
หลังจากที่เป็นข่าวมาพักใหญ่ ในที่สุดแล้วก็เป็นที่ชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกครอบครัวเบ็คแฮม ร้าวฉานและส่อแววแตกหักอย่างสมบูรณ์แบบ
ก่อนหน้านี้ สมาชิกครอบครัวเบ็คแฮมหลายคน ต่างผลัดเปลี่ยนกันมาพูดถึงปัญหาระหว่างพวกเขากับ บรูคลิน ลูกชายคนโตของ เดวิด ตำนานนักฟุตบอลระดับไอคอน กับ วิคตอเรีย ป๊อปสตาร์คนดังแห่งวง Spice Girls
ในที่สุด บรูคลิน เบ็คแฮม ก็ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้บ้างผ่าน Instagram Story ที่ยาวเหยียดชนิดที่ต้องใช้ถึง 6 โพสต์กว่าจะครบ และเนื้อหาแสดงถึงความอึดอัด พร้อมแตกหักกับครอบครัวเพื่ออิสรภาพ
โดยสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง มาจากดราม่า "แม่ผัวลูกสะใภ้" ระหว่าง วิคตอเรีย แม่ของเขา กับ นิโคลา เพลท์ซ ภรรยาของเขา นักแสดงฮอลลีวูดและลูกสาวของตระกูลมหาเศรษฐีในสหรัฐอเมริกา
"ผมเงียบมาหลายปีแล้ว และพยายามทุกวิถีทางที่จะเก็บเรื่องเหล่านี้ไว้เป็นส่วนตัว"
"แต่โชคร้ายที่พ่อแม่และทีมงานของพวกเขายังคงไปให้สัมภาษณ์กับสื่อ ทำให้ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกมาพูดด้วยตัวเองและบอกความจริงเกี่ยวกับเรื่องโกหกบางส่วนที่ถูกตีพิมพ์ลงไป"
"ผมไม่ต้องการคืนดีกับครอบครัว ผมไม่ได้ถูกควบคุม ผมกำลังลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต"
"ตลอดชีวิตของผม พ่อแม่ของผมควบคุมเรื่องราวในสื่อเกี่ยวกับครอบครัวของเรา โพสต์ในโซเชียลมีเดียที่เสแสร้ง งานเลี้ยงครอบครัว และความสัมพันธ์ที่ไม่จริงใจ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ผมเกิดมา"
"เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้เห็นด้วยตาตัวเองถึงความพยายามที่พวกเขาจะทำเพื่อใส่ร้ายป้ายสีมากมายในสื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง แต่ผมเชื่อว่าความจริงจะปรากฏออกมาเสมอ"
"พ่อแม่ของผมพยายามทำลายความสัมพันธ์ของผมมาตั้งแต่ก่อนแต่งงาน และยังไม่หยุด"
"แม่ของผมยกเลิกการตัดเย็บชุดแต่งงานของนิโคลาในนาทีสุดท้าย ทั้ง ๆ ที่นิโคลาตื่นเต้นมากที่จะได้ใส่ชุดที่แม่ออกแบบ ทำให้เธอต้องหาชุดใหม่โดยด่วน"
"หลายสัปดาห์ก่อนวันสำคัญของเรา พ่อแม่ของผมกดดันและพยายามติดสินบนผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ผมเซ็นสละสิทธิ์ในชื่อของผม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผม ภรรยาของผม และลูก ๆ ในอนาคตของเรา"
"พวกเขายืนกรานว่าผมต้องเซ็นก่อนวันแต่งงาน เพราะเงื่อนไขของข้อตกลงจะเริ่มมีผลบังคับใช้ การที่ผมไม่ยอมเซ็นทำให้พวกเขาเสียผลประโยชน์ และพวกเขาก็ไม่เคยปฏิบัติต่อผมเหมือนเดิมอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา"
"ในระหว่างการวางแผนงานแต่งงาน แม่ของผมถึงกับเรียกผมว่า 'คนชั่ว' เพราะนิโคลากับผมเลือกที่จะให้ แซนดร้า คุณย่าของผม (คุณแม่ของ เดวิด เบ็คแฮม) และคุณยายของนิโคลา (จีน่า เพลท์ซ) มานั่งที่โต๊ะเดียวกับเรา เพราะทั้งสองคนไม่มีสามี ทั้งที่พ่อแม่ของเราทั้งสองคนมีโต๊ะของตัวเองอยู่ติดกับโต๊ะของเรา"
"คืนก่อนวันแต่งงาน สมาชิกในครอบครัวของผมบอกผมว่า นิโคลา 'ไม่ใช่สายเลือด' และ 'ไม่ใช่คนในครอบครัว'"
