News

สมาคมฟุตบอลฮ่องกง ขอรัฐบาลให้เลิกใช้มาตรการบังคับนักเตะสวมหน้ากากอนามัยทั้งตอนซ้อมและแข่ง ชี้เป็นผลเสียต่อร่างกายและศักยภาพของนักเตะ

แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในฮ่องกงจะลดลง และรัฐบาลอนุมัติให้การแข่งขันกีฬากลับมาแข่งกันได้ แต่ยังคงมาตรการบังคับให้นักฟุตบอลสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไม่ว่าจะตอนซ้อม หรือ ตอนแข่งขัน

 


เรื่องนี้สร้างความคับข้องใจกันทุกภาคส่วน แม้กระทั่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของสมาคม ที่มีบทบาทในสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ AFC อย่าง ดร.แพทริก ยุง ยังไม่เข้าใจในกระบวนความคิดของรัฐบาล พร้อมกับยืนยันว่า นับตั้งแต่ทั่วโลกต้องพบเจอกับโควิด-19 โดยเฉพาะในระลอกที่ 2 ไม่มีผลวิจัยไหนที่ชี้เลยว่า การเตะฟุตบอลจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

"ฟุตบอลเป็นกีฬาที่เล่นกันกลางแจ้ง ฉะนั้น มันไม่มีทางเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ไม่มีผลวิจัยไหนที่ระบุด้วยว่าการเตะฟุตบอล หรือ การเข้าปะทะช่วยเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น"

พร้อมกันนั้น ทางสมาคม ยังมีการหยิบยกผลวิจัยจากทั่วโลก หนึ่งในนั้นคืองานวิจัยของมหาวิทยาลัยซาร์ลันด์ ประเทศเยอรมนี ที่เอาการซ้อมฟุตบอลจากรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก , ยูโรป้า ลีก , พรีเมียร์ลีก , บุนเดสลีกา , ลาลีกา และ กัลโช่ เซเรีย อา จำนวน 1,247 แมตช์ ในช่วงเดือน ส.ค. ปี2020 - มี.ค. 2021 พบว่า มีนักเตะเพียง 104 คนเท่านั้นที่ติดเชื้อโควิด-19 หลังจากฝึกซ้อมเสร็จ

ดร.แพทริก ยังสนับสนุนทางสมาคมอีกว่า การจะให้นักเตะใส่หน้ากากอนามัยเล่นกีฬาที่ใช้พละกำลังมากๆ อย่างฟุตบอล หรือ รักบี้ เป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายมากกว่า เพราะประสิทธิภาพของนักกีฬาจะลดลง และ อาจส่งผลถึงการเป็นลม หรือ วูบล้ม ซึ่งจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บอื่นๆมาตามมาได้อีก รวมถึง การใส่หน้ากากอนามัยเตะฟุตบอล ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพของหน้ากากดีขึ้นด้วย เพราะเมื่อหน้ากากอนามัยโดนเหงื่อ ก็จะทำหน้าที่ป้องกันไวรัสได้น้อยลง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่ได้มีการตอบกลับข้อเรียกร้องของสมาคมแต่อย่างใด ซึ่งทางสมาคมฟุตบอลฮ่องกงก็ยืนยันว่า หากยังมีข้อบังคับดังกล่าว พวกเขาอาจจะไม่สามารถเปิดลีกการแข่งขัน ที่ตามกำหนดเดิมจะเกิดขึ้นในเดือนหน้าได้ เนื่องจากกังวลเรื่องสภาพร่างกายของนักเตะ

 

ที่มา : 

https://www.scmp.com/.../catch-covid-19-playing-football...

Author

กุลญา กระจ่างกุล

นักข่าวสาวเสียงอีสาน โปรดปรานกีฬาม่วนๆ ชอบชวนคุ้ยป่น ไม่อดทนเผด็จการ

Graphic

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1