
เลียม โรซีเนียร์ ไม่ใช่นักเตะดัง และไม่ใช่โค้ชเบอร์ใหญ่ที่มีความสำเร็จการันตีเลย ดังนั้น มันจึงเป็นเครื่องหมายคำถามขึ้นมาว่า ทำไมเขาจึงกลายเป็น "เฮดโค้ชคนใหม่" ของ เชลซี หลังแยกทางกับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า
นี่คือเรื่องราว แนวคิดการทำทีม และวิธีการวางตัวในการปกครองคนของเขา ... มันอาจจะทำให้คุณรู้จักกุนซือใหม่ของสิงห์บลูส์มากขึ้น
ติดตามกับ Main Stand
นักเตะ และโค้ชที่ไร้แต้มต่อ
อย่างทีได้กล่าวไว้ข้างต้น เลียม โรซีเนียร์ ไม่ได้เป็นชื่อที่ฝากฝังอะไรไว้มากมายกับฟุตบอลอังกฤษ เรื่องราวของเขาเป็นไปในทิศทางของแข้งนักสู้ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ระหว่างลีกสูงสุด กับลีกรอง เป็นนักเตะที่คนอาจจะพอจำชื่อได้ แต่ก็จำหน้าตา คาแร็กเตอร์ หรือวิธีการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ได้
หลังจากลงเล่นให้กับหลายทีมในตำแหน่งฟูลแบ็กทั้ง 2 ฝั่ง กับ บริสตอล ซิตี้, ฟูแล่ม, เรดดิ้ง, ฮัลล์ ซิตี้ และ ไบรท์ตัน เลียม โรซีเนียร์ ก็แขวนสตั๊ดในปี 2018 ด้วยวัย 34 ปี

โรซีเนียร์ เริ่มเรียนโค้ชมาตั้งแต่ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดมา 2 ปี และได้รับใบอนุญาตตั้งแต่อายุ 32 ปีแล้ว มันทำให้เขาได้รับตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชทีมชุด U23 ของ ไบรท์ตัน พร้อมทั้งรับงานนักวิเคราะห์เกมของช่อง Sky Sports ด้วย
และถึงแม้จะเป็นนักวิเคราะห์ งานของเขาส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นงานเกี่ยวกับลีกรองมากกว่า อาจจะเพราะด้วยชื่อเสียงสมัยเป็นนักเตะที่ไม่มากพอ หรือไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์ตัวแม่เหล็กเหมือนกับ เจมี่ คาร์ราเกอร์, แกรี่ เนวิลล์ หรือคนอื่น ๆ ซึ่งนั่นทำให้อาชีพนักวิเคราะห์ของเขาไม่ได้ยืดยาวนัก แต่อย่างน้อยที่สุด คำพูดของเขาในรายการโทรทัศน์ก็ยังถูกใจ ฟิลลิป โคคู ตำนานนักเตะดัตช์ที่ได้รับงานคุมทีม ดาร์บี้ เมื่อปี 2019 ซึ่ง โคคู เป็นคนคุยกับ โรซีเนียร์ และขอให้เขาเข้ามาเป็นสตาฟฟ์ทีมชุดใหญ่ของ "แกะเขาเหล็ก" ... ซึ่งตรงนี้แหละคือจุดเริ่มต้นเส้นทางโค้ช ที่ส่งเขาขึ้นที่สูงด้วยการเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ของ เชลซี
โรซีเนียร์ เป็นโค้ชที่พูดตรง ลงมือทำ และทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ นี่คือคำชมจาก โคคู ที่บอกว่า โรซีเนียร์ ช่วยเขาได้มาก ถึงแม้จะไม่ใช่คนที่พูดเยอะ แต่เวลาขอคำปรึกษา และให้เขาแสดงมุมมองอะไร โรซีเนียร์ มักจะเป็นคนที่ไม่พูดออกมาทันที แต่มักจะเอาข้อมูลต่าง ๆ ออกมาอ้างอิง เพื่ออธิบายให้เขาเห็นภาพ ดังนั้นแม้ตำแหน่งของเขาจะเป็นแค่ทีมสตาฟฟ์ แต่ในทางปฎิบัติ โรซีเนียร์ เปรียบเหมือนมือขวาของ โคคู เลยด้วยซ้ำ