"นับตั้งแต่วินาทีที่ผมเริ่มลุกขึ้นปกป้องตัวเองกับครอบครัว ผมก็ถูกพ่อแม่โจมตีอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งแบบส่วนตัวและต่อหน้าสาธารณชน รวมถึงการส่งเรื่องไปยังสื่อตามคำสั่งของพวกเขาด้วย"
"แม้แต่น้อง ๆ ของผมก็ถูกครอบครัวส่งให้มาโจมตีผมในโซเชียลมีเดีย ก่อนที่พวกเขาจะบล็อกผมอย่างไม่มีเหตุผลเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา"
"แม่ของผมเข้ามาแทรกแซงการเต้นรำครั้งแรกของผมกับภรรยา ซึ่งวางแผนไว้ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ โดยเตรียมเพลงรักโรแมนติกไว้แล้ว"
“ต่อหน้าแขกในงานแต่งงานกว่า 500 คน มาร์ค แอนโทนี่ (นักร้องคนดัง คนสนิทของครอบครัวเบ็คแฮม) เรียกผมขึ้นไปบนเวที ซึ่งในกำหนดการนั้นควรจะเป็นการเต้นรำโรแมนติกของผมกับภรรยา แต่กลับกลายเป็นว่าแม่ของผมรอที่จะเต้นรำกับผมแทน"
“เธอเต้นรำกับผมอย่างไม่เหมาะสมต่อหน้าทุกคน ผมไม่เคยรู้สึกอึดอัดหรืออับอายมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต"
“เราสองคนตัดสินใจทำพิธีกล่าวคำสาบานใหม่อีกหน เพื่อสร้างความทรงจำใหม่ในวันแต่งงานของเรา ที่นำมาซึ่งความสุขและความปิติ ไม่ใช่ความวิตกกังวลและความอับอาย"
"ภรรยาของผมถูกครอบครัวของผมดูหมิ่นมาโดยตลอด ไม่ว่าเราจะพยายามรวมกันเป็นหนึ่งเดียวมากแค่ไหนก็ตาม"
"แม่ของผมเชิญผู้หญิงจากอดีตของผมเข้ามาในชีวิตของเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในลักษณะที่ชัดเจนว่าตั้งใจจะทำให้เราทั้งสองรู้สึกอึดอัด"
"ถึงอย่างนั้น เราก็ยังเดินทางไปลอนดอนเพื่อฉลองวันเกิดของพ่อ และถูกปฏิเสธไม่ให้พบเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่เรารออยู่ในห้องพักโรงแรมพยายามวางแผนที่จะใช้เวลาร่วมกับเขา"
"เขาปฏิเสธความพยายามทั้งหมดของเรา เว้นแต่จะเป็นงานเลี้ยงวันเกิดใหญ่ที่มีแขกเป็นร้อยคนและกล้องถ่ายรูปอยู่ทุกมุม"
"เมื่อในที่สุดเขายอมพบผม ก็มีเงื่อนไขว่า นิโคลาจะไม่ได้รับเชิญ มันเหมือนถูกตบหน้า"
"ต่อมา เมื่อครอบครัวของผมเดินทางไปลอสแอนเจลิส พวกเขาก็ปฏิเสธที่จะพบผมเลย"
"ครอบครัวของผมให้ความสำคัญกับการโปรโมตในที่สาธารณะและเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์เหนือสิ่งอื่นใด 'แบรนด์ เบ็คแฮม' สำคัญที่สุด"
"ความรักในครอบครัว ถูกตัดสินจากว่าคุณโพสต์ลงโซเชียลมีเดียมากแค่ไหน หรือคุณจะทิ้งทุกอย่างเพื่อไปปรากฏตัวและถ่ายรูปครอบครัวเร็วแค่ไหน แม้ว่ามันจะส่งผลเสียต่อภาระหน้าที่การงานของเราก็ตาม"
"เราพยายามอย่างเต็มที่มาหลายปีแล้วที่จะไปร่วมงานและให้การสนับสนุนในทุกงานแฟชั่นโชว์ ทุกงานปาร์ตี้ และทุกกิจกรรมสื่อ เพื่อแสดงให้เห็น 'ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบของเรา'"
"แต่ครั้งหนึ่งที่ภรรยาของผมขอความช่วยเหลือจากแม่ของผม เพื่อช่วยสุนัขที่พลัดถิ่นในช่วงไฟไหม้ที่แอลเอ แม่ของผมปฏิเสธ"
"เรื่องเล่าที่ว่าภรรยาของผมควบคุมผมนั้นผิดอย่างสิ้นเชิง ผมถูกพ่อแม่ควบคุมมาเกือบทั้งชีวิต ผมเติบโตมาพร้อมกับความวิตกกังวลอย่างมาก"
"เป็นครั้งแรกในชีวิตนับตั้งแต่ที่ผมแยกตัวออกมาจากครอบครัว ความวิตกกังวลนั้นก็หายไป ผมตื่นนอนทุกเช้าด้วยความรู้สึกขอบคุณสำหรับชีวิตที่ผมเลือก และได้พบกับความสงบและความโล่งใจ"
"ผมและภรรยาไม่ต้องการชีวิตที่ถูกกำหนดโดยภาพลักษณ์ สื่อ หรือการบงการ สิ่งที่เราต้องการคือความสงบสุข ความเป็นส่วนตัว และความสุขสำหรับเราและครอบครัวในอนาคต"