Feature

คิมี่ อันโตเนลลี่ : วัยรุ่น F1 แห่งโบโลญญ่า ผู้ซิ่งระเบิดสยบทุกเสียงวิจารณ์ | Main Stand

 

30 สิงหาคม 2024 เกิดข่าวใหญ่ในวงการรถสูตรหนึ่ง หรือ F1 เมื่อ เมอร์เซเดส ยอดทีมแข่งยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ประกาศเลือก อันเดรีย คิมี่ อันโตเนลลี่ หนุ่มน้อยชาวอิตาเลียน ที่เพิ่งจะฉลองวันเกิดอายุครบ 18 ปีหมาด ๆ มาเป็นนักขับคนใหม่ แทนที่ของ เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลก 7 สมัยชาวอังกฤษ ที่ย้ายไปอยู่กับ เฟอร์รารี่

 


การมาของ คิมี่ นำมาสู่คำถามมากมายจากผู้คนในวงการ สื่อ แม้กระทั่งคนดูที่คิดว่า เมอร์เซเดส คิดอะไรอยู่ ถึงเสี่ยงเลือกเด็กที่ไร้ประสบการณ์อย่างเขา มาแทนที่นักขับผู้ยิ่งใหญ่อย่าง แฮมิลตัน พลางทำนายด้วยว่า เด็กคนนี้คงไปไม่รอด ไม่ประสบความสำเร็จใน F1

แต่สิ่งที่ปรากฏคือ เด็กหนุ่มจากโบโลญญ่า สยบทุกเสียงวิจารณ์ด้วยการขับขี่ที่นิ่งเกินวัย แทบไร้ข้อผิดพลาด เก็บแต้มและโพเดียมให้ตัวเองได้ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 อันเป็นปีแรกใน F1 แถมรับมือกับความกดดันในฐานะนักแข่งของหนึ่งในทีมใหญ่อย่าง เมอร์เซเดส ได้เป็นอย่างดี จนในที่สุดก็คว้าแชมป์ F1 ครั้งแรกในชีวิตได้ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2026

และนี่คือเรื่องราวของวัยรุ่น F1 จากอิตาลี ที่ เมอร์เซเดส กล้าเดิมพันหมดหน้าตักว่า นี่คือนักแข่งที่จะก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลกของพวกเขาในอนาคต

 

ตัวแทนของ "ลูอิส แฮมิลตัน"

เมอร์เซเดส (Mercedes) ต้องเจอกับข่าวใหญ่แบบไม่ทันตั้งตัวเมื่อ เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน สุดยอดนักขับของพวกเขา ผู้พา "ศรเงิน" (Silver Arrows) กวาดแชมป์โลกทั้งประเภทนักขับและทีมผู้สร้างอย่างถล่มทลาย ตัดสินใจแยกทางกับต้นสังกัด เพื่อไปอยู่กับ เฟอร์รารี่ (Ferrari) ทีมในฝันของเจ้าตัว แทนเก้าอี้ของ การ์ลอส ไซนซ์ นักซิ่งสเปน ที่ต้องหลีกทางให้นักขับชาวอังกฤษเข้ามาสวมบทจ็อกกี้คนใหม่ของ "ม้าลำพอง"

การหาตัวแทนของชายผู้นำแชมป์โลกประเภทนักขับ 6 สมัย และซิวแชมป์โลกทีมผู้สร้าง 8 สมัยติดต่อกันให้ เมอร์เซเดส ถือเป็นเรื่องที่ทีมบอสอย่าง โตโต้ โวล์ฟฟ์ และทีมงานเครียดอย่างยิ่ง เพราะมองจากดาวอังคารก็รู้ว่า เมอร์เซเดส กับ แฮมิลตัน คือหนึ่งเดียวกัน สื่อบางเจ้ายกให้ข่าวการย้ายทีมของเขา สร้างแรงสั่นสะเทือนไม่แพ้ตอนที่ เดวิด เบ็คแฮม ย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปอยู่ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2003

มองไปที่ตลาดนักขับเวลานั้น เมอร์เซเดส มีตัวเลือกให้ช็อปปิ้งมากมายอย่าง มักซ์ เวอร์สแตพเพ่น แชมป์โลก 4 สมัยชาวดัตช์จาก เรดบูล (Red Bull) ที่กำลังมีปัญหาภายในกับต้นสังกัด หรือ การ์ลอส ไซนซ์ ผู้เสียเก้าอี้ให้ "ท่านเซอร์" และยังไม่มีทีมใหม่รองรับ กระทั่ง อเล็กซ์ อัลบอน นักขับลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ก็มีข่าวซุบซิบกับ เมอร์เซเดส

แต่ท่ามกลางรายชื่อนักแข่งชั้นนำและประสบการณ์สูงมากมายที่ถูกนำมาวางบนโต๊ะ เกว็น ลาเกรย์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนานักขับของทีม เมอร์เซเดส เสนอชื่อของดาวรุ่งคนหนึ่งขึ้นมาในกลุ่มสนทนา เป็นชื่อใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในวงการรถสูตรหนึ่งมาก่อน

ชื่อของนักขับคนนั้นคือ "คิมี่ อันโตเนลลี่"

 

โอกาสใหญ่ของหนุ่มน้อยจากโบโลญญ่า

คิมี่ อันโตเนลลี่ หรือชื่อเต็ม "อันเดรีย คิมี่ อันโตเนลลี่" เติบโตมากับครอบครัวที่มีคุณพ่อเป็นนักแข่งรถ และเป็นเจ้าของทีมแข่งอีกด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การมองดูคุณพ่อเหยียบคันเร่งลงไปแข่งในสนาม ทำให้ คิมี่ ได้ซึมซับบรรยากาศและความรักในการแข่งรถมาตั้งแต่เล็ก โดยไม่ต้องดูตัวอย่างจากใครคนไหน

นอกจากนี้ คิมี่ ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับ วาเลนติโน่ รอสซี่ ตำนาน MotoGP เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ 9 สมัย ที่รู้จักกันระหว่างการเล่นซิมูเลเตอร์ ช่วงที่ โควิด-19 ระบาดหนัก ก่อนที่ "The Doctor" ซึ่งปัจจุบันผันตัวสู่การแข่งรถยนต์ จะเรียก คิมี่ มาซิ่ง โกคาร์ท ด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง จนถึงกับมีการเปรียบเปรยว่า คิมี่ คือสมาชิกอย่างไม่เป็นทางการของ VR46 Riders Academy โรงเรียนสอนนักบิดซิ่งของ รอสซี่ (เพราะอะคาเดมี่นี้ เน้นการสอนแข่งมอเตอร์ไซค์)

เส้นทางนักแข่งรถของ คิมี่ ไม่ต่างจากนักแข่งมากมายบนโลกนี้ คือเริ่มที่การแข่ง โกคาร์ท แต่ด้วยฝีมือและความแรงที่แตกต่างจากเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน กวาดแชมป์ระดับประเทศ สร้างชื่อจนไปเตะตาทีมแมวมองแผนกพัฒนานักแข่งเยาวชนของ เมอร์เซเดส เข้าให้ จนถูกดึงมาเซ็นสัญญาเป็นนักแข่งเยาวชน ตั้งแต่ปี 2018 และถูกส่งไปล่าแชมป์โกคาร์ทเพิ่มเติมหลายรายการ

ปี 2022 ถือเป็นเวลาแห่งการเฉิดฉายของหนุ่มน้อยนักแข่งจากโบโลญญ่า เมื่อ คิมี่ ลงขับขี่ในระดับ F4 จนประสบความสำเร็จคว้า 3 แชมป์ในปีเดียว ทั้งในนามตัวเองและนามของทีมชาติ ก่อนขยับสู่ระดับ Fromula Regional หรือ FR ในปี 2023 และคว้าเพิ่มอีก 2 แชมป์ ซึ่งฟอร์มการขับขี่ของเขาก็อยู่ในสายตาของ โตโต้ โวล์ฟฟ์ และทีมงานของ เมอร์เซเดส มาโดยตลอด เรียกว่าเป็นดาวรุ่งที่กำลังรอวันสุกงอม รอถูกเรียกใช้งาน

แล้วในที่สุด วันที่ ลูอิส แฮมิลตัน เลือกที่จะโบกมือลา เมอร์เซเดส ชื่อของ คิมี่ อันโตเนลลี่ ก็ถูกเสนอขึ้นมา ร่วมกับนักแข่ง F1 คนอื่นที่เวียนว่ายอยู่ในตลาดนักขับ 

โดยหลังจาก โตโต้ และทีมงาน พิจารณาตัวเลือกกันอยู่พักใหญ่ว่าจะเพลย์เซฟ เอานักแข่งที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว หรือเสี่ยงกับเด็กปั้นของทีมตัวเอง โตโต้ ตัดสินใจเลือก คิมี่ อันโตเนลลี่ มาเป็นนักแข่ง F1 ของทีม เมอร์เซเดส ร่วมกับ จอร์จ รัสเซลล์ สำหรับการแข่งขันในฤดูกาล 2025 

พวกเขาเลือกเดิมพันกับเด็กหนุ่มไร้ประสบการณ์คนนี้ ด้วยความเชื่อมั่นว่า คิมี่ จะเป็นคนที่ช่วยพา เมอร์เซเดส ประสบความสำเร็จในระยะยาว

ส่วนฝั่งนักแข่งอย่าง คิมี่ ไม่ต้องถามเลยว่าดีใจแค่ไหน กับการได้เป็นนักแข่ง F1 รายการแข่งรถระดับสูงสุดของโลก ที่เขานั่งดูกับคุณพ่อผ่านหน้าจอทีวีตอน 5 ขวบ

"เป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อมากที่ผมถูกประกาศให้เป็นนักแข่ง F1 ร่วมกับ จอร์จ รัสเซลล์ ในปี 2025" คิมี่ พูดถึงการได้โอกาสเป็นนักแข่ง F1 แบบฟูลไทม์ครั้งแรกในชีวิต "การได้ลงแข่ง F1 คือความฝันตั้งแต่เด็ก ผมขอบคุณทีมที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด รวมถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อผมด้วย"

 

การเปิดตัวดั่งฝันร้าย

ปกติแล้ว การจะเป็นนักแข่ง F1 อันถือเป็นเพชรยอดมงกุฎของวงการความเร็ว นักแข่งมักจะไต่เต้าขึ้นมาจากการแข่งระดับ F4 ไป FR สู่ F3 และ F2 ตามลำดับ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และทำความคุ้นเคยกับรถแข่งที่แรงขึ้นในทุกระดับชั้น

แต่รายของ คิมี่ อันโตเนลลี่ แตกต่างไป เพราะ เมอร์เซเดส ให้เขากระโดดจาก F4 ในปี 2022 และ FR ในปี 2023 สู่ F2 ในปี 2024 และขึ้น F1 ในปี 2025 แบบไม่ผ่านเวที F3 หากเทียบกับการเรียนเมืองไทย ประหนึ่งเด็กนักเรียนที่กระโดดจากชั้นมัธยมต้น ขึ้นไปมหาวิทยาลัย โดยไม่ผ่านการสร้างพื้นฐานจากระดับมัธยมปลาย แถมการแข่งระดับ F2 ทาง เมอร์เซเดส ก็ไม่ได้เข้มงวดเรื่องผลงาน เพราะมองเป็นทางผ่านสู่ F1 ของตัวนักแข่งเสียด้วยซ้ำ

นั่นเลยทำให้ ปีเตอร์ "โบโน่" บอนนิงตัน วิศวกรรุ่นใหญ่ของ เมอร์เซเดส ซึ่งเคยทำงานกับแชมป์โลกอย่าง ลูอิส แฮมิลตัน ในยุครุ่งเรือง ต้องเสริมสร้างพื้นฐานให้เด็กอายุ 18 ในตอนนั้นอย่าง คิมี่ โดยทันที ทั้งการควบคุมรถ ฝึกการเข้าพิตสต็อป การเรียนรู้วิธีถนอมยาง การเข้าโค้ง จังหวะผ่อนหนักผ่อนเบากับเครื่องยนต์ระดับ F1 ซึ่งมือใหม่ป้ายแดงอย่าง คิมี่ เวลานั้นยอมรับว่าสนุกมาก แต่ก็รู้สึกกดดันเช่นกัน กับการเตรียมตัวแบบก้าวกระโดด

30 สิงหาคม 2024 สัปดาห์แห่งการแข่งขัน อิตาเลี่ยน กรังด์ปรีซ์ ที่มอนซ่า ประเทศอิตาลี ถึงฤกษ์งามยามดีที่ เมอร์เซเดส ประกาศให้โลกรับรู้ว่า คิมี่ อันโตเนลลี่ คือนักแข่งคนใหม่ในปี 2025 ของพวกเขา ทุกสายตาของสื่อและแฟน F1 ต่างจับจ้องไปยังหนุ่มน้อยวัย 18 ปีคนนี้ ที่ได้เปิดตัวเป็นนักแข่ง F1 อย่างเป็นทางการที่ประเทศบ้านเกิด 

แต่อนิจจา การเปิดตัวที่ควรจะสวยงาม กลับกลายเป็นฝันร้ายเมื่อ คิมี่ ควบรถในรอบฝึกซ้อม แต่ผ่านไปแค่ 1 รอบครึ่งก็เสียการควบคุม รถหมุนติ้วชนเข้าข้างกำแพง แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ คิมี่ ก็ต้องกลับพิตด้วยความรู้สึกผิดหวัง อับอาย และแน่นอนว่าเขาก็โดนคอมเมนต์จากแฟน F1 บนโซเชียล รวมถึงสื่อโจมตีอย่างหนักหน่วง ทำนองว่าทำให้ เมอร์เซเดส ต้องอับอายตั้งแต่ยังไม่ได้ขับแบบเต็มฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม ทีมบอสอย่าง โตโต้ โวล์ฟฟ์ ก็ออกโรงปกป้องนักขับคนใหม่อย่างว่องไว พร้อมเสริมสร้างความมั่นใจให้เขาด้วยในคราเดียวกัน

"มันไม่มีผลอะไรเลย" โตโต้ พูดกับสื่ออย่างผ่อนคลาย "ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการจ้างงานโดยพิจารณาจากความสามารถ การที่มีความผิดพลาดในรอบซ้อมครั้งแรก ไม่ใช่เหตุผลที่ผมใช้ในการตัดสินใจว่าทำไมถึงเลือกหรือไม่เลือกนักแข่ง"

โตโต้ ให้ความเชื่อมั่นในตัวของ คิมี่ อย่างมาก เขาบอกกับเด็กคนนี้ตั้งแต่วันแรกที่เลือกเขามาร่วมทีม ต่อหน้า คิมี่ และพ่อของเขาในการประชุมว่า เมอร์เซเดส ยินดีที่จะเสี่ยง และพร้อมจะเริ่มต้นใหม่กับนักแข่งที่พวกเขาเชื่อว่า นี่คือตัวเลือกที่ใช่สำหรับ เมอร์เซเดส ในการไล่ล่าความสำเร็จครั้งใหม่ในระยะยาว

"เราจะทำมันไปด้วยกัน" โตโต้ บอกกับ คิมี่ และพ่อของเขาแบบนั้น

 

สยบเสียงวิจารณ์ด้วยความเร็ว

รถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก ฤดูกาล 2025 ถูกบันทึกว่าเป็นฤดูกาลที่มี "รุกกี้" หรือนักแข่งที่ประเดิมศึก F1 แบบเต็มฤดูกาลครั้งแรกถึง 7 คน ทั้ง คิมี่ อันโตเนลลี่ จากทีม เมอร์เซเดส, โอลิเวอร์ แบร์แมน จากทีม ฮาส (Haas), แจ็ค ดูฮาน จากทีม อัลปีน (Alpine), กาเบรียล บอร์โตเลโต้ จากทีม เซาเบอร์ (Sauber), เลียม ลอว์สัน จากทีม เรดบูล, อีซัก ฮัดจาร์ จากทีม เรซซิ่ง บูลส์ (Racing Bulls) และ ฟรังโก้ โคลาปินโต้ ที่มาแข่งให้ทีม อัลปีน แทนที่ ดูฮาน ระหว่างซีซั่น ถือเป็นความตื่นเต้นครั้งใหม่ที่แฟน F1 ทั่วโลกจับจ้องด้วยความสนใจ

แต่ในบรรดารุกกี้ทั้งหมด คนที่โดนวิจารณ์และแรงกดดันมหาศาลอย่าง คิมี่ อันโตเนลลี่ กลับทำผลงานได้ดีที่สุด เพราะนักแข่ง F1 มือใหม่ป้ายแดงแห่ง เมอร์เซเดส เปิดฉากเรซแรกในชีวิตด้วยการคว้าอันดับ 4 ที่ออสเตรเลีย ก่อนพุ่งทะยานเก็บแต้มให้ทีมได้เป็นกอบเป็นกำ พร้อมกับขึ้นโพเดียมถึง 3 เรซที่ แคนาดา, เซา เปาโล และ ลาส เวกัส

สิ่งที่ คิมี่ ได้รับคำชมจากทีมงาน เมอร์เซเดส และคนดู คือฟอร์มการขับขี่ที่สม่ำเสมอ เร็วแต่ปลอดภัย แม้จะมีช็อตผิดพลาดบางสนามที่ทำให้ทีมเสียหาย อย่างเรซที่ ออสเตรีย ที่เขาชนกับ มักซ์ เวอร์สแตพเพ่น แชมป์โลกของ เรดบูล เพราะล้อล็อกจนต้องออกจากสนามทั้งคู่ในโฮมเรซของทีมกระทิงใหญ่ แถมสนามถัดมาที่ ซิลเวอร์สโตน ก็โดน อีซัก ฮัดจาร์ ของ เรซซิ่ง บูลส์ จิ้มท้ายขณะแข่งท่ามกลางสายฝนจนต้องออกจากเรซไปอีก กระนั้น คิมี่ ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกหรือสูญเสียความมั่นใจ กลับมาลงสนามด้วยจิตใจที่พร้อมสมบูรณ์เหมือนเดิม

สุดท้าย คิมี่ ปิดฉากฤดูกาลแรกของตัวเอง ด้วย 3 โพเดียม 1 รองแชมป์ กวาดไป 150 แต้มจาก 24 สนาม จบที่อันดับ 7 บนตารางนักแข่ง และผนึกกำลังกับ จอร์จ รัสเซลล์ ทีมเมทรุ่นพี่ พาต้นสังกัดซิวรองแชมป์โลกประเภททีมที่ 469 แต้ม

คิมี่ รีวิวตัวเองโดยรวมว่า เขาพึงพอใจมากกับฤดูกาลแรกในฐานะนักแข่ง F1 แต่ก็คิดว่าตัวเองยังสามารถทำผลงานได้ดีกว่านี้ และทุกความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ก็คือบทเรียนที่เขาจะนำไปปรับปรุงกับพัฒนาตัวเองต่อไป

"มันยากที่จะบอกนะว่าผมชอบส่วนไหนที่สุดของการแข่งขัน แต่ผมคิดว่าการเดินทางทั้งหมดที่เกิดขึ้นในฤดูกาลแรก คือส่วนที่ผมชอบที่สุด"

"แน่นอนว่ามีสิ่งดี ๆ มากมายที่ผมได้เรียนรู้ และถึงจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมก็ยังได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะเลย และนั่นก็ทำให้ผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นด้วย"

 

แชมป์ F1 ที่รอคอย

เพียงแค่เริ่มต้นฤดูกาล 2026 ของ F1 ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ คิมี่ อันโตเนลลี่ เบ่งบานในฐานะนักแข่ง F1 เพราะแค่สนามแรกของฤดูกาลที่ออสเตรเลีย เขาก็โชว์ฟอร์มพารถหมายเลข 12 ของตัวเอง ออกสตาร์ทเป็นคันที่ 2 และจบเรซในตำแหน่งรองแชมป์ ขึ้นโพเดียมเคียงข้าง จอร์จ รัสเซลล์ ที่ได้แชมป์ในสังเวียนเมลเบิร์น

และเมื่อเข้าสู่เรซที่สอง ไชนีส กรังด์ปรีซ์ ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน นักแข่งหนุ่มวัย 19 ก็เฉิดฉายเต็มตัว เมื่อเขาจับจองกริดสตาร์ทคันแรกสุดได้ในรอบควอลิฟาย และซิ่งทะยานในรอบชิงชนะเลิศ ยึดหัวแถว ก่อนปิดจ๊อบพารถเข้าเส้นชัย คว้าแชมป์ F1 เรซแรกในชีวิตให้ตัวเองได้สำเร็จ

"ผมพูดอะไรไม่ออกเลย เอาจริงผมจะร้องไห้แล้ว ขอบคุณทีมงานทุกคนมาก ที่ช่วยให้ผมทำความฝันนี้ให้เป็นจริง ผมอยากพา อิตาลี กลับไปสู่จุดสูงสุดใน F1 อีกครั้ง และวันนี้เราก็ทำได้ แม้ผมเกือบจะหัวใจวายเพราะทำล้อล็อกจนยางเกิดรอยแบน แต่เราก็ทำสำเร็จ" คิมี่ กล่าวแบบตื้นตันเมื่อเดินขึ้นโพเดียมในฐานะแชมป์ F1 ครั้งแรกในชีวิตที่เซี่ยงไฮ้

