mainstand

Feature

จากธรรมศาสตร์สู่อังกฤษ : เบื้องหลังภาพนู้ดนักกีฬา ม.เคมบริดจ์ ที่ลึกซึ้งกว่าแค่วาบหวิว



ภาพของเชียร์ลีดเดอร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ถ่ายภาพโปรโมทการประกวดคัดเชียร์ลีดเดอร์ประจำงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 73 ด้วยการเปิดให้เห็นหัวไหล่ ได้เรียกเสียงฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยอย่างล้นหลาม


 

ส่วนหนึ่งมองว่า ภาพที่ออกมาในลักษณะดังกล่าวดูไม่เหมาะสม เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าพวกเขากำลังเปลือยท่อนบน หรือเปลือยกายถ่ายแบบ ยิ่งไปกว่านั้น นายแบบและนางแบบทั้งหมด ยังมีสถานะเป็นนักศึกษา ซึ่งไม่สมควรที่จะมาถ่ายแบบในลักษณะนี้ แต่อีกส่วนก็มองว่า การถ่ายภาพในลักษณะนี้คือศิลปะ และได้มีการเซฟตัวนายแบบและนางแบบไว้อยู่แล้ว


Photo : Facebook : TU Cheerleader FC

หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มกิจกรรมเชียร์ลีดเดอร์ลูกแม่โดม ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า “ภาพชุดดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อสื่อให้เห็นถึงความกล้าที่จะภูมิใจในรูปร่าง และหน้าตาที่แตกต่างกัน ไม่ได้คัดเลือกจากกรอบมาตรฐานหรือบรรทัดฐานที่สังคมภายนอกกำหนดไว้”


Photo : Facebook : TU Cheerleader FC

แต่ในขณะที่ดราม่าในรั้วเหลืองแดงยังไม่จางหาย ภาพอีกชุดที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้กันก็ถูกเผยโฉมที่ประเทศอังกฤษ เมื่อนักกีฬาของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ปรากฎโฉมในสภาพที่เปลือยเปล่า มีเพียงอุปกรณ์กีฬา หรือการจัดท่าทางและองค์ประกอบต่างๆ เพื่อปิดบังของสงวนเท่านั้น

แถมการถ่ายทำทั้งหมดยังเกิดขึ้นภายในรั้วมหาวิทยาลัยอันเก่าแก่ เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์และมนต์ขลังกว่าร้อยปีอีกด้วย

 

มูลเหตุเพื่อการกุศล

แม้จะสร้างกระแสสังคมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสักเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ภาพชุดดังกล่าวของ ม.เคมบริดจ์ มีดีกรีความแรงมากกว่าของ ม.ธรรมศาสตร์ อย่างเห็นได้ชัด


Photo : KEVIN LOW/BAV MEDIA

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ จุดเริ่มต้นของไอเดียสุดบรรเจิดนี้ เกิดขึ้นจากมันสมองของนักศึกษาเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

โจอานน่า โมสต์ท หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังปฏิทินนักศึกษาสุดหวิวของเคมบริดจ์ เปิดใจกับ เคมบริดจ์เชียร์ ไลฟ์ สำนักข่าวท้องถิ่นว่า พวกเธอล้วนเป็นสมาชิกกลุ่ม ‘เรสซิ่ง แอนด์ กีฟวิ่ง’ (Raising & Giving - RAG) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่มีอยู่ในแทบทุกมหาวิทยาลัยของอังกฤษ โดยทางกลุ่มจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ กับนิสิตนักศึกษาในการจัดระดมทุน และจะเป็นผู้จัดหามูลนิธิให้นักศึกษาได้เลือกที่จะนำเงินรายได้ไปช่วยเหลือ ซึ่งมีทั้งองค์กรท้องถิ่น, ในประเทศ และต่างประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนขององค์กรดังกล่าวมีเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่ง นั่นคือกิจกรรมระดมทุนนั้นจะต้องเป็นอะไรที่สร้างสรรค์ มีไอเดียแปลกใหม่ แหวกแนว และโดดเด่นเป็นที่พูดถึง

