News

SEA GAMES 2025 : ความสำเร็จที่พร้อมต่อยอดสู่การเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาในอนาคต

มหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 ปิดฉากลงด้วยความยิ่งใหญ่ของทัพนักกีฬาไทย หลังจารึกประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นชาติที่คว้าเหรียญทองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยผลงาน 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 113 เหรียญทองแดง 

 


นอกจากความสำเร็จด้านผลงานในสนามที่จะได้รับการต่อยอดต่อไปในอนาคตแล้ว ยังมีความสำเร็จอีกมากมายที่เกิดขึ้น อันเป็นผลพวงจากการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยในครั้งนี้ ด้วยเช่นกัน

 

คนดูล้นตั้งแต่ต้นจนจบ 

ตลอดระยะเวลา 12 วันของการชิงชัยในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 แฟนกีฬาชาวไทยต่างให้ความสนใจกันอย่างคึกคัก 

นับตั้งแต่พิธีเปิดการแข่งขันที่ฝ่ายจัดดึงศิลปินซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทย มาร่วมโชว์สร้างสีสันผสมผสานกับความเป็นกีฬาได้อย่างลงตัว

โดยเฉพาะการแสดงของ “แบมแบม” กันต์พิมุกต์ ภูวกุล หรือ “BamBam GOT7” ที่มีแฟนคลับพาเหรดตามมาเชียร์กันล้นสนาม พร้อมช่วยจุดกระแสของซีเกมส์ให้คึกคักตั้งแต่วันแรก ก่อนส่งต่อถึงการแข่งขันกีฬาที่เปิดฉากไล่ล่าเหรียญรางวัลอย่างเป็นทางการต่อทันที 

สนามแข่งหลายสนามมีกองเชียร์แห่เข้าชมกันแน่นขนัด กีฬายอดนิยมอย่างฟุตบอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล ตะกร้อ ฯลฯ กองเชียร์ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า และมารอต่อแถว เพื่อเข้าชมเกมในสนาม

แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือหลายชนิดกีฬาแม้จะไม่ใช่กีฬายอดฮิตในไทย แต่กลับมีแฟน ๆ เข้าไปร่วมเชียร์และให้กำลังใจนักกีฬาอย่างแน่นขนัด ไม่ว่าจะเป็น เบสบอล ที่ฟีเวอร์เกินความคาดหมาย จนทำให้ “เสื้อเบสบอลทีมชาติไทย” กลายเป็นไอเทมยอดฮิตที่หลายคนตามหา

เช่นเดียวกับเอ็กซ์ตรีม สเก็ตบอร์ด และปีนหน้าผา ที่มีแฟนกีฬาเข้ามาเชียร์กันเต็มพื้นที่ เพราะบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน สนามแข่งขันที่ศูนย์กีฬา กกท. หัวหมาก เนรมิตรให้เป็นลานเอ็นเตอร์เทน จัดเต็มด้วยแสง สี เสียง พร้อมมีดีเจเปิดเพลงเพิ่มความคึกคักตลอดการแข่งขัน

เราจึงได้เห็นภาพของแฟนกีฬาทุกรุ่นทุกวัยที่มาร่วมเชียร์กีฬากันอย่างอบอุ่น หลายคนมากันเป็นครอบครัวพ่อ แม่ ลูก บางคนชวนเพื่อนฝูงมากันเป็นแก๊ง หรือบางคนก็พาแฟนมานั่งดูด้วยกัน

ซึ่งมีการเปิดเผยจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ว่าตลอดทัวร์นาเมนต์ มีแฟนกีฬาที่ลงทะเบียนในระบบและวอล์กอินเข้าสนามต่าง ๆ รวมแล้วกว่า 400,000 คนเลยทีเดียว

บรรยากาศทั้งหมดนี้เป็นเครื่องการันตีว่าคนไทยยังพร้อมเชียร์และซัปพอร์ตนักกีฬาอย่างเต็มที่ พร้อมยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็ก ๆ และเยาวชนรุ่นใหม่ ที่เข้ามาสัมผัสบรรยากาศในสนามได้เป็นอย่างดี 

ที่สำคัญยอดผู้ชมที่เดินทางมาเชียร์ในสนามนั้น ยังส่งผลถึงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยอีกด้วย

 

เงินสะพัดหมื่นล้าน

กระแสตอบรับอันล้นหลามของกองเชียร์ชาวไทยในซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นพลังสำคัญให้กับความสำเร็จของทัพนักกีฬาที่ลงแข่งขันแล้ว ยังส่งผลต่อภาพรวมของทั้งประเทศด้วยเช่นกัน

