mainstand

Side Stand

Outstanding | จิตกร ศรีคำเครือ : ใช้ชีวิตให้ง่าย



สุดสัปดาห์ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ลุกเป็นไฟ หนึ่งในเกมคุณภาพ ไม่ต่างจากพล็อตหนังแอ็คชั่นดราม่า พร้อมทำเงินถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศได้ไม่ยาก


 

เจอมรสุมมากแค่ไหน เสียงโจมตีดังปานใด โชเซ่ มูรินโญ่ ยังยืนทระนงด้วยนิยาม "เจ้าพ่อเกมใหญ่" ไม่ว่าจะหกคะเมนตีลังกา, เต็มไปด้วยความกดดัน ถึงบิ๊กแม็ตช์เมื่อไหร่ เขากลับมาได้เสมอ

เรื่องราวอย่างที่ทุกคนทราบ เชลซีนำก่อน แมนฯ ยูไนเต็ดลุกขึ้นสู้ กระทั่งพลิกแซงนำ ประเด็นสำคัญคือเสี้ยววินาทีสุดท้าย รอสส์ บาร์คลีย์ อยู่ถูกที่ถูกเวลา ตีเสมอให้สิงห์บูลส์ จากนั้นไคลแม็กซ์สำคัญเริ่มเปิดฉาก

ท่ามกลางอะดรีนาลีนหลั่งไหล มาร์โก ยานนี่ ผู้ช่วยโค้ชเชลซี วิ่งแหกปากสะใจพลางเย้ยหยันไปในตัว คงไม่มีประเด็นอะไรถ้าเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่เกิดขึ้นต่อหน้า โชเซ่ มูรินโญ่


Photo : www.standard.co.uk

เขาอาจเป็นคนไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้ "เดอะ สเปเชียล วัน" คือผู้ถูกกระทำ จึงตอบโต้ด้วยการลุกพรวดขึ้นไปเอาเรื่อง วินาทีถัดมาริมสนามคราคร่ำด้วยนักแสดงสมทบอีกหลายชีวิต

หนึ่งในคุณสมบัติพิเศษของมนุษย์คือความรู้สึกครับ เมื่อมีสิ่งกระตุ้น เรามักแสดงอารมณ์ตอบโต้ ไม่ว่าร้ายหรือดี ต่อให้เป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งยังมีวันระเบิด นับประสาอะไรกับโค้ชฟุตบอลที่แบกความกดดันติดตัวตลอดเวลา

แง่งามหลังจากนั้นคือ ยื้อยุดกันไม่เกินสิบห้าวินาที มูรินโญ่ถอยฉากกลับมานั่งเกาอี้ตัวเดิม เหมือนรู้สึกตัวว่า เดือดดาลไปไม่มีประโยชน์อะไร


Photo : www.standard.co.uk

บทสัมภาษณ์หลังเกม ยอดคนโปรตุกีสเผยว่าทีมงานเชลซีมาขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขารับคำขอโทษ และบอกให้ลืมมันไปซะ ... ชีวิตมันก็แบบนี้ มีวันสวยงาม มีวันผิดพลาด ตัวเขาก็เคยทำอะไรแย่ๆ หลายครั้งเช่นกัน

เมาริซิโอ ซาร์รี่ คือคีย์แมนชวนศึกษาเพิ่มเติม พลันเห็นเหตุการณ์ต่อหน้า เทรนเนอร์ผู้รักม่านควัน ปรี่เข้าหาเพื่อเคลียร์กับมูรินโญ่ทันที โดยไม่ต้องรอให้บานปลาย

คำพูดไม่มีอะไรแปลกประหลาดครับ ยอมรับผิดกับสิ่งที่ลูกน้องกระทำไป และพร้อมจัดการบทลงโทษภายในสโมสร  

หลังฝุ่นตลบคลายตัว ผมรู้สึกแฮปปี้กับวิธีจัดการของกุนซือทั้งสองคน มูรินโญ่โกรธจึงแสดงออกด้วยอาการแบบนั้น เป็นเรื่องปกติ แต่ใช้เวลาตรงนั้นไม่นาน ถอยกลับมานั่งสงบสติอารณ์ และพร้อมรับฟังคำขอโทษโดยไม่ติดใจอะไร

เช่นกัน เมาริซิโอ ซาร์รี่ ฐานะผู้นำ การมีลูกน้องคนหนึ่งกระทำความผิดชัดเจนแบบนี้ ไม่ต้องเสียเวลาคิดทบทวน ถ้ามันผิดก็บอกว่าผิด สิ่งสำคัญคือไม่ปล่อยให้ค้างเติ่ง ยืดอกขอโทษทันที จากนั้นค่อยว่ากัน

หลายครั้งเราเห็นคดีความชั่วพริบตา ปล่อยความรู้สึกนำหน้าเหตุผลย่อมก่อผลเสีย และจะเสียมากกว่านั้นเมื่อดื้อดึงไม่ยอมรับสิ่งที่ตัวเองทำ

รู้ทั้งรู้ไม่ถูกไม่ควร กลับเพิกเฉย อาจคิดว่าเรื่องแค่นี้ ...ไม่เป็นไร, เรื่องเล็กน้อยน่า ขอกันกินมากกว่านี้ นี่คือจุดอันตรายครับ

มนุษย์บางจำพวกชอบอยู่ในสถานการณ์คลุมเครือ แล้วเชื่อว่าเวลาจะช่วยคลี่คลายให้ดีขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างนั้น บางทีค้างคาในใจจนถึงวันตาย

ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด สิ่งสำคัญคือเมื่อทำผิดแล้ว คุณจัดการยังไงกับมันต่างหาก ซึ่ง มูรินโญ่ และ ซาร์รี่ แสดงให้เห็นวิธีอันเหมาะสมที่สุด

เลิกหาข้ออ้างข้างๆ คูๆ ทุกอย่างมีเหตุผลในตัวเอง ถ้าทำผิดจงขอโทษและปรับปรุงแก้ไข จากนั้นเดินหน้าตามวิถีทางกันต่อไป  

บางครั้งชีวิตมันก็ง่ายแบบนี้แหละครับ ไม่ต้องประดิษฐ์อะไรให้มันเลิศหรูเกินงาม



ชื่นชอบบทความนี้ของ : จิตกร ศรีคำเครือ ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง