
"เบอร์ 10 ของ เชลซี ชื่อ โจ โคล เจ๋งโคตร ... โคตรเก่ง เขาเล่นเหมือนกับพวกบราซิลเลียน และอาจจะดีพอเล่นให้ทีมชาติบราซิล
นี่คือประโยคที่ตำนานเบอร์ 1 ของโลกลูกหนังตลอดกาลอย่าง เปเล่ กล่าวถึงนักเตะชาวอังกฤษที่เขายกย่องว่า "อัจฉริยะแห่งยุค"
ทำไมนักเตะอย่าง โจ โคล ที่ไม่ได้ถือว่าเป็นตัวท็อปของรุ่น ไม่ได้เป็นตัวหลักในทีมชาติอังกฤษยาว ๆ จึงมักจะได้รับการกล่าวถึงในเชิงบวกอยู่เสมอ แม้กระทั่งทุกวันนี้ ?
หาคำตอบกับ Main Stand
อัจฉริยะระดับ 20 ปีมี 1 คน
บราซิล คือชาติที่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุด 5 สมัย พวกเขามีนักเตะระดับโลกไล่เรียงกันขึ้นมาประดับวงการแบบส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น และในช่วงกลางยุค 2000 ต้องบอกว่านั่นคือยุคทองของพ่อค้าแข้งชาวแซมบ้าจริง ๆ
โรนัลโด้ R9, ริวัลโด้, โรนัลดินโญ่ และ กาก้า คือกลุ่มที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์ไปครองในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน และยังมี "รุ่นรองท็อป" อีกหลายคนที่ไม่ได้กล่าวถึงทั้ง อาเดรียโน่ หรือ โรบินโญ่ นี่ยังไม่รวมอัจฉริยะในทีมเล็กที่สร้างช็อตมหัศจรรย์อยู่เสมออย่าง ไอล์ตัน, มาริโอ ยาร์เดลล์ หรือ ฌัลมินญ่า นักเตะเหล่านี้ล้วนแต่เป็นแข้งคนโปรดของแฟนบอลทั้งสิ้น
ความเป็นนักเตะที่ให้ความบันเทิงขั้นสุดกับแฟนบอลอาจหาได้มากมายในบราซิล แต่กลับกัน ฟุตบอลอังกฤษไม่ได้เป็นแบบนั้น นักเตะอังกฤษมักมีลักษณะเฉพาะตัว เช่นการมีคาแรกเตอร์ของนักสู้ ความแข็งแกร่ง ความฟิต มีลูกบ้าเป็นจุดขาย ดังนั้นการที่นาน ๆ ทีจะมีจอมเทคนิคก้าวขึ้นมาในวงการฟุตบอลอังกฤษสักคน นักเตะคนนั้นมักจะได้รับการพูดถึงเสมอ เพราะมันคือความแตกต่างที่ไม่สามารถหาดูได้ง่าย ๆ
นับตั้งแต่ผู้เขียนดูฟุตบอลมากว่า 30 ปี มีนักเตะอังกฤษแค่ไม่กี่คนที่ถูกเรียกว่า "นักเตะอัจฉริยะ" กล่าวคือเกิดมามีพรสวรรค์ เก่งตั้งแต่เด็กเลย คนแรกคือ พอล แกสคอยน์ คนที่สองคือ โจ โคล และคนที่ 3 อาจจะไม่เหมือนกับ 2 คนแรกมากนัก เพราะอยู่ระหว่างกึ่งกลางของพรสวรรค์กับพรแสวง นั่นคือ เวย์น รูนี่ย์

ส่วนภาพจำที่ชัดที่สุดคือ โจ โคล เพราะเท่าที่ติดตามฟุตบอลมา โจ โคล ดังตั้งแต่อายุ 16 ปี แล้ว เพราะในขณะที่เด็กคนอื่น ๆ ในรุ่นเดียวกันอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด, ริโอ เฟอร์ดินานด์ หรือ ไมเคิล คาร์ริค ยังพยายามก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะชุดใหญ่ โดยที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะออกหัวหรือก้อย โจ โคล คือดาวเด่นที่กลบแสงทุกคนในรุ่น เขาเป็นนักเตะอังกฤษในวัย 16 ปีคนแรกที่ได้ค่าเหนื่อยถึง 5,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ตอนที่เขายังเป็นนักเตะเยาวชนของ เวสต์แฮม และทุกสื่อชอบเรื่องราวความพิเศษของเขา จนถูกยกยอให้เป็นอัจฉริยะระดับ 10-20 ปีจะมีมาเกิดสักคน
"ผมอยู่ในสายตาของสาธารณชนตั้งแต่อายุ 16 ปี และถูกผลักดันไปอยู่ต่อหน้าสื่อ พ่อแม่ของผมยังเก็บหนังสือพิมพ์ Sunday People ที่พาดหัวข่าวถึงผมเอาไว้ ตอนนั้นพวกเขาเขียนถึงผมว่า รายได้ 5,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และเขามีอายุเพียง 16 ปี !"
ไมเคิล คาร์ริค ที่เป็นนักเตะฝึกหัดของ เวสต์แฮม ในรุ่นราวคราวเดียวกับ โคล เคยเขียนเรื่องของ โจ โคล ในเวลานั้นผ่าน Between the Lines หนังสืออัตชีวประวัติของเขา ว่าเป็นนักเตะที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน ในการซ้อมแม้แต่นักเตะรุ่นพี่ ก็ยังไม่สามารถแย่งบอลจากเท้าของ โจ โคล ได้ในเวลานั้น
ระดับความอัจฉริยะของเขาฉายแววตั้งแต่ตอนนั้น ในขณะนักเตะรุ่นเดียวกันคนอื่น ๆ ยังไม่กล้าฝันไกล โจ โคล กลับเป็นนักเตะที่เล่นฟุตบอลด้วยจินตนาการอย่างสูงส่ง จับบอลได้และเลี้ยงเข้าใส่นักเตะชุดใหญ่ของทีมในตอนซ้อม เหมือนกับไม่มีความต่างของรุ่นเป็นกำแพงกั้นเลย ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไม โจ โคล จึงเล่นไม่เหมือนกับนักเตะอังกฤษคนไหนเลยในรุ่นเดียวกันกับเขาเมื่อเวลาผ่านไป
เล่นสวยรวยเสน่ห์
ย้อนกลับไปตอนที่ โคล เล่นให้ชุดใหญ่ของ เวสต์แฮม ครั้งแรกเมื่อปี 1998 ตอนนั้นฟุตบอลอังกฤษมีสภาพแวดล้อมที่ดูไม่ค่อยจะเหมาะกับนักเตะสไตล์เขาเท่าไรนัก
ฟุตบอลอังกฤษในเวลานั้นยังคงกลิ่นอายของฟุตบอลอังกฤษโบราณอยู่มาก กล่าวคือจะต้องมี 15 ทีมในลีกเป็นอย่างน้อยที่เล่นฟุตบอลไดเรกต์ ส่งจากหลังไปหน้า การเข้าทำยอดฮิตคือการซัดเปรี้ยงจากแดนตัวเอง ให้กองหน้าตัวสูงใหญ่เป็นคนยืนค้ำ และมีหัวหอกตัวเล็ก ๆ สปีดจัด ๆ เป็นคนที่คอยเล่นร่วมในระบบ 4-4-2 ที่เป็นระบบฮิต เกิดคู่หน้า "เสาโทรเลข กับ หลักกิโลเมตร" มากมาย อาทิ ไนออล ควินน์ กับ เควิน ฟิลลิปส์, เอมิล เฮสกี กับ ไมเคิล โอเว่น, มาร์ค วิดูก้า กับ แฮร์รี่ คีเวลล์, ดิออน ดับลิน กับ จูเลี่ยน โจอาชิม และอีกหลากหลายคู่คลาสสิกที่ยังไม่ได้กล่าวถึง

ฟุตบอลแบบสไตล์อังกฤษจ๋า ไม่ได้ดึงความอัจฉริยะของ โจ โคล ออกมาได้มากเท่าไรนัก ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ความวูบวาบ แต่ถ้าวัดเรื่องฟอร์มดีสม่ำเสมอ เขาจะโดดเด่นน้อยกว่าปีกธรรมชาติสายเลี้ยงแล้วเปิดบอลในยุคสมัยนั้น
ดังที่กล่าวไปในข้างต้น โจ โคล เป็นนักเตะตัวรุกที่คุณไม่สามารถบอกได้ว่าจริง ๆ เขาเป็นเบอร์ 10 หรือตัวริมเส้นกันแน่ เหตุผลก็เพราะจุดเด่นของเขามันผสม ๆ กันไป ระหว่างเทคนิคอันยอดเยี่ยม กับความกล้าคิดและกล้าทำ ... แต่ด้วยฟุตบอลอังกฤษยุคนั้นที่ไม่มีเพลย์เมคเกอร์ โคล จึงถูกจับไปยืมริมเส้นบ่อย ๆ และอย่างที่เรารู้กัน เขาไม่ได้เร็วที่สุด ไม่ได้แข็งแรงที่สุด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ โคล ได้รับการพูดถึงบ่อย ๆ แบบไม่ตกขบวน คือความสนุกที่เห็นเขาเล่น กับการเป็นครีเอทีฟ ที่มักจะเอาตัวรอดในจังหวะเหลือเชื่อ การสร้างสรรค์เกมรุกในแบบที่กองหลังฝั่งตรงข้ามทำได้เพียงยืนขาตาย และแม้เขาจะไม่ใช่นักเตะจอมถล่มประตู ทว่าแต่ละลูกที่เขายิงได้มักจะไม่ธรรมดา เป็นลูกยิงสุดสวยที่ใส่ความสร้างสรรค์เข้าไปอยู่เสมอ ไม่ว่าจะตอนที่เขาแจ้งเกิดกับ เวสต์แฮม หรือตอนที่พีกสุด ๆ ในช่วงที่เล่นให้กับ เชลซี ที่มี โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีม
การมาของ มูรินโญ่ คือการนำแท็กติกแบบฟุตบอลยุโรปมาใส่ในทีม เชลซี ทำให้สไตล์ของ โคล มีประโยชน์กับทีมมากขึ้น แม้จะไม่ได้เป็น No.1 ของทีม แต่ โคล ก็เก่งขึ้น และเล่นเป็นเกมขึ้นมากในเวลานั้น เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่พรสวรรค์ของเขาเบ่งบาน ประตูสวย ๆ จังหวะมัน ๆ ของเขาออกมาให้เห็นแทบทุกสัปดาห์ พร้อมกับผลงานทีมที่สม่ำเสมอไม่แพ้กัน

"การมาของ มูรินโญ่ คือการเปิดโลกใหม่ของนักเตะอย่างผม ผมว่าผมเป็นนักเตะที่ดีขึ้นภายใต้การฝึกสอนของเขา รวมถึงการบริหารจัดการคน และวัฒนธรรมในห้องแต่งตัวที่เขาสร้างขึ้น เขาใส่แรงผลักดันให้พวกเราเยอะมาก และเขาเห็นศักยภาพของผมที่เคยถูกมองข้ามไป"
"เขาทำให้ผมเข้าใจฟุตบอล ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การยิงประตูสวย ๆ ไม่เพียงพออีกต่อไป เขาเคยพูดกับผมตอนที่ผมยิงประตูชัยใส่ ลิเวอร์พูล ว่า นายยิงได้ แต่ที่เหลือก็ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มให้ทีมเลย ... เขาอาจจะพูดแรง แต่นั่นแหละดีแล้ว วันไหนที่ผมไม่ได้ทำตามสิ่งที่เขาต้องการ ผมอยากให้เขาพูดมันออกมา เพราะผมอยากจะเป็นคนที่ได้ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริงในสัปดาห์หน้า" โจ โคล กล่าว ถึงช่วงพีกของเขากับ เชลซี
อังกฤษสไตล์บราซิล
ความเก่งกาจของ โคล ในช่วงเวลานั้นดูพัฒนาขึ้นมาก เขาก้าวมาเป็นตัวหลัก และเป็นขาประจำในทีมชาติอังกฤษ และยังเคยคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของ เชลซี อีก 1 สมัยในปี 2008 เหนือนักเตะชื่อดังหลายคนในรุ่นเดียวกัน
ช่วงเวลานั้นชื่อของเขากลับมาอยู่บนพาดหัวหน้า 1 บ่อย ๆ อีกครั้งในฐานะอัจฉริยะ ขณะที่นักข่าวจาก Sky Sports ก็ยื่นไมค์ถาม เปเล่ ตำนานโลกลูกหนังในเวลานั้นว่า คิดว่า โจ โคล เป็นนักเตะที่ดีขนาดไหน เปเล่ ก็ตอบดังที่กล่าวไว้ นั่นคือเป็นนักเตะที่เก่งมาก ๆ และสิ่งที่เขาชอบที่สุด คือการเล่นภายใต้แนวคิดแบบนักฟุตบอลบราซิล ที่กล้าทำ กล้าเลี้ยง และเล่นฟุตบอลด้วยจินตนาการ มากกว่าการติดอยู่ในกรอบแบบที่นักเตะอังกฤษส่วนใหญ่มักจะเล่นตามแพทเทิร์นที่โค้ชสั่ง
สไตล์แบบที่ เปเล่ กล่าวมา ไม่แปลกเลยที่แฟน ๆ หลายคนจะชอบ โจ โคล เพราะเป็นนักเตะที่หาดูยาก ลีลาสวย และภาพลักษณ์ของเขาก็ดูเท่ในเวลาเดียวกันด้วย

อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือความจริง ต่อให้จะวูบวาบ สร้างสรรค์ และพรสวรรค์เต็มเปี่ยมขนาดไหน การจะบอกว่า โจ โคล เป็นนักเตะระดับโลก คงเป็นอะไรที่เกินความจริงไปหน่อย จริงอยู่ที่เขามีช่วงเวลาพีก ๆ ให้เห็น แต่ช่วงเวลาดังกล่าวก็สั้นมาก หากเทียบกับนักเตะที่พรสวรรค์น้อยกว่าและโตมาพร้อมกันอย่าง แลมพาร์ด เฟอร์ดินานด์ หรือแม้กระทั่ง ไมเคิล คาร์ริค
แม้ เปเล่ จะให้การยกย่อง โจ โคล สูงพอ ๆ กับที่แฟนบอลอังกฤษหลายคนชื่นชอบเขา แต่ เปเล่ ก็พูดถึง โจ โคล ต่อว่า คำว่าเหมือนนักเตะบราซิล ไม่ได้แปลว่านั่นคือคำชมอันเป็นที่สุด สิ่งที่ โคล ยังติดอยู่ก็คือการเลือกเล่นให้ถูกจังหวะ และการเข้าใจจังหวะเกมให้มากกว่านี้
"โจ โคล หมายเลข 10 ของเชลซี เป็นผู้เล่นที่ดีมาก ผมเห็นเขาลงเล่นในเกมกับ ชาร์ลตัน และพลิ้วไหวเหมือนกับนักเตะบราซิล แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ ครึ่งแรกกับครึ่งหลังของเขา ไม่สม่ำเสมอ"
"ครึ่งแรกเขาเล่นเหมือนพระเจ้า โชว์เทคนิคแบบบราซิลเลียน แต่ผมคิดว่า เขาต้องเรียนรู้อีกเยอะว่าเหมือนไหร่ควรโชว์ และเมื่อไหร่ควรจะเลือกเล่นง่าย ๆ ไปตามจังหวะเกม"
"เพราะในครึ่งหลัง ในจังหวะที่เกมสูสี เขากลับเล่นแบบเดิม เสียบอลบ่อยเพราะพยายามมากเกินไป และเขาทำให้ เชลซี เกือบแพ้ในเกมนั้น ... ลูกเล่นสวย ๆ ที่ทำแฟน ๆ ซี้ดปากของเขาจะได้ผลดีมากถ้าเล่นตอนที่ทีมนำ 3-0 หรือ 4-0 ... แต่ในตอน 0-0 หรือ 1-1 มันตรงกันข้าม เพราะผลลัพธ์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน"
"นี่แหละคือเหตุผลที่นักเตะอย่าง โรนัลดินโญ่ โคตรจะเก่ง เพราะเขารู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะโชว์ของ และเมื่อไหร่ควรจะเล่นง่าย ๆ"
คำอธิบายของ เปเล่ ชัดเจนว่า ทำไมนักเตะที่เล่นสวยและเต็มไปด้วยความอัจฉริยะอย่าง โจ โคล กลับไปได้ไม่ถึงไหน

เขาอาจจะเหมือนนักเตะบราซิลในด้านเทคนิคและแนวคิด ทว่าคุณก็ต้องไม่ลืมว่า ระดับของนักเตะบราซิลก็มีการแบ่งขั้นกันอีกว่า ใครระดับโลก ใครระดับรองลงมา … ซึ่งแน่นอนว่า โคล ยังเทียบกับแข้งบราซิลเกรดท็อปไม่ไหวอย่างชัดเจน
ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะอาการบาดเจ็บที่รบกวนเขาอยู่ตลอด จนทำให้การพัฒนาไปไม่สุด ... ภาพจำของ โจ โคล จึงติดอยู่ในความทรงจำของแฟนบอล ในช่วงที่เขาพีกในระยะสั้น ๆ ช่วงเวลาราว 2-3 ปีเท่านั้น ซึ่งน่าเสียดายสำหรับพรสวรรค์ที่เขามี เพราะถ้าทุกอย่างเป็นใจ เขาอาจจะเป็นยอดแข้งที่ได้รับการพูดถึงมากกว่านี้ก็เป็นได้
แหล่งอ้างอิง
https://www.theguardian.com/football/these-football-times/2015/nov/19/joe-cole-england-coventry-city-west-ham-chelsea-liverpool
https://www.manutd.com/en/news/detail/michael-carrick-discusses-writing-his-autobiography
https://www.skysports.com/football/news/2367235/pele-praise-for-cole
https://inews.co.uk/sport/football/joe-cole-chelsea-england-police-cell-stupid-4076177?srsltid=AfmBOopK6r4hbrzD6BKeARywOxMQNIFiK12Cx6GKVd3gIkE-YEWHnuaI
https://www.theguardian.com/football/2025/nov/06/joe-cole-anything-which-generates-the-money-you-get-in-football-means-the-parasites-come