
ย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี 2026 "รวงข้าว" ลัลนา ธาราฤดี ในวัย 21 ปี และ "ไหม" มนัญชญา สว่างแก้ว วัย 23 ปี เพิ่งจะผ่านเข้ามาเล่นในรอบเมนดรอว์แกรนด์สแลมได้เป็นครั้งแรก ในศึก ออสเตรเลียน โอเพ่น ซึ่งแม้ว่าในรายการดังกล่าวทั้งคู่ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของก้าวแรกบนสังเวียนระดับเมจอร์
กระทั่งมาถึงแกรนด์สแลม รายการที่ 3 ของปี ในศึก วิมเบิลดัน การแข่งขันระดับแกรนด์สแลมรายการใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดของโลก ที่เพิ่งจบลงไป เป็นอีกครั้งที่ 2 นักเทนนิสสาวไทยได้โอกาสลงแข่งขันในรอบเมนดรอว์ และทำผลงานได้ยอดเยี่ยม สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมกับเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการเทนนิสไทย หลังจากทั้งคู่สามารถต่อกรกับนักเทนนิสมือระดับท็อปของโลก และคว้าชัยชนะในรอบเมนดรอว์แกรนด์สแลมได้เป็นครั้งแรก
เส้นทางของ "รวงข้าว" ในรายการนี้ ได้ออกสตาร์ทในรอบเมนดรอว์ ด้วยแรงกิ้งอันดับโลก โดยในรอบแรก ประเดิมเอาชนะ ลิลลี่ แท็กเกอร์ ดาวรุ่งวัย 18 ปี จากออสเตรีย มืออันดับ 83 ของโลก 2-1 เซต ด้วยสกอร์ 7-6 ไทเบรก 7-3, 5-7 และ 6-4 จากนั้นในรอบสองมาแพ้ อเล็กซานโดรวา เอคาเทรินา มืออันดับ 19 ของโลก จากรัสเซีย ไป 0-2 เซต 5-7 และ 5-7
ส่วน "ไหม" เริ่มเส้นทางในศึกวิมเบิลดัน ครั้งนี้ตั้งแต่รอบคัดเลือก ก่อนจะฝ่า 3 ด่าน เข้ามาถึงรอบเมนดรอว์ โดยในรอบเมนดรอว์ รอบแรกชนะพลิกล็อกชนะ เซมาย่า ชวาลินสก้า มือ 21 ของโลก และมือวาง 20 ของรายการจากโปแลนด์ 2-1 เซต 2-6, 7-5 และ 6-2 ต่อด้วยเอาชนะ อลิเซีย ปาร์คส์ นักเทนนิสสาวอเมริกัน 2-0 เซต 7-5, 6-0 ก่อนที่รอบสามจะไปแพ้ คาโรลินา มูโฮวา มือ 9 ของโลก จากสาธารณรัฐเช็ก ไป 0-2 เซต 2-6, 6-7 (1-7)
ผลงานของทั้งคู่ยังสร้างประวัติศาสตร์ที่มีนักเทนนิสหญิงไทย 2 คนเข้าถึงรอบสองในแกรนด์สแลมพร้อมกันเป็นครั้งแรก รวมถึง "ไหม" ยังทำสถิติเป็นนักเทนนิสหญิงไทยคนที่ 2 ที่เข้าถึงรอบสามวิมเบิลดัน ต่อจาก แทมมารีน ธนสุกาญจน์ และเป็นสาวไทยคนที่ 3 ที่เข้าถึงรอบสามในรายการระดับเมเจอร์ ต่อจาก แทมมารีน กับ ลักษิกา คำขำ


สำหรับ "ไหม" และ "รวงข้าว" เป็นนักกีฬาที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และเคยเข้าร่วมในโครงการ "SINGHA Grand Slam Experience" ที่ได้พานักเทนนิสเยาวชนเดินทางไปซึมซับบรรยากาศของการแข่งขัน แกรนด์สแลม ออสเตรเลียน โอเพ่น รวมถึงเรียนรู้รูปแบบการใช้ชีวิตนักเทนนิสอาชีพในระดับแกรนด์สแลม และเข้าร่วมแคมป์เทนนิสที่ประเทศออสเตรเลีย โดย ไหม เข้าร่วมโครงการ ในปี 2016 ส่วน ลัลนา ในปี 2020
"อยากมาที่นี่อีกครั้ง ในฐานะนักเทนนิสอาชีพ และได้ลงเล่นในร็อด เลเวอร์ อารีน่า เหมือนกับพี่ลัก" คำพูดของไหม หลังจากได้เข้าร่วม โครงการ "SINGHA Grand Slam Experience" ในปี 2016
การเดินทางไปกับโครงการ "SINGHA Grand Slam Experience" ในครั้งนั้น ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์ล้ำค่า แต่ยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเทนนิสเยาวชนไทย ได้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการไล่ล่าความฝัน กับการต่อสู้บนเส้นทางนักกีฬาอาชีพ
และทั้งสองคนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หากมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็สามารถเปลี่ยนสถานะจากผู้ชม สู่ผู้เล่นที่ได้มายืนอยู่ในเวทีใหญ่ที่สุดของนักเทนนิส