
โลกฟุตบอลมักเต็มไปด้วยเรื่องเล่าโรแมนติก เด็กชายเตะบอลข้างถนน โตขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ มีเงิน มีชื่อเสียง และกลายเป็นฮีโร่ของผู้คน
แต่สำหรับ อิกอร์ ติอาโก้ ฟุตบอลไม่ใช่เรื่องโรแมนติกตั้งแต่แรก มันคือ "ทางรอด", มันคือ "งาน" และมันคือสิ่งเดียวที่เขา "ไม่ยอมแพ้" หลังวันที่ชีวิตพังลงไปครึ่งหนึ่ง จนกระทั่งวันนี้เขากำลังยิงประตูถล่มทลาย และรั้งอันดับ 2 ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ด้วยการยิงน้อยกว่า เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ แค่คนเดียวเท่านั้น
นี่คือเรื่องราวที่จะจุดไฟนักสู้ให้คุณได้อย่างแน่นอน ติดตามกับ Main Stand
อย่าให้อะไรมาหยุดฝัน
เด็กชายชาวบราซิลคนหนึ่งพยายามที่จะเดินทางไปในเมืองตามร้านต่าง ๆ เพื่อดูการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกด้วยดวงตาที่เป็นประกาย หากเราได้ยินเสียงในหัวของเขาดังออกมา มันคงเป็นเสียงที่ดังออกมาว่า "สักวันหนึ่งผมอยากจะเป็นนักฟุตบอลอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้" ... นั่นแหละคือ ภาพ ที่ อิกอร์ ติอาโก้ จำได้ลาง ๆ ในวันที่เขาอายุราว 10 ขวบ
"ผมมีพี่ชาย และผมตามเขาไปทุกที่ เขามักจะพาผมไปดูเกมฟุตบอลในช่วงสุดสัปดาห์ จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้เห็น โรนัลโด้ เล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ทันใดนั้นก็เหมือนหมัดน็อกต่อยใส่หน้า ผมสลัดภาพเขาออกจากหัวไม่ได้ ผมดูเขาเล่นแบบไม่ละสายตาและบอกตัวเองว่า 'อยากจะเป็นแบบเขาให้ได้จังเลย'" อิกอร์ ติอาโก้ กล่าว
เรื่องราวของเขาไม่ต่างกับนักเตะดังจากบราซิลหลาย ๆ คนที่เคยออกมาเล่าชีวิตในวัยเด็ก อิกอร์ พบว่าฟุตบอลคือความสุข คืออะไรที่มากกว่าแค่กีฬา เพราะเขาเชื่อเสมอว่าสิ่งนี้สามารถพาเขาหลบหนีความจน มันทำให้เขา จินตนาการ เห็นภาพตัวเองในอนาคตด้วยรอยยิ้ม
ทว่าความฝันของเด็กชายคนหนึ่ง ถูกดึงกลับสู่โลกแห่งความจริงอย่างโหดร้าย วันที่พ่อของเขาเสียชีวิตตอนเขาอายุ 13 ปี และทันทีที่เสาหลักของครอบครัวจากไป อิกอร์ ก็แทบไม่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตแบบเด็ก ๆ อีกต่อไป

"ตอนที่ผมอายุ 13 ปี พ่อของผมเสียชีวิต อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปในตอนนั้น สถานการณ์รอบตัวบีบให้ผมโตเร็วกว่าที่ตัวเองคิดภาพไว้ ผมเริ่มช่วยงานที่บ้าน ทำอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อหาเงินมาช่วยครอบครัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผมต้องทิ้งความฝันบางอย่างไว้ข้างหลังด้วย" อิกอร์ เล่าย้อนหลัง
"ผมเริ่มทำงานที่ตลาดนัดด้วยการแบกผลไม้ ผมยังเคยทำงานเป็นช่างก่ออิฐด้วย ผมมีงานหลายอย่างตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น มันคือการโฟกัสไปที่การสู้กับความจริงไปทีละข้อ ทีละข้อ และเมื่อเราเริ่มแก้ปัญหาได้เรื่อย ๆ คุณจะพบว่าเราสามารถเอาความฝันออกมาปัดฝุ่นเพื่อลองไล่ล่ามันดูอีกสักที และสำหรับผม คือการเป็นนักฟุตบอลนี่แหละ"