ดร.ก้องศักด เปิดเผยข้อมูลว่า การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งนี้ได้สร้างเม็ดเงินสะพัดให้กับประเทศไทยสูงถึง 14,000 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งมาจากมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกิดจากการแข่งขันโดยตรง และมูลค่าด้านอื่น ๆ ประกอบกัน ตั้งแต่ช่วงเริ่มเตรียมการก่อนการแข่งขันจนถึงจบทัวร์นาเมนต์

ตัวเลขดังกล่าวถือว่ามากที่สุดหากเทียบจากการจัดมหกรรมกีฬาอื่น ๆ ที่ผ่านมา โดยส่วนหนึ่งก็เพราะซีเกมส์ครั้งนี้มีการบรรจุกีฬาแข่งขันมากถึง 50 ชนิดกีฬา 

ทำให้มีนักกีฬา และเจ้าหน้าที่จากทั้ง 11 ชาติเข้าร่วมมากกว่า 12,000 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ติดตาม ครอบครัว แฟนกีฬาของแต่ละชาติ ตลอดจนนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมากที่เดินทางเข้ามาเชียร์นักกีฬาของชาติตัวเอง

ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในรูปแบบของสปอร์ตทัวริซึม ที่ช่วยกระตุ้นทั้งกีฬาและการท่องเที่ยว จนกลายเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศจำนวนมหาศาลทั้งในจังหวัดเจ้าภาพและจังหวัดใกล้เคียง

นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการจ้างงานเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง งานบริการ งานขนส่ง และงานกีฬา คาดว่าได้มีอัตราการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 14,000 อัตรา

ทั้งหมดนี้จึงนับเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับประเทศไทย ที่จะใช้ความสำเร็จเหล่านี้ ต่อยอดสู่การเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติครั้งต่อไปในอนาคต 

 

ต่อยอดสู่อนาคต

การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ได้สร้างประโยชน์ให้กับวงการการกีฬาไทยอย่างมากมาย ทั้งการพัฒนานักกีฬาและบุคลากร สร้างกระแสและแรงบันดาลใจแก่เยาวชน ตลอดจนช่วยกระตุ้นมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศในระดับหมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกันยังเป็นการวางรากฐานให้กับสนามแข่งขันต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน เนื่องจากก่อนการแข่งขัน การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของสนามแข่งขัน และสนามฝึกซ้อมกว่า 80 แห่ง รวมถึงจัดซื้ออุปกรณ์การแข่งขันใหม่ เพื่อให้ได้มาตรฐานสากล 

หลายสนามได้รับการปรับปรุงและเพิ่มเติมสิ่งความอำนวยความสะดวกจนได้มาตรฐาน อาทิ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่มีการปรับปรุงสนามหญ้า ลู่วิ่ง ห้องน้ำ ไปจนถึงระบบ CCTV 

สระว่ายน้ำ กกท. ที่มีการรีโนเวทครั้งใหญ่ มีการปรับปรุงตัวสระพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานใหม่แทบทั้งหมด เพื่อรองรับการแข่งขันว่ายน้ำ โปโลน้ำ ว่ายน้ำลีลา กระโดดน้ำ และว่ายน้ำมาสเตอร์ อย่างครบวงจร 

ไปจนถึงถึงสนามเอ็กซ์ตรีม ปีนหน้าผา และสเก็ตบอร์ด ที่มีการปรับปรุง และติดตั้งอุปกรณ์การแข่งขันใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับการจัดการแข่งขันให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญ หลังจบทัวร์นาเมนต์ยังมีแผนในการต่อยอดการใช้งานสนามเหล่านี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต ด้วยเช่นกัน

“สนามแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ถือเป็นภาพใหญ่ที่เราได้ปรับปรุงโครงสร้างจนได้มาตรฐานสากล ซึ่งในอนาคตต่อไป เราจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้  กกท. พร้อมผลักดันให้สมาคมกีฬาเดินหน้าจัดการแข่งขันรายการต่าง ๆ ทั้งในประเทศ และระดับนานาชาติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่าสูงสุด” ดร.ก้องศักด ทิ้งท้าย

ท้ายที่สุดแล้วความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยต่อยอดให้กับประเทศไทย ในการรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติรายการอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต

 

Author

ชมณัฐ รัตตะสุข

Chommanat

Photo

เจษฎา โพธิ์ปาน

Main Stand's PHOTOGRAPHER