ทว่าช่วงเวลาการทำงานของทั้งคู่สั้นมาก โคคู โดนไล่ออกจากผลงานย่ำแย่หลังคุมทีมได้ 1 ปีกว่า ๆ ตำแหน่งนายใหญ่ถูกส่งไปให้ เวย์น รูนี่ย์ ที่รับตำแหน่ง "ผู้เล่น-ผู้จัดการทีม" ซึ่งคนที่เป็นมือขวาเขา และเป็นคนที่เขาเลือกมาเองก็คือ เลียม โรซีเนียร์ นี่แหละ

ทั้งสองคนทำงานร่วมกัน และใช้เวลาร่วมกันนอกสนามเยอะมาก เพราะต่างคนก็ต่างใหม่ทั้งคู่สำหรับงานนี้ โรซีเนียร์ เล่าว่าเขาได้รับบทเรียนที่เป็นประสบการณ์ตรงเยอะมาก และมันทำให้เขาอยากเป็นเฮดโค้ชด้วยตัวเองในสักวัน
"ถ้าไม่มีประสบการณ์ร่วมกับเวย์น ผมไม่คิดว่าผมจะเป็นผู้จัดการทีมอย่างที่เป็นอยู่ในวันนี้" โรซีเนียร์ กล่าว
"ช่วงที่ร่วมมือกับ เวย์น ผมได้เจอและได้เห็นเขาทำงานเกี่ยวกับการจัดการความกดดัน การบริหารคน และความเป็นคนที่อ่านเกมและสถานการณ์ได้ดี ผมฟังเรื่องที่เขาได้บทเรียนมาจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มันทำให้ผมตาเป็นประกาย และอยากจะเดินไปบนเส้นทางนี้เพื่อพิสูจน์ตัวเองบ้าง"
เมื่อย้อนมองไปในตอนนั้น แทบไม่มีใครจินตนาการออกว่า โค้ชหนุ่มจากทีมเล็ก ๆ ในอังกฤษ จะกลายเป็นเฮดโค้ช เชลซี ในอีกไม่กี่ปี แต่ โรซีเนียร์ ก็พลิกชะตาได้ ด้วยการทำงานหนัก และสไตล์ที่สะท้อนตัวตนของเขาเองในเวลาต่อมา
ไฟแรง ฉะฉาน ทะเยอทะยาน
จุดเปลี่ยนแรกของ โรซีเนียร์ เกิดขึ้นที่ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในปี 2022 ที่สโมสรเต็มไปด้วยปัญหานอกสนาม เขาได้รับการดันขึ้นมารับหน้าที่ ผู้จัดการทีมชั่วคราว หลัง เวย์น รูนี่ย์ อำลาทีม แม้สถานการณ์จะเลวร้าย แต่สิ่งที่คนในวงการเห็นตรงกันคือ "ทีมของ โรซีเนียร์ มีโครงสร้าง มีแนวคิด และมีคาแร็กเตอร์ของทีมที่ไม่ยอมแพ้" นี่คือตัวอย่างคำพูดที่ออกมาจากปากของกุนซือมือเก๋าประจำลีกแชมเปี้ยนชิพอย่าง คริส ไวล์เดอร์ ที่พูดถึงการทำทีมของ โรซีเนียร์

กับ ดาร์บี้ แม้จะเป็นงานกุนซือชั่วคราว แต่มันก็ทำให้เขาได้รับงานคุมทีมเต็มตัวครั้งแรกกับสโมสรเก่าที่เขาเคยค้าแข้งอย่าง ฮัลล์ ซิตี้ ก่อนที่จะเริ่มสร้างฟุตบอลในสไตล์ของเขาอย่างจริงจังที่นั่น ด้วยอัตลักษณ์ที่ชัดเจน ประกอบด้วย การเปลี่ยนทีมที่เคยเป็นฟุตบอลโบราณ กลับมาเล่นฟุตบอลที่เน้นการครอบครองบอล กล้าไล่เพรสซิ่งสูง และที่สำคัญคือแม้จะมีงบไม่มาก แต่ โรซีเนียร์ ก็พร้อมจะใช้งานนักเตะอายุน้อยลงสนาม ด้วยการใช้โครงของระบบทีมเป็นหลัก
แม้สุดท้ายจะพาทีมจบอันดับ 7 พลาดพื้นที่เพลย์ออฟแบบเฉียดฉิว แต่หลายเสียงมองตรงกันว่า ฮัลล์ กลายเป็นทีมที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมที่สุดในซีซั่น 2022-23 สื่ออย่าง The Guardian ยังถึงขั้นรีวิวสรุปผลงานของ ฮัลล์ ในซีซั่นดังกล่าวว่า
"ฮัลล์ เล่นฟุตบอลที่ดีเกินอันดับในตาราง ถ้า ฮัลล์ มีงบมากกว่านี้ โรซีเนียร์ คงพาทีมขึ้นพรีเมียร์ลีกไปแล้ว"
และนั่นเอง คือเหตุผลที่ สทราส์บูร์ก ภายใต้เครือ BlueCo เจ้าของเดียวกับ เชลซี เลือกเขา สาเหตุหลัก ๆ ไม่ใช่เพราะชื่อเสียง แต่เพราะแนวคิด และ ความทะเยอทะยาน พวกเขาเห็นโค้ชที่พร้อมเติบโตไปพร้อมสโมสร แม้ โรซีเนียร์ จะมีข้อจำกัดมากมาย ไม่เว้นแม้กระทั่งการไปคุมทีมในฝรั่งเศส โดยที่เขาไม่สามารถพูดภาษาฝรั่งเศสได้เลย
ทันทีที่การเซ็นสัญญาลุล่วง มีรายงานว่าเขารีบสมัครเรียนคอร์สภาษาฝรั่งเศสทันที เท่านั้นยังไม่พอ เขาได้ตาม คาลิฟา ซิสเซ่ อดีตเพื่อนร่วมทีมชาวเซเนกัลสมัยเล่นให้ เรดดิ้ง (แถมเคยเล่นในไทยลีก) เข้ามาทำหน้าที่เป็นล่ามส่วนตัว

มีการเปิดเผยข้อมูลหลังจาก โรซีเนียร์ รับงานว่า เขาได้เปลี่ยนบรรยากาศในห้องแต่งตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว นักเตะในทีมประทับใจเขามาก และกลุ่มบอร์ดบริหารที่มาจาก BlueCo ก็ได้รับข่าวเชิงบวกแบบนั้น ซึ่งไม่แปลกเลยที่เรื่องจะต้องได้รับรายงานไปยัง เชลซี สโมสรพาร์ทเนอร์ ที่ถือเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่ม BlueCo
"กลุ่ม BlueCo ได้รับการรายงานว่า โรซีเนียร์ อาจจะใหม่ แต่มีศักยภาพที่จะพัฒนาได้อีกมาก เพราะเป็นคนฉลาด มีไหวพริบ และทะเยอทะยาน เป็นคนที่พูดน้อย แต่ทุกครั้งที่พูดมักจะสร้างสถานการณ์เชิงบวก และสร้างพลังให้กับคนฟังได้" คาร์ล อังก้า จาก The Athletic ผู้สัมภาษณ์ โรซีเนียร์ ได้สรุปการเริ่มต้นงานในฝรั่งเศสของเขา ที่กำลังจะเป็นสปริงบอร์ดสำคัญในฐานะโค้ชชาวอังกฤษยุคใหม่คนต่อไป
เกิดอะไรขึ้นที่ สทราส์บูร์ก ?
การทำงานที่ สทราส์บูร์ก คือบทพิสูจน์ที่แท้จริงว่า เลียม โรซีเนียร์ ไม่ได้เป็นแค่ "โค้ชอังกฤษที่โชคดี" แต่ความละเอียดและทุ่มเทของเขานี่แหละที่ทำให้เขามีข่าวพัวพันกับทีมใหญ่กว่า สทราส์บูร์ก อยู่เสมอ โดยเฉพาะทีมจากอังกฤษ

ในเชิงของแท็กติกและวิธีการ โรซีเนียร์ ใช้ระบบที่ยืดหยุ่น ลื่นไหล โดยมักจะเปลี่ยนเป็น 3-2-5 ตอนครองบอล และ 4-3-3 ตอนตั้งรับ พร้อมการเพรสซิ่งสูง แม้จะมีการปรับเปลี่ยนตามคู่แข่งก็ตาม ขณะที่การคุมห้องแต่งตัวกับนักเตะที่ต่างภาษาต่างวัฒนธรรมนั้น โรซีเนียร์ ก็ใช้การเว้นระยะได้ดี โดยคนที่ยืนยันเรื่องนี้คือ อังเดรย์ ซานโต๊ส กองกลางของ เชลซี ที่เคยยืมตัวมาเล่นที่ สทราส์บูร์ก เมื่อฤดูกาล 2024-25
ซานโต๊ส ชื่นชม โรซีเนียร์ ว่า "นี่คือโค้ชที่เข้าใจนักเตะในทีมเป็นอย่างดี และรู้จักวิธีใช้งานจนพวกเราหลายคนพัฒนาขึ้นมาได้ภายใต้การจัดการของเขา"
สัญญาณนี้ถูกส่งต่อไปยังกลุ่ม BlueCo อีกครั้ง และยิ่ง โรนีเซียร์ ทำงาน ภาพของเขาก็ชัดเจนขึ้น ด้วยความเป็นคนที่เข้าใจสื่อ สื่อสารเก่ง และคุ้นเคยกับความซับซ้อนของโครงสร้างการบริหารแบบหลายสโมสรของ BlueCo อยู่แล้ว โรซีเนียร์จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ เชลซี คณะกรรมการของสโมสรจากลอนดอน ยังคาดหวังให้เขาหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นที่เป็นประเด็นอ่อนไหว
