
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา "Run Club" กลายเป็นหนึ่งในคอมมูนิตี้ที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ หนึ่งในนั้นคือ "ประเทศไทย" จากการรวมตัวกันเพื่อวิ่งออกกำลังกาย ที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องของการวิ่ง แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ผู้คนได้พบปะ ทำความรู้จัก และสร้างความสัมพันธ์ใหม่
ระหว่างที่ทีมข่าว MAIN STAND เดินทางมาทำข่าวการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่าแล้ว Run Club ในญี่ปุ่นเป็นอย่างไร ?

กลุ่ม Run Club ที่ทีมข่าว MAIN STAND เลือกมาติดตามในครั้งนี้ มีชื่อว่า Urban Miles คอมมูนิตี้ที่รวมผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ มาวิ่งไปตามถนนและพื้นที่ต่าง ๆ ในเมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ
ส่วนใหญ่พวกเขาจะนัดรวมตัวกันในช่วง 19.30 น. หลังเลิกงาน ก่อนออกวิ่งแบบ City Run ไปด้วยกันในเมือง แต่จะไม่ได้มีการวิ่งทุกวัน ซึ่งคนจัดงานจะนัดไปครั้งคราว

สองคนนี้คือ "ฮารุกิ ยามาโมริ" และ "มิว ฮายาชิ" คู่รักชาวญี่ปุ่น ผู้สร้าง Urban Miles คอมมูนิตี้ Run Club ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจอยากเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันผ่านการวิ่ง
จุดเริ่มต้นมาจาก "ฮารุกิ" ที่ชื่นชอบการเดินทางแบบแบ็กแพ็กเกอร์ และพบว่าความทรงจำที่ดีที่สุดจากการเดินทางไปต่างประเทศ คือการได้พบปะและพูดคุยกับคนท้องถิ่น จึงอยากสร้างพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ได้มีโอกาสพบปะและทำความรู้จักกับคนท้องถิ่นผ่านการวิ่ง
นอกจากนี้ อีกหนึ่งแรงบันดาลใจของ "ฮารุกิ" ยังมาจาก Run Club แห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่เขาชื่นชอบทั้งเรื่องสไตล์และการนำเอกลักษณ์ของตัวเองออกมาใช้ จนทำให้เกิดความคิดว่าอยากสร้าง Run Club ในแบบของตัวเองขึ้นมาบ้าง

จากจุดเริ่มต้นที่มีผู้เข้าร่วมเพียง 6 คน ปัจจุบันการนัดวิ่งของ Urban Miles แต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมราว 30 คน อย่างที่เห็นในภาพ และไม่ได้มีเพียงชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังมีชาวต่างชาติจากหลากหลายประเทศเข้ามาร่วมด้วย
การเติบโตของ Urban Miles เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ กระแสการวิ่งในญี่ปุ่นกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดย "ฮารุกิ" เล่าว่า "ในช่วงประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา ผู้คนเริ่มนำการวิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อออกกำลังกายและรีเฟรชตัวเองมากขึ้น"
"ฮารุกิ" ยังบอกว่า "คนญี่ปุ่นหลายคนเปรียบความรู้สึกจากการวิ่งว่า คล้ายกับการเข้าซาวน่า เพราะช่วยให้ได้รีเฟรชตัวเองจากชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน Run Club ในญี่ปุ่นก็เริ่มมีจำนวนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย"

หนึ่งในสิ่งที่เห็นได้ชัดจากการตาม Urban Miles ในครั้งนี้ คือพวกเขาไม่ได้วิ่งอยู่ภายในสวน แต่เลือกออกไปวิ่งแบบ City Run ตามทางเท้าและถนนสายต่าง ๆ ของเมืองนาโกยา
"ฮารุกิ" อธิบายว่า "ในญี่ปุ่นมีการวิ่งแบบ City Run กันค่อนข้างมาก เนื่องจากทางเท้ามีพื้นที่กว้างและเส้นทางเป็นระเบียบ จึงเอื้อต่อการวิ่งไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ในเมือง"
ส่วนเรื่องความปลอดภัย "ฮารุกิ" บอกว่า "ผู้คนค่อนข้างระมัดระวังและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ทำให้ตั้งแต่เริ่มจัด Urban Miles มา ยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุระหว่างการวิ่ง"

Urban Miles มีเส้นทางวิ่งหลักประมาณ 3 เส้นทาง ซึ่งในวันที่ทีมข่าว MAIN STAND มาติดตาม พวกเขาเริ่มต้นจาก สวนเมโจ ก่อนวิ่งผ่าน ปราสาทนาโกยา แลนด์มาร์กสำคัญของเมือง และมุ่งหน้าไปตามถนนสายต่าง ๆ ใจกลางนาโกยา
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของการวิ่งแบบ City Run เพราะตลอดเส้นทาง นักวิ่งไม่ได้เห็นเพียงถนนตรงหน้า แต่ยังได้สัมผัสบรรยากาศของเมือง ผ่านทั้งสถานที่สำคัญ ย่านต่าง ๆ และวิถีชีวิตของผู้คนระหว่างทาง

แม้ Urban Miles จะมีเส้นทางวิ่งอยู่ประมาณ 3 เส้นทาง และจุดเริ่มต้นในแต่ละครั้งอาจแตกต่างกัน แต่ปลายทางของพวกเขาจะมาจบที่ร้านคาเฟ่ในภาพ ซึ่งมีชื่อว่า YUBUNE COFFEE ในย่านซากาเอะ เมืองนาโกยา
หลังจากวิ่งเสร็จ ทุกคนจะเข้ามานั่งพักและสั่งเครื่องดื่มภายในร้าน ก่อนใช้เวลาร่วมกันต่อหลังจากการวิ่งในค่ำวันนั้น

นี่คือบรรยากาศภายในร้านหลังจากวิ่งเสร็จ นักวิ่งแต่ละคนจะสั่งเครื่องดื่ม ก่อนนั่งพูดคุยและแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันอย่างเป็นกันเอง
"ฮารุกิ" เล่าว่า "จากคนที่ไม่เคยรู้จักกัน หลายคนเริ่มสนิทกันผ่านการวิ่ง และความสัมพันธ์ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในวันที่มี Run Club เพราะในวันอื่น ๆ พวกเขายังมีการนัดกันไปกินข้าว ออกไปเที่ยว หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน"

ทั้งหมดนี้คือบรรยากาศของ Run Club รูปแบบหนึ่งในญี่ปุ่น ที่ทีมข่าว MAIN STAND ได้มีโอกาสเข้าไปติดตามตลอดหนึ่งค่ำคืน
สิ่งที่ได้เห็นคือ การวิ่งไม่ได้มีเพียงเรื่องของการออกกำลังกาย แต่ยังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตหลังเลิกงาน เป็นกิจกรรมที่พาผู้คนออกไปสัมผัสเมือง และเป็นพื้นที่ให้คนที่อาจไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ได้มาพบปะและสร้างความสัมพันธ์ผ่านสิ่งที่พวกเขาชื่นชอบเหมือนกัน
ดังนั้นนี่คืออีกหนึ่งบรรยากาศของวัฒนธรรมการวิ่งในญี่ปุ่น ที่เกิดขึ้นท่ามกลางเมืองนาโกยาในค่ำคืนธรรมดา ๆ