เรซที่ เซี่ยงไฮ้ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ถือเป็นความสำเร็จอันน่าจดจำของ คิมี่ โดยแท้จริง เขาเป็นนักแข่งอายุน้อยที่สุดที่คว้า โพล โพซิชั่น ใน F1 ด้วยวัย 19 ปี 6 เดือน 17 วัน และนักแข่งอายุน้อยสุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ที่ชนะการแข่งขัน F1 ด้วยวัย 19 ปี 6 เดือน 18 วัน เป็นรองเพียง มักซ์ เวอร์สแตพเพ่น ที่เคยทำไว้ตอนอายุ 18 ปี 7 เดือน 15 วัน ใน สแปนิช กรังด์ปรีซ์ 2016

"หลายคนพูดเหลือเกินว่า เด็กคนนี้อายุน้อยเกินไป เด็กเกินกว่าจะมาขับให้ เมอร์เซเดส เราควรเตรียมตัวให้เขามากกว่านี้ แต่เป็นไงล่ะ เด็กคนนี้ก็ทำได้ดี แถมยังเป็นคนที่คว้า โพล โพซิชั่น อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย" โตโต้ กล่าวถึงนักแข่งหนุ่มที่พวกเขามั่นใจ

อันที่จริง แฟน F1 ทุกคนรู้ดีว่า โตโต้ อยากได้ มักซ์ เวอร์สแตพเพ่น มาเป็นนักแข่งของ เมอร์เซเดส มากกว่า คิมี่ เมื่อปี 2024 เพราะนักแข่งชาวดัตช์คือเป้าหมายใหญ่ที่ทีมบอสชาวออสเตรียน ต้องการตัวมาขับแทน ลูอิส แฮมิลตัน เขามองว่า เวอร์สแตพเพ่น คู่ควรที่สุดกับตำแหน่งนี้ด้วยความสำเร็จได้ และฝีมือที่ยอดเยี่ยมแบบไม่ต้องรอการพิสูจน์แล้ว นอกจากนี้ โตโต้ ยังหมายตา มักซ์ มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ราว ๆ ปี 2014 สมัยที่ เวอร์สแตพเพ่น กำลังจะเข้าสู่เวที F1 เลยทีเดียว

แต่สุดท้าย การเลือก คิมี่ มาร่วมทีม ก็เหมือนจะเป็นการบอกว่า โตโต้ และทีม เมอร์เซเดส เลือกถูกต้องแล้ว ด้วยฝีมือที่สามารถเจียระไน ขัดเกลาให้เปล่งประกายขึ้นไปอีกได้ ประกอบกับอายุยังน้อย มีเวลาใช้งานได้อีกยาวนานหลายปี เรียกว่าในสายตาของโตโต้ คิมี่ คือ มักซ์ ในเวอร์ชั่นที่อายุน้อยกว่า และมีแววที่จะประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

มาถึงจุดนี้ คิมี่ อันโตเนลลี่ ได้พิสูจน์แล้วว่าเขา "คู่ควร" พอสำหรับเก้าอี้นักแข่ง F1 ชนิดคนที่เคยวิจารณ์ด่าทอเขาในอดีตคงต้องรูดซิบปาก และความสำเร็จของเขาใน ไชนีส กรังด์ปรีซ์ บวกกับรถของ เมอร์เซเดส ที่ดูจะแรงเข้าฝักเข้าฟอร์มกว่าทีมอื่น ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นสำหรับความยิ่งใหญ่ของวัยรุ่น F1 จากโบโลญญ่า ที่อาจตามมาอีกหลายสนามหลังจากนี้

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.theguardian.com/sport/article/2024/aug/30/italian-f1-gp-practice-kimi-antonelli-mercedes-crash?
https://www.reuters.com/sports/formula1/antonelli-crash-has-no-bearing-mercedes-future-says-wolff-2024-08-30/
https://www.formula1.com/en/latest/article/theme-park-fun-discos-with-russell-and-architect-dreams-getting-to-know-the.2FRwiJ30ZpWNzmT8NoUhT7
https://www.formula1.com/en/latest/article/i-grew-up-a-lot-antonelli-picks-standout-moments-from-rookie-season.5IE1j4j5x9k0Ml7ROynV0d
https://racingnews365.com/toto-wolff-shuts-down-kimi-antonelli-criticism-after-critical-f1-breakthrough

Author

วัลลภ สวัสดี

ฟังไปเรื่อย ดูไปเรื่อย เขียนไปเรื่อย

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand