News

IFAB เตรียมเปิดโต๊ะพิจารณากฏการให้ใบแดง, VAR และกฎล้ำหน้าใหม่อีกครั้ง

วันอังคารที่ 20 มกราคม 2026 จะมีการประชุมประจำปีของคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ที่กรุงลอนดอน อังกฤษ โดยประเด็นในการพูดคุยครั้งนี้คือการเปลี่ยนแปลง หรือปรับเปลี่ยนกฏกติกาการแข่งขันฟุตบอล ทั้งในเวทีฟุตบอลโลก หรือลีกฟุตบอลในประเทศ ฤดูกาลหน้า

 

คณะกรรมการของ IFAB  ที่จะเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ฟีฟ่า (FIFA), สมาคมฟุตบอลของอังกฤษ, สกอตแลนด์, เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ โดยสมาคมฟุตบอลแต่ละแห่งจะมีกันฝั่งละ 1 เสียง ขณะที่ ฟีฟ่า จะลงคะแนนเป็นกลุ่มจำนวน 4 เสียง โดยต้องได้รับคะแนนเสียง 6 เสียงขึ้นไปเพื่อให้กฎนั้นได้รับการแก้ไข

ในการประชุมสุดท้ายตอนเดือนกุมภาพันธ์ สมาคมฟุตบอลแต่ละแห่งจะมีคะแนนโหวตฝั่งละ 1 เสียง ขณะที่ ฟีฟ่า จะลงคะแนนแบบรวมกัน 4 เสียง โดยต้องได้รับคะแนนโหวตเสียง 6 เสียงขึ้นไปเพื่อให้กฎนั้นได้รับการเปลี่ยนแปลงแก้ไข และจะมีการอนุมัติการเปลี่ยนแปลงกฏขั้นตอนสุดท้าย ในการประชุมสามัญประจำปีที่เมืองคาร์ดิฟฟ์ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026

และเมื่อการปรับเปลี่ยนกฏการแข่งขันได้รับการอนุมัติจากทุกฝ่าย 100% แล้ว ก็จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2026 เป็นต้นไป หรืออาจนำมาใช้ได้เร็วที่สุดในศึกฟุตบอลโลก 2026 รวมถึงลีกฟุตบอลต่างๆ ที่จะเปิดฤดูกาลใหม่กันหลังจากนั้น
กฏการแข่งขันที่จะมีการเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุง มีดังนี้..

 

ทบทวนกฎแจกใบแดงแบบ  "Dogso"

ปกติแล้วนักเตะแนวรับที่เข้าทำฟาล์วคู่แข่งที่หลุดเดี่ยวเข้าไปทำประตูเป็นคนสุดท้าย จะถูกใบแดงไล่ออกทันที เพราะถือว่าเป็นการขัดขวางการเล่นของฝ่ายรุกตัวสุดท้าย (Dogso) 
แต่ทาง IFAB มีความเห็นใหม่ อยากให้มีการมอบใบแดงการทำฟาล์วแบบ Dogso สำหรับเพื่อนร่วมทีมของฝ่ายรุกที่โดนทำฟาวล์ด้วย กล่าวคือ หากผู้เล่นคนนั้นไม่ได้มีจังหวะทำประตูเอง แต่อยู่ในจังหวะที่สามารถจ่ายบอลให้เพื่อนยิงประตูได้ แล้วโดนฝ่ายรับสกัดเข้าเสียก่อน ก็จะถูกนับเป็นการทำฟาวล์แบบ Dogso และจะโดนใบแดงไล่ออกด้วย
รวมถึงการยกเลิกให้ใบเหลืองกับผู้เล่นฝ่ายรับที่ทำฟาวล์แบบ Dogso หากมีการฟาวล์ในจังหวะที่ผู้เล่นฝ่ายรุกส่งบอลเข้าประตูไปแล้ว และผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อในจังหวะดังกล่าว หรือก็คือ หากผู้เล่นฝ่ายรุกทำประตูได้หลังจากที่ที่โดนคู่แข่งทำฟาวล์แบบ Dogso ก็จะไม่มีการลงโทษให้ใบเหลืองแล้วในฤดูกาลหน้า

 

การจับล้ำหน้าโดยเน้นที่ "ลำตัว"

อดีตผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล เคยเสนอแนะเรื่องการปรับกฏล้ำหน้าว่า "หากส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายอยู่ในไลน์เดียวกับกองหลัง คุณจะไม่ล้ำหน้า" หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ จะต้องมี "ช่องว่าง" ที่ขาดออกจากกันอย่างสมบูรณ์ระหว่างผู้เล่นฝ่ายรุกและผู้เล่นฝ่ายรับที่เป็นกองหลังตัวสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม การหารือในวันอังคารนี้จะเป็นเรื่องการล้ำหน้าแบบ "ลำตัว" (Torso) แทนที่จะใช้ศีรษะและเท้าในการตัดสินการล้ำหน้า จะเปลี่ยนมาใช้เพียงส่วนลำตัวด้านบนแทน และทาง IFAB มีความเห็นว่าจะลองทดสอบวิธีเช็คล้ำหน้าจากลำตัวของผู้เล่น ในการแข่งขันฟุตบอลระดับเยาวชนก่อน

 

แก้เผ็ดผู้รักษาประตูที่ "เจ็บแบบแท็กติก" ตอนทีมเสียเปรียบ

ช่วงหลังมานี้ มีเหตุการณ์ที่ผู้รักษาประตูเกิดอาการบาดเจ็บ จนทิ้งตัวลงนอนในสนามบ่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้มีการปะทะ ทำให้เกมต้องหยุดชะงัก และทำให้ผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ 10 คน รีบวิ่งไปรับฟังแท็กติกจากโค้ชที่เขตเทคนิค แล้วเมื่อได้รับแท็กติกใหม่จากโค้ชเสร็จ ผู้รักษาประตูที่เจ็บอยู่ก็จะลุกขึ้นมาเล่นต่อทันที ซึ่งที่ผ่านมาผู้ตัดสินก็ไม่ได้ทำอะไรกับจังหวะแบบนี้
หลายคนมองว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่มีการนำมาใช้เมื่อทีมตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์เป็นรองคู่แข่ง ซึ่งปกติแล้ว นักเตะเอาต์ฟิลด์ที่เจ็บจะต้องออกจากสนามไปปฐมพยาบาลในเวลา 30 วินาที แต่ผู้รักษาประตูไม่มีเวลาบังคับ ซึ่งทำให้อีกฝ่ายมองว่ากำลังถูกคู่แข่งเอาเปรียบจากการบาดเจ็บของผู้รักษาประตู (ไม่ว่าเจ็บจริง หรือไม่ก็ตาม)
IFAB จึงพิจารณาว่าจะบังคับให้โค้ชต้องถอดผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ออก 1 คนแทน เป็นเวลา 2 นาที แม้ว่าจะมีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยเพราะผู้รักษาประตูอาจเจ็บจริงก็ได้ แต่ IFAB ก็ยอมรับว่ามันต้องมีการดำเนินการบางอย่างเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ โดยจะมีการลองหาข้อสรุปและนำมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลระดับล่างก่อน

 

ใช้ VAR เช็คจังหวะเล่นลูกเตะมุม และใบเหลืองที่สอง

ก่อนหน้านี้ FIFA มีความพยายามจะให้มีการใช้ VAR ในจังหวะตรวจสอบลูกเตะมุม ไม่ว่าจะได้ประตูหรือไม่ก็ตาม แต่ IFAB ปฏิเสธเพราะมองว่าทำให้เสียเวลาเกินไป แต่ FIFA ซึ่งอ้างว่ามีเทคโนโลยีและทรัพยากรเพียงพอในการตรวจสอบ จึงต้องการยื่นเสนอเรื่องนี้อีกครั้ง และหากได้รับการอนุมัติ ก็จะใช้ใน ฟุตบอลโลก 2026 นี้
อีกเรื่องคือการใช้ VAR พิจารณาจังหวะการแจกใบเหลืองที่สอง หลังจากที่นักเตะโดนใบเหลือง-แดง ไล่ออกไปแล้ว เพื่อให้มีการเช็คว่านักเตะที่ทำฟาวล์นั้นสมควรได้รับการลงโทษไล่ออกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการหารือกันให้ละเอียด เพราะอาจเกิดการโต้เถียง และมีการตรวจสอบย้อนหลังไปถึงใบเหลืองแรก ซึ่งจะทำให้เสียเวลาเข้าไปใหญ่

 

กำหนดเวลาสำหรับทุ่มบอล และเตะจากประตู

เพื่อให้การแข่งขันลื่นไหลและเสียเวลาน้อยที่สุด IFAB มีไอเดียที่จะ "กำหนดเวลา" สำหรับการทุ่มบอลข้างสนาม และเตะบอลจากหน้าประตู ซึ่งหากฝ่ายที่ได้ทุ่มบอลหรือเตะจากหน้าประตู ใช้เวลานานเกินกำหนด จะต้องเสียบอลให้ฝ่ายตรงข้ามทันที อันเป็นการต่อยอดจากกฏที่ให้ผู้รักษาประตู เก็บบอลในเขตโทษได้ไม่เกิน 8 วินาที ที่ได้ผลและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม อาจมีการทดสอบกฏนี้ในการแข่งขันฟุตบอลระดับลีกล่างก่อน
อีกเรื่องก็คือการใช้เวลาเปลี่ยนตัว นักเตะที่ถูกเปลี่ยนตัวออก จะต้องเดินออกนอกสนามใน 10 วินาที หากใช้เวลาเกินกำหนด ผู้เล่นที่ลงมาแทน จะต้องรอข้างสนามเป็นเวลา 60 วินาที ถึงจะลงสนามได้หลังจากที่เกมเริ่มเล่นไปแล้ว อันเป็นกฏที่ IFAB เห็นจาก เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ และสนใจนำมมาใช้

 

ไฟเขียวให้นักเตะใส่อุปกรณ์เสริมหรือเครื่องประดับลงสนาม

เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา เอสแตล คาสคาริโน่ นักเตะทีมหญิงของ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ถูกสั่งไม่ให้ลงสนามในฐานะตัวสำรองในเกมเจอ เชลซี ในศึก วีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก เนื่องจากเธอสวมต่างหูซึ่งไม่สามารถถอดออกได้ ทำให้เธอไม่ได้ลงสนาม เพราะกฎของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ระบุว่า "เครื่องประดับทุกชนิดเป็นสิ่งต้องห้ามและต้องถอดออกโดยไม่มีข้อยกเว้น" เพื่อความปลอดภัย
เช่นเดียวกับนักเตะที่ต้องสวมใส่อุปกรณ์เสริม หรือเครื่องประดับที่ไม่สามารถถอดออกได้ อาทิสิ่งที่ติดอยู่กับร่างกายเป็นการถาวร อย่างไรก็ตาม กฏใหม่ที่ทาง IFAB กำลังพิจารณาก็คือ หากนักเตะเหล่านั้นสามารถหาอะไรมาปิดทับได้เครื่องประดับหรืออุปกรณ์นั้นได้ (เช่น เทปปิดต่างหู) ก็จะได้รับอนุญาตให้ลงสนามได้ตามปกติ

 

การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่จะนำเข้าสู่การหารือ

IFAB จะอนุมัติให้การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวบางประการในช่วงที่ผ่านมา ถูกบรรจุเข้าเป็นกฎกติกาถาวร ซึ่งรวมถึงแนวทางปฏิบัติที่ว่า เฉพาะกัปตันทีมเท่านั้นที่สามารถพูดคุยกับผู้ตัดสินได้ และการทำความเข้าใจที่ชัดเจนเรื่องการยิงจุดโทษแบบ “สัมผัสบอลสองครั้ง” (Double Touch) นั่นหมายความว่า หากผู้เล่นยิงจุดโทษเข้าประตูแต่เผลอไปสัมผัสบอลสองครั้งโดยอุบัติเหตุ จะให้เป็นการเตะใหม่ แทนที่จะให้ฟรีคิกกับฝ่ายตรงข้าม

Author

วัลลภ สวัสดี

ฟังไปเรื่อย ดูไปเรื่อย เขียนไปเรื่อย