เรื่องดังกล่าวได้กลายเป็นประเด็นที่ทำให้กลุ่มคนต้นคิดต้องกลับไปคิดหนักกันอีกรอบว่า จะเลือกจัดกิจกรรมแบบไหนดีถึงจะเข้าข่ายทั้งหมดที่ว่ามา

 

ศึกแห่งศักดิ์ศรี

แม้เงื่อนไขสำคัญของกลุ่ม RAG จะทำให้เหล่าต้นกำเนิดไอเดียสุดหวิวต้องปวดสมองในตอนแรก แต่สำหรับโจอานน่า ซึ่งมีพื้นเพมาจากประเทศเยอรมนี นี่คือสิ่งที่ท้าทายความคิดของเธอเป็นอย่างมาก


Photo : KEVIN LOW/BAV MEDIA

“การทำการกุศลถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมของเรามาช้านาน แต่สำหรับที่เยอรมนี เรื่องดังกล่าวมักจะอยู่ภายใต้กรอบแห่งประเพณี ซึ่งกลุ่ม RAG นั้นไม่ใช่ พวกเขาพยายามกระตุ้นให้นักศีกษาได้สร้างสรรค์อะไรที่แปลกแหวกแนว ทำให้พวกเราได้คิดอะไรหลายอย่าง ที่สำคัญคือ มันสนุกมากๆ เลยค่ะ”

และสิ่งที่ทั้งกลุ่มระดมสมองจนได้เป็นไอเดียสุดบรรเจิดนั้นก็คือ การถ่ายปฏิทินนู้ด โดยได้แนวคิดจากปฏิทินของดาราภาพยนตร์ในอดีต และอีกส่วนหนึ่งคือ ผลงานในลักษณะเดียวกันของนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้

ถึงตรงนี้บางคนอาจจะคิดว่า เหตุใดถึงเลือกที่จะทำตามสถาบันอื่นๆ กัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีคำตอบคือ ปฏิทินสุดหวิวนั้นสามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อสังคม ให้มีผู้คนพูดถึงมันได้อยู่เสมอ ยิ่งไปกว่านั้น เดอะ ยูนิเวอร์ซิตี้ เปเปอร์ส สื่อกลางที่เป็นเสมือนพื้นที่ร่วมและกระบอกเสียงของเหล่านักศึกษาทั่วประเทศ มักมีกิจกรรมโหวตหาปฏิทินในลักษณะดังกล่าวที่โดนใจวัยรุ่นและวัยอื่นๆ มากที่สุดเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

แต่ที่สำคัญที่สุด และดูจะเป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ของการกระโดดเข้าสู่วงไพบูลย์ดังกล่าว นั่นคือการชักธงรบของสถาบันแห่งหนึ่งที่เป็นคู่ปรับกันมาช้านาน...

“ปรากฎว่ามหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ได้ถ่ายปฏิทินนู้ดก่อนเราไปหนึ่งปี และนั่นทำให้เราตัดสินใจที่จะทำแข่ง เพราะเชื่อว่าสามารถทำได้ดียิ่งกว่าพวกนั้นแน่นอน”


Photo : KEVIN LOW/BAV MEDIA

ช่างเป็นศึกศักดิ์ศรีที่ไม่มีใครยอมกันเลยในทุกเรื่องอย่างแท้จริง

 

ของดีต้องใช้เวลา

เมื่อทราบถึงเหตุผลในการรังสรรค์ผลงานชวนตาค้างแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเหตุผลในการเลือกนายแบบและนางแบบกันบ้าง ซึ่งโจอานน่าเปิดเผยว่า

“เป็นความตั้งใจของพวกเราอยู่แล้วค่ะที่อยากจะให้กลุ่มนักกีฬาของมหาวิทยาลัยนั้นเป็นแบบให้ เนื่องจากพวกเขาเองก็มีร่างกายที่กำยำสมสัดส่วน อีกทั้งมีบุคลิกลักษณะที่น่ามอง นี่จึงเป็นตัวเลือกที่เพอร์เฟกต์อย่างมาก”


Photo : KEVIN LOW/BAV MEDIA

เมื่อไอเดียได้ นายแบบและนางแบบพร้อม ทีนี้ก็เหลือเพียงสถานที่ ซึ่งทางกลุ่มเลือกที่จะใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยในการถ่ายทำ แม้จะดูหมิ่นเหม่อยู่ไม่น้อย ในสายตากลุ่มอนุรักษ์นิยมก็ตาม

เรื่องดังกล่าว โรเวนน่า แม็คกิลล์ อีกหนึ่งในทีมผู้จัดทำกล่าวว่า “เนื่องจากมันเป็นปฏิทินของทางมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เราเลยมีความตั้งใจอยู่แล้วว่า สถานที่ถ่ายทำก็ควรจะเป็นพื้นที่จริงของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ถ่ายในสตูดิโอ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่งของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ด้วยบุคลากรของทางมหาวิทยาลัยเอง”

อย่างไรก็ตาม การใช้สถานที่จริงในการถ่ายทำ ก็ส่งผลกระทบต่อการทำงานอยู่ไม่น้อย เนื่องจากอย่างที่ทราบกันดีว่า ม.เคมบริดจ์ ถือเป็นสถาบันการศึกษาระดับท็อปของโลกที่มีผู้เข้าเรียนจำนวนมาก การถ่ายทำในลักษณะที่ต้องนุ่งลมห่มฟ้า ย่อมสร้างความแตกตื่นภายในสถาบันอย่างแน่นอน เรื่องดังกล่าวจึงกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การถ่ายปฏิทินนั้นต้องทำในช่วงเช้า เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ปลอดคน ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุดนั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น การที่นายแบบ นางแบบ และผู้ควบคุมโปรเจ็คท์ ยังเป็นนักศึกษา การหาช่วงเวลาที่ว่างมาถ่ายทำจึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เพราะต่างคนต่างก็มีภารกิจของตนที่ต้องทำ ทั้งในด้านการเรียนและกีฬา รวมถึงการประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการจ้างช่างภาพที่มีชื่อเสียงจากภายนอกมารับงานดังกล่าว กว่าที่ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นจึงกินเวลาร่วม 2 ปีเลยทีเดียว

และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่สุด ที่ทำให้ปฏิทินสุดหวิวดังกล่าวต้องออกเป็นราย 2 ปีอีกด้วยนั่นเอง

แม้กระบวนการจะล่าช้าอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น แต่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือโปรเจ็คท์ที่ลงมือทำอย่างมีความสุขมากจริงๆ

โรเวนน่าเปิดใจถึงเรื่องดังกล่าวว่า “การจับคนจำนวนมากมาแก้ผ้าในที่เดียวกันเป็นอะไรที่ชวนหัวสุดๆ ทุกคนดูจะเต็มใจอย่างยิ่งกับการได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้า จนฉันต้องบอกพวกเขาว่า ถึงเวลาใส่เสื้อผ้ากลับเหมือนเดิมได้แล้ว บางคนถึงกับยอมอดข้าวเป็นวัน วิดพื้น ซิทอัพแม้ในช่วงก่อนถ่ายทำ เพื่อให้มัดกล้ามชัดเป๊ะที่สุด”

“แม้หลายครั้งสภาพอากาศจะไม่เป็นใจ แต่ทุกคนก็สู้ไม่ถอย ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนยังช่วยกันเต็มที่ สร้างความบันเทิงตลอดการถ่ายทำ ผลลัพธ์จึงออกมาน่าทึ่งมากๆ เลยค่ะ”


Photo : KEVIN LOW/BAV MEDIA

ขณะที่ เอ็มม่า ทีล อีกหนึ่งในทีมงานเผยว่า “มีหลายคนคอมเมนท์มาว่า รูปที่ปรากฎนั้นต้องผ่านการตัดต่อมาแน่ๆ เพราะไม่มีทางที่นักกีฬาจะมีหุ่นที่งดงามขนาดนี้ แต่เราขอยืนยันเลยว่า ในส่วนของนายแบบและนางแบบ เราไม่ได้มีการตัดต่อใดๆ ดังนั้น นี่คือการสะท้อนความงามอย่างเป็นธรรมชาติที่แท้จริง”

 

ศีลธรรมที่หมิ่นเหม่

แม้จะมีเหตุผลทางการกุศลอยู่เบื้องหลัง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปฏิทินนู้ดที่นักศึกษาของสถาบันต่างๆ จัดทำขึ้น ได้สร้างความเห็นที่ไม่ตรงกันในสังคม ไม่ต่างอะไรกับภาพโปสเตอร์ของ ม.ธรรมศาสตร์ กับสังคมไทยเลยแม้แต่น้อย


Photo : KEVIN LOW/BAV MEDIA

ในประเด็นดังกล่าว เมียร์เรน กิดด้า นักเขียนสายเฟมินิสต์จากสำนักข่าว นิวส์วีค มองว่า แม้เหตุผลในการจัดทำปฏิทินนู้ดโดยนักศึกษา จะเป็นการระดมทุนเพื่อการกุศล ซึ่งตัวเธอเองก็สนับสนุนประเด็นนี้ แต่เจ้าตัวมองว่า สิ่งดังกล่าวอาจกลายเป็นการกระตุ้นให้เกิดการมองผู้หญิงในฐานะวัตถุทางเพศ ทว่า โซเฟีย เบลล์ อดีตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยวอร์วิค ซึ่งถือเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดของปฏิทินนู้ดจากฝีมือนักศึกษากลับเห็นต่าง โดยเธอมองว่า ภาพที่ปรากฎนั้นห่างไกลจากความอนาจารล้านปีแสง และก็ไม่ได้เซ็กซี่อย่างเปิดเผยด้วย มันดูเป็นความคลาสสิกเสียมากกว่า

ถึงกระนั้น การตอบสนองในโลกออนไลน์นั้นก็ดูเป็นอะไรที่หามาตรฐานมาตัดสินลำบาก เมื่อภาพนู้ดของทีมเรือพายหญิง ม.วอร์วิค ถูกเฟซบุ๊คลบเมื่อปี 2014 โดยให้เหตุผลว่าเป็นการแสดงออกทางเพศที่โจ่งแจ้งเกินไป ทว่าในขณะเดียวกัน ภาพนู้ดของนักกีฬาอีกหลายๆ มหาวิทยาลัย รวมถึง ม.เคมบริดจ์ ในตอนนี้ ต่างก็ยังอยู่ในระบบดีจนถึงปัจจุบัน

แต่ที่ดูจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตถึงระดับนานาชาติที่สุด คงหนีไม่พ้นการที่ปฏิทินปี 2018 ของทีมเรือพาย ม.วอร์วิค ถูกรัฐบาลรัสเซียสั่งแบน ไม่ให้เข้าประเทศเพื่อจัดส่งถึงมือผู้ที่ได้สั่งจองไว้ โดยชี้แจงว่า เป็นการโฆษณากลุ่มนิยมคนรักร่วมเพศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในรัสเซียนั่นเอง

 

ผลตอบแทนที่คุ้มเหนื่อย

แม้จะมีกระแสตอบรับทางสังคมที่หลากหลายแค่ไหน แต่หนึ่งในเครื่องมือชี้วัดความสำเร็จของแคมเปญเหล่านี้ได้ดีที่สุด ก็คือยอดขายของปฏิทินนั่นเอง ซึ่งจากยอดขายเพียง 300 ปอนด์ หรือราว 13,500 บาท ของปฏิทินนู้ดที่ทีมเรือพาย ม.วอร์วิค จัดทำขึ้นในปี 2009 สู่รายได้จำนวนมากกว่า 6 หลัก หรือมากกว่า 4.5 ล้านบาท รวมถึงฐานผู้ซื้อที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า แคมเปญดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนกลายเป็นเทรนด์ให้เหล่าปัญญาชนจากหลายมหาวิทยาลัยทำตาม


Photo : www.cambridge-news.co.uk

สำหรับโปรเจ็คท์ของ ม.เคมบริดจ์ นั้น แม้ทางกลุ่มผู้จัดทำจะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจนนัก แต่พวกเธอได้เปิดเผยว่า ปฏิทินรุ่นแรกของปี 2017 ที่เปิดให้สั่งจองและจัดส่งตั้งแต่ช่วงปลายปี 2016 สามารถระดมเงินเข้าการกุศลได้ถึงราว 10,000 ปอนด์ หรือ 450,000 บาทเลยทีเดียว

ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาขายฉบับละ 10 ปอนด์ หรือราว 450 บาท และข้อความที่ระบุว่า กำไรทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนเพื่อการกุศลแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ยอดขายปฏิทินรุ่นแรก ต้องมีถึงหลักพันฉบับอย่างแน่นอน

และกลุ่มผู้จัดทำก็หวังว่า ปฏิทินรุ่นสองที่เพิ่งเปิดให้สั่งจองแบบสดๆ ร้อนๆ  ผ่านเว็บไซต์ www.cambridgebluesnakedcalendar.com ในราคาฉบับละ 10 ปอนด์เท่าเดิม และมีคิวจัดส่งล็อตแรกในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ น่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีเช่นกัน

“ส่วนหนึ่งของผู้ที่ซื้อปฏิทินรุ่นแรกของพวกเราไปนั้น ไม่ได้ซื้อให้กับตนเอง แต่ซื้อเพื่อเป็นของขวัญให้กับคนที่รัก นี่เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเรามีความสุขมากๆ สำหรับปีนี้ อย่างน้อยขอแค่ทำยอดขายให้ได้เทียบเท่ากับรุ่นแรกที่จัดทำก็ดีใจมากๆ แล้ว และถ้ายอดขายไปได้ดีกว่านั้น ก็ยิ่งดีต่อใจมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ” โจอานน่าเปิดเผยถึงเป้าหมายของปฏิทินที่วางขายในปีนี้

อย่างไรก็ตาม เควิน โลว์ ช่างภาพชาวสิงคโปร์ซึ่งเป็นผู้ลั่นชัตเตอร์ทุกภาพของปฏิทินฉบับปี 2019 มองว่า ผลสำเร็จของอีกหนึ่งผลงานระดับมาสเตอร์พีซของเขา ไม่ได้เป็นเรื่องของการระดมทุนเพื่อการกุศลแต่เพียงเท่านั้น


Photo : www.cambridge-news.co.uk

“สำหรับผมแล้ว นี่คือโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต และถือเป็นโปรเจ็คท์ถ่ายภาพที่ท้าทาย รวมถึงเติมเต็มชีวิตผมมากที่สุดงานหนึ่งเลยครับ”

“หลายคนอาจจะคิดว่า คุณจำเป็นต้องบริจาคเงินเพื่อทำบุญทำกุศล แต่สำหรับผมกลับมองว่า การที่ใครสักคนยอมฟิตหุ่นตัวเอง, กล้าที่จะเปลื้องเสื้อผ้า และโพสต์ท่าถ่ายรูปในลักษณะนี้ มันก็ถือเป็นความกล้าและการมีส่วนร่วมกับโปรเจ็คท์ที่ดีๆ เช่นนี้เหมือนกัน”

“และหากสิ่งที่ปรากฎอยู่ในโปรเจ็คท์นี้สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครสักคนกล้าเปลี่ยนชีวิตตัวเองได้ ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยนะ” เควินกล่าวทิ้งท้าย

 

แหล่งอ้างอิง

http://cambridgebluesnakedcalendar.com/
https://www.cambridge-news.co.uk/news/cambridge-news/naked-calendar-cambridge-university-rag-14069458
https://www.dailymail.co.uk/femail/article-3873960/Jolly-good-sports-University-Cambridge-athletes-strip-risqu-naked-shots-charity-calendar.html
https://www.dailymail.co.uk/femail/article-6162975/Cambridge-University-students-strip-daring-naked-charity-calendar.html
https://www.huffingtonpost.co.uk/entry/cambridge-university-athletes-calendar_uk_5811cde9e4b0672ea687d05bguccounter=1&guce_referrer_us=aHR0cHM6Ly93d3cuZ29vZ2xlLmNvLnRoLw&guce_referrer_cs=qHx_h2lUxoDa-fg-6B3rdQ
https://www.thesun.co.uk/news/7248938/cambridge-university-students-naked-charity-calendar/
https://www.dailystar.co.uk/real-life/664579/Naked-calendar-Warwick-Rowers-banned
https://graziadaily.co.uk/life/opinion/meet-girls-behind-naked-calendar-facebook-deemed-pornographic/
https://www.theguardian.com/education/2013/oct/17/what-s-wrong-with-university-naked-calendars
https://www.facebook.com/TUCheerleaderFC/
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_1568152



ชื่นชอบบทความนี้ของ : เจษฎา บุญประสม ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง