
แฟน แมนฯ ยูไนเต็ด บ่นเป็นเสียงเดียวกันเมื่อเห็นฟอร์มของแบ็ก 2 ฝั่งในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่มีผลอย่างมากต่อการเสียความได้เปรียบในการเล่นเกมบุก ทั้ง ๆ ที่ผู้เล่นของตัวเองมีมากกว่าฝั่งตรงข้าม 1 คน
ว่ากันว่าตำแหน่งฟูลแบ็กนั้นเล่นง่ายที่สุดแล้วในบรรดา 11 ตำแหน่งในสนามฟุตบอล แต่คำนิยามนี้อาจเปลี่ยนไปเมื่อคุณเห็นความสำคัญของผู้เล่นตำแหน่งนี้มากขึ้น คุณจะพบว่าพวกเขาคือตัวระเบิดแนวรับคู่แข่งชั้นดี
และเพื่อให้เห็นภาพ เราจะพาไปดูวิธีการเล่นของแบ็กทีมแชมป์อย่าง อาร์เซน่อล ว่าทั้ง 2 คนนี้ มีศักยภาพเสริมแกร่งให้เกมรุกของทัพปืนใหญ่มากแค่ไหน
แนวทางที่ดีช่วยให้คุณรู้จักหานักเตะที่ดี
มิเกล อาร์เตต้า สร้าง อาร์เซน่อล ด้วยการเล่นเกมรุกแบบทีมเพลย์ของแท้ ถ้าคุณสังเกตจากทีมยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2025-26 ที่ผ่านมา คุณจะพบว่าไม่มีนักเตะเกมรุกคนไหนของ อาร์เซน่อล ติดทีมยอดเยี่ยมของลีกเลยสักคน
นั่นหมายความว่าพวกเขาทำประตูได้มากมายจากนักเตะทุกตำแหน่ง ยกเว้นแค่ผู้รักษาประตูเท่านั้น ... และแบ็กทั้ง 2 ฝั่ง สำคัญกับเกมรุกในแบบ อาร์เตต้า สไตล์ แบบสุด ๆ

อาร์เตต้า ใช้เวลาหาแบ็กที่ใช่ในสไตล์ที่เหมาะสมกับแท็กติกของเขาอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป เขาได้แบ็ก 4 คนที่สามารถหมุนเวียนสับเปลี่ยนลงสนาม และใช้ในเวลาต้องการวิธีเดินเกมที่แตกต่างกันออกไป
ฝั่งขวาคือ เบน ไวท์ ที่ดัดแปลงพันธุกรรมจากตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก กลายเป็นแบ็กจอมบุก ซึ่งตัวเขาจะคอยสลับสับเปลี่ยนกับ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ และในบางครั้งก็ใช้ คริสเตียน มอสเกร่า เล่นในตำแหน่งนี้ด้วย
ขณะที่ฝั่งซ้ายมี ริคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ และ ปิเอโร อินคาปิเย่ ซึ่งอาจจะรวมถึง ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี่ ที่สลับกันลงตามแต่โอกาสที่เหมาะสมแบบที่ อาร์เตต้า จะเลือกใช้
อาร์เตต้า ใช้งานแบ็กอย่างหนักหน่วงทั้งในเกมรุกและเกมรับ พวกเขาต้องวิ่งขึ้นลง ขยับตัวตลอดทั้งเกม คุณจึงมักเห็นบ่อย ๆ ว่าทั้งแบ็กขวาและซ้ายของอาร์เซน่อลมักจะสลับกันเจ็บอยู่เสมอ นั่นก็เพราะวิธีการใช้งานของ อาร์เตต้า นั้นเรียกร้องสิ่งต่าง ๆ จากฟูลแบ็กมากกว่าปกติ
คำถามคือ อาร์เตต้า ต้องการอะไรจากแบ็กของเขาบ้าง ? ... ประการแรก และประการที่สองคือ ความเข้าใจเกม และทักษะในการเล่นกับลูกฟุตบอล
แบ็กของ อาร์เซน่อล จะต้องมีทักษะการครอบครองบอลที่ดีมาก เพราะทั้งคู่จะต้องขยับจากริมเส้นเข้ามาช่วยเล่นเป็นเหมือนกองกลางหลายครั้ง ในบทบาทของเกมรับ จะต้องมีแบ็กคนหนึ่งขยับเข้ามาช่วยเล่นตรงกลาง เพื่อช่วยกดดันแนวรุกฝั่งตรงข้าม ทำให้พื้นที่ตรงกลาง "เต็ม" จนคู่แข่งหาทางเข้าไม่ได้

ส่วนในบทบาทเกมรุก ฟูลแบ็กทั้ง 2 ฝั่งของ อาร์เซน่อล ก็ไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรงจากหลังไปหน้าอีกเช่นกัน พวกเขาจะต้องคอยอ่านเกมตลอดเวลาและหุบเข้ามาช่วยกันสร้างสามเหลี่ยมในการส่งบอลร่วมกับคู่เซ็นเตอร์แบ็กเพื่อบิลด์อัพบอลจากหลังไปหน้า และเพิ่มโอกาสการเอาชนะการเพรสซิ่งของคู่แข่ง
ส่วนประการที่สาม นอกจากทักษะการเล่น กับการเอาตัวรอด ที่ทำให้พวกเขาเข้ามาช่วยตรงกลางได้ดีแล้ว ความฟิตในการวิ่งขึ้นลงตลอดทั้งเกมก็ยังเป็นสิ่งที่ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นตำแหน่งแบ็กของทีมไหน ๆ ก็ขาดไม่ได้ และ อาร์เซน่อล ของ อาร์เตต้า ก็เช่นกัน
ซึ่งเมื่อมีคุณสมบัติ 3 อย่าง ทั้งความฟิต ไอคิวในการอ่านเกมล่วงหน้า และทักษะการเล่นกับลูกฟุตบอลที่ดีแล้ว ... แบ็กจะกลายเป็นตัวอันตรายที่ทำให้เกมรุกของทั้งทีมดีขึ้นทันตาเห็น เหมาะอย่างยิ่งโดยเฉพาะทีมที่ต้องการทำฟุตบอลเพื่อ "ลุ้นแชมป์" เพราะพวกเขาจะต้องเจอกับคู่แข่งที่เล่นตั้งรับในแนวลึกเสมอ
แบ็กระดับทีมลุ้นแชมป์
แบ็กทั้ง 2 ฝั่ง คือกำลังเสริมในเกมรุกชั้นดี เพราะไม่มีใครระแวดระวังพวกเขา เนื่องจากพวกเขาจะไม่อยู่เป็นที่เป็นทางให้โดนจับตาย บางครั้งพวกเขายืนชิดเส้น บางครั้งพวกเขาขยับเข้ามายืนต่อเกมตรงกลาง และบางจังหวะชี้เป็นชี้ตาย พวกเขากลายเป็นคนที่วิ่งทะลุไลน์เกมรับของคู่แข่งมาจากด้านหลังจนฝั่งตรงข้ามตามไม่ทัน

อาร์เตต้า สร้างเกมรุกโดยการใช้แบ็กเหมือนถือระเบิดพลีชีพพุ่งเข้าไปในดงเกมรับของคู่แข่งที่มีกันอยู่หลายคน ถ้าการบุกเข้าไปโดนตัดบอลได้ก็มีโอกาสที่จะโดนคู่แข่งสวนกลับเร็วด้วยบอลไดเร็กต์ ... แต่ อาร์เตต้า พร้อมเสี่ยง เพราะเขาเชื่อว่าแบ็กที่เขาเลือกมามีคุณสมบัติที่ดีพอ และต่อให้เสียบอล ระบบการเล่นเกมรับร่วมกันทั้งทีมจะดีเร็วพอที่จะแย่งบอลกลับมาครองได้อีกครั้ง
สิ่งสำคัญกว่านั้น คือเมื่อพวกเขาขึ้นไปตรึงคู่แข่งให้อยู่ในแดนได้แล้ว หน้าที่แบ็กของ อาร์เซน่อล ก็จะต้องหลากหลายขึ้นไปอีก 1 ระดับ เริ่มจากการคอยเล่น 3 เหลี่ยมกันตรงริมเส้น เหมือนที่เราได้เห็น ไวท์, มาร์ติน โอเดการ์ด และ บูกาโย่ ซาก้า เล่นด้วยกัน เพื่อชิงจังหวะให้มีใครสักคนทะลุขึ้นไปในพื้นที่ว่างเสมอ นอกจากนี้พวกเขายังเป็นตัวเปิดทางให้ปีกด้วยการเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้ทีมสามารถอยู่ในสถานการณ์ "รุม" แนวรับของคู่แข่ง
และแน่นอนที่สุดอาวุธที่พัฒนาขึ้นมาในซีซั่นนี้อย่างการใช้ คาลาฟิออรี่ ในตำแหน่งแบ็กซ้ายเป็นเหมือนเพลย์เมคเกอร์อีก 1 คน เกมที่เห็นได้ชัดที่สุดคือนัดชนะ เชลซี 2-1 ที่ คาลาฟิออรี่ เล่นร่วมกับ คริสตอส โซลิส ปีกซ้ายคนใหม่ของทีมได้อย่างลงตัว ... โซลิส ดึงจังหวะ คาลาฟิออรี่ เติมเข้าที่ว่าง จนทำให้แนวรับเชลซีเสียขบวน
โดยเฉพาะประตูที่ 2 ของ อาร์เซน่อล ในเกมนี้ ที่การวิ่งเข้าเขตโทษของ คาลาฟิออรี่ ดึงเอา มักซ็องซ์ ลาครัวซ์ ออกจากตำแหน่ง ช่วย ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้หลอกล่อแนวรับของ เชลซี ก่อนปล่อยบอลถึง โอเดการ์ด หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงประตูชัยอย่างง่ายดาย
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ในเกมที่ตึง ๆ เจอคู่แข่งที่ความสามารถไล่เลี่ยกัน แบ็กของอาร์เซน่อลจะกลายเป็นคนทำลายไลน์เกมรับของคู่แข่ง แม้บางครั้งจะไม่ได้ยิงเอง แต่ก็สามารถสร้างความโกลาหลจนนำไปสู่ประตูของทีมได้สำเร็จ
ไม่ว่าจะการเจอกับทีมระดับอ่อนกว่าที่ตั้งรับต่ำทั้ง 11 คนในสนาม หรือการเจอกับทีมระดับลุ้นแชมป์ แบ็กของ อาร์เซน่อล ก็ยังคงเป็นกุญแจดอกสำคัญในการเล่นเกมรุกของทีมอยู่ดี พวกเขากำลังแสดงให้เห็นว่า ทีมที่ดีนั้นย่อมเกิดจากนักเตะที่แข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่เล่นง่ายที่สุดอย่างฟูลแบ็กก็ตาม
ถ้าคุณอยากจะกลายเป็นทีมที่เป็นแชมป์ในยุคที่การแข่งขันสูงขนาดนี้ คุณต้องกล้าลงทุนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าแบบที่ อาร์เซน่อล และ อาร์เตต้า แสดงให้เห็นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ... และถ้าคุณยังมัวเหนียมอายและคิดว่าตำแหน่งนี้ไม่สำคัญ หายนะก็กำลังรอคุณอยู่เช่นกัน
อย่ามัวเหนียมจนปล่อยไว้กลายเป็นจุดอ่อน
ก่อนฤดูกาล 2026-27 จะเริ่ม แมนฯ ยูไนเต็ด แทบจะเป็นเต็ง 3 ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เลยด้วยซ้ำ ยิ่งผนวกกับการประกาศของกลุ่ม INEOS ว่าพวกเขาจะสร้างทีมเพื่อเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกภายในปี 2028 ภายใต้ชื่อ "Project 150" ทำให้หลายคนลุ้นว่า ทีมจะต่อยอดจากผลงานยอดเยี่ยมในซีซั่นที่แล้วได้ดีแค่ไหน
ทุกคนรู้ว่า ยูไนเต็ด ต้องเสริมกองกลางจากการหายไปของ กาเซมีโร่ และการบาดเจ็บของ มานูเอล อูร์กาเต้ ทว่าทุกคนก็รู้เช่นกันว่า แบ็กทั้ง 2 ฝั่งของทีมนั้นเป็นแผลเก่าที่พร้อมอักเสบขึ้นมาทุกขณะ

2 แบ็กตัวหลักของพวกเขาอย่าง ลุค ชอว์ อยู่กับทีมมานานถึง 11 ปี ขณะที่ ดีโอโก้ ดาโลต์ ก็อยู่กับทีมมาตั้งแต่อายุ 18 ปี จนตอนนี้เป็นซีเนียร์และรองกัปตันทีมไปแล้ว ... เราไม่ได้จะกล่าวว่า แบ็กทั้ง 2 ฝั่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือสาเหตุที่ผลงานตกในซีซั่นนี้ แต่เราพยายามจะบอกว่า พวกเขาไว้ใจมอบตำแหน่งฟูลแบ็กเบอร์ 1 ของทีมให้กับนักเตะที่คนนึงฟอร์มผีเข้า-ผีออก ขึ้น ๆ ลง ๆ เล่น 3-4 นัดจึงจะได้เห็นฟอร์มที่ดีขึ้นมาสักเกม ส่วนอีกคนก็เจ็บซ้ำไปซ้ำมาได้อย่างไร ?
ยิ่งเมื่อคุณเทียบกับแบ็กของ อาร์เซน่อล และความสำคัญของฟูลแบ็กในฟุตบอลยุคใหม่ คุณจะยิ่งเห็นชัดว่า ปีศาจแดงเสียโอกาสอย่างมากในการต่อยอดทีมที่กำลังจะไปต่อ หลังเพิ่งคว้าตั๋วลุย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้มาหมาด ๆ
ไม่ว่าจะวัดด้วยปริมาณ คุณภาพ หรือจะวัดจากตรงไหน คุณก็จะเห็นความต่างของแบ็กทั้ง 2 ฝั่งของทั้ง 2 ทีมได้เป็นอย่างดี ... อาร์เซน่อล รู้ว่านักเตะตำแหน่งนี้ต้องวิ่งเยอะ เสี่ยงต่อการบาดเจ็บระหว่างซีซั่น พวกเขาจึงซื้อนักเตะให้เพียงพอต่อการเล่นในทุกรายการ จนทำให้ปัญหานี้ทุเลาลงไปมาก
ขณะที่ฝั่ง ยูไนเต็ด ที่มองข้าม ก็ได้บทเรียนไปเต็ม ๆ ในวันที่ ลุค ชอว์ ได้รับบาดเจ็บลงสนามไม่ได้ และพวกเขาต้องส่ง แพทริก ดอร์กู ที่ระยะหลังเล่นตำแหน่งปีกเป็นส่วนใหญ่ ถอยลงมาเล่นเป็นฟูลแบ็กแทน ... ดอร์กู ฝั่งซ้ายว่าหนักแล้ว ยิ่งหนักเข้าไปอีกในวันที่ฝั่งขวาอย่าง ดาโลต์ ฟอร์มออกทะเลไปไกล ... พวกเขาทั้งคู่ต้องเล่นกันจนจบเกมทั้ง ๆ ที่ทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยเหตุผลเดียวที่ต่อให้เราไม่ใช่ยอดโค้ชก็ตอบได้นั่นคือ ... ทีมไม่เหลือนักเตะในตำแหน่งนี้อีกแล้ว

ดอร์กู และ ดาโลต์ อาจจะมีจุดแข็งที่ความฟิตสามารถวิ่งขึ้นลงได้ทั้งเกม แต่เรื่องความเข้าใจเกม การอ่านสถานการณ์ล่วงหน้า และทักษะการเล่นกับลูกฟุตบอลของทั้งคู่ต่างก็เข้าขั้นคับขัน หนักไปทางแย่สำหรับทีมลุ้นแชมป์ ... ผลที่ออกมาคือเมื่อคุณจะใช้พวกเขาเล่นเกมรุก พวกเขาก็ไร้ประโยชน์ และเมื่อคุณอยากจะใช้พวกเขาในเกมรับ พวกเขาก็ยังคงไร้ประโยชน์อีกอยู่ดี บางทีถึงขั้นสร้างโทษมหันต์ เหมือนที่ ดอร์กู โหม่งบอลเข้ากลางแบบไม่ตรงเพื่อน จนนำไปสู่จังหวะการเสียประตูโทนให้ฝั่ง ซิตี้ ในเกมดังกล่าว
ฟุตบอลยุคใหม่ต้องการอะไรต่าง ๆ จากนักเตะตำแหน่งฟูลแบ็กมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณกล้าพูดว่าทีมของคุณอยู่ในสถานะทีมที่ลุ้นแชมป์
ถ้าคุณยังตั้งมาตรฐานไว้ต่ำ และคิดว่าตำแหน่งนี้ไม่สำคัญ เป็นใครก็ได้ สิ่งที่คุณจะได้รับอาจจะเป็นการหมดลุ้นแชมป์ตั้งแต่เดือนกันยายนเหมือนกับที่ ยูไนเต็ด โดนปรามาสในเวลานี้ ก็ เป็น ได้
แหล่งอ้างอิง
https://www.nytimes.com/athletic/7593310/2026/09/15/arsenal-ben-white-jurrien-timber/
https://www.livescore.com/en/news/football/premier-league/arsenal-have-unleashed-riccardo-calafiori-and-its-transformed-their-attack/
https://www.skysports.com/football/news/11095/13582771/riccardo-calafiori-how-arsenals-defender-has-emerged-as-one-of-the-premier-leagues-best-left-backs
https://learning.coachesvoice.com/cv/arsenal-mikel-artea-tactics-2022-23/