
เมื่อทีมชาติโปรตุเกส เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 ด้วยเกมระดับ "ปรุงจืด" กับ ดีอาร์ คองโก สิ่งที่ทุกคนรู้ดีว่ามันจะตามมาแน่หลังจากผลการแข่งขัน คือคำวิจารณ์ที่ถาโถมใส่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ระดับ GOAT ของทีมฝอยทอง
โรนัลโด้ คือ GOAT ที่มาจาก "The Greatest of All Time" หรือ Goat ที่แปลว่า "แพะ (รับบาป)" กันแน่ ? เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุดอย่างกุนซือ โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ มากแค่ไหน ?
วางอคติและลองมาหาคำตอบไปพร้อมกับ MAIN STAND
โรนัลโด้ ในวัย 41 ปี
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือหนึ่งตำนานของโลกฟุตบอลแบบไม่มีใครกล้าเถียง ต่อให้คุณจะชอบ ลีโอเนล เมสซี่ มากกว่าหรือไม่ก็ตาม เพราะสิ่งที่เขาทำมาตลอดอาชีพนั้น สุดยอดชนิดที่คุณไม่สามารถเดาออกได้เลยว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีถึงจะมีใครสักคนขึ้นมาทาบสถิติการยิงประตู และสถิติอื่น ๆ ของเขาได้ ... แต่คำถามสำคัญคือ โปรตุเกสในเวลานี้ขาดเขาไม่ได้จริง ๆ หรือ ?

จากเกมกับ ดีอาร์ คองโก ประสิทธิภาพการยิงประตูที่ต่ำของเขาคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก หากเขาสามารถมีส่วนร่วมในด้านอื่น ๆ ได้ เช่น การพักบอล การประสานงานกับเพื่อนร่วมทีม การช่วยทีมเพรสซิ่ง และการดึงแนวรับของคู่แข่งให้ยืดออกเพื่อเปิดพื้นที่ให้มากขึ้น ... แต่ในความเป็นจริง มันไม่ได้เป็นแบบนั้น
ความเสื่อมถอยทางร่างกายของ โรนัลโด้ หมายความว่าเขาไม่มีความเร็วในการเคลื่อนไหวเพื่อสลัดตัวประกบของกองหลังแบบ 1-1 ซึ่งมีผลให้โปรตุเกสเล่นได้ช้าลง ขาดความเฉียบคม และไม่สามารถสร้างโอกาสทำประตูที่มีคุณภาพในจังหวะสวนกลับได้
หนึ่งชั่วโมงแรกของเกมนี้ โรนัลโด้ แทบไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ใช่ว่าเขาเล่นแย่ แต่เขาแทบไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ ไม่มีลูกยิงพลาด ลูกส่งแย่ ๆ หรือความผิดพลาดร้ายแรงอะไรเลย เขาเหมือนเป็นความว่างเปล่า เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีตัวตนในทางทฤษฎี แต่ก็เหมือนเป็นเพียงวิญญาณที่เราไม่สามารถสัมผัสถึงได้ ... และปัญหาจริงก็เกิดขึ้นหลังจากนั้น
หลังพักครึ่ง เขามีโอกาสยิงสองครั้งและจบลงแบบเดิมเป๊ะด้วยการยิงหลุดกรอบ ซึ่ง เธียร์รี่ อองรี่ ตำนานทีมชาติฝรั่งเศสได้แสดงมุมมองที่น่าสนใจมาก ๆ โดย อองรี กำลังอธิบายว่า โรนัลโด้ กำลังทำในสิ่งที่เกินหน้าที่ของตัวเอง นั่นคือการไม่ทำหน้าที่ "เบอร์ 9" ที่ต้องวิ่งนำทางเข้าไปในกรอบ 6 หลา แต่กลับถอยกลับมากั๊กจังหวะที่ควรจะเป็นของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่อยู่ในพื้นที่ที่ดีกว่าหากได้ง้างเท้ายิง
"โปรดฟังทางนี้ดี ๆ แก่นแท้ก็คือ ทีมต้องทำประตู ไม่ใช่คุณต้องทำประตู" อองรี สรุปใจความถึงความผิดพลาดของ โรนัลโด้ ในเกมนี้ ซึ่งหากคุณได้ดูเกมนี้ คุณจะเข้าใจดีว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกินจริง คุณพบว่า โรนัลโด้ กำลังทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำมากเกินไป และมันส่งผลกับทั้งทีมไปโดยปริยาย
ทว่า ... นอกจากผลการแข่งขันที่ไม่เป็นใจ ไม่ใช่แค่ โรนัลโด้ ที่เล่นไม่ดี แต่ทีมโปรตุเกสชุดที่ดีที่สุดในรอบหลายปีชุดนี้ก็สอบตกด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าว่ากันตามหลักแล้ว คนที่ควรต้องรับผิดชอบเป็นคนแรกคือ โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ
เป็นหัวหน้าต้องกล้าตัดสินใจ
กุนซือ หรือ เฮดโค้ช หรือ ผู้จัดการทีม มีหน้าที่จัดการทีมที่มีให้ออกมาลงตัวที่สุด คงไม่มีใครกล้าพูดหรอกว่า โรนัลโด้ ไม่มีประโยชน์อะไรเลยกับทีมโปรตุเกสชุดนี้ แต่ด้วยวัยของเขา และคุณภาพนักเตะคนอื่น ๆ ในทีม คุณควรพบว่า โรนัลโด้ ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแบกทีมอีกแล้ว และหาก มาร์ตีเนซ ทำให้ โรนัลโด้ เข้าใจบทบาทหน้าที่ตัวเองได้ มันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก
มันหมายความว่า มาร์ตีเนซ ต้องรู้ว่าเขามีไพ่อะไรในมือบ้าง และต้องรู้ว่าไพ่ใบไหนเหมาะกับสถานการณ์ใดที่สุด

