
จากโค้ชที่พา นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กลับมายิ่งใหญ่ ... สู่วันที่เลือกเดินออกมาเอง
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่มันคือเรื่องของ "ความฝันที่ไปไม่ถึง" ระหว่างโค้ชกับสโมสร
ฉันหรือเธอที่เปลี่ยนไป ใครกันแน่ ? ติดตามกับ MAIN STAND
รสขมครั้งแรก
เอ็ดดี้ ฮาว ขึ้นทำเนียบตำนานกุนซือของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แบบไม่ต้องสงสัยแม้จะทำงานด้วยกันมา 5 ปี
ปีแรกเขาพาทีมรอดจากการตกชั้น ปีที่ 2 เขาพาทีมไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปีที่ 3 อาจจะดรอปไปบ้าง แต่ปีที่ 4 เขาพาทีมคว้าแชมป์แรกในรอบ 70 ปีของสโมสรอย่าง คาราบาว คัพ พร้อมพาทีมกลับเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ยุโรปอีกหน
กราฟของนิวคาสเซิลดูจะพุ่งขึ้นทุกปี แต่น่าเสียดาย ในซีซั่นที่ 5 มหกรรมภัยพิบัติก็เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันหลายประการ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ดาวยิงสวีดิช นักเตะที่ดีที่สุดของทีมถูกขายออกไป ขณะที่ขาเข้าก็พลาดตัวนักเตะหลายคนที่ ฮาว อยากจะได้จริง ๆ ... ความบันเทิงมันเริ่มจากตรงนี้
ย้อนกลับไปในวันที่ PIF หรือ Public Investment Fund กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบียซื้อทีมนิวคาสเซิลเมื่อเดือนตุลาคม 2021 พวกเขาตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้ทีม ๆ นี้เป็นทีมที่ดีที่สุดของเกาะอังกฤษ ... บางคนเหน็บแนมว่ามีเงินก็หวังได้ แต่แม้จะดูเป็นฝันที่ใหญ่เกินตัว แต่ทุกอย่างกลับเริ่มต้นได้ดีมากด้วยการจ้างกุนซืออย่าง ฮาว เข้ามาคุมทีม พวกเขาดูใกล้เคียงจะเป็นทีมระดับแถวหน้าของลีกมากขึ้นทุกวัน
จนกระทั่งซีซั่นที่แล้วอะไรหลายอย่างก็เปลี่ยนไป สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็บังเกิดให้ได้เห็นเช่นเกมกับ เบรนท์ฟอร์ด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา เกมนั้นเป็นครั้งแรกที่เสียงโห่ของ เดอะ แม็กพายส์ ดังสนั่น และมันส่งตรงมาถึงเฮดโค้ชอย่าง ฮาว โดยไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้เขายังโดนแฟนบอลบางกลุ่มตะโกนด่าทอที่ข้างสนามตลอดเกมด้วย
จากนั้นไม่นานนัก ฮาว ก็คุมทีมที่แพ้ในเกมที่ห้ามแพ้อย่าง "ไทน์เวียร์ดาร์บี้" ที่ นิวคาสเซิล แพ้ให้ ซันเดอร์แลนด์ คาบ้าน ... หลังเกมนั้น โซเชียลมีเดียของสโมสรลงรูปเขาในสนามพร้อมแคปชั่นว่า "Gaffer" (บิ๊กบอส) แต่กระแสไม่เป็นอย่างที่คิด กำลังใจที่ทีมมีเดียของสโมสรคาดหวังกลับเหือดแห้ง เหลือแต่เพียงถ้อยคำหยาบคาย การตัดต่อรูปที่ล้ำเส้นคำว่าสุภาพไปหลายไมล์
เสียงโห่ที่ชัดเจนครั้งแรก นำมาสู่ประโยค "อาจลาออก" ที่ออกมาจากปากของ ฮาว ครั้งแรกเหมือนกัน The Telegraph รายงานว่าบอร์ดบริหารต้องพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างหนักเพื่อให้เขาอยู่ต่อ ... ไม่มีใครรู้ว่าฮาวคิดอย่างไรเต็มใจมากน้อยแค่ไหน ? แต่ผลงานของนิวคาสเซิลช่วงท้ายฤดูกาลได้บอกเรากลาย ๆ ว่า นี่ไม่ใช่ทีมที่แข็งแกร่งเหมือนที่ผ่านมา ความดุดันที่เคยมีหายไปหมดเหมือนกับเสือที่ทิ้งลายไปอย่างน่าใจหาย