อิกอร์ ใช้เวลาเล่นกับทีมท้องถิ่นอย่าง เกรมิโอ โอซิเดนทัล และ เวเร่ อยู่ 3-4 ปี การเริ่มต้นฝึกฝนฟุตบอลจริงจังตอนอายุ 14-15 ปี ของเขาถือว่าล่าช้ากว่าเด็กคนอื่น ๆ และเขาก็เข้าใจข้อเสียเปรียบตรงนี้ดี ซึ่งเขาเปลี่ยนมันให้กลายเป็นแรงผลักดัน เอาไว้คอยบอกตัวเองเสมอว่าต้องซ้อมให้หนัก และ มากกว่า คนอื่น ๆ เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่เสียไป
"ชีวิตในวัยเด็กของผมส่งผลต่อสไตล์การเล่นของผมโดยที่ผมไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่นการวิ่ง ปกติตอนที่ต้องทำงาน ผมต้องเดินหรือวิ่งเป็นระยะ 10 หรือ 15 กิโลเมตรตลอด ดังนั้นพอมาเล่นฟุตบอลผมจึงทำได้สบาย ๆ"
"ผมพยายามคิดเสมอว่า ทุกครั้งที่ผมตื่นนอน ไปฝึกซ้อม หรือไปลงแข่งขัน ปลายทางของความทุ่มเทคือการได้ไปเล่นในพรีเมียร์ลีก และทำมันให้ได้ด้วยระยะเวลาที่สั้นที่สุด นั่นคือเป้าหมายที่ผมตั้งไว้กับตัวเองเสมอมา"
การฝันไปถึงพรีเมียร์ลีกดูจะเป็นอะไรที่ตลกสำหรับคนอื่น ๆ เพราะ อิกอร์ ไม่ใช่เด็กแถวหน้า ไม่ใช่นักเตะระดับพรสวรรค์ ไม่ได้โตมากับอะคาเดมีทีมดัง ดังนั้นหลายคนจึงบอกว่า แค่เขาได้เป็นนักเตะอาชีพและเล่นในบราซิลก็เหลือเชื่อแล้ว ... ซึ่งคำปรามาสนี้นี่แหละ ที่เป็นแรงผลักดันอย่างดี
3 ปีกระโดดสู่ยุโรป
"หลายคนไม่คิดว่าผมจะทำได้อย่างที่พูดหรอกในตอนแรก ผมเองก็ยิ่งอยากพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่าคิดผิด เพราะผมเชื่อมั่นในตัวเองเสมอ นอกจากนี้ผมยังมีแรงถีบจากความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตของครอบครัว และช่วยเหลือพวกเขา ให้ทุกคนกลับมามีชีวิตที่ดีอีกครั้ง อย่างน้อยก็ทำให้พวกเขาได้กินอิ่มนอนอุ่น นั่นก็เป็นที่น่าดีใจ ... มีแต่ตัวเองและครอบครัวเท่านั้น ที่ผมแคร์" อิกอร์ กล่าว

อิกอร์ ติอาโก้ ไม่เคยเป็นนักเตะบราซิลในภาพจำ เขาไม่ใช่ตัวเลี้ยงบอลพลิ้วไหว ไม่ใช่จอมเทคนิคที่หลอกคู่แข่งหัวทิ่ม แต่ฟุตบอลแบบฉบับแรงงานของเขา คือการวิ่ง เบียด ปะทะ และท้าชนกับกองหลังแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน เรียกง่าย ๆ ว่าถ้าไม่เร็วพอที่จะหลบหลีก คุณก็ปะทะพวกเขาแบบตรง ๆ ไปเลย
วิธีนี้ค่อนข้างเวิร์กกับตำแหน่งกองหน้าหมายเลข 9 ในสไตล์ที่เป็นตัวพัก-เชื่อมบอล และคอยเข้าฮอร์สจบสกอร์ ฝีเท้าของเขาเข้าตาจนได้สัญญาอาชีพครั้งแรกตอนอายุ 18 ปี กับสโมสร ครูไซโร่ ซึ่งที่นั่นเองเป็นสปริงบอร์ดที่ทำให้เขาได้ไปเล่นในยุโรปแบบไวกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ
อิกอร์ ติอาโก้ ทำประตูได้ 10 ประตูจาก 64 นัดในทุกรายการให้กับ ครูไซโร่ เขาถูกขายให้กับสโมสร ลูโดโกเร็ตส์ ราซกราด ในบัลแกเรียเมื่อเดือนมีนาคม 2022 ซึ่งช่วงนั้นเขาต้องเริ่มเล่นกับทีม B ที่อยู่ลีกดิวิชั่น 2 ของบัลแกเรีย เพื่อปรับตัว นั่นหมายความว่า 3 ปีที่แล้ว เขายังอยู่ ณ จุดนั้นอยู่เลย ใครจะเชื่อว่าเขาจะเป็นกองหน้าตัวท็อปในพรีเมียร์ลีกได้ ณ ตอนนี้?

"มันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตเลยตอนที่ย้ายไปบัลแกเรีย ผู้คนค่อนข้างเย็นชาและไม่เป็นมิตรกับพวกเราเหมือนในบราซิล นั่นเป็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่สำคัญมาก"
"แต่มันก็เป็นโอกาสในการเรียนรู้สำหรับผม เป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง ภาษาที่แตกต่าง มันยาก แต่ก็สำคัญมากสำหรับผมเช่นกัน ในวันที่ผมรู้สึกว่าตัวเองพยายามอย่างหนักเพื่อผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปให้ได้"
ติอาโก้ ทำได้ 15 ประตูจากการลงเล่น 32 นัดในลีกให้กับ ลูโดโกเร็ตส์ คว้าแชมป์ฤดูกาล 2022-23 รวมเป็นแชมป์ลีกบัลแกเรีย 2 สมัย ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม คลับ บรูจจ์ ในเบลเยียม ทำประตูได้ 18 ประตูจาก 34 นัดในลีกฤดูกาล 2023-24 คว้าแชมป์ลีก พร้อมรับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก หลังจากทำไป 7 ประตู ช่วยให้ คลับ บรูจจ์ ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ และจากนั้นประตูสู่พรีเมียร์ลีกก็เปิดต้อนรับเขา
การเดิมพันในนักเตะที่โลกมองข้าม
เบรนท์ฟอร์ด คือทีมเล็ก ๆ ในพรีเมียร์ลีกที่มีมาตรฐานการทำงานหลังบ้านอย่างดีเยี่ยม พวกเขาเริ่มต้นการสร้างทีมตั้งแต่สมัยอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ และเริ่มใช้ระบบค้นหานักเตะจากดาต้า และเลือกนักเตะที่เหมาะสมทั้งในเชิงสถิติและคาแรกเตอร์
นั่นจึงทำให้พวกเขาทำกำไรกับการหยิบนักเตะโนเนมมาปั้นขายได้หลายคน ไล่ตั้งแต่ นีล โมเปย์, โอลลี่ วัตกิ้นส์, ไบรอัน เอ็มเบอโม่, ไอแวน โทนี่ย์, โยอัน วิสซ่า และอีกหลายคนที่ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งเครดิตต้องยกให้กับทีมสรรหาของพวกเขา ซึ่งเป็นทีมนี้แหละที่เจอกับ อิกอร์ และพยายามคว้าตัวมาร่วมทีมให้ได้ในซัมเมอร์ปี 2024

"ทีมงานสรรหาผู้เล่นของสโมสร สมควรได้รับคำชมอย่างมากสำหรับประเภทของผู้เล่นที่พวกเขาดึงเข้ามา รวมถึงบุคลิกภาพ ฝีเท้า และคาแรกเตอร์ของพวกเขา มันน่าประทับใจจริง ๆ เขาเป็นคนพิเศษจริง ๆ ที่ปรับตัวเข้ากับชีวิตได้ดีมาก ๆ โดยเฉพาะกับ อิกอร์ ติอาโก้ นี่คือนักเตะที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยตัวเอง เขาต้องสร้างเส้นทางนี้ขึ้นมาด้วยความพยายามและทำงานหนัก" นี่คือสิ่งที่ คีธ แอนดรูวส์ กุนซือคนปัจจุบัน พูดถึงการค้นพบ อิกอร์ ที่เป็นดาวซัลโวของทีมในเวลานี้
อิกอร์ ถูกซื้อมาด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ เพื่อเข้ามาแทนที่ โทนี่ย์ ที่ย้ายไปค้าแข้งในลีกซาอุดีอาระเบีย แต่ปีแรกคือปีที่หลายคนมองว่าเขาคือการซื้อตัวที่ผิดพลาด เพราะ อิกอร์ ได้ลงเล่นน้อยมาก แถมยังยิงประตูไม่ได้เลย ทั้ง ๆ ที่เพื่อนร่วมทีมของเขายิงประตูรวมทั้งซีซั่นได้ถึง 66 ประตูในฤดูกาล 2024-25 แต่อย่างน้อยด้วยทัศนคติที่ดี เขาก็ยังยิ้มได้ และมองว่าให้ 1 ปีที่ผ่านไป เป็นปีของการเรียนรู้ เพื่อจะได้ก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นในอนาคต
แล้ววันนั้นก็มาถึงในฤดูกาล 2025-26 เอ็มเบอโม่ ย้ายไป แมนฯ ยูไนเต็ด, วิสซ่า ย้ายไป นิวคาสเซิล มันเป็นภาคบังคับที่กองหน้าราคา 30 ล้านปอนด์ จะต้องขึ้นมาเป็นผู้แบกความหวังในการยิงประตูสูงสุดของทีมแทนที่ ... และ 1 ปีที่นั่งดู มันเปลี่ยนให้เขาเข้าใจฟุตบอลอังกฤษ และฟุตบอลของ เบรนท์ฟอร์ด ได้มากขึ้นจริง ๆ
"ฤดูกาล 2024-25 เป็นฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ครั้งใหญ่สำหรับผม ในการเรียนรู้เกี่ยวกับร่างกายของตัวเองและปฏิกิริยาต่าง ๆ มันเป็นฤดูกาลที่ยากลำบากในแง่ของการไม่ได้ลงเล่น แต่ก็เป็นฤดูกาลที่ดีสำหรับการเรียนรู้ว่า ร่างกายของผมต้องทำงานอย่างไรในลีกที่เข้มข้นแบบนี้"
"หลายคนบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าฟุตบอลอังกฤษจะยาก แต่พูดตรง ๆ เมื่อผ่านมันมาได้แล้ว ผมกลับคิดว่ามันง่ายกว่าที่คิดนะ" อิกอร์ เล่าถึงฤดูกาล 2025-26 ที่เขากำลังร้อนแรงสุด ๆ ด้วยการยิงในลีกไปแล้วถึง 16 ประตู เป็นรองเพียง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ คนเดียวเท่านั้น

หากจะให้อธิบายวิธีการเล่นและเหตุผลที่ทำให้เขายิงได้มากขนาดนี้ ก็คงต้องฟังจากปากกุนซืออย่าง แอนดรูวส์ ซึ่งคำตอบที่เขาพูดอยู่เสมอก็คือ สิ่งที่ไว้ใจได้เสมอจาก อิกอร์ คือคาแรกเตอร์ และการเป็นกองหน้าที่คอยสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นได้ดีมาก
"ร่างกายที่แข็งแกร่ง และคาแรกเตอร์ที่ดุดันของ อิกอร์ ช่วยเกมรุกของเราได้มาก เขาเป็นคนที่ไม่ลังเลที่จะเริ่มวิ่งไล่บอลใส่คู่แข่งในระยะทำการของตัวเอง เขาคือตัวน่ารำคาญสำหรับฝั่งตรงข้าม เพราะเขาจะจ้องแย่งบอล และปะทะใส่คุณอยู่เสมอ เขาทำให้เกมรุกของเราดุดัน และสร้างพื้นที่ รวมถึงจังหวะมากมายให้นักเตะคนอื่น ๆ ได้ขึ้นมามีบทบาทในเกมรุกของเราในปีนี้"
อิกอร์ ขยันซ้อม พัฒนาการยืนตำแหน่ง การจบสกอร์ การอ่านเกมในลีกที่โหดที่สุดในโลก และเมื่อประตูแรกมา ประตูต่อ ๆ มาก็เริ่มตามมาอย่างไม่หยุดยั้ง
สิ่งที่น่าสนใจคือ สำหรับ อิกอร์ เขาจะเป็น One Season Wonder หรือเป็นตัวแสบในระยะยาวสำหรับกองหลังทุกคนในพรีเมียร์ลีก ... ด้วยวัย 24 ปี เส้นทางและอนาคตของดาวยิงชาวบราซิลรายนี้ น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง
แหล่งอ้างอิง
https://www.reddit.com/r/soccer/comments/1q6u2k2/keith_andrews_on_igor_thiago_the_recruitment_team/?rdt=59718
https://www.theguardian.com/football/who-scored-blog/2025/nov/13/igor-thiago-bricklaying-brugge-brentford-brazil-premier-league
https://www.brentfordfc.com/en/news/article/the-long-read-igor-thiago-brazil-extended-interview
https://www.premierleague.com/en/news/4048755