีของ ชีแอส ปิแยร์เริส (JS Pierreuse) ตามด้วย สต็องดาร์ด ลีแอช (Standard Liège) ก่อนจะมาอยู่กับ เกงค์ (KRC Genk) และได้ขึ้นชุดใหญ่ในปี 2007
จากนั้น คริสติย็อง เบนเตเก้ ก็ได้ย้ายไปร่วมทีมที่เขาเคยอยู่สมัยเป็นดาวรุ่งอย่าง สต็องดาร์ด ลีแอช แต่ช่วงเวลาที่ คริสติย็อง อยู่กับ ลีแอช มักจะถูกปล่อยยืมไปอยู่กับหลายทีมในลีกเบลเยียม
และแล้วจุดเปลี่ยนในอาชีพของเบนเตเก้ผู้พี่ก็เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2011 เพราะ คริสติย็อง เบนเตเก้ ได้ย้ายกลับมาที่ เกงค์ อีกครั้ง และโชว์ฟอร์มโหดด้วยการกดไป 16 ประตู 11 แอสซิสต์ จากการลงสนามทุกรายการ 42 นัด
กระทั่งกลางปี 2012 นักเตะได้ย้ายจาก เกงค์ มาค้าแข้งกับทาง แอสตัน วิลล่า ด้วยค่าตัวประมาณ 7 ล้านปอนด์ ถือเป็นความท้าทายในการออกมาเล่นนอกเบลเยียมครั้งแรกของทาง คริสติย็อง

การออกมาโลดแล่นในถิ่น วิลล่า พาร์ค ทำให้ชื่อของ คริสติย็อง เบนเตเก้ เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมแล้วช่วงเวลา 3 ปีกับ แอสตัน วิลล่า นักเตะทำไป 49 ประตู 12 แอสซิสต์ จากการเล่นทุกรายการ 101 นัด
ส่งผลให้ดาวยิงชาวเบลเยียมได้รับโอกาสครั้งสำคัญในอาชีพ ย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 ด้วยค่าตัวสูงถึง 32.5 ล้านปอนด์ กลายเป็นนักเตะที่ ลิเวอร์พูล ซื้อเข้ามาแพงสุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร ณ เวลานั้น ทว่าผลงานของ คริสติย็อง กับการเป็นเบอร์ 9 ที่ ลิเวอร์พูล ดูจะไม่ได้ดีเหมือนสมัยอยู่ทีมเก่า
แต่อยู่ได้แค่ปีเดียว คริสตัล พาเลซ ก็อาสามาเซ้งต่อในราคา 27 ล้านปอนด์ ซึ่งระยะเวลา 6 ปีในถิ่น เซลเฮิร์สท์ พาร์ค นักเตะมักจะได้โอกาสลงเล่นอยู่พอสมควร ตัวจริงบ้าง สำรองบ้าง จนกลายเป็นว่า คริสติย็อง ลงสนามให้กับ พาเลซ ไป 177 นัด 37 ประตู 12 แอสซิสต์
เมื่ออายุเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ตัวของ คริสติย็อง เบนเตเก้ ก็ได้ออกไปหาความท้าทายอีกรอบกับทาง ดีซี ยูไนเต็ด โดยกลับมาทำผลงานได้อย่างเฉิดฉายใน เมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ แบบที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก
สถิติกับ ดีซี ยูไนเต็ด เขาทำไป 49 ประตู 11 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 100 นัด แถม คริสติย็อง ยังเคยก้าวไปคว้ารางวัลรองเท้าทองคำในศึก MLS มาแล้วจากการทำไป 23 ประตูในปี 2024 มากกว่า 2 ผู้เล่นระดับโลกอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ หรือ ลิโอเนล เมสซี่ ด้วยซ้ำ
ณ ปัจจุบันนี้ คริสติย็อง เบนเตเก้ บนวัย 35 ปียังคงอยู่ในเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ โดยย้ายข้ามฟากไปลงเล่นให้กับ อัล-วาห์ด้า ทีมในลีกสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และได้โอกาสลงสนามไปบ้างแล้ว
ตามรอยที่ต่างกัน
ระหว่างที่ คริสติย็อง เบนเตเก้ กำลังมีเส้นทางค้าแข้งที่เติบโตตามขั้น ได้สัมผัสบรรยากาศ รวมถึงได้ประสบกับความท้าทายมากมายตลอดช่วงเวลาที่ลงเล่นฟุตบอล

อีกฟากหนึ่ง โจนาธาน เบนเตเก้ ที่กำลังเฝ้ามองการเติบโตของพี่ชาย ก็อยากที่จะเจริญรอยตาม และหวังว่าตนเองจะมีเส้นทางค้าแข้งที่ใกล้เคียงกับผู้เป็นพี่แบบไม่มากก็น้อย
ในสมัยเยาวชน โจนาธาน มีเส้นทางค้าแข้งที่คล้ายคลึงกับพี่ชาย คือ การได้อยู่ที่อะคาเดมีของ ชีแอส ปิแยร์เริส ตั้งแต่ปี 1996 ก่อนที่ปี 2004 เขาจะย้ายไปอยู่ในศูนย์ฝึกเยาวชนของ สต็องดาร์ด ลีแอช
แต่ในระหว่างที่กำลังบ่มเพาะฝีเท้ากับ สต็องดาร์ด ลีแอช ตัวของ โจนาธาน เบนเตเก้ ก็ได้ย้ายไปอยู่กับอะคาเดมีของ เซแอส วีเซ่ (CS Visé) อีกหนึ่งสโมสรจากเบลเยียมในปี 2007 แล้วเขาก็ย้ายกลับมาที่ สต็องดาร์ด ลีแอช อีกครั้งในปี 2009
โจนาธาน เบนเตเก้ เทิร์นโปรเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัวในปี 2013 พอจะได้โอกาสลงเล่นอยู่บ้างกับทีมในลีกประเทศเบลเยียม ทว่าผลงานภาพรวมไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก
กระทั่งกลางปี 2016 โจนาธาน เบนเตเก้ ย้ายมาอยู่กับ คริสตัล พาเลซ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พี่ชายอย่าง คริสติย็อง เบนเตเก้ มาร่วมทัพ "ปราสาทเรือนแก้ว" ด้วยเช่นเดียวกัน
และโมเมนต์ร่วมกันระหว่างพี่น้องที่ คริสตัล พาเลซ ก็ได้เกิดขึ้นในเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ออกไปเยือน มิดเดิ้ลสโบรช์ ซึ่ง โจนาธาน เบนเตเก้ ลงมาเป็นสำรองแทน คริสติย็อง ผู้เป็นพี่ชายในนาทีที่ 84 ก่อนที่ คริสตัล พาเลซ จะบุกไปเฉือนชนะ 2-1
แม้จะได้ลงไปสัมผัสประสบการณ์ในเวทีพรีเมียร์ลีกแทนพี่ชาย แต่กลายเป็นว่านั่นคือเกมแรกและเกมเดียวที่ โจนาธาน เบนเตเก้ ลงเล่นในสีเสื้อของ คริสตัล พาเลซ เพราะว่าหลังจากนั้น โจนาธาน มีอาการบาดเจ็บที่กระดูกข้อเข่า ส่งผลให้ต้องพักรักษาตัวยาวนานหลายเดือน ก่อนจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ พาเลซ ตัดสินใจปล่อย โจนาธาน เบนเตเก้ ออกจากทีมหลังจบฤดูกาล 2016-17
พอถูกปล่อยลอยแพ โจนาธาน เบนเตเก้ ก็ไม่สามารถกลับมาลงเล่นกับทีมในลีกระดับท็อปได้อีกเลย ทำให้เขาต้องพเนจรย้ายไปเล่นในลีกรองของประเทศเยอรมนี, เบลเยียม และสหรัฐอเมริกา
รวมถึงไปโลดแล่นกับลีกไกลปืนเที่ยง ไม่ว่าจะเป็น ในลีกของประเทศไซปรัส, ลักเซมเบิร์ก และอาเซอร์ไบจาน ก่อนที่ โจนาธาน เบนเตเก้ จะประกาศเลิกเล่นอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม ปี 2025 บนวัยเพียงแค่ 30 ปี
จากสวมสตั๊ดสู่ธุรกิจร้านโดนัท
ตลอดเส้นทางอาชีพค้าแข้งประมาณ 12 ปี โจนาธาน เบนเตเก้ แทบไม่มีโมเมนต์อะไรให้น่าพูดถึงเลย แถมเหตุผลที่เขาตัดสินใจแขวนสตั๊ดก็มาจากการที่ โจนาธาน ไม่มีสโมสรใด ๆ หยิบยื่นโอกาสที่น่าสนใจให้เขากลับมาเล่นฟุตบอลยาวนานถึง 6 เดือน
จนกระทั่งเดือนกันยายน 2025 โจนาธาน ได้จับมือกับ คริสติย็อง พี่ชาย ร่วมกันลงทุนเข้าซื้อแฟรนไชส์ร้านของหวานที่มีชื่อว่า "ดรีมส์ โดนัทส์" (Dreams Donuts) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเบลเยียม
พี่น้องเบนเตเก้ได้นำธุรกิจแฟรนไชส์ของ ดรีมส์ โดนัทส์ ไปเปิดร้านแรกที่ประเทศลักเซมเบิร์ก และตัวของ โจนาธาน เบนเตเก้ ก็เป็นคนที่จัดการบริหารธุรกิจนี้เป็นส่วนใหญ่
ภายหลัง โจนาธาน เบนเตเก้ ออกมาเปิดเผยความรู้สึกถึงการพลิกผันอาชีพจากการเป็นนักฟุตบอลมาเป็นเจ้าของร้านโดนัทว่า "ผมเริ่มเล่นฟุตบอลเพราะเห็นพี่ชายเล่น และผมก็ก้าวเข้าสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่ผมไม่ได้รับข้อเสนอใด ๆ ที่จะให้ผมเล่นฟุตบอลต่อ ผมจึงหันมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และอยากจะผันตัวเป็นนักธุรกิจแทน"
"ผมไม่ได้เลือก ดรีมส์ โดนัทส์ ด้วยความบังเอิญ ผมอยากเข้าร่วมโครงการใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตมากกว่าแบรนด์ที่ก่อตั้งมานานแล้ว ผมอาศัยอยู่ในลักเซมเบิร์กมาตั้งแต่ช่วงที่เล่นให้กับ ไททัส เปตอง (Union Titus Pétange) ซึ่งผมรักที่นี่ และบอกได้เลยว่าเยาวชนในท้องถิ่นต้องการอะไรที่แตกต่างออกไป"
"นอกจากโดนัทแล้ว ร้านเรายังมีชานมไข่มุก สมูทตี้ ชา กาแฟ ฮอทดอก และไอศกรีมอีกด้วย นี่คืออาชีพใหม่ของผม ผมได้สร้างงานขึ้นมา มันเป็นอาชีพที่มั่นคง และผมมีความสุข โดยผมหวังว่าจะได้ลงทุนร่วมกับพี่ชายต่อไป การทำงานร่วมกับครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญเสมอ"
จากพี่น้องที่คลานตามกันมา พร้อมวาดฝันว่าจะมีเส้นทางที่ตามรอยผู้เป็นพี่ชาย แต่ความเป็นจริงแล้ว ชีวิตไม่ได้สวยงามอย่างที่คาดหวังเสมอไป จนสุดท้ายเขาก็ต้องล้มเลิกความฝันในการสวมสตั๊ดบนผืนหญ้า
ก่อนที่ โจนาธาน เบนเตเก้ จะมีความฝันใหม่ให้ได้ทดลองต่ออย่างการรับบทผู้ประกอบการร้านโดนัท และถือว่างานด้านนี้กำลังเป็นไปได้สวยเลย ซึ่งการมีอาชีพเป็นนายตัวเองบางทีอาจจะเหมาะสมสำหรับเขา หากยังรักษามาตรฐานการทำงานที่ดีแบบนี้ต่อไปในอนาคต
แหล่งอ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Christian_Benteke
https://en.wikipedia.org/wiki/Jonathan_Benteke
https://www.thesun.co.uk/sport/37897668/jonathan-benteke-doughnut-shop-brother-christian-crystal-palace/
https://www.transfermarkt.com/jonathan-benteke/profil/spieler/273773
https://www.transfermarkt.com/christian-benteke/profil/spieler/50201