โปรตุเกสชุดนี้มีนักเตะที่กำลังพีกแทบยกชุด นักเตะหลายคนกำลังมั่นใจมากกับผลงานของตัวเองในสโมสรกับซีซั่นที่เพิ่งจบลงไป ว่ากันตามตรงโปรตุเกสชุดนี้สดมากจนไม่จำเป็นต้องให้ใครมาแบก ทุกคนมีคุณภาพพอที่จะทำหน้าที่ตัวเองออกมาให้ดี และช่วยให้ทีมชนะได้
ใน ฟุตบอลโลก 2022 เฟร์นานโด ซานโต๊ส โค้ชคนก่อนของ โปรตุเกส เคยดรอป โรนัลโด้ เป็นตัวสำรองในเกมรอบ 16 ทีมกับ สวิตเซอร์แลนด์ และใช้ กอนซาโล่ รามอส ที่ตอนนั้นเล่นให้ เบนฟิก้า ลงเป็น 11 ตัวจริงแทน ผลออกมาในเกมนั้นคือ รามอส ทำแฮตทริก พาทีมเอาชนะได้สำเร็จ
ไม่ได้บอกว่า รามอส เก่งกว่า โรนัลโด้ แต่ด้วยวัย 41 ปีกว่า ๆ โปรตุเกสควรจะลดการพึ่งพา โรนัลโด้ ลง และสร้างทีมโดยมีกองกลางระดับโลกอย่าง ชูเอา เนเวส, วิตินญ่า และ บรูโน่ เป็นแกนหลัก การที่ มาร์ตีเนซ ส่ง โรนัลโด้ ลงสนามเป็น 11 ตัวจริงมันกลายเป็นว่าผู้เล่นทุกคนจะมุ่งมั่นที่จะส่งบอลให้ โรนัลโด้ มากกว่าที่จะทำงานเป็นทีมเพื่อทำประตู
ย้ำอีกที โรนัลโด้ ไม่ใช่คนผิดแน่สำหรับเรื่องนี้ แต่นักเตะโปรตุเกสชุดนี้ทุกคนเติบโตมากับการดูเขาเล่นและยกเขาเป็นไอดอล มันจึงเลี่ยงไม่ได้เลยที่เมื่อพวกเขารู้ว่ามี โรนัลโด้ อยู่ในสนาม ฟุตบอลจะถูกลำเลียงไปยังลูกพี่ใหญ่เสมอ และมันยิ่งกว่าแน่สำหรับฝั่งตรงข้าม ที่รู้อยู่แก่ใจว่าฟุตบอลโปรตุเกสจะมาทรงนี้ เพราะมันเป็นเช่นนี้มาหลายทัวร์นาเมนต์ใหญ่แล้ว

