
ภาพจำที่โดดเด่นของแฟนบอลญี่ปุ่นในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก คือการที่พวกเขารวมตัวกันช่วยเก็บขยะ ทำความสะอาดอัฒจันทร์สนามหลังจบเกม ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก และกลายเป็นไวรัลในเวลาเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ภายใต้สีสันที่น่าชื่นชมนี้ มีคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของแฟนบอลชายชาวญี่ปุ่นบางส่วน ที่ช่วยเก็บขยะในสนามหลังจบเกมการแข่งขัน
อัตสึโกะ ทามาดะ ศาสตราจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชูบุ ประเทศญี่ปุ่น และนักวิชาการด้านวรรณกรรมฝรั่งเศส ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นบนโซเชี่ยลมีเดีย เกี่ยวกับภาพแฟนบอลชายญี่ปุ่นที่เก็บขยะในสนามฟุตบอลโลก
เธอบอกว่า ขณะที่พวกเขาได้รับคำชมจากทั่วโลกในเรื่องการรักษาความสะอาด แต่ในแง่สถิติเวลาการทำงานบ้านกับครอบครัวของผู้ชายญี่ปุ่นนั้น กลับอยู่ในระดับที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับในสากล
ข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และผลสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่น ชี้ว่า ผู้ชายญี่ปุ่นมีสถิติการช่วยงานบ้านที่อยู่ในระดับต่ำสำหรับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยเฉลี่ย ผู้ชายญี่ปุ่นใช้เวลาทำงานบ้านประมาณ 41 นาทีต่อวัน
ขณะที่ภรรยาที่เป็นผู้หญิง ต้องรับผิดชอบงานบ้านกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน แม้ว่าปัจจุบัน ผู้หญิงญี่ปุ่นจะออกไปทำงานนอกบ้านมากขึ้นก็ตาม การที่ผู้ชายออกไปทำกิจกรรมการเก็บขยะในสนามฟุตบอลโลก แต่กลับไม่ช่วยงานบ้าน จึงถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมที่สร้างภาพ
ทามาดะ เสนอว่า ผู้ชายญี่ปุ่นควรนำความคิดการเก็บขยะในสนามฟุตบอลโลก มาใช้แบ่งเบาภาระงานบ้าน และช่วยภรรยาดูแลความสะอาดภายในบ้านด้วย
ความเห็นของ อัตสึโกะ ทามาดะ มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยฝ่ายที่เห็นด้วยกับเธอ มองว่าผู้ชายญี่ปุ่นบางส่วน พร้อมทำสิ่งที่ดีเพียงเพื่อได้รับคำชมจากสังคม แต่กลับปล่อยให้ภรรยารับผิดชอบงานบ้านเป็นส่วนใหญ่ เป็นเรื่องที่น่าตั้งคำถามว่า ความรักสะอาดของพวกเขาเป็นของจริง หรือเป็นเพียงการรักษาหน้าตาของประเทศในเวทีระดับโลก
ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มองว่าแฟนบอลที่ไปเชียร์ทีมถึงสนาม และเก็บขยะหลังจบเกม อาจเป็นคนที่ช่วยงานบ้านอยู่แล้วก็ได้ การวิจารณ์แบบเหมารวมเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม มองโลกในแง่ร้ายเกินไป และการเก็บขยะในสนามฟุตบอลนั้นเป็นเรื่องของจิตสาธารณะ ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกับปัญหาเรื่องงานบ้านในครอบครัว