นอกจากนี้ โค้ชชาวอังกฤษยังคุ้นเคยกับขุมกำลังของเชลซีเป็นอย่างดี โดย อันเดรย์ ซานโต๊ส ทำผลงานแจ้งเกิดภายใต้การคุมทีมของเขาในช่วงยืมตัวกับ สทราส์บูร์ก เมื่อฤดูกาล 2024-25 ขณะที่กองหน้าชาวดัตช์ของทีมอย่าง เอ็มมานูเอล เอเมก้า ก็จะย้ายมาเชลซีในช่วงซัมเมอร์ปี 2026 ที่จะถึงนี้ ยิ่งทำให้ชื่อของ โรซีเนียร์ เป็นที่พูดถึง
เลียม โรซีเนียร์ จะกลายเป็นผู้จัดการทีมผิวดำถาวรคนที่ 10 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ซึ่งปัจจุบันมีเพียง นูโน่ เอสปิริโต ซานโต ของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เท่านั้นที่ยังทำงานอยู่ ในฐานะที่ เลียม โรซีเนียร์ เป็นลูกชายของ ลีรอย โรซีเนียร์ อดีตกองหน้าของ ฟูแล่ม, ควีนส์พาร์ก เรนเจอร์ส และ เวสต์แฮม ซึ่งภายหลังได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE จากผลงานรณรงค์ต่อต้านการเหยียดผิว เขาผ่านประสบการณ์เรื่องนี้กับพ่อมาตั้งแต่เด็ก และเชื่อว่า ตนเองสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรต่าง ๆ ได้ ผ่านความมุ่งมั่น และทัศนคติในการทำงานที่ถูกต้องเหมือนกับพ่อของเขา
"ผมจะอยู่กับพ่อขณะเขาเตรียมทีมทอล์ก อยู่ในห้องแต่งตัวตอนเขาพูด และอยู่ข้างสนามระหว่างเกม" เขาอธิบายในปี 2022
"คุณจะเห็นภาพเก่า ๆ ของ ไบรอัน คลัฟ บนม้านั่งกับลูกชายของเขา ไนเจล มันก็ไม่ต่างจากผม ผมตะโกนสั่งนักเตะจากข้างสนามตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ฟุตบอลมันอยู่ในสายเลือดผมมาโดยตลอด และผมอยากแสดงมันออกมาให้ใครหลาย ๆ คนได้เห็นในสักวันหนึ่ง"

จากโค้ชไร้แต้มต่อ เลียม โรซีเนียร์ อาจไม่ใช่ชื่อที่แฟน เชลซี ฝันถึงในวันแรก แต่หากมองจากไฟแรง ความฉะฉาน และความทะเยอทะยาน เขาอาจเป็นชื่อที่เหมาะกับยุคใหม่ของ เชลซี ภายใต้การบริหารที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเช่นนี้
ที่เหลือก็คือการพิสูจน์ตัวเองว่า เมื่อได้งานแล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่เคยทำในอดีตของเขาจะมาต่อยอด เชลซี ที่ เอ็นโซ่ มาเรสก้า สร้างไว้ได้แค่ไหน และในข้อจำกัดที่กุนซือทีม เชลซี ได้รับ สิ่งเหล่านี้จะบั่นทอนโค้ชไฟแรงอย่างเขาหรือไม่ ? ... นี่คือสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง
แหล่งอ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Liam_Rosenior
https://www.theguardian.com/football/2026/jan/01/liam-rosenior-profile-chelsea-new-manager-enzo-maresca
https://www.nytimes.com/athletic/6943306/2026/01/05/liam-rosenior-strasbourg-travel-chelsea-head-coach/
https://www.nytimes.com/athletic/6934475/2026/01/04/liam-rosenior-chelsea-manager-news/