มาร์ตีเนซ ควรจัดการเรื่องบทบาทของ โรนัลโด้ ให้ชัดเจน ... แน่นอนว่ามันยากกับการวางตัวให้เป็นเจ้านายของนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ แต่เมื่อคุณได้รับบทของหัวหน้างานที่ต้องจัดแจงทุกอย่างเพื่อให้งานเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณเองก็ต้องกล้าตัดสินใจเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดด้วย
การเปลี่ยนแปลงที่สามารถช่วยทุกคนได้
ในเกมกับ ดีอาร์ คองโก มาร์ตีเนซ สัมภาษณ์ว่า "มันคงไม่สมเหตุสมผลที่จะถอดกองหน้าที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลออก ในเกมที่เราต้องการทำประตู" ... ประโยคนี้มีคำตอบในตัวเองอย่างชัดเจน ในเวลาที่คุณต้องการประตู โรนัลโด้ จะช่วยคุณได้แน่ ๆ นั่นคือสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดเช่นกัน
คำว่า "นักเตะประวัติศาสตร์" สำหรับ โรนัลโด้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่ โปรตุเกส และ มาร์ตีเนซ ต้องการคือผลลัพธ์ในปัจจุบัน และปัจจุบันก็คือ นี่เป็นเกมที่ 10 ติดต่อกันของทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ (ฟุตบอลโลก, ยูโร) แล้วที่ โรนัลโด้ ทำประตูไม่ได้เลย

มาร์ตีเนซ สามารถทำให้ทีมมีสมดุลรุก-รับ และมอบอิสระให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้มากกว่านี้ ... เช่นเดียวกัน เขาสามารถใช้งาน โรนัลโด้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ทำให้ โรนัลโด้ ต้องโดนวิจารณ์มากเกินไปแบบที่เป็นอยู่ได้ อยู่ที่ว่าเขาจะกล้าทำหรือไม่ ?
โรนัลโด้ นั้นมีความเป็น "แมตช์วินเนอร์" เป็นนักเตะไพ่ตายที่พร้อมเป็นคนยิงประตูในจังหวะสำคัญแบบที่ไม่มีนักเตะคนไหนในชุดนี้มีคุณสมบัติดังกล่าวเท่าเขา ดังนั้นทำไมคุณถึงไม่ให้เขาทำในสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดล่ะ ?
มาร์ตีเนซ ต้องกล้าตัดสินใจเพื่อทีมมากกว่านี้ เหตุผลก็เพราะนับตั้งแต่ที่เขาคุมทีม โปรตุเกส หรือแม้กระทั่งการได้คุม เบลเยียม ในยุคทอง เรายังมองไม่ออกเลยว่าฟุตบอลของเขามี DNA แบบไหนกันแน่ ? และเพื่อให้สิ่งนี้ได้รับการแก้ไข ตัวเขาเองต้องพิสูจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยว เห็นแบบไหน ตัดสินใจแบบนั้น เพราะเขาคือคนเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจในทีม ๆ นี้
เขาต้องแสดงความเด็ดเดี่ยวเหมือนที่ โธมัส ทูเคิล ตัดสินใจเรียกนักเตะแบบขัดใจแฟนบอลอังกฤษทั้งประเทศ, คาร์โล อันเชล็อตติ เรียก เนย์มาร์ ติดทีมชาติและให้เป็นตัวสำรอง หรือแม้กระทั่ง ลีโอเนล สคาโลนี่ ที่ต่อให้มีนักเตะตัวรุกดี ๆ มากมาย แต่เขาก็จัดแดนกลางเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อคุณภาพของ ลีโอเนล เมสซี่ และยังเลือกใช้ เมสซี่ อย่างทะนุถนอม โดยมักจะหยิบมาใช้ในเกมสำคัญ ๆ เท่านั้น

เวลายิ่งผ่านไปมากเท่าไร โรนัลโด้ ก็ยิ่งกดดันมากขึ้นเท่านั้น เกมรอบแบ่งกลุ่มเหลืออีก 2 นัด และมันไม่ง่ายนักที่จะต้องเจอกับ อุซเบกิสถาน และ โคลอมเบีย
มันจะดีกว่าไหม ถ้า มาร์ตีเนซ ลองทบทวนบทบาทของ โรนัลโด้ ดูอีกสักครั้ง หรือการบอกให้ชัด ๆ ว่าหน้าที่เบอร์ 9 ของเขาต้องทำอะไรบ้างเพื่อทีมซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก
เพื่อให้ได้ประโยชน์สำหรับทุกฝ่าย เรื่องนี้มีแต่ มาร์ตีเนซ เท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงได้
แหล่งอ้างอิง
https://www.nytimes.com/athletic/7370870/2026/06/17/cristiano-ronaldo-world-cup-portugal/
https://www.goal.com/en/lists/roberto-martinez-cristiano-ronaldo-portugal-captain-world-cup-dr-congo/blt1223800b39d1d149
https://www.espn.com.au/football/story/_/id/49097269/portugal-congo-dr-world-cup-2026-cristiano-ronaldo
https://rg.org/en-ca/news/soccer/should-portugal-rethink-cristiano-ronaldo-starting-role