12 เกมสุดท้าย นิวคาสเซิล ชนะ 4 เสมอ 1 และแพ้ถึง 7 เกม ... และหากไม่นับปีแรกที่ ฮาว เข้ามาคุมกลางซีซั่น หลังกลุ่มทุนจากซาอุฯ ซื้อทีมไม่นาน จะพบว่า นิวคาสเซิล แพ้คาบ้านในลีกถึง 7 เกม ทั้ง ๆ ที่ปกติเป็นทีมที่เล่นในบ้านแกร่งมาก มันกำลังบอกเราว่าความห่อเหี่ยวได้เกิดขึ้นทั้งกับ โค้ช นักเตะ และแฟนบอลด้วย
ไม่ใช่แค่นั้น ในช่วงที่ต้องให้กำลังใจและฉุดกันขึ้นมา เดวิด ฮอปกินสัน ซีอีโอของสโมสรกลับทะเล่อทะล่าโยนหญ้าแห้งเข้ากองไฟ เพราะเขาได้เผลอพูดกับสื่อว่า "การตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของฮาวจะเกิดขึ้นในช่วงสิ้นสุดฤดูกาล เขามีโอกาส 7 เกมเพื่อรักษาเก้าอี้ของตัวเอง"
แม้จากนั้นฮอปกินสันจะออกมาขอโทษที่พูดแบบนั้น แต่เมล็ดพันธุ์สู่การแตกหักได้งอกในหัวของ เอ็ดดี้ ฮาว เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไหนว่าจะไม่หลอกกัน
ซีซั่น 2025-26 นับว่าพวกเขาลงตลาดเสริมทัพได้น่าผิดหวังแล้ว ... ซีซั่นนี้ 2026-27 นี่สิที่ยิ่งกว่า และมันเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดของเรื่องนี้ที่ทำให้ ฮาว ได้เอ่ยกับสโมสรทันทีหลังจากพักร้อนกับครอบครัวเสร็จ "ผมขอลาออก"
แน่นอนว่าสโมสรพยายามยื้อ เพราะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในสถานการณ์แบบนี้หาก ฮาว ออกไป สโมสรพยายามบอกให้เขากลับไปทบทวนให้ดี แต่ ฮาว พร้อมยืนกรานความต้องการที่นั่งคิดนอนคิดมาตลอดช่วงฮอลิเดย์ ไม่มีอะไรจะมาฉุดเขาจากห้วงความคิดนี้ได้
นิวคาสเซิล เสีย แอนโธนี่ กอร์ดอน ปีกทีมชาติอังกฤษ ที่ย้ายไป บาร์เซโลน่า, ซานโดร โตนาลี่ ห้องเครื่องเลือดอิตาเลียน ที่ย้ายไป ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และกัปตันทีมชาวบราซิล บรูโน่ กิมาไรส์ ก็โอกาสย้ายออกไปอยู่กับ อาร์เซน่อล
ขณะที่ขาเข้านั้นนิวคาสเซิลก็แพ้ให้กับทีมอื่นอีกในการยื่นข้อเสนอให้กับนักเตะที่ ฮาว คิดว่ามีคุณภาพที่จะทำให้ทีมแกร่งขึ้น
บิคตอร์ มูนญอซ ปีกดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 กับทีมชาติสเปน ย้ายไป ลิเวอร์พูล, โยฮัน มันซัมบี กองกลางที่โชว์ฟอร์มดีกับทีมชาติเบลเยียม เซ็นสัญญากับ แอสตัน วิลล่า และแม้แต่ดาวรุ่งจากไนจีเรียอย่าง ซาดอก โยฮันนา ก็ยังเลือกที่จะเซ็นสัญญากับ ไบรท์ตัน แอนด์โฮฟ อัลเบี้ยน แทนที่จะเป็นนิวคาสเซิล
ลุค เอ็ดเวิร์ดส์ นักเขียนระดับซีเนียร์ของ The Telegraph ยังอธิบายให้ชัดขึ้นอีกว่า การพลาด มันซัมบี และสถานการณ์ของ กิมาไรส์ ที่เป็นไปทางลบ ถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายของกุนซือรายนี้
สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ ฮาว รู้สึกอยากถามตัวเองว่า แล้วเขาจะเหลืออะไรไปสู้กับทีมอื่น ?
ทีมที่เขามีดีพอจะชิงพื้นที่ท็อป 4 ที่ปัจจุบันมีทีมแย่งกันถึง 10 ทีม และทุกทีมเสริมทัพแบบทำลายสถิติกันเป็นว่าเล่นได้แน่เหรอ ? ... ถ้าฮาวไม่โกหกตัวเอง เขาก็จะได้คำตอบอย่างรวดเร็ว
"ถ้าบรูโน่ย้ายออกไปอีกคนในฤดูกาลนี้ เราจะสูญเสียแกนหลักตัวขับเคลื่อน, นักเตะที่เป็นขวัญกำลังใจ และผู้นำของเราไป" ฮาว เคยพูดถึงเรื่องนี้เมื่อไม่นานนัก และมันน่าจะแทนคำตอบในใจเขาได้ดี
ฮาวมาถึงจุดสิ้นสุดแล้วสำหรับเขา ทั้งในแง่ของ อารมณ์ จิตใจ และร่างกาย ... เขาหมดแรง บอบช้ำ และแม้ว่าผู้คนอาจจะไม่ต้องการได้ยินสิ่งนี้เกี่ยวกับผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกที่ได้รับค่าจ้างสูง แต่สุขภาพจิตของเขากำลังย่ำแย่
ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอให้ความสัมพันธ์ดี ๆ ที่มีบั่นทอนลง ไม่จำเป็นต้องรอให้ถูกไล่ออก เพราะเขาสามารถจบเรื่องนี้ในตอนที่ต่างฝ่ายต่างยังดีต่อกันได้ ?
เอ็ดดี้ ฮาว คือผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลผู้มีความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างสูง กับภารกิจที่เคยตกลงกับสโมสรในช่วงเริ่มต้นด้วยรอยยิ้มว่าจะต้องลุ้นแชมป์ระดับท็อปของวงการให้ได้ภายในปี 2030 … ยิ่งเดินก็เหมือนยิ่งไกล
แม้ไม่มีอะไรรับประกัน และไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า "ยังไง นิวคาสเซิล ก็ไม่มีทางบรรลุเป้าหมายนี้ได้หรอก" เพราะในโลกฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้
แต่ถ้าเรามองโลกตามความเป็นจริง และวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับนิวคาสเซิลในตอนนี้ มันทำให้ เอ็ดดี้ ฮาว รู้ว่า ไม่ว่าจะเป้าหมายระยะใกล้หรือไกลที่เคยคุยกันไว้ มันเป็นเรื่องยากที่จะพูดแบบเดิมในตอนนี้ และมันถึงตอนจบแล้ว ไม่มีอะไรที่จะช่วยเขาได้อีกต่อไปบนเส้นทางสายเดิม
ราคาของการขึ้นที่สูง
เอ็ดดี้ ฮาว คิดใหญ่เสมอตามที่คุยกันไว้ และมันถูกต้องแล้วในฐานะกุนซือของทีมที่ต้องคิดแบบนั้น
แต่ในฐานะเจ้าของสโมสร ที่มองจากอีกมุม ทำงานกันคนละแบบ ดังนั้นบางสิ่งที่พวกเขาขัดใจโค้ช อาจเป็นสถานการณ์ที่จำเป็นอย่างเลี่ยงไม่ได้
มันไม่ใช่ความผิดของกลุ่มทุนเสียทีเดียว กฎทางการเงินของพรีเมียร์ลีกและ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ได้ปิดกั้นการเติบโตของนิวคาสเซิลอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะต่อให้มีเงินในกระเป๋ามากแค่ไหน ก็ใช่ว่าหยิบเอาเงินส่วนนั้นมาใช้เพื่อสโมสรได้ทันที
พวกเขาต้องต่อสู้กับข้อจำกัดด้านกฎกำไรและความยั่งยืน (PSR) มาตลอดสามปีที่ผ่านมา โดยจำเป็นต้องลดภาระค่าเหนื่อยและขายนักเตะที่ฮาวรู้ดีว่าเขาจำเป็นต้องเก็บไว้ หากนิวคาสเซิลต้องการลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก และคว้าแชมป์ให้ได้ภายในปี 2030 ตามแผนเดิม
เพราะการพยายามก้าวขึ้นเป็นทีมหัวแถวของพรีเมียร์ลีกนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก การฝืนใช้เงินแบบไม่ระมัดระวัง ทั้งการซื้อตัวผู้เล่นราคาแพงและการจ่ายค่าเหนื่อยสูงลิ่ว โดยปราศจากความพร้อมหรือการบริหารจัดการที่ดีต่อกฎระเบียบทางการเงินอย่าง PSR อาจทำให้จากทีมที่เคยตั้งเป้าลุ้นแชมป์ ดิ่งลงเหวสู่ความเสี่ยงในการตกชั้นได้ในชั่วพริบตา
จุดนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้แสดงให้เห็นเป็นบทเรียนราคาแพงมาแล้ว เพราะหลังจากช่วงเวลาแห่งความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก พวกเขาลงทุนทั้งในและนอกสนามอย่างหนักหวังต่อยอด แต่กลับต้องเผชิญกับชะตากรรมอันเจ็บปวดด้วยการตกชั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งสถานการณ์ปัจจุบันในปี 2026 ทีมร่วงหล่นลงไปไกลถึง ลีกวัน ลีกระดับสามของอังกฤษแล้ว
บทเรียนอันโหดร้ายนี้อาจทำให้นิวคาสเซิลต้องยอมเหยียบเบรก ลดความเร่งรีบในการทำตามแผนระยะสั้นที่วางไว้แต่แรก หันมาเน้นการประคองตัว ค่อย ๆ สร้างทีมอย่างช้า ๆ แต่มีความมั่นคงปลอดภัยแทน ตราบใดที่กฎ PSR ยังคงมีบทลงโทษที่รุนแรงและสามารถทำลายอนาคตของสโมสรได้ทันทีหากเดินหมากพลาดแม้แต่ก้าวเดียว
ใจของฮาวนั้นคิดไปไกลและมีความทะเยอทะยานเกินกว่าจะหยุดพัก เขาต้องการผลักดันและพัฒนาทีมให้ดีขึ้นในทุก ๆ ปีเพื่อตอบสนองความคาดหวังระดับสูง ทว่าจิตใจของบอร์ดบริหารนิวคาสเซิลในวันนี้กลับไม่ได้ใหญ่โตกล้าได้กล้าเสียเหมือนเก่าอีกต่อไป
สิ่งที่ยืนยันความจริงข้อนี้ได้คือการแต่งตั้งว่าที่เฮดโค้ชใหม่อย่าง มัทธีอัส ไยส์เล่อ จาก อัล อาห์ลี ในลีกซาอุฯ ... การแต่งตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้านิวคาสเซิลคิดการใหญ่เหมือนเดิม พวกเขาต้องลงทุนกับโค้ชในระดับที่ดีกว่า เอ็ดดี้ ฮาว ในแง่ของประสบการณ์และความสำเร็จเพื่ออัปเกรดทีมขึ้นอีกขั้น
แต่สุดท้ายกลายเป็น ไยส์เลอร์ ที่อายุแค่ 38 ปี และถือว่าเป็นเด็กในคาถาของบอร์ดบริหารของนิวคาสเซิลที่เป็นกลุ่มทุนจากซาอุฯ อยู่แล้วอีกต่างหาก เพราะต้องไม่ลืมว่า PIF คือผู้ถือหุ้นใหญ่ของ อัล อาห์ลี เช่นเดียวกับนิวคาสเซิล
แน่นอนนี่ไม่ใช่การเหยียดหยามโค้ชใหม่อย่างไยส์เล่อ เพราะไม่มีทางรู้ว่าเขาจะเก่งแค่ไหนจนกว่าเขาจะได้เริ่มงาน ... แต่ที่แน่ ๆ คุณปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า นิวคาสเซิล ที่นำโดย ไยส์เล่อ และขุมกำลังนักเตะชุดฤดูกาล 2026-27 ที่ทั้งเสียตัวหลักไปหลายคนจะดีกว่าเดิมได้ยังไง ?
เหลืออีก 3 ฤดูกาลก็จะถึงปี 2030 แบบที่พวกเขาตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้ว ... จากสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คุณคิดว่านิวคาสเซิลมีโอกาสกี่เปอร์เซ็นต์ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์เต็มตัว ?
เอาเถอะน่า ... ตอบมาเลยไม่ต้องอาย โลกฟุตบอล ณ ปัจจุบันมันก็หมุนเร็วแบบนี้นี่แหละ
แหล่งอ้างอิง
https://www.telegraph.co.uk/football/2026/07/30/the-reasons-why-eddie-howe-left-newcastle/
https://www.skysports.com/football/news/11678/13568509/why-eddie-howe-left-newcastle-the-inside-story-of-the-magpies-trophy-winning-managers-departure
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c78g4jn43zko
https://en.wikipedia.org/wiki/2025%E2%80%9326_Newcastle_United_F.C._season