Feature

ปฐมบทแห่ง "อียิปต์ คิง" : ปฏิบัติการคว้า โม ซาลาห์ ที่ ลิเวอร์พูล มองไว้เป็น "เป้ารอง" | Main Stand

เมื่อฤดูกาล 2025-26 สิ้นสุดลง โม ซาลาห์ จะมีสถานะเป็นเพียง "อดีตนักเตะ" ของ ลิเวอร์พูล เท่านั้น 

 


นี่คือเรื่องที่น่าใจหายสำหรับ "อียิปต์ คิง" ผู้เป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรแห่งนี้ และตำนานต่าง ๆ ที่เขาได้สร้างไว้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากปราศจากก้าวแรกที่ทำให้เขาได้มาอยู่ในถิ่น แอนฟิลด์ 

นี่คือเรื่องราวในฤดูกาล 2017-18 ซีซั่นที่ ลิเวอร์พูล คว้าตัว โม ซาลาห์ ในฐานะ "เป้ารอง" มาร่วมทีม ... งานนี้แม้แต่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็คาดไม่ถึง 

ติดตามเรื่องราวเมื่อกาลก่อนกับ Main Stand 

 

ติดตั้ง เฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล 

เยอร์เก้น คล็อปป์ มาคุมทีม ลิเวอร์พูล ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2015-16 และหลังจากนั้นราว ๆ 1 ปี สิ่งที่ คล็อปป์ ใช้เวลาเป็นส่วนใหญ่ คือการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับทีม ๆ นี้ ซึ่งปัญหาที่ว่าก็คาราคาซังมานาน 

ลิเวอร์พูล ในยุคก่อน คล็อปป์ มาถึงนั้นเป็นอย่างไรทุกคนรู้ดี พวกเขาคือทีมที่พร้อมจะแพ้ใครก็ได้ทุก ๆ ทีมที่เจอกัน ผลงานที่ขึ้น ๆ ลง ๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ พร้อมรูปแบบการเล่นที่ว่ากันนัดต่อนัด ทำให้ คล็อปป์ ติดตั้งระบบ "ดันสูง เพรสซิ่ง เคาน์เตอร์เพรสซิ่ง และ ทรานซิชั่น" ด้วยความเร็วสูงตลอดทั้งเกม หรือที่เรียกชื่อว่าระบบ "เฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล" อันเป็นซิกเนเจอร์ของเขาได้ยากเย็นเหลือเกิน 

คล็อปป์ แทบไม่ได้ซื้อใครในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม 2016 (ซื้อ มาร์โก กรูยิช ก่อนปล่อยให้ทีมเก่ายืม และยืม สตีเว่น คอลเกอร์ แก้ปัญหากองหลัง) และในฤดูกาล 2016-17 ด้วยงบประมาณที่น้อยนิด เขาเลือก ซาดิโอ มาเน่ มาเสริมแนวรุก เพื่อให้ได้มาซึ่งเกมสวนกลับที่อันตราย แต่นั่นก็ยังไม่พอ

ไม่ใช่ มาเน่ ไม่ดี ตอนนั้น มาเน่ เล่นดีมาก ๆ เป็นตัวความหวังเบอร์ 1 ของทีม จนมีวลีในกลุ่มแฟนหงส์บ้านเราว่า "ขาด มาเน่ ขาดใจ" แต่เหรียญมันก็มี 2 ด้าน ถ้าวันไหน มาเน่ เล่นไม่ออก หรือโดนคู่แข่งจับตาย ลิเวอร์พูล ก็แทบจะตายทั้งเป็นเช่นกัน 

เพื่อให้เกิดเกมรุกที่ไม่ติดขัด ไหลลื่น เล่นเกมสวนกลับได้เร็วสายฟ้าแลบ คล็อปป์ ต้องการปีกอีกคน คนที่จะมาทำคอมโบร่วมกับ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ตัวรุกชาวบราซิลที่ใจกว้าง ครองบอลดี เทคนิคเหลือแหล่ในการเล่นกับเพื่อนร่วมทีม และเป็นนักป้อนโดยสัญชาตญาณ คล็อปป์ ต้องการนักเตะตำแหน่งปีกขวา เพื่อมาทำให้ 3 เกมรุกด้านบนของทีมสมบูรณ์ตามแท็กติกของเขามากที่สุด ... ซึ่งเป้าแรกของ คล็อปป์ คือ ยูเลียน บรันด์ท ตัวรุกวัยรุ่นจาก เลเวอร์คูเซ่น ที่เป็นเด็กระเบิดของ บุนเดสลีกา ณ เวลานั้น 

ทำไม คล็อปป์ ถึงอยากจะได้ บรันด์ท ในตอนแรก ? ... เหตุผลก็คือ คล็อปป์ "ตัดสินด้วยสายตา" ตลอดช่วงเวลาที่เขาทำทีม ดอร์ทมุนด์ เขาก็เห็นฟอร์มของ บรันด์ท มาโดยตลอด นักเตะตัวรุกสไตล์ "German school" กล่าวคือเล่นได้ทั้งปีกและเพลย์เมกเกอร์ รวมถึงเป็นนักเตะที่มีคุณสมบัติเล่นเพื่อทีมได้ดีด้วย 

คล็อปป์ ชอบ บรันด์ท และอยากจะได้ตัวมาตั้งแต่ตลาดซื้อขายเดือนมกราคม 2017 แล้ว แต่ปัญหาคือในเวลานั้น นักเตะยังอยากจะเล่นในบุนเดสลีกาต่อ เพื่อพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น และที่สำคัญคือ ลิเวอร์พูล ในเวลานั้นไม่ได้เก่งกาจหรือยิ่งใหญ่เหมือนในเวลาต่อมา มันคือยุคสร้างทีมที่ตัวของ บรันด์ทเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะได้โอกาสลงเล่น หรือไปได้ดีกับการย้ายออกนอกลีกตั้งแต่วัยรุ่นได้แค่ไหน 

แต่ 5 เดือนหลังจากโดนปฏิเสธรอบแรก คล็อปป์ ก็เข้าร่วมประชุมกับทีมงานหลังบ้าน หรือทีมงานแผนกสรรหานักเตะ เขาบอกว่าทีมควรลุยเพื่อคว้าตัว บรันด์ท อีกครั้งในตลาดซัมเมอร์ 2017 ... และข้อดีของการมีทีมหลังบ้านที่จัดเต็มด้วยระบบดาต้า ตัวเลขและสถิติ รวมถึงมีคนที่กล้าพูดตรง ๆ ก็คือ พวกเขายกมือคัดค้านการทุ่มซื้อตัว บรันด์ท และบอกว่ามีปีกที่เหมาะกับสไตล์ของทีมมากกว่าในตลาดซื้อ-ขายครั้งนี้ ... ชื่อของเขาคือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกของ โรม่า คนนี้ต่างหากที่ คล็อปป์ ควรเอาเข้ามาต่อยอดในระบบเขาจริง ๆ 

 

ทำไมต้อง ซาลาห์ ? 

ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้อำนวยการกีฬา และทีมแมวมอง รวมถึง เอียน เกรแฮม ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูล ณ ขณะนั้น คือกลุ่มทีมหลังบ้านที่ยกมือขัดใจ คล็อปป์ และพวกเขาไม่ได้ทำเพื่อเตะตัดขา หรือการเมืองภายในสโมสร แต่พวกเขาทำก็เพราะสิ่งที่อยู่ในมือของพวกเขามันกำลังบอกว่า ซาลาห์ เหมาะกับ ลิเวอร์พูล มากกว่า บรันด์ท จริง ๆ 

"บรันด์ท เป็นนักเตะที่เก่งมาก และ เยอร์เก้น ก็น่าจะรู้จักเขาดีกว่าทุก ๆ คนในหมู่พวกเรา" เกรแฮม กล่าวกับ FourFourTwo

"ตอนนั้น ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์, เดฟ ฟอลโลว์ส และ แบร์รี่ ฮันเตอร์ ซึ่งเป็นหัวกะทิของแผนกสรรรหา ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ๆ พวกเขายกมือขึ้นและบอกถึงข้อมูลที่พวกเขามี เพื่อโน้มน้าว เยอร์เก้น ... ปกติแล้วเฮดโค้ชหลาย ๆ คน ไม่สามารถโน้มน้าวกันได้ง่าย ๆ นะ แต่สำหรับ เยอร์เก้น นั้นแตกต่างออกไป เขาเปิดกว้างและพร้อมรับฟังความคิดเห็น นั่นคือเรื่องหนึ่งที่ต้องยกย่องเขาเลย" 

เกรแฮม เล่าต่อว่า คล็อปป์ เป็นกุนซือที่ไม่ชอบดูตารางตัวเลขและข้อมูลเยอะ ๆ และทีมงานสรรหาเตรียมการบ้านมาดีมาก ๆ ข้อมูลในมือของพวกเขา ดัดแปลงออกมาเป็นคลิปวิดีโอ เปรียบเทียบช็อตต่อช็อตระหว่างจังหวะการเล่นของ ซาลาห์ ตอนที่เล่นอยู่กับ โรม่า และเอามาเทียบกับจังหวะเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ที่ผิดพลาด เล่นไม่ตามแผนของเขา

นอกจากนี้พวกเขายังบอก คล็อปป์ อีกว่า พวกเขาไม่ได้หาข้อมูลแค่ ซาลาห์ เท่านั้น แต่กับเป้าหมายเบอร์ 1 อย่าง บรันด์ท ก็มีเช่นกัน ซึ่งข้อมูลบอกว่า บรันด์ท เป็นตัวรุกแบบบเพลย์เมกเกอร์มากกว่า แต่ถ้าคุณต้องการใครสักคนที่เกิดมาเพื่อเล่นเกมทรานซิชั่น เปลี่ยนจากรับเป็นรุก อย่างไรเสีย โม ซาลาห์ คือผู้ชนะแบเบอร์สำหรับวิธีการเล่นแบบนี้ 

"คล็อปป์ ไม่ดูตารางกับตัวเลขที่น่าปวดหัวหรอก ดังนั้นตอนที่คุณจะคุยกับเขา คุณบอกว่า 'ดูสิ เยอร์เก้น โม มีเปอร์เซ็นไทล์ที่ 95 สำหรับตัวชี้วัดประสิทธิภาพเกมรุก เขาคงจะต้องงงเป็นไก่ตาแตกแน่ ๆ"

"ทีมโน้มน้าวตัดสินใจเปิดวิดีโอคลิปของ ซาลาห์ ให้เขาดู และพูดแบบตรงไปตรงมาว่า 'คุณรู้ไหม ลิเวอร์พูล เล่นจังหวะแบบนี้แล้วมันพลาด ไม่เป็นแบบที่หวังหลายครั้งมาก และนี่คือ โม ซาลาห์ ในจังหวะที่เล่นฟุตบอลแบบเดียวกัน และสิ่งมหัศจรรย์คือ เขาทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง" เกรแฮม ว่าต่อ 

ตัดภาพกลับมาที่ โม ซาลาห์ ตอนเป็นนักเตะของ โรม่า ตอนนั้นเขาหลุดโฟกัสของข่าวคราวในฟุตบอลอังกฤษไปแล้ว เพราะเขาเคยล้มเหลวกับ เชลซี ก่อนจะย้ายมาเล่นใน เซเรีย อา และในระหว่างที่สื่ออังกฤษกาหัวว่าเขาสอบตก หมดโอกาสเล่นในพรีเมียร์ลีกแล้ว ซาลาห์ ก็เกิดใหม่ที่ ฟิออเรนติน่า กับ โรม่า เขาโตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น และในขณะเดียวกัน เขาก็พยายามจะพัฒนาตัวเองมากขึ้นด้วยทัศนคติของแชมเปี้ยนจริง ๆ 

ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ที่เป็นกุนซือของ โรม่า ในเวลานั้นพูดถึง ซาลาห์ ว่าเป็นปีศาจแห่งการซ้อม มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก ให้ซ้อมหนักแค่ไหนก็ไม่เคยบ่น เขาเคยเล่าว่า ครั้งหนึ่งเขาวิจารณ์เรื่องการจบสกอร์ที่ไม่คมและใช้โอกาสเปลืองของ ซาลาห์ จากนั้นตลอด 2-3 เดือนต่อมา โม ก็บ้าซ้อมยิงประตูอย่างหนักเป็น 2-3 เท่า จากการซ้อมปกติ จนเขาเป็นปีกที่ยิงคมเหมือนกับกองหน้าอาชีพแบบที่เราเห็น ๆ กันในทุกวันนี้ 

ขณะที่ตำนานของ โรม่า อย่าง ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ที่ทันเล่นด้วยกันกับ ซาลาห์ ก็ว่าไว้ไม่ต่างกันว่า การเป็นคนบ้าซ้อม ทำให้ ซาลาห์ เก่งกาจขึ้นในแทบทุกมิติ นับตั้งแต่เขาย้ายมาร่วมทีม 

"โม คือนักเตะที่สุดยอดจริง ๆ สร้างความแตกต่างให้คุณได้เสมอ คุณแค่จ่ายบอลไปที่ว่างก็พอ เพราะคุณสามารถมั่นใจได้เลยว่าหมอนี่จะไปถึงบอลก่อนใคร ... และตอนนี้เขาซ้อมจนนิ่งขึ้นมาก กลายเป็นตัวจบสกอร์ที่คุณฝากความหวังไว้ได้เลย" 

เก่งขนาดนี้ โรม่า จะขายเหรอ ? คำถามนี้คงเกิดขึ้นแน่ ๆ ในตอนแรก แต่ความสุดยอดของทีมซื้อขายหลังบ้าน ลิเวอร์พูล ก็คือ พวกเขาจิ้ม ซาลาห์ เป็น No.1 ในการเสริมทัพ ไม่ใช่แค่เรื่องของฝีเท้าและสไตล์การเล่นเท่านั้น แต่มันเป็นเพราะเรื่องของค่าตัวด้วย 

 

ที่เหลือคือประวัติศาสตร์

กับงบประมาณไม่เกิน 40 ล้านปอนด์ พวกเขามั่นใจว่าจะคว้านักเตะคนนี้ได้แน่นอน แถม คล็อปป์ จะเหลือเงินเอาไว้เสริมทัพในส่วนอื่น ๆ แถมได้นักเตะที่ตรงตามโจทย์ที่เขาต้องการทุกประการ ... เมื่อได้ข้อเสนอแบบนี้ คล็อปป์ ก็ตัดใจจาก บรันด์ท และสั่งทีมลุยปิดดีล โม ซาลาห์ มาร่วมทีมทันที

"พวกเขามักจะเป่าหูผมตลอดเวลาว่า 'โม ซาลาห์, โม ซาลาห์, ดูเขาสิ เขาคือคำตอบ!' เรามีแมวมองที่ทำงานหนักมาก และพวกเขาก็ชนะใจผมในที่สุด" คล็อปป์ เล่าย้อนความ

จากที่ดูแค่คลิป กลายเป็นความสนใจจริง ๆ คล็อปป์ เข้าไปดูข้อมูล ซาลาห์ ในเชิงลึก และพบว่า ซาลาห์ พัฒนาขึ้นมาก โดยเฉพาะความเร็วในการเล่นแบบทรานซิชั่น และการจบสกอร์ นอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะที่มีความฟิตสูง ร่างกายแข็งแรง และสามารถเล่นได้ทั้งฤดูกาลโดยไม่เจ็บออด ๆ แอด ๆ ซึ่งก็ตรงตามที่ คล็อปป์ ต้องการอีก 

คล็อปป์ ยอมเปิดใจกับ ซาลาห์ ด้วยการต่อสายตรงถึงนักเตะเพื่อคุยกันเป็นการส่วนตัว ซาลาห์ ได้เล่าเรื่องนี้ในปี 2024 ว่า คล็อปป์ โทรมาหาเขา และเล่าทุกอย่างที่อยู่ในโปรเจกต์ของ คล็อปป์ ให้ฟัง คล็อปป์ วาดภาพในหัวด้วยจินตนาการบอกว่า หาก ซาลาห์ มาที่นี่ เขาจะเป็น 3 ประสานเกมรุกที่ลงตัวกับ มาเน่ และ ฟีร์มิโน่ ... เมื่อพวกเขาลงเล่นพร้อมกัน จะไม่มีเกมรับทีมไหนต้านทานได้ ก่อนจะทิ้งท้ายว่า "คุณคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เรารอคอย" 

ประโยคมัดใจนี้ ทำให้ ซาลาห์ ตอบกลับว่า "ตกลงผมจะไปที่นั่น" (Ok, I'm going to come) เพราะตัวเขาเองก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง หลังเคยล้มเหลวในการค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก กับ เชลซี มาแล้ว เมื่อครั้งอดีต 

ในขณะที่สื่ออังกฤษเริ่มเล่นข่าวว่า ลิเวอร์พูล จะคว้านักเตะที่ล้มเหลวกับ เชลซี อย่าง ซาลาห์ ในราคาราว ๆ 36.9-42 ล้านปอนด์ สื่อในอิตาลี กลับเล่นข่าวในเชิงตรงกันข้าม พวกเขาชื่นชอบ ซาลาห์ และบอกว่า เซเรีย อา กำลังจะเสียนักเตะที่ดีที่สุดในลีกให้กับ พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง คำถามก็คือ ซาลาห์ ถูกเกินไปหรือแพงเกินไปสำหรับดีลนี้ (ณ ตอนนั้น) ? คนที่จะตอบได้ชัดที่สุดก็คือ มอนชี่ ผู้อำนวยการกีฬาของ โรม่า นี่แหละ

มอนชี่ คือ ผอ.กีฬา เบอร์ต้น ๆ ของโลก เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการซื้อถูก-ขายแพง ให้กับ เซบีย่า จนทีม ๆ นี้เป็นเจ้ายุโรปในถ้วย ยูโรปาลีก มาแล้ว หลักของ มอนชี่ คือถ้านักเตะเก่งจริง เขาไม่ขายถูก ๆ แน่ โม ซาลาห์ ก็เป็นหนึ่งในนักเตะประเภทนั้น ทว่าหนนี้ทีมงานของ ลิเวอร์พูล อ่านขาดจริง ๆ 

โรม่า กำลังเสี่ยงต่อการโดนลงโทษจากกฎทางการเงิน (Financial Fair Play - FFP) พวกเขาจำเป็นต้องขายนักเตะเพื่อเอาตัวเลขสีเขียวมาเติมในบัญชีหักลบกลบหนี้เก่า ดังนั้นแม้ไม่อยากจะขาย แต่พวกเขาก็ถูกบีบให้ขาย ซาลาห์ ก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2017 และนั่นทำให้ดีลนี้จบลงในเรตราคาที่เบา ๆ สำหรับนักเตะที่สถิติยิงกับแอสซิสต์ถล่มทลายอย่าง ซาลาห์ 

"เราไม่มีทางเลือก นอกจากต้องขายก่อนวันที่ 30 มิถุนายน ถ้าไม่ขายเราอาจโดนลงโทษหนัก การขาย ซาลาห์ คือความเจ็บปวดแต่จำเป็น" มอนชี่ บอกแบบนั้น 

การซื้อขายปิดจบก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2017 และการเปิดตัว โม ซาลาห์ อย่างเป็นทางการเกิดขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคม 2017 และนับตั้งแต่วันนั้น ซาลาห์ ก็ไม่เคยทำให้ คล็อปป์ ผิดหวังเลย หนำซ้ำยังทำให้ คล็อปป์ คิดถูก และพบว่าบางครั้งต่อให้ตำแหน่งของโค้ชจะใหญ่แค่ไหน แต่การเปิดใจและรับฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ก็อาจนำมาซึ่งสิ่งดี ๆ ที่ตัวเองไม่เคยมองเห็นก็เป็นได้ 

และในวันเปิดตัว ซาลาห์ บอกกับ คล็อปป์ ว่า เขาต้องการทำลายสถิติทุกอย่างที่นี่ คล็อปป์ หัวเราะและบอกว่า "นั่นแหละคือสิ่งที่ผมอยากได้ยิน" ทั้ง 2 คนยิ้มร่ากับอนาคตที่ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น 

แต่เมื่อเราย้อนกลับมาอ่านเรื่องนี้อีกครั้ง ... เมื่อ ซาลาห์ ได้ทำงานร่วมกับ คล็อปป์ ในทีม ลิเวอร์พูล มันคือการเปิดยุคสมัยใหม่ของหงส์แดง และที่เหลือจากนี้ก็คือประวัติศาสตร์ที่ทุกคนรู้ว่า โม ซาลาห์ ฝากความยิ่งใหญ่ให้ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ โดยไร้ข้อโต้แย้งอย่างแท้จริง 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.liverpoolecho.co.uk/sport/football/football-news/liverpools-nets-no-longer-red-11877697
https://www.football365.com/news/salah-explains-why-he-rejected-liverpool-for-chelsea
https://www.liverpool.com/liverpool-fc-news/features/liverpool-mohamed-salah-julian-brandt-31349154
https://www.fourfourtwo.com/news/klopp-would-have-known-him-more-and-wanted-to-sign-him-over-salah-a-lot-of-bosses-cant-be-persuaded-by-analysis-its-to-jurgens-credit-that-he-was-liverpool-nearly-missed-out-on-signing-mo-salah-in-2017-as-jurgen-klopp-preferred-a-different-player
https://www.skysports.com/transfer/news/11669/10924671/new-liverpool-signing-mohamed-salah-says-he-will-play-anywhere
https://m.allfootballapp.com/news/Headline/Mohamed-Salah-Revisiting-the-three-alternatives-Liverpool-chased-in-2017